คลังเก็บป้ายกำกับ: โรคเบาหวาน

ประโยชน์อินทผลัม

อินทผลัม ผลไม้ที่เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี แถมยังมีประโยชน์

อินทผลัมผลไม้ตระกูลปาล์มจากดินแดนตะวันออกกลาง เมื่อก่อนต้องนำเข้าแต่ปัจจุบันสามารถปลูกได้ในประเทศไทย หาซื้อได้ไม่ยาก มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพในหลากหลายด้าน สามารถติดตามรายละเอียดของอินทผลัมได้ในช่วงถัดไป

1. อินทผลัม ไฟเบอร์สูง ไฟเบอร์หลักๆแล้วช่วยในการกระตุ้นให้ลำไส้เกิดการบีบตัว เพื่อขับถ่าย แต่อันที่จริงแล้วไฟเบอร์มิได้มีดีเพียงแค่เรื่องเดียว มันยังสามารถช่วยลดการดูดซึมของไขมันและคอเลสเตอรอล ลดการดูดซึมของน้ำตาลให้เข้าสู่กระแสเลือดช้าลง เมื่อคุณกินอินทผลัมจึงส่งผลดีในเรื่องนี้ อีกทั้งยังทำให้ไม่หิวบ่อยอีกด้วย

2. อินทผลัม ต้านอนุมูลอิสระคูณสาม โรคเรื้อรังบางชนิดเกิดจากการสะสมของอนุมูลอิสระ ส่งผลให้ภูมิต้านทานแย่ลง ต่อต้านเชื้อโรคได้ไม่ดีและป่วยในที่สุด สารฟลาโวนอยด์ แคโรทีนอยด์และกรดฟีนอลิกในอินทผลัมเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีศักยภาพสูง ช่วยลดการอักเสบ ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน หัวใจ อัลไซเมอร์และโรคมะเร็งบางชนิด

3. อินทผลัม โรคโลหิตจาง หน้าที่ของธาตุเหล็กมีหลายอย่าง เช่น สร้างเม็ดเลือดแดง เพิ่มภูมิต้านทาน กำจัดสารพิษ ป้องกันโรคโลหิตจาง การรับประทานอินทผลัมมีธาตุเหล็ก สามารถช่วยดูแล บรรเทาอาการโลหิตจาง อีกทั้งยังลดอาการเพลีย เหนื่อยล้า ช่วยกระตุ้นร่างกายให้มีความสดชื่น และมีพลังได้ดีอีกด้วย

4. อินทผลัม ตาบอดกลางคืน การขาดวิตามินเอ สามารถเป็นเหตุให้เกิดโรคตาบอดกลางคืนได้ นอกจากนี้ยังอาจทำให้ตาแห้ง และเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อบริเวณดวงตา อินทผลัมอุดมด้วยวิตามินเอ เมื่อบริโภคเป็นประจำสามารถช่วยป้องกันโรคตาบอดกลางคืนได้

5. อินทผลัม ดูแลสมองและประสาท วิตามินบี3 และวิตามินบี6 ในอินทผลัม ช่วยดูแลการทำงานของประสาท พัฒนาสมอง อีกทั้งยังช่วยบำรุงผิว เพิ่มการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย

6. อินทผลัม ต้านความชรา สัญญาณแห่งวัย ไม่ว่าจะเป็นผิวเหี่ยวย่น ไม่กระชับ ผิวกร้าน ขาดความชุ่มชื่น ริ้วรอยตามร่องแก้ม หน้าผาก และหางตา เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากเมื่อถึงวัย หรือต้องเผชิญมลภาวะที่รบกวนผิว สารไฟโตฮอร์โนในอินทผลัมที่มีคุณสมบัติ ต่อต้านริ้วรอย สามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้ เมื่อนำมาทำเป็นสารสกัดที่ใช้สำหรับบำรุงผิว

7. อินทผลัม เบาหวาน พูดถึงโรคนี้ก็ต้องระมัดระวังในเรื่องของน้ำตาลที่แฝงอยู่ในอาหารการกิน รวมไปถึงผลไม้บางชนิดที่มีน้ำตาลสูง เช่น มะม่วง  แต่สำหรับอินทผลัมมีน้ำตาลที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ เรียกว่าเป็นมิตรกับโรคเบาหวาน ซึ่งในผู้ป่วยเบาหวานเมื่อรับประทานอินทผลัม มิได้มีผลทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่รับประทานจนมากเกินความจำเป็น

ดูคลิป “ประโยชน์อินทผลัม” https://www.youtube.com/watch?v=GkFuvI4Z33Q

ประโยชน์ใบเตย

ประโยชน์ใบเตย สรรพคุณดีแบบหอม ๆ ใครลองต้องติดใจ

ใบเตยพืชชนิดใบสีเขียวเข้ม ลักษณะเป็นพุ่ม กอ ใบเรียวยาว สามารถนำมาใช้ในการทำอาหารทั้งคาวและหวาน นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในด้านอื่นที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ตามรู้ไว้ดอทคอมมารู้จักกับใบเตยกันให้มากขึ้นได้เลยค่ะ

1. ดับร้อน บำรุงหัวใจ ด้วยอากาศที่ร้อนมากขึ้นทุกวัน จึงส่งผลกระทบต่อร่างกายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้น ความเครียดอารมณ์ที่หงุดหงิด การดื่มน้ำใบเตยสามารถช่วยบรรเทาความเครียดของร่างกาย ลดอุณหภูมิและความกังวล ลดอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่งผลให้สดชื่น ผ่อนคลายและช่วยให้ใจเย็นลงได้

2. โรคเบาหวาน เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น อาจทำให้อาการของโรคเบาหวานมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย การรักษาโรคเบาหวานแบบโบราณนั้น จะใช้ใบเตยหั่นตากแดดให้แห้งสนิท แล้วนำมาใช้ชงเป็นชาดื่มอย่างน้อย 1 เดือน หรืออาจใช้ทั้งใบและรากต้มรวมกัน 1 กำมือ ดื่มเช้าเย็น ก็สามารถบรรเทาโรคเบาหวานได้เช่นกัน

3. ผิวเด้ง ตึงกระชับ สารพัดวิธีจากธรรมชาติที่ผู้คนต้องการบำรุงผิวให้เด้ง กระชับอยู่เสมอ การนำใบเตยมาใช้ทำเป็นครีมพอกหน้าเด้งก็สามารถให้ผลลัพธ์นี้ได้เช่นกัน ใช้ใบเตยล้างให้สะอาด หั่นซอยเป็นชิ้นเล็กเพื่อสะดวกในการปั่น นำมาปั่นกับน้ำต้มสุกหรือน้ำสะอาดจนเนื้อเนียนละเอียดดี จะได้เนื้อครีมที่ข้นเหนียว จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็น 10-15 นาที แล้วนำมาใช้พอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด

4. สีผสมอาหารจากธรรมชาติ  สีเขียวเข้มของใบเตยมีประโยชน์ช่วยให้อาหารหรือขนมที่ต้องการทำดูน่ากินและสีสวยมากขึ้น หากต้องการเลี่ยงสีสังเคราะห์ สามารถนำใบเตยที่อุดมไปด้วยสารคลอโรฟิลล์มาปั่น และนำมากรองใช้แต่น้ำนำไปผสมอาหารให้มีสีเข้มอ่อนตามต้องการ นอกจากได้สีที่สวยแล้วยังช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อมมากขึ้น

5. แก้ไข้ อ่อนเพลีย อาการป่วยมีไข้ อ่อนเพลีย สามารถฟื้นฟูให้ร่างกายแข็งแรงไวขึ้นได้ ด้วยการจิบน้ำใบเตยอุ่น ๆ ตลอดเวลาที่มีอาการ จะช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ฟื้นตัวและสดชื่นมากขึ้น

6. ลดกลิ่นอับ กลิ่นอับในรถยนต์ ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บรองเท้า หรือห้องน้ำ เป็นกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์สามารถนำใบเตยไปวางในพื้นที่ที่ต้องการกำจัดกลิ่น เมื่อหมดกลิ่นก็เปลี่ยนใบใหม่ไปวางแทนที่เดิม เป็นการปรับสภาพบรรยากาศแบบง่ายๆและลดการใช้เคมีไปในตัว

7. แก้กระหาย การรับประทานอาหารรสจัด เช่น หวานจัด เค็มจัด หรือเผ็ดมากเกินไป อาจส่งผลให้มีอาการคอแห้ง กระหายน้ำมากกว่าปกติ การดื่มน้ำใบเตยสามารถช่วยแก้อาการเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี หากต้องการแก้อาการให้ไวขึ้น ควรดื่มน้ำใบเตยแบบรสธรรมชาติไม่หวาน จะช่วยบรรเทาอาการคอแห้งได้เร็วกว่าการดื่มน้ำใบเตยที่มีรสหวาน

ประโยชน์ใบเตยที่แนะนำกันมานั้นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยในการบำรุงรักษา บรรเทาอาการต่าง ๆ สรรพคุณของใบเตยยังมีอีกมากมาย หากต้องการนำมาใช้อย่าลืมเลือกใช้ใบเตยที่ปลอดสารเพราะเรานำมาใช้กับร่างกาย ซึ่งไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตามจะได้รับประโยชน์แบบเต็ม ๆ ปลอดภัย โดยไม่มีสารพิษ สารเคมีเพิ่มเข้าสู่ร่างกาย

ดูคลิปประโยชน์ใบเตย https://www.youtube.com/watch?v=wuv6FavHKSQ

ประโยชน์กระบองเพชร

กระบองเพชรกินได้มั๊ย กินแล้วจะมีประโยชน์ หรือสรรพคุณดี ต่อเราอย่างไร

กระบองเพชรพืชแห่งทะเลทรายที่เต็มไปด้วยหนาม มีถิ่นกำเนิดจากประเทศเม็กซิโก นอกจากจะปลูกไว้เพื่อความสวยงาม สำหรับบางสายพันธุ์ยังสามารถนำมารับประทานได้อีกด้วย ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง ในบทความนี้นำมาฝาก 7 ข้อดังนี้

1. กระบองเพชรลดน้ำหนัก กระบองเพชรเป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่มีไฟเบอร์สูงมาก แคลอรี่ต่ำ อุดมด้วยกรดอะมิโน วิตามิน แร่ธาตุ สามารถช่วยควบคุมการอยากอาหารและดักจับไขมัน ลดการดูดซึมไขมันในร่างกาย ลดคอเลสเตอรอลและระดับไตรกลีเซอไรด์

2. ต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอและวิตามินซีในกระบองเพชร ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคไขมันในเส้นเลือด นอกจากนี้สารฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ในกระบองเพชร ยังช่วยชะลอการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ปกป้องเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระ

3. โรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มมากขึ้น อาจนำไปสู่การเจ็บป่วยในหลายโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ การรับประทานกระบองเพชร มีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยบรรเทาอาการของเบาหวานให้ดีขึ้น

4. ระบบช่องท้อง การรับประทานกระบองเพชรช่วยดูแลระบบการย่อย กำจัดของเสีย ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ดูแลระบบทางเดินอาหาร ลดปัญหาท้องผูกและโรคริดสีดวง

5. ปกป้องสมอง สารเควอซิทินและฟลาโวนอยด์ในกระบองเพชร ช่วยปกป้องสมองและเซลล์ประสาทจากอนุมูลอิสระ ช่วยให้ห่างไกลโรคอัลไซเมอร์ ต้านอนุมูลอิสระมิให้มารบกวนการทำงานของเซลล์สมอง

6. ลดการอักเสบ ด้วยประสิทธิภาพของฟลาโวนอยด์ วิตามิน และแร่ธาตุที่อยู่ในกระบองเพชร มีคุณสมบัติในการต่อต้าน ลดการอักเสบ ลดการบวมน้ำ ช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับระบบหัวใจ หลอดเลือดและระบบทางเดินอาหาร อีกทั้งยังช่วยต้านการอักเสบจากโรคไขข้อ บรรเทาอาการปวดข้อ และลดความรุนแรงของโรคให้ลดลง

7. กระบองเพชรแก้อาการเมาค้าง หากคืนนี้คุณมั่นใจว่าหลังจบปาร์ตี้มีเมาแน่ ๆ แนะนำให้ดื่มน้ำกระบองเพชรก่อนการดื่มแอลกอฮอล์ จะช่วยลดอาการเมาค้างได้มากถึง 50% อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการที่อาจเกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้และอาเจียน

กระบองเพชร ต้นไม้ที่ปลูกและเลี้ยงง่าย ไม่ต้องรดน้ำบ่อย อีกทั้งยังสามารถนำมารับประทานโดยการนำมาอบ ผัด นึ่ง หรือปั่นคั้นดื่มเป็นน้ำเพื่อสุขภาพก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าสะดวกวิธีไหน สำหรับใครที่อยากรู้ อยากลองว่ารสชาติจะเป็นอย่างไร ก็ลองหามาปลูกและทำรับประทาน ซึ่งเมนูไหนจากกระบองเพชรที่คิดว่าเด็ด สามารถแนะนำเพื่อนๆท่านอื่นได้ที่คอมเม้นต์ด้านล่าง

ดูคลิปประโยชน์กระบองเพชร https://www.youtube.com/watch?v=XsEZ1RA18ms

ประโยชน์ตำลึง

7 ประโยชน์ตำลึง โตเร็ว มีให้กินได้ไม่จำกัด

ตำลึงผักริมรั้ว ไม่อยากปลูกก็ยังเลื้อยมาให้กิน หากินได้ง่าย แถมยังมีให้กินได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องรอตามฤดูกาล นำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งนี้ก็เป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่นิยมรับประทาน เพื่อบำรุงร่างกาย ซึ่งจำให้คุณค่าทางสารอาหาร และประโยชน์ในด้านใดบ้าง ติดตามรับชมกันได้เลย

1. ตำลึงบำรุงสายตา
การใช้งานดวงตาเป็นเวลานานติดต่อกันโดยไม่พักสายตาเลย อาจก่อให้เกิดการล้าหรือตาพร่ามัวได้ การรับประทานพืชอย่างเช่น ตำลึง สามารถช่วยบำรุงและปรับปรุงสุขภาพดวงตาได้ ซึ่งคุณจะได้รับเบต้าแคโรทีน และวิตามินเอ จากผักชนิดนี้ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ พร้อมทั้งดูแลปกป้องดวงตาให้ห่างไกลจากอาการตาล้า ลดความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อม ส่งผลให้ดวงตาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. ตำลึง โรคเบาหวาน
โรคเบาหวาน เมื่อเป็นแล้วหากไม่ดูแลรักษาให้ดี อาจส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นตามมาได้ การนำตำลึงมาคั้นน้ำ และนำน้ำมาดื่มจะช่วยทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงได้ โดยการดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น

3. ตำลึง โรคมะเร็ง
สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในตำลึง สามารถยับยั้งการทำงานของเซลล์มะเร็ง กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์และดักจับสารพิษในระบบทางเดินอาหาร เมื่อรับประทานเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้

4. ตำลึงแก้พิษได้
หากโดนใบไม้บางชนิดแล้วมีอาการคันที่ผิวหนัง หรือโดนหนอนใบไม้ สามารถใช้ใบตำลึงสด 5 ใบ ขยี้ให้ละเอียด แล้วนำมาทาบริเวณที่มีอาการคัน จะช่วยให้อาการเหล่านั้นดีขึ้น

5. ตำลึงแก้ท้องผูก
การทำงานของลำไส้ที่ดี ควรมีการขับถ่ายของเสียได้ตามปกติ หากลำไส้ไม่สามารถขับของเสียและถูกหมักหมมไว้ในลำไส้ อาจส่งผลให้เกิดการท้องผูกและเป็นริดสีดวงได้ ในตำลึงมีเอนไซม์อะไมเลสที่ช่วยย่อยอาหารประเภทแป้ง อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูง ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้ขับถ่ายได้ตามปกติ

6. ตำลึงบำรุงกระดูก
ใบตำลึงมีแคลเซียมสูง และร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว หากคุณต้องการแคลเซียมเพื่อใช้ในการดูแลกระดูก แต่แพ้แลคโตสนมวัว คุณสามารถหันมารับประทานตำลึงแทนได้

7. ตำลึงพอกหน้า
การทำครีมพอกหน้าโดยไม่ต้องใช้สารเคมีนั้น ทำได้ง่ายมาก เพียงแค่ใช้ยอดตำลึงและน้ำผึ้งแท้ อย่างละ ½ ถ้วย นำมาปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าให้ทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด ก็จะสามารถฟื้นฟูผิวให้กระชับ คืนความสดชื่นพร้อมผิวที่นุ่มเรียบเนียนได้ทันทีหลังการใช้

ตำลึง พืชที่ปลูกง่าย ชอบแสงแดด และไม่ต้องการการดูแลมาก แถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย ปลูก ๆ ทิ้งไว้แป๊บ ๆ ก็เลื้อยแตกใบให้เราได้นำมาทำอาหารกินได้หลากหลายเมนู หากชอบกินผัก และไม่ค่อยมีเวลาดูแล ปลูกตำลึงไว้ รับรองตอบสนองความต้องการในข้อนี้ได้อย่างแน่นอน

ดูคลิป ประโยชน์ตำลึง https://www.youtube.com/watch?v=tBHjOsWJ-uk

ประโยชน์ข้าวโพด

ประโยชน์ข้าวโพด รับประทานทุกวัน ต้านได้หลายโรค เซเว่นก็มีขาย

ข้าวโพด ผลไม้ที่หลายคนชอบรับประทาน เพราะรสชาติที่หวาน มีกลิ่นหอม ทำให้รับประทานได้ง่าย มีหลายสีหลายสายพันธุ์ ซึ่งน้อยคนนักที่จะรู้ว่าประโยชน์ของข้าวโพดมีดีอย่างไรต่อสุขภาพ คุณสามารถหาคำตอบได้ในบทความนี้

1. ข้าวโพดกินแล้วดวงตาสดใส
แคโรทีนอยด์ ลูทีน ซีแซนทีน สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในข้าวโพด สารเหล่านี้ช่วยป้องกันเซลล์ของดวงตาให้เสื่อมช้าลง

2. ข้าวโพดป้องกันโรคโลหิตจาง
โรคโลหิตจาง คือโรคที่ขาดวิตามินและแร่ธาตุ ข้าวโพดมีแร่ธาตุเหล็กและโฟเลตสูง ช่วยบำรุงเลือดได้ค่ะ

3. ข้าวโพดต้มป้องกันโรคมะเร็ง
มีการวิจัยพบว่า ข้าวโพดหวานเมื่อเรานำไปต้มจนสุก จะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าข้าวโพดดิบ สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ ก่อนรับประทานข้าวโพดควรนำไปทำให้สุกด้วยการ ต้ม นึ่ง ปิ้งย่าง เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการรับประทานข้าวโพด

4. ข้าวโพดมีประโยชน์ป้องกันท้องผูก
สาเหตุที่คุณท้องผูก นั่นอาจเป็นเพราะคุณรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อยเกินไป การรับประทานข้าวโพดจะช่วยให้คุณขับถ่ายง่ายขึ้น เพราะมันมีปริมาณไฟเบอร์สูงและยังทำให้ระบบย่อยอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5. ลดน้ำหนักด้วยข้าวโพด
สาเหตุหนึ่งของโรคอ้วน คือการรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์และกินจุกจิก คุณสามารถรับประทานข้าวโพดเป็นของว่างทดแทนเวลาที่หิวได้ ข้าวโพดจะช่วยให้คุณอิ่มเร็วและอิ่มนานขึ้น ช่วยแก้ปัญหาการกินไม่เป็นเวลาได้เป็นอย่างดี

6. ข้าวโพดอาหารสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน
คนที่เป็นโรคเบาหวาน ต้องระวังเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ การรับประทานข้าวโพดจะไม่ไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดให้สูงมากเกินไป นอกจากนี้กินข้าวโพดแบบพอดี แค่พอหายอยากหวานๆ ก็ช่วยให้อยู่กับโรคเบาหวานได้อย่างมีความสุข

7. ข้าวโพดป้องกันสมองเสื่อม
การรับประทานข้าวโพดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณได้รับสารต้านอนุมูลอิสระไทมีน ซี่งมีส่วนช่วยให้สมองของคุณมีความจำที่ดีขึ้น

ข้าวโพดเป็นอาหารที่หารับประทานได้ง่าย แปรรูปเป็นอาหารได้หลายรูปแบบ หากต้องการบำรุงสุขภาพด้วยการกินผลไม้ก็อย่าลืมนึกถึงข้าวโพดด้วยนะ

ดูคลิปประโยชน์ข้าวโพด https://www.youtube.com/watch?v=IHIAaqJ_8dw

ประโยชน์มะละกอ

มะละกอ ชื่อนี้มีแต่ประโยชน์ สรรพคุณสารอาหารจากผลยาวรี

มะละกอผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซี แช่เย็นยิ่งกินแล้วสดชื่น แถมยังดีต่อสุขภาพ มะละกอจะดูแลคุณในด้านใดบ้าง รู้ไว้ดอมคอมขอแนะนำ ประโยชน์ของมะละกอ ดังนี้

1. มะละกอช่วยป้องกันโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
หน้าที่ของหลอดเลือดแดง คือ นำเลือดออกจากหัวใจ ซึ่งเป็นเลือดที่มีปริมาณออกซิเจนในเลือดสูง ใช้ในการนำไปเลี้ยงอวัยวะทั่วร่างกาย การรับประทานมะละกอมีส่วนช่วยป้องกันคอเลสเตอรอลไม่ให้สร้างขึ้นในหลอดเลือดแดง เนื่องจากอุดมด้วยไฟเบอร์ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง

2. ผลไม้ลดน้ำหนักด้วยมะละกอ
ส่วนหนึ่งในการลดน้ำหนักให้ได้ผล คือการควบคุมปริมาณแคลอรี่ เส้นใยในมะละกอ ช่วยให้อิ่มไว ลดการกินพร่ำเพรื่อจุกจิกได้ดี ให้แคลอรี่ต่ำ เมื่อต้องการควบคุมน้ำหนัก คุณสามารถใช้มะละกอเป็นตัวเสริมในการควบคุมน้ำหนักได้

3. กินมะละกอลดการติดเชื้อ
ระบบภูมิคุ้มกันมีหน้าที่เป็นเกราะป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ที่ทำให้ป่วย วิตามินซีในมะละกอ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดการติดเชื้อ เสริมภูมิต้านทานให้แข็งแรง

4. มะละกอผลไม้สำหรับโรคเบาหวาน
เบาหวานชนิดที่2 โรคเบาหวาน ชื่อก็บอกอยู่แล้วให้กินหวานเบาๆ ผู้ที่เป็นโรคนี้หากต้องการรับประทานมะละกอ อันที่จริงถึงจะหวานแต่ก็สามารถรับประทานได้ ทั้งนี้ต้องจำกัดปริมาณโดยกินได้ไม่เกินมื้อละ 5-6 ชิ้น เมื่อกินในปริมาณที่เหมาะสมสามารถส่งผลดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด และยังช่วยลดกระบวนการอักเสบในร่างกายได้อีกด้วย ทั้งนี้สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ควรรับประทานมะละกอหมักดอง ควรรับประทานแบบสด

5. มะละกอลดความเสื่อมดวงตา
วิตามินที่ช่วยในการมองเห็นและปกป้องสายตาจากความเสื่อม คือวิตามินเอ สารเบต้าแคโรทีนในมะละกอ ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ หากขาดวิตามินเอ อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อปัญหาสายตาต่าง ๆ เช่น จอประสาทตาเสื่อม ตาบอดตอนกลางคืน กระจกตาเสื่อม

6. มะละกอช่วยย่อยอาหาร
การรับประทานที่เร่งรีบแข่งกับเวลาที่มีจำกัด อาจส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้มีอาการท้องอืด อาหารย่อยช้าและยาก นอกจากนี้เมนูของอาหารประเภทอาหารขยะหรือการใช้น้ำมันในการทำอาหารมากเกินไป ล้วนส่งผลต่อการย่อยทั้งสิ้น เอนไซม์ปาเปนและใยอาหารในมะละกอ สามารถช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพระบบทางเดินอาหารและการย่อยให้ดีขึ้นได้

7. มะละกอลดริ้วรอย
ใคร ๆ ก็อยากหน้าเด็ก แต่จะทำอย่างไรให้ผิวดี ดูเด็กเด้งจากการกิน สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินอี วิตามินซี เบต้าแคโรทีนในมะละกอตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ดี เมื่อกินเป็นประจำสารอาหารเหล่านี้ จะช่วยลดริ้วรอย ยืดอายุเซลล์ ลดความกร้านและแห้งของผิว ปกป้องผิวให้มีความชุ่มชื่น อีกทั้งยังช่วยให้แลดูอ่อนเยาว์ ลดสัญญาณแห่งวัยได้อย่างน่ามหัศจรรย์

8. มะละกอผลไม้แก้ท้องผูก
ระบบขับถ่ายไม่ปกติ ถ่ายยาก เบ่งเป็นเวลานาน ต้องเจอหมัดเด็ดจากเมนูส้มตำมะละกอที่หลายคนโปรดปราน หรืออาจเป็นเมนูแกงส้มมะละกอก็อร่อยไปอีกแบบ ในมะละกอดิบ ออกฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ มีไฟเบอร์สูง สามารถช่วยให้ย่อยง่าย ถ่ายคล่อง

ในช่วงท้าย ก็มีเคล็ดลับการเลือกมะละกอมาฝาก ควรเลือกมะละกอที่แก่จัดแต่ไม่สุกจัด เลือกเปลือกสีเหลืองอมเขียว ผิวเรียบ และอย่าลืมดูขั้วต้องสดไม่แห้ง ที่สำคัญเลือกลูกที่น้ำหนักมากไว้ก่อน เพราะเนื้อด้านในจะแน่นและเยอะ อุดมด้วยสารอาหาร รู้จักประโยชน์และวิธีเลือกมะละกอกันไปแล้ว เตรียมตัวออกไปซื้อมะละกอกันเถอะค่ะ

ดูคลิป ประโยชน์มะละกอ https://www.youtube.com/watch?v=bLOGmr4qc7I

ประโยชน์ฟักทอง

6 เหตุผลที่เราควรรับประทานฟักทองเป็นประจำ ประโยชน์สรรพคุณที่รอคุณพิสูจน์

ฟักทอง พืชที่อุดมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำเป็นของหวานก็อร่อย หรือใช้ทำอาหารคาวก็ให้รสชาดดีไม่แพ้กัน แถมยังให้แคลอรี่และไขมันที่ต่ำ ฟังดูแล้วท่าทางจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่ใช่น้อย อย่ารอช้า ไปทำความรู้จักกับฟักทองกันให้มากขึ้นดีกว่า

1. ฟักทองมีสารอาหารประโยชน์สูง
เนื้อฟักทองมีวิตามินและแร่ธาตุสูง แต่ให้แคลอรี่ต่ำ เป็นแหล่งที่ดีของเบต้าแคโรทีน มีวิตามินเอสูงช่วยในการดูแลสายตา ช่วยต้านอนุมูลอิสระตัวการของความเสื่อมที่ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยและโรคต่าง ๆ

2. ฟักทอง โรคเรื้อรัง
อนุมูลอิสระต้นเหตุของโรคภัยที่ทำร้ายสุขภาพ การมีอนุมูลอิสระมากเกินไปอาจก่อให้เกิดความเจ็บป่วยหรือโรคเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง การรับประทานฟักทองสามารถช่วยต้านและกำจัดอนุมูลอิสระ ปกป้องเซลล์เพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเซลล์ได้

3. ฟักทองลดน้ำหนัก
สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก สามารถกินฟักทองเพื่อช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะฟักทองมีเส้นใยอาหารสูง แคลอรี่ต่ำ ไขมันน้อย และที่สำคัญกินแล้วทำให้อิ่มเร็วและนาน ช่วยลดการกินจุกจิกได้ดีเลยทีเดียว

4. ฟักทองทำให้ผิวสวย
วิตามินซี วิตามินอี และเบต้าแคโรทีนในฟักทอง มีบทบาทสำคัญในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปกป้องผิวจากรังสียูวี ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น อีกทั้งยังลดอาการผิวกร้านหรือผิวไหม้แดดได้ดีอีกด้วย

5. ฟักทอง โรคเบาหวาน
เปลือกฟักทองมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการหลั่งของอินซูลิน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดและป้องกันโรคเบาหวาน

6. ฟักทอง กระเพาะปัสสาวะ
นอกจากนำเนื้อฟักทองมากินแล้ว เมล็ดฟักทองก็มีประโยชน์ไม่น้อยไปกว่ากันเลยทีเดียว ใช้เมล็ดฟักทองคั่วและแกะเปลือกทิ้ง นำเนื้อที่อยู่ด้านในมารับประทาน จะสามารถป้องกันโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และป้องกันโรคต่อมลูกหมากโตได้

ฟักทองมิได้มีประโยชน์เพียงแค่ 6 ข้อที่เล่าสู่กันฟังเท่านั้น การรับประทานฟักทองยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเมนูอาหารเด็ก หรือผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพ มีสารอาหารและวิตามิน พร้อมสรรพคุณที่ช่วยดูแลปกป้องร่างกายให้ห่างไกลจากความเจ็บป่วย มีข้อดีขนาดนี้ต้องรีบหามากินซะแล้ว แต่ถึงจะดีขนาดไหน ก็ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะอาจทำให้ร้อนใน และมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้

ดูคลิปเกี่ยวกับ ประโยชน์ฟักทองได้ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=O7iT7gGNX7c

ประโยชน์ใบมะม่วง

ใบมะม่วงกินได้ไหม คุณคิดว่ามีประโยชน์หรือไม่ ไขคำตอบได้ในบทความนี้

มะม่วงอุดมด้วยวิตามินซี มีรสชาดอร่อยและมีมากมายหลากหลายสายพันธุ์ ปกติแล้วมักจะนำผลมารับประทาน แต่ในบทความนี้จะขอแนะนำการใช้ประโยชน์จากใบมะม่วง ซึ่งจะสามารถดูแลสุขภาพในด้านใดได้บ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ

1. บรรเทาโรคเบาหวาน ใบมะม่วงมีสารแทนนินและแอนโธไซยานิน ซึ่งช่วยในการรักษาโรคเบาหวานในช่วงระยะแรก ช่วยในการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดสูง อีกทั้งยังช่วยรักษาโรคต้อหิน วิธีทำ ใช้ใบมะม่วง 3-4 ใบ ล้างให้สะอาด แล้วนำมาต้มในน้ำเดือด ปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืน และนำน้ำมาดื่มในตอนเช้าขณะที่ท้องว่าง ก็จะสามารถช่วยรักษาหลอดเลือด ดูแลตับอ่อนที่ได้รับความเสียหายจากโรคเบาหวาน

2. โรคเกาต์ การดื่มน้ำใบมะม่วงอ่อน ช่วยลดกรดยูริคในร่างกายและบรรเทาอาการของโรคเกาต์ได้ โดยการนำน้ำมาต้มให้เดือดและใส่ใบมะม่วงอ่อนลงไปต้มจนน้ำกลายเป็นสีเหลือง หากต้องการรสหวานสามารถใส่น้ำตาลทรายลงไปเล็กน้อย นำมาใช้ดื่มในช่วงเช้าและเย็น

3. ต้มใบมะม่วงทำเป็นน้ำยาบ้วนปาก ใบมะม่วงแก่มีประโยชน์ช่วยในการรักษาโรคเหงือกและฟันที่ไม่แข็งแรง โดยการนำใบมะม่วงที่แก่เต็มที่มาล้างทำความสะอาดให้ดี จากนั้นนำใบมะม่วงไปแช่ลงในน้ำร้อน รอจนน้ำเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง แล้วนำน้ำที่ได้มาใช้อมบ้วนปาก หลังจากแปรงฟันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

4. ลดความเครียด หากคุณรู้สึกว่าร่างกายนั้นไม่กระปรี้กระเปร่า หรือมีอาการกระสับกระส่าย คุณสามารถใช้ใบมะม่วงสัก 3-5 ใบ แช่ลงในอ่างอาบน้ำ หรือไปชงเป็นชาแล้วนำมาใช้อาบน้ำตามปกติ ก็จะสามารถช่วยบรรเทาอาการเครียดของร่างกาย ช่วยให้สดชื่นและรู้สึกสบายมากขึ้น

5. นิ่วในไต เครื่องดื่มสมุนไพรอย่างชาใบมะม่วงนั้น มีฤทธิ์ช่วยในการรักษาโรคไตและน้ำดี เพียงนำใบมะม่วงที่ตากแห้งดีแล้ว นำมาบดเป็นผง แล้วนำมาผสมกับน้ำดื่มก็จะช่วยบรรเทาอาการนิ่วในไตให้ดีขึ้นได้

6. สมุนไรใบมะม่วงแก้ไอ ต้มน้ำให้เดือดและนำใบมะม่วงใส่ลงไปต้มผสม ยกขึ้นจากเตาทิ้งไว้ให้อุ่นแล้วใส่น้ำผึ้งลงไปเล็กน้อยจากนั้นนำมาดื่ม จะช่วยบรรเทาอาการไอ ปัญหาทางเดินหายใจต่าง ๆ เช่นหลอดลมอักเสบ หรือโรคหอบหืด นอกจากนี้ยังช่วยรักษาเส้นเสียงให้ดีขึ้นอีกด้วย

ไม่น่าเชื่อเลยว่า ใบมะม่วงจะสามารถดูแลสุขภาพได้หลากหลายด้าน คราวหน้าหากสอยผลมะม่วง ก็อย่าลืมเด็ดใบมะม่วงมาใช้ประโยชน์เพิ่มด้วยนะ

รับชม “ประโยชน์ใบมะม่วง” ทาง youtube : https://www.youtube.com/watch?v=_Vvn438qS8k