คลังเก็บป้ายกำกับ: ไข้หวัด

ประโยชน์ใบเตย

ประโยชน์ใบเตย สรรพคุณดีแบบหอม ๆ ใครลองต้องติดใจ

ใบเตยพืชชนิดใบสีเขียวเข้ม ลักษณะเป็นพุ่ม กอ ใบเรียวยาว สามารถนำมาใช้ในการทำอาหารทั้งคาวและหวาน นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในด้านอื่นที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ตามรู้ไว้ดอทคอมมารู้จักกับใบเตยกันให้มากขึ้นได้เลยค่ะ

1. ดับร้อน บำรุงหัวใจ ด้วยอากาศที่ร้อนมากขึ้นทุกวัน จึงส่งผลกระทบต่อร่างกายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้น ความเครียดอารมณ์ที่หงุดหงิด การดื่มน้ำใบเตยสามารถช่วยบรรเทาความเครียดของร่างกาย ลดอุณหภูมิและความกังวล ลดอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่งผลให้สดชื่น ผ่อนคลายและช่วยให้ใจเย็นลงได้

2. โรคเบาหวาน เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น อาจทำให้อาการของโรคเบาหวานมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย การรักษาโรคเบาหวานแบบโบราณนั้น จะใช้ใบเตยหั่นตากแดดให้แห้งสนิท แล้วนำมาใช้ชงเป็นชาดื่มอย่างน้อย 1 เดือน หรืออาจใช้ทั้งใบและรากต้มรวมกัน 1 กำมือ ดื่มเช้าเย็น ก็สามารถบรรเทาโรคเบาหวานได้เช่นกัน

3. ผิวเด้ง ตึงกระชับ สารพัดวิธีจากธรรมชาติที่ผู้คนต้องการบำรุงผิวให้เด้ง กระชับอยู่เสมอ การนำใบเตยมาใช้ทำเป็นครีมพอกหน้าเด้งก็สามารถให้ผลลัพธ์นี้ได้เช่นกัน ใช้ใบเตยล้างให้สะอาด หั่นซอยเป็นชิ้นเล็กเพื่อสะดวกในการปั่น นำมาปั่นกับน้ำต้มสุกหรือน้ำสะอาดจนเนื้อเนียนละเอียดดี จะได้เนื้อครีมที่ข้นเหนียว จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็น 10-15 นาที แล้วนำมาใช้พอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด

4. สีผสมอาหารจากธรรมชาติ  สีเขียวเข้มของใบเตยมีประโยชน์ช่วยให้อาหารหรือขนมที่ต้องการทำดูน่ากินและสีสวยมากขึ้น หากต้องการเลี่ยงสีสังเคราะห์ สามารถนำใบเตยที่อุดมไปด้วยสารคลอโรฟิลล์มาปั่น และนำมากรองใช้แต่น้ำนำไปผสมอาหารให้มีสีเข้มอ่อนตามต้องการ นอกจากได้สีที่สวยแล้วยังช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อมมากขึ้น

5. แก้ไข้ อ่อนเพลีย อาการป่วยมีไข้ อ่อนเพลีย สามารถฟื้นฟูให้ร่างกายแข็งแรงไวขึ้นได้ ด้วยการจิบน้ำใบเตยอุ่น ๆ ตลอดเวลาที่มีอาการ จะช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ฟื้นตัวและสดชื่นมากขึ้น

6. ลดกลิ่นอับ กลิ่นอับในรถยนต์ ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บรองเท้า หรือห้องน้ำ เป็นกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์สามารถนำใบเตยไปวางในพื้นที่ที่ต้องการกำจัดกลิ่น เมื่อหมดกลิ่นก็เปลี่ยนใบใหม่ไปวางแทนที่เดิม เป็นการปรับสภาพบรรยากาศแบบง่ายๆและลดการใช้เคมีไปในตัว

7. แก้กระหาย การรับประทานอาหารรสจัด เช่น หวานจัด เค็มจัด หรือเผ็ดมากเกินไป อาจส่งผลให้มีอาการคอแห้ง กระหายน้ำมากกว่าปกติ การดื่มน้ำใบเตยสามารถช่วยแก้อาการเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี หากต้องการแก้อาการให้ไวขึ้น ควรดื่มน้ำใบเตยแบบรสธรรมชาติไม่หวาน จะช่วยบรรเทาอาการคอแห้งได้เร็วกว่าการดื่มน้ำใบเตยที่มีรสหวาน

ประโยชน์ใบเตยที่แนะนำกันมานั้นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยในการบำรุงรักษา บรรเทาอาการต่าง ๆ สรรพคุณของใบเตยยังมีอีกมากมาย หากต้องการนำมาใช้อย่าลืมเลือกใช้ใบเตยที่ปลอดสารเพราะเรานำมาใช้กับร่างกาย ซึ่งไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตามจะได้รับประโยชน์แบบเต็ม ๆ ปลอดภัย โดยไม่มีสารพิษ สารเคมีเพิ่มเข้าสู่ร่างกาย

ดูคลิปประโยชน์ใบเตย https://www.youtube.com/watch?v=wuv6FavHKSQ

ประโยชน์กะเพรา

6 ประโยชน์กะเพรา สรรพคุณดีๆที่ต้องร้องว้าว

เมื่อนึกถึงกะเพราเราก็มักจะคิดถึงเมนูยอดฮิตตลอดกาล ผัดพริกใบกะเพราหมูสับ หอมกลิ่นใบกะเพราอ่อนๆ ให้รสชาติเผ็ดหน่อยๆเข้ากันกับข้าวสวยร้อนๆ นอกจากความอร่อย รู้หรือไม่ใบกะเพรามีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ในบทความนี้มีเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับผักชนิดนี้มาฝาก

1. กะเพราดีต่อสายตาและการมองเห็น
สารสกัดด้วยน้ำจากกะเพราแดง ช่วยให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นดีขึ้น อุดมด้วยวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน ลูทีน ซีแซนทีน สารเหล่านี้ล้วนสำคัญต่อสุขภาพของดวงตา ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต้อกระจก

2. กะเพราลดระดับน้ำตาล
ชาวอินเดียและชาวปากีสถาน นิยมใช้กะเพราต้มน้ำดื่ม เพื่อใช้ในการรักษาโรคเบาหวานและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

3. กะเพราแก้หวัด
กลิ่นหอมฉุนรสเผ็ดร้อนของกะเพรา สามารถช่วยบรรเทาอาการโรคหวัด ขับเสมหะ ขับเหงื่อลดไข้และส่งเสริมการทำงานของปอด ช่วยให้หายใจสะดวกมากขึ้น บรรเทาโรคหอบหืด เสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรงไวขึ้น

4. กะเพราแก้เครียด
การรับประทานใบกะเพราเป็นประจำพบว่า สามารถช่วยลดความเครียด คลายความวิตกกังวลและลดอาการซึมเศร้า ช่วยปรับสมดุลธาตุในร่างกายให้อยู่ในภาวะปกติ

5. กะเพราขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
ในการรักษาแบบแทพย์แผนไทยนิยมใช้ยอดอ่อนและใบกะเพราเป็นยาบำรุงธาตุ แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ขับลม ลดการจุกเสียด หากมีอาหารเหล่านี้ลองรับประทานเมนูที่มีใบกะเพราเป็นส่วนประกอบจะช่วยให้อาการดีขึ้น โดยไม่ต้องรับประทานยาเลย

6. กะเพราไล่ยุงและแมลง
น้ำมันหอมระเหยใบกะเพรามีส่วนช่วยในการไล่ยุงและแมลง คุณสามารถนำใบกะเพรามาหมักรวมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ และใช้เอทิลแอลกอฮอล์ เทให้ท่วมใบกะเพรา หมักทิ้งไว้ 15 วัน จากนั้นกรองนำแต่น้ำมาใช้ฉีดพ่นในการไล่ยุง

กะเพราปลูกง่าย โตไว แถมยังสารพัดประโยชน์ สรรพคุณครอบคลุมขนาดนี้ ปลูกติดบ้านไว้ ถึงเวลาก็หยิบใช้ได้ทันที หากเพื่อนๆมีไอเดียในการนำกะเพรามาประยุกต์ใช้ในด้านอื่น ๆ อย่าลืมแนะนำให้ทราบกันบ้างนะ

ดูคลิปประโยชน์กะเพรา https://www.youtube.com/watch?v=N53MoyDygxg

ประโยชน์ใบมะขาม

7 ประโยชน์ใบมะขาม ปลูกเอาไว้มีแต่ได้กับได้

มะขาม ไม่ว่าส่วนใดของมันก็ถูกนำมาใช้ได้เกือบทุกส่วน นอกจากจะมีเนื้อที่นำมากินได้แล้วใบมะขามก็สามารถนำมากินได้เช่นกัน ซึ่งประโยชน์จากใบมะขาม จะมีอะไรบ้าง ติดตามได้ในบทความนี้

1. ใบมะขามแก้คันจากผดผื่น
อาการคัน มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง สามารถบรรเทาได้โดยการใช้ใบมะขามต้มกับน้ำให้เดือด ปิดฝารอให้น้ำงวด ใช้เวลา 30 นาที ปิดไฟทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำน้ำที่ได้มากรองใช้แต่น้ำผสมน้ำใช้อาบ วิธีนี้จะช่วยบรรเทาอากรคัน และช่วยให้ผดผื่นหายเร็วขึ้น ลดการติดเชื้อที่ผิว

2. ใบมะขามควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
การรับประทานใบมะขามสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยการนำมาต้มกับน้ำแล้วดื่ม จะสามารถช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ลดลงได้

3. ใบมะขามแก้ไข้ ไอมีเสมหะ
สารต้านอนุมูลอิสระในใบมะขามสามารถช่วยแก้อาการไข้ ไอ เจ็บคอ และขับเสมหะได้ เพียงนำใบมะขามมาต้มให้เดือด ทิ้งไว้ให้อุ่นแล้วผสมน้ำผึ้ง มะนาวลงไปแล้วนำมาใช้ดื่ม

4. ใบมะขามลดกลิ่นปาก
ความเจ็บป่วยหรือโรคบางโรค อาจมีสาเหตุมาจากสุขอนามัยภายในช่องปาก หากมีกลิ่นปาก ปวดฟัน ปวดเหงือก นำใบมะขามมาต้มกับน้ำและผสมเกลือลงไปเล็กน้อย เมื่อเดือดแล้วปิดไฟ ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำมาใช้บ้วนปาก กลั้วคอ จะช่วยบรรเทาอาการปวดอักเสบในช่องปากให้ดีขึ้น ลดกลิ่นปาก บำรุงเหงือก เป็นยาฆ่าเชื้อจากธรรมชาติ

5. ใบมะขามเพิ่มภูมิต้านทาน
การรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของใบมะขาม สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยกรดทาร์ทาริกและวิตามินซีที่จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ

6. ใบมะขามลดการอักเสบ
การอักเสบของร่างกายมักจะแสดงออกในรูปของการเจ็บปวด เช่น การปวดเมื่อยตามร่างกาย หรือปวดเข่า สามารถบรรเทาอาการปวดโดยการใช้ใบมะขามผสมกับสมุนไพรอื่น ๆ เพื่อใช้ทำเป็นลูกประคบ บรรเทาปวด เช่น ไพล ขมิ้น ตะไคร้ ผิวมะกรูด เกลือ เป็นต้น ใบมะขามจะช่วยให้เส้นเอ็นหย่อนตัวลง แก้เคล็ดขัดยอก ลดการอักเสบปวดบวม

7. ใบมะขามแก้หวัด
หากมีอาการหวัดคัดจมูก สามารถนำใบมะขามมาต้มผสมกับหอมแดง 2-3 หัว แล้วนำมาใช้อาบน้ำสระผม จะช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก ลดน้ำมูก ทำให้หายใจคล่องขึ้น

ดูคลิปประโยชน์ใบมะขาม https://www.youtube.com/watch?v=CcUWGr4E_ys

ประโยชน์ผักชี

ประโยชน์ผักชี สรรพคุณผักกลิ่นแรง ไม่อยากเสี่ยงโรคต้องรับประทาน

ผักชี ผักยอดฮิตในประเทศญี่ปุ่น แต่ในประเทศไทยก็เชื่อว่ามีหลายคนที่ไม่ชอบกลิ่นและไม่ชอบกินผักชนิดนี้ หลังจากจบบทความอาจทำให้คุณเปลี่ยนใจหันมาชอบผักชีมากขึ้น เพราะอะไรน่ะหรือ อยากรู้ตามไปดูประโยชน์ของผักชีกันเถอะ

1. บำรุงดวงตา ใช้งานดวงตาหนัก เล่นมือถือ ใช้งานคอมพิวเตอร์มาก อาจส่งผลให้ตาล้า หรือจอประสาทตาเสื่อมได้ ในผักชีมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและต้านการอักเสบของเซลล์ อุดมด้วยเบต้าแคโรทีนที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของดวงตา

2. กินปิ้งย่าง ผู้ที่ชอบกินอาหารปิ้งย่าง เมื่อรับประทานบ่อยอาจมีความเสี่ยงต่อสารก่อมะเร็งในเนื้อที่ไหม้ได้ ในผักชีมีสารที่สามารถช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็งที่เกิดจากการกินอาหารปิ้งย่าง หากไม่อยากเสี่ยงกับโรคร้าย คราวหน้ากินปิ้งย่าง อย่าลืมกินคู่กับผักชี จะได้ไม่เสี่ยงแถมยังมีเส้นใยช่วยให้ขับถ่ายคล่องมากขึ้นอีกด้วย

3. ดูแลน้ำตาลในเลือด ผักชีสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยการกินลูกผักชีหรือนำมาต้มน้ำดื่ม

4. ดับกลิ่นปาก หากต้องการดับกลิ่นปากโดยไม่ใช้เคมี สามารถนำเมล็ดผักชีมาต้มแล้วนำน้ำมาใช้อมกลั้วปาก วิธีนี้จะช่วยลดการอักเสบในช่องปากอีกทั้งยังช่วยดับกลิ่นปากได้เป็นอย่างดี

5. อาหารไม่ย่อย สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องระบบการย่อยการรับประทานผักชี ช่วยให้น้ำย่อยและน้ำดีถูกขับออกมา ส่งผลให้การย่อยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการหมักหมมของอาหาร ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค

6. แก้หวัด อาการไอ ไข้หวัด มักเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของอุณภูมิต่อร่างกาย หรือร่างกายอ่อนแอและได้รับเชื้อไวรัส การนำใบผักชีมาต้มน้ำหรือทำเมนูแกงจืดผักชีหมูสับ แล้วรับประทานขณะอุ่นๆ จะช่วยฟื้นฟูร่างกาย บำรุงธาตุ ลดการไอ ลดน้ำมูก ละลายเสมหะ

7. ริดสีดวง เมื่อมีอาการถ่ายเป็นมูกเลือด หรือเป็นริดสีดวงทวารหนัก สามารถนำเมล็ดผักชีมาใช้ประกอบอาหารในเมนูต่าง ๆ เพื่อรักษาอาการให้ดีขึ้นได้ อาจนำมาทำเป็นเครื่องเทศที่ช่วยให้กลิ่นและรสชาติอร่อยมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ มิให้ถ่ายเป็นมูกเลือด รักษาริดสีดวง ลดขนาดของริดสีดวง  ลดเวลาในการขับถ่ายให้เร็วขึ้น

7 ประโยชน์ของผักชีที่แนะนำข้างต้น หวังว่าอาจช่วยทำให้ผู้ที่ไม่ชอบผักชีเปลี่ยนใจหันมาลองรับประทานผักชีดูสักครั้ง อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยโรคไตรับประทานมากเกินไป เนื่องจากเป็นผักที่มีธาตุโพแทสเซียมสูง อาจส่งผลต่อการทำงานของไตได้

สรรพคุณผักชี https://www.youtube.com/watch?v=jrJgJeg-HxU

โรคหน้าฝน

โรคหน้าฝน ถึงหน้าฝนทีไร ต้องรีบหาทางป้องกัน

ฤดูฝน อากาศเย็นสบายทำอะไรก็ไม่ร้อน เหงื่อไม่ออกมาก แต่ก็อาจทำให้การเดินทางหรือการใช้ชีวิตประจำวันไม่สะดวก เนื่องจากมีความเฉอะแฉะ เสื้อผ้าที่ตากไว้ก็แห้งช้า อีกทั้งการคมนาคมก็ไม่คล่องตัว รถติดและอาจมีน้ำท่วมในบางพื้นที่ นอกจากนี้หน้าฝนยังมีความชื้นสูง เป็นสาเหตุให้เกิดโรคแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว ซึ่งบทความนี้จะขอเสนอ 7 โรคที่มากับหน้าฝนที่ควรระวัง ดังนี้

1. โรคไข้ฉี่หนู จะมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน และปวดศีรษะร่วมด้วย ที่สำคัญมักปวดกล้ามเนื้อบริเวณน่องและโคนขาอย่างรุนแรง ตาแดง และประมาณร้อยละ 5-10 ของผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรง เช่น ไตวาย ดีซ่านหรืออาจช็อคได้

2. โรคหวัด ในกลุ่มของโรคหวัด อาจมีโรคต่อไปนี้ร่วมอยู่ด้วย คออักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดบวมหรือปอดอักเสบ โรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ H1N1 และโรคไข้หวัดนกที่มีแหล่งระบาดมาจากสัตว์ปีก โรคเหล่านี้เป้นโรคที่จัดอยู่ในกลุ่มระบบทางเดินหายใจ อาจทำให้มีอาการเป้นไข้ น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ ไอจาม หายใจไม่ออก เจ็บคอ หรืออาจติดเชื้อในบริเวณช่องคอ กลืนน้ำลายลำบาก ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร

3. โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน เรื่องอาหารการกิน ถือเป็นเรื่องที่ควรระมัดระวังมากที่สุด เพราะการรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลชีพ อาจก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารที่ลำไส้ ส่งผลให้มีอาการท้องเสีย ท้องร่วง ถ่ายเหลวเป็นน้ำ ปวดบิดในช่องท้อง อ่อนเพลีย หากติดเชื้อบิดอาจมีมูกหรือเลือดปนกับอุจจาระได้

4. โรคไวรัสตับอักเสบเอและบี โรคนี้ติดต่อจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อน เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอและบีเมื่อเป็นแล้วจะมีอาการตับอักเสบ มีไข้ อ่อนเพลียตัวเหลือง ตาเหลืองและอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย

5. โรคไข้เลือดออก โรคที่มียุงเป็นพาหะนำโรคเป็นยุงลาย จะมีอาการไข้สูง 2-7 วัน ปวดเมื่อยตามตัว ปวดในกระดูก หน้าแดง และอาจมีเลือดออกใต้ผิวหนังเป็นจุดเล็ก ๆ ทั่วผิว คลื่นไส้อาเจียน มือเท้าเย็นและรุนแรงถึงขั้นอาจช็อคได้

6. โรคตาแดง หากโดนน้ำสกปรกกระเด็นเข้าดวงตา อาจทำให้ได้รับเชื้อไวรัสทำให้เยื่อบุตาอักเสบหรือตาแดงได้ โรคตาแดง จะมีอาการเจ็บตา ตาแดง มีขี้ตามาก คันตา เคืองลูกนัยน์ตา น้ำตาไหล ปวดเบ้าตา เปลือกตาบวม และอาจมีตุ่มเล็ก ๆ กระจายอยู่บริเวณดวงตา

7. โรคน้ำกัดเท้า ฝนตกมักมีน้ำท่วมขังตามถนนหนทางที่เราสัญจรเดินทาง เมื่อเท้าโดนน้ำสกปรกเป็นเวลานาน อาจทำให้ผิวหนังเป็นผื่นแดง ผิวหนังเหี่ยวซีด มีอาการอักเสบเรื้อรัง และคันบริเวณเท้า หากเกาอาจทำให้เป็นแผลและมีน้ำเหลืองไหลออกมา

การใช้ชีวิตช่วงหน้าฝนก็เป็นเรื่องที่ไม่สะดวกมากนัก เมื่อต้องเดินทางหรือต้องเจอกับพายุมรสุม หากเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราควรป้องกันโรคเหล่านี้โดยการรับประทานอาหารร้อน ปรุงสุก สะอาด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความแข็งแรงของสุขภาพ และให้ร่างกายมีภูมิต้านทาน สวมเสื้อผ้าที่สามารถให้ความอบอุ่นเมื่อต้องเจอกับฝนที่กระหน่ำ เพราะสภาพอากาศเช่นนี้ มีความชื้นสูงและอาจทำให้หนาวเหน็บได้ ดื่มน้ำมาก ๆ และที่สำคัญหยิบจับอะไร และที่สำคัญหยิบจับอะไรแล้วควรล้างมือ ฟอกสบู่ทุกครั้ง

ดูคลิป โรคที่มากับหน้าฝน https://www.youtube.com/watch?v=iIQTaefMedo