คลังเก็บป้ายกำกับ: แก้คัน

ประโยชน์ของข่า

ประโยชน์ข่า แฝดขมิ้นและขิง สรรพคุณของสมุนไพรรสจัดจ้าน

ข่าเป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่มีเหง้าฝังอยู่ในใต้ดิน มีลักษณะคล้ายกับขมิ้นและขิงเป็นสมุนไพรที่นิยมนำมาเพิ่มความหอมและรสเผ็ดร้อน ให้กับอาหาร อีกทั้งยังสามารถบรรเทาอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายซึ่งประโยชน์ของข่านั้นจะมีอะไรบ้างรับฟังข้อมูลได้ในช่วงถัดไป

1. แก้คันจากลมพิษ ใช้เหง้าข่าแก่สด 1 แง่ง นำมาตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าขาวให้พอท่วมข่าจากนั้นนำน้ำและเนื้อที่ได้ มาใช้ทาบริเวณที่มีอาการคันจากลมพิษ

2. ดับกลิ่นคาวอาหาร เป็นที่ทราบกันดีว่า หากทำเมนูเกี่ยวกับปลา สิ่งที่จะทำให้รสชาติไม่ประทับใจนั่นก็คือ กลิ่นคาวของปลา วิธีดับกลิ่นคาวของปลา คือ การใช้เหง้าขาอ่อนและแก่ผสมกัน นำมาใส่ผสมในขั้นตอนของการปรุง น้ำมันหอมระเหยในข่าจะช่วยทำให้อาหารมีกลิ่นหอมชวนรับประทานอีกทั้งยังดับกลิ่นคาวได้ดีอีกด้วย

3. แก้อาการจุกเสียด อาการปวดท้อง ท้องอืดมักทำให้อาหารย่อยช้า และมีลมในระบบช่องท้อง การรับประทานข่าสามารถช่วยขับน้ำดี ให้ทำหน้าที่ได้ตามปกติช่วยขับลม และลดแบคทีเรียในลำไส้ส่งผลให้อาการจุกเสียดบรรเทาลดลง

4. ฟกช้ำปวดบวม​ การทำลูกประคบ สามารถใช้ลดและบรรเทาอาการฟกช้ำปวดบวมได้ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของตัวยา ให้นำเหง้าข่าใส่ลงในส่วนผสมด้วย จะช่วยกระจายเลือดให้ไหลเวียน ลดอาการบวมและอักเสบได้

5. ตะคริว ปวดเมื่อยตามร่างกาย ใช้น้ำมันมะพร้าว นำมาเคี่ยวผสมกับข่าแก่แล้วนำมาใช้ทา หรือนวด ตามบริเวณที่มีอาการ ตัวยาในข่า จะช่วยบรรเทาอาการ ปวดตามกล้ามเนื้อหรือบริเวณข้อ ลดอาการเป็นตะคริว

6. โรคน้ำกัดเท้า​ หากเท้ามีอาการคันจากโรคน้ำกัดเท้าใช้เหง้าแก่สดขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือ จำนวน 2 หัวนำมาตำให้ละเอียด จากนั้นผสมกับเหล้าขาว 40 ดีกรี เทให้พอท่วมข่า ทิ้งไว้ 2 วัน เมื่อครบเวลาใช้สำลีชุบน้ำทาบริเวณที่มีอาการ

7. ไล่แมลง นำเหง้าข่ามาตำให้ละเอียด เพื่อให้ได้น้ำมันหอมระเหย จากนั้นนำข่าไปวางไว้ในบริเวณที่มีแมลงมารบกวน กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยจะช่วยขับไล่แมลง เป็นวิธีกำจัดแมลงโดยธรรมชาติไม่ต้องใช้สารเคมีเลย

8. ต้านมะเร็ง เหง้าข่าอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง การรับประทานข่าร่วมกับอาหารชนิดอื่นๆเป็นประจำ มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งในร่างกายได้

จะเห็นได้ว่าข่าสามารถดูแลร่างกายจากภายในสู่ภายนอกได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยเสริมสร้าง​ บำรุงสุขภาพหากต้องการดูแลร่างกาย หลีกเลี่ยงการใช้ยาเราควรหันมารับประทานพืชผักสมุนไพรในมื้ออาหารให้มากขึ้น​ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันโรคภัยที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด และเป็นการส่งเสริมสมรรถภาพร่างกายให้มีภูมิต้านทานที่แข็งแรงอยู่เสมอนั่นเอง

ประโยชน์ของบวบ

7 ประโยชน์ของบวบ สรรพคุณเด็ดดวง ต้องยกนิ้วให้

บวบ ไม้เลื้อยที่สามารถหากินได้ทุกฤดูกาล ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก อีกทั้งยังมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านใดบ้าง ตามมาดู 7 ประโยชน์ของบวบกันได้เลย

1. แก้ร้อนใน เจ็บคอ ขับเสมหะ บวบเป็นพืชที่มีฤทธิ์เย็น สามารถช่วยบรรเทาอาการร้อนในให้ดีขึ้นได้ โดยอาจนำมาทำเป็นอาหารในเมนูต่าง ๆ หรือใช้ผลอ่อน นำมาต้มกับน้ำเปล่า รอจนน้ำเดือด ลดไฟลง ปิดไฟ ทิ้งไว้อุ่นๆ แล้วนำมาใช้ดื่มเป็นน้ำชาบวบ ดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น

2. แก้คัน พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย เมื่อโดนพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย สามารถใช้ใบบวบนำมาตำพอก เพื่อแก้อาการพิษได้

3. เพิ่มน้ำนมให้คุณแม่มือใหม่ ธาตุเหล็กเป็นธาตุที่มีส่วนสำคัญในการผลิตน้ำนม เนื่องจากธาตุเหล็กช่วยในการผลิตเม็ดเลือดแดง เมื่อนำบวบมาทำเป็นเมนูอาหาร เช่น แกงเลียงกุ้งสด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำนมให้ผลิตออกมาได้มากขึ้น

4. กระดูกและฟัน กระดูกและฟันนั้นเป็นส่วนที่ต้องใช้แคลเซียมในการดูแลและบำรุงสุขภาพให้มีความแข็งแรง ในบวบอุดมด้วยแคลเซียม จึงเหมาะสำหรับเด็กเล็กในวัยที่กำลังมีพัฒนาการทางด้านการเจริญเติบโต

5. ป้องกันโรคร้าย บวบเป็นผักที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการและมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง จึงสามารถช่วยต่อต้านและป้องกันโรคร้ายอย่างเช่นมะเร็งได้

6. ขับถ่ายง่าย แก้ท้องผูก ไฟเบอร์ในบวบช่วยเพิ่มกากใยในลำไส้ หากมีอาการท้องผูก ขับถ่ายลำบาก การรับประทานบวบจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ ส่งผลดีต่อลำไส้ ช่วยให้อุจจาระอ่อนนิ่ม ขับถ่ายได้ง่าย บรรเทาอาการริดสีดวง ลดเวลาการนั่งในห้องน้ำให้น้อยลง

7. ขัดผิวใส ใยบวบ สามารถนำมาใช้ขัดตามผิวกาย เพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป ก่อนใช้ควรนำมาแช่น้ำให้อ่อนนุ่ม แล้วจึงนำมาใช้ เพื่อเป็นการลดการระคายเคืองต่อผิว

ข้อควรระวัง ไม่ควรรับประทานเมล็ดบวบมากเกินไป เนื่องจากเมล็ดบวบที่ให้รสขม จะออกฤทธิ์เป็นยาระบาย หากรับประทานเกินพอดี อาจส่งผลให้ท้องเสียและอาเจียนอย่างรุนแรง

ประโยชน์ตำลึง

7 ประโยชน์ตำลึง โตเร็ว มีให้กินได้ไม่จำกัด

ตำลึงผักริมรั้ว ไม่อยากปลูกก็ยังเลื้อยมาให้กิน หากินได้ง่าย แถมยังมีให้กินได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องรอตามฤดูกาล นำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งนี้ก็เป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่นิยมรับประทาน เพื่อบำรุงร่างกาย ซึ่งจำให้คุณค่าทางสารอาหาร และประโยชน์ในด้านใดบ้าง ติดตามรับชมกันได้เลย

1. ตำลึงบำรุงสายตา
การใช้งานดวงตาเป็นเวลานานติดต่อกันโดยไม่พักสายตาเลย อาจก่อให้เกิดการล้าหรือตาพร่ามัวได้ การรับประทานพืชอย่างเช่น ตำลึง สามารถช่วยบำรุงและปรับปรุงสุขภาพดวงตาได้ ซึ่งคุณจะได้รับเบต้าแคโรทีน และวิตามินเอ จากผักชนิดนี้ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ พร้อมทั้งดูแลปกป้องดวงตาให้ห่างไกลจากอาการตาล้า ลดความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อม ส่งผลให้ดวงตาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. ตำลึง โรคเบาหวาน
โรคเบาหวาน เมื่อเป็นแล้วหากไม่ดูแลรักษาให้ดี อาจส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นตามมาได้ การนำตำลึงมาคั้นน้ำ และนำน้ำมาดื่มจะช่วยทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงได้ โดยการดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น

3. ตำลึง โรคมะเร็ง
สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในตำลึง สามารถยับยั้งการทำงานของเซลล์มะเร็ง กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์และดักจับสารพิษในระบบทางเดินอาหาร เมื่อรับประทานเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้

4. ตำลึงแก้พิษได้
หากโดนใบไม้บางชนิดแล้วมีอาการคันที่ผิวหนัง หรือโดนหนอนใบไม้ สามารถใช้ใบตำลึงสด 5 ใบ ขยี้ให้ละเอียด แล้วนำมาทาบริเวณที่มีอาการคัน จะช่วยให้อาการเหล่านั้นดีขึ้น

5. ตำลึงแก้ท้องผูก
การทำงานของลำไส้ที่ดี ควรมีการขับถ่ายของเสียได้ตามปกติ หากลำไส้ไม่สามารถขับของเสียและถูกหมักหมมไว้ในลำไส้ อาจส่งผลให้เกิดการท้องผูกและเป็นริดสีดวงได้ ในตำลึงมีเอนไซม์อะไมเลสที่ช่วยย่อยอาหารประเภทแป้ง อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูง ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้ขับถ่ายได้ตามปกติ

6. ตำลึงบำรุงกระดูก
ใบตำลึงมีแคลเซียมสูง และร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว หากคุณต้องการแคลเซียมเพื่อใช้ในการดูแลกระดูก แต่แพ้แลคโตสนมวัว คุณสามารถหันมารับประทานตำลึงแทนได้

7. ตำลึงพอกหน้า
การทำครีมพอกหน้าโดยไม่ต้องใช้สารเคมีนั้น ทำได้ง่ายมาก เพียงแค่ใช้ยอดตำลึงและน้ำผึ้งแท้ อย่างละ ½ ถ้วย นำมาปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าให้ทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด ก็จะสามารถฟื้นฟูผิวให้กระชับ คืนความสดชื่นพร้อมผิวที่นุ่มเรียบเนียนได้ทันทีหลังการใช้

ตำลึง พืชที่ปลูกง่าย ชอบแสงแดด และไม่ต้องการการดูแลมาก แถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย ปลูก ๆ ทิ้งไว้แป๊บ ๆ ก็เลื้อยแตกใบให้เราได้นำมาทำอาหารกินได้หลากหลายเมนู หากชอบกินผัก และไม่ค่อยมีเวลาดูแล ปลูกตำลึงไว้ รับรองตอบสนองความต้องการในข้อนี้ได้อย่างแน่นอน

ดูคลิป ประโยชน์ตำลึง https://www.youtube.com/watch?v=tBHjOsWJ-uk

ประโยชน์ใบมะขาม

7 ประโยชน์ใบมะขาม ปลูกเอาไว้มีแต่ได้กับได้

มะขาม ไม่ว่าส่วนใดของมันก็ถูกนำมาใช้ได้เกือบทุกส่วน นอกจากจะมีเนื้อที่นำมากินได้แล้วใบมะขามก็สามารถนำมากินได้เช่นกัน ซึ่งประโยชน์จากใบมะขาม จะมีอะไรบ้าง ติดตามได้ในบทความนี้

1. ใบมะขามแก้คันจากผดผื่น
อาการคัน มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง สามารถบรรเทาได้โดยการใช้ใบมะขามต้มกับน้ำให้เดือด ปิดฝารอให้น้ำงวด ใช้เวลา 30 นาที ปิดไฟทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำน้ำที่ได้มากรองใช้แต่น้ำผสมน้ำใช้อาบ วิธีนี้จะช่วยบรรเทาอากรคัน และช่วยให้ผดผื่นหายเร็วขึ้น ลดการติดเชื้อที่ผิว

2. ใบมะขามควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
การรับประทานใบมะขามสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยการนำมาต้มกับน้ำแล้วดื่ม จะสามารถช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ลดลงได้

3. ใบมะขามแก้ไข้ ไอมีเสมหะ
สารต้านอนุมูลอิสระในใบมะขามสามารถช่วยแก้อาการไข้ ไอ เจ็บคอ และขับเสมหะได้ เพียงนำใบมะขามมาต้มให้เดือด ทิ้งไว้ให้อุ่นแล้วผสมน้ำผึ้ง มะนาวลงไปแล้วนำมาใช้ดื่ม

4. ใบมะขามลดกลิ่นปาก
ความเจ็บป่วยหรือโรคบางโรค อาจมีสาเหตุมาจากสุขอนามัยภายในช่องปาก หากมีกลิ่นปาก ปวดฟัน ปวดเหงือก นำใบมะขามมาต้มกับน้ำและผสมเกลือลงไปเล็กน้อย เมื่อเดือดแล้วปิดไฟ ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำมาใช้บ้วนปาก กลั้วคอ จะช่วยบรรเทาอาการปวดอักเสบในช่องปากให้ดีขึ้น ลดกลิ่นปาก บำรุงเหงือก เป็นยาฆ่าเชื้อจากธรรมชาติ

5. ใบมะขามเพิ่มภูมิต้านทาน
การรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของใบมะขาม สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยกรดทาร์ทาริกและวิตามินซีที่จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ

6. ใบมะขามลดการอักเสบ
การอักเสบของร่างกายมักจะแสดงออกในรูปของการเจ็บปวด เช่น การปวดเมื่อยตามร่างกาย หรือปวดเข่า สามารถบรรเทาอาการปวดโดยการใช้ใบมะขามผสมกับสมุนไพรอื่น ๆ เพื่อใช้ทำเป็นลูกประคบ บรรเทาปวด เช่น ไพล ขมิ้น ตะไคร้ ผิวมะกรูด เกลือ เป็นต้น ใบมะขามจะช่วยให้เส้นเอ็นหย่อนตัวลง แก้เคล็ดขัดยอก ลดการอักเสบปวดบวม

7. ใบมะขามแก้หวัด
หากมีอาการหวัดคัดจมูก สามารถนำใบมะขามมาต้มผสมกับหอมแดง 2-3 หัว แล้วนำมาใช้อาบน้ำสระผม จะช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก ลดน้ำมูก ทำให้หายใจคล่องขึ้น

ดูคลิปประโยชน์ใบมะขาม https://www.youtube.com/watch?v=CcUWGr4E_ys