คลังเก็บป้ายกำกับ: เคล็ดลับการดูแลดวงตา

ประโยชน์อัญชัน

ประโยชน์อัญชัน ไม่ได้มีดี เป็นแค่น้ำสมุนไพร

ดอกไม้สีน้ำเงินที่ปลูกง่าย ไม่ต้องการการดูแลมาก อีกทั้งยังให้ร่มเงาและประโยชน์ใช้สอยจากดอกของมัน หลายคนปลูกไว้แต่มิได้นำมาใช้ แต่หากฟังบทความนี้จบคุณจะรู้จักอัญชันมากขึ้นจนอยากจะนำอัญชันมาใช้ประโยชน์ทุกวัน พร้อมแล้วไปชมรายละเอียดกันเลย

1. บำรุงสมอง เมื่อายุมากขึ้นสมองอาจสูญเสียความทรงจำและมีปัญหาในด้านอื่นๆตามมา ดอกอัญชันมีสารอะซิทิลคอลีน ที่ช่วยกระบวนการการทำงานของสมอง ช่วยพัฒนาความสามารถในการคิด ระบบความทรงจำ การสื่อสาร กระตุ้นการเรียนรู้และระบบการทำงานของสมอง

2. ต่อสู้โรคมะเร็ง สารไซโคลไทด์ในดอกอัญชันมีเปปไทด์ที่มีประโยชน์ในการต่อต้านเนื้องอก ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

3. บรรเทาอาการปวดหัว หากมีอาการปวดศีรษะและต้องการหลีกเลี่ยงการกินยา ลองชงน้ำดอกอัญชันอุ่นๆดื่มดูสักแก้ว สารแอนโทไซยานินในดอกอัญชัน จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้ระบบเลือดทำงานได้คล่องตัวขึ้น เมื่อเลือดหล่อเลี้ยงเซลล์ได้ดีขึ้น อาการปวดหัวก็จะบรรเทาและลดลงตามลำดับ

4. แก้เมื่อย ลดอาการปวด กล้ามเนื้อของเรานั้นหากมีการใช้งานอย่างหนัก อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อย สารเทอร์นาทินส์ในดอกอัญชัน มีส่วนช่วยในการรวมตัวของเกล็ดเลือด คลายกล้ามเนื้อและลดอาการปวดกล้ามเนื้อได้ดี

5. ไขมันอุดตัน ภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด ส่งผลกระทบต่อโรคร้ายหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับเส้นเลือด สารต้านอนุมูลอิสระในดอกอัญชัน ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ป้องกันการทำปฏิกิริยาของไขมันต่อเส้นเลือด

6. บำรุงดวงตา สารแอนโธไซยานินนอกจากจะบรรเทาอาการปวดหัวได้ดีแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการมองเห็น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของหลอดเลือดเล็ก ๆ ในดวงตา ช่วยให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงดวงตาได้ดีมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถป้องกันอาการตาเสื่อมจากโรคเบาหวาน โรคต้อกระจก และโรคต้อหิน

7. ดูแลเส้นผม การนำดอกอัญชันมาคั้นน้ำ แล้วนำมาใช้ทาบริเวณที่ผมร่วง จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการงอกใหม่ของเส้นผม อีกทั้งยังกระตุ้นการทำงานของเลือดบริเวณหนังศีรษะ ส่งผลให้ผมที่ขึ้นใหม่ดกดำ เงางาม

 7 ประโยชน์จากอัญชันที่ได้กล่าวมานั้น ดูแลสุขภาพตั้งแต่เส้นผม สมอง ดวงตา เส้นเลือด หัวใจ เรียกได้ว่าปลูกอัญชันไว้ต้นเดียว ก็สามารถดูแลร่างกายได้แทบทุกส่วนเลยทีเดียว ใครยังไม่มีปลูกไว้ ต้องหามาปลูกกันแล้วหล่ะค่ะ

ดูคลิปประโยชน์อัญชัน https://www.youtube.com/watch?v=xwd1_a4MAU8

ประโยชน์มะละกอ

มะละกอ ชื่อนี้มีแต่ประโยชน์ สรรพคุณสารอาหารจากผลยาวรี

มะละกอผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซี แช่เย็นยิ่งกินแล้วสดชื่น แถมยังดีต่อสุขภาพ มะละกอจะดูแลคุณในด้านใดบ้าง รู้ไว้ดอมคอมขอแนะนำ ประโยชน์ของมะละกอ ดังนี้

1. มะละกอช่วยป้องกันโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
หน้าที่ของหลอดเลือดแดง คือ นำเลือดออกจากหัวใจ ซึ่งเป็นเลือดที่มีปริมาณออกซิเจนในเลือดสูง ใช้ในการนำไปเลี้ยงอวัยวะทั่วร่างกาย การรับประทานมะละกอมีส่วนช่วยป้องกันคอเลสเตอรอลไม่ให้สร้างขึ้นในหลอดเลือดแดง เนื่องจากอุดมด้วยไฟเบอร์ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง

2. ผลไม้ลดน้ำหนักด้วยมะละกอ
ส่วนหนึ่งในการลดน้ำหนักให้ได้ผล คือการควบคุมปริมาณแคลอรี่ เส้นใยในมะละกอ ช่วยให้อิ่มไว ลดการกินพร่ำเพรื่อจุกจิกได้ดี ให้แคลอรี่ต่ำ เมื่อต้องการควบคุมน้ำหนัก คุณสามารถใช้มะละกอเป็นตัวเสริมในการควบคุมน้ำหนักได้

3. กินมะละกอลดการติดเชื้อ
ระบบภูมิคุ้มกันมีหน้าที่เป็นเกราะป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ที่ทำให้ป่วย วิตามินซีในมะละกอ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดการติดเชื้อ เสริมภูมิต้านทานให้แข็งแรง

4. มะละกอผลไม้สำหรับโรคเบาหวาน
เบาหวานชนิดที่2 โรคเบาหวาน ชื่อก็บอกอยู่แล้วให้กินหวานเบาๆ ผู้ที่เป็นโรคนี้หากต้องการรับประทานมะละกอ อันที่จริงถึงจะหวานแต่ก็สามารถรับประทานได้ ทั้งนี้ต้องจำกัดปริมาณโดยกินได้ไม่เกินมื้อละ 5-6 ชิ้น เมื่อกินในปริมาณที่เหมาะสมสามารถส่งผลดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด และยังช่วยลดกระบวนการอักเสบในร่างกายได้อีกด้วย ทั้งนี้สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ควรรับประทานมะละกอหมักดอง ควรรับประทานแบบสด

5. มะละกอลดความเสื่อมดวงตา
วิตามินที่ช่วยในการมองเห็นและปกป้องสายตาจากความเสื่อม คือวิตามินเอ สารเบต้าแคโรทีนในมะละกอ ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ หากขาดวิตามินเอ อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อปัญหาสายตาต่าง ๆ เช่น จอประสาทตาเสื่อม ตาบอดตอนกลางคืน กระจกตาเสื่อม

6. มะละกอช่วยย่อยอาหาร
การรับประทานที่เร่งรีบแข่งกับเวลาที่มีจำกัด อาจส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้มีอาการท้องอืด อาหารย่อยช้าและยาก นอกจากนี้เมนูของอาหารประเภทอาหารขยะหรือการใช้น้ำมันในการทำอาหารมากเกินไป ล้วนส่งผลต่อการย่อยทั้งสิ้น เอนไซม์ปาเปนและใยอาหารในมะละกอ สามารถช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพระบบทางเดินอาหารและการย่อยให้ดีขึ้นได้

7. มะละกอลดริ้วรอย
ใคร ๆ ก็อยากหน้าเด็ก แต่จะทำอย่างไรให้ผิวดี ดูเด็กเด้งจากการกิน สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินอี วิตามินซี เบต้าแคโรทีนในมะละกอตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ดี เมื่อกินเป็นประจำสารอาหารเหล่านี้ จะช่วยลดริ้วรอย ยืดอายุเซลล์ ลดความกร้านและแห้งของผิว ปกป้องผิวให้มีความชุ่มชื่น อีกทั้งยังช่วยให้แลดูอ่อนเยาว์ ลดสัญญาณแห่งวัยได้อย่างน่ามหัศจรรย์

8. มะละกอผลไม้แก้ท้องผูก
ระบบขับถ่ายไม่ปกติ ถ่ายยาก เบ่งเป็นเวลานาน ต้องเจอหมัดเด็ดจากเมนูส้มตำมะละกอที่หลายคนโปรดปราน หรืออาจเป็นเมนูแกงส้มมะละกอก็อร่อยไปอีกแบบ ในมะละกอดิบ ออกฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ มีไฟเบอร์สูง สามารถช่วยให้ย่อยง่าย ถ่ายคล่อง

ในช่วงท้าย ก็มีเคล็ดลับการเลือกมะละกอมาฝาก ควรเลือกมะละกอที่แก่จัดแต่ไม่สุกจัด เลือกเปลือกสีเหลืองอมเขียว ผิวเรียบ และอย่าลืมดูขั้วต้องสดไม่แห้ง ที่สำคัญเลือกลูกที่น้ำหนักมากไว้ก่อน เพราะเนื้อด้านในจะแน่นและเยอะ อุดมด้วยสารอาหาร รู้จักประโยชน์และวิธีเลือกมะละกอกันไปแล้ว เตรียมตัวออกไปซื้อมะละกอกันเถอะค่ะ

ดูคลิป ประโยชน์มะละกอ https://www.youtube.com/watch?v=bLOGmr4qc7I

ประโยชน์ของหม่อน

ประโยชน์ของมัลเบอร์รี่ Mulberry สรรพคุณต่อสุขภาพ ปลูกง่าย อร่อยดี

มัลเบอร์รี่ หรือ หม่อน ผลไม้ที่หากินง่ายตามท้องถิ่น ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาก ใบใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ ใช้เลี้ยงไหม ผลของหม่อนเราก็นำมารับประทาน รู้ไว้ดอทคอมขอแนะนำสรรพคุณของหม่อน ที่ดีต่อร่างกายดังนี้

1. เลือดออกตามไรฟัน ปัญหาของเลือดออกตามไรฟัน สาเหตุหนึ่งมาจากการขาดวิตามินซี ในหม่อนอุดมด้วยวิตามินซี ที่ช่วยในการดูแลส่งเสริมการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกาย อีกทั้งเมื่อได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เพียงพอ จะสามารถลดปัญหาเลือดออกตามไรฟันได้

2. ปวดหัว เป็นไข้ ไอเจ็บคอ เมื่อมีอาการคล้ายจะเป็นหวัด นำใบหม่อนมาตากแห้ง แล้วใช้ชงเป็นชาดื่มจะช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ ไอ เจ็บคอให้ดีขึ้น

3. ป้องกันโรคร้าย สารแอนโธไซยานิน ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระจากสีม่วงแดงของหม่อน ช่วยป้องกันร่างกายให้ห่างไกลจากโรคร้ายอย่างเช่น มะเร็งและโรคหัวใจ

4. ดูแลเลือดด้วยโฟลิค กรดโฟลิคเป็นตัวการสำคัญที่ช่วยในการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์มารดา ในผลหม่อนมีกรดโฟลิคที่ช่วยดูแลให้ทารกมีพัฒนาการที่ดี ป้องกันความพิการและการคลอดก่อนเวลาอันควร

5. ดวงตาสดใส สารซีแซนทีนในหม่อน ช่วยลดการออกซิเดชั่นบริเวณดวงตา ป้องกันการเกิดจอประสาทตาเสื่อม บำรุงดวงตาให้มีความสดใส ลดความพร่ามัว

หม่อน ไม่ว่าจะรับประทานในรูปแบบใด ก็ได้รับคุณค่าทางสารอาหารเช่นกัน ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก มีอายุยาวนาน และออกผลได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายขนาดนี้ ต้องหามาปลูกไว้ที่บ้าน รอเก็บเกี่ยวผลผลิตไว้กิน เพื่อส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรงซะแล้วหล่ะ

ดูคลิปวิดีโอ หม่อนมีประโยชน์อย่างไร https://www.youtube.com/watch?v=cGFp8vY8w1k

เคล็ดลับการดูแลรักษาดวงตา

12 วิธีการดูแลดวงตาให้สดใส สดชื่นอยู่เสมอ เคล็ดลับถนอมดวงตา

ปัญหาเกี่ยวกับดวงตาสามารถป้องกันได้ไม่ยาก หากคุณมีนิสัยการดูแลสุขภาพที่ดี และปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน น่าแปลกใจว่าวิธีการดูแลก็สามารถทำได้ง่ายๆ แต่ผู้คนมักมองข้ามความสำคัญของดวงตาไป จึงทำให้ละเลยและไม่ใส่ใจดูแลดวงตาเท่าที่ควร เพื่อเป็นการรักษาสุขภาพดวงตาและให้วิสัยทัศน์ของดวงตาคมชัด อยู่คู่กับอวัยวะส่วนอื่นๆได้ตลอดไป นี่คือ 12 วิธีในการดูแลดวงตาของคุณทุกวัน ที่ควรทำให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

เคล็ดลับการดูแลดวงตา
12 วิธีดูแลถนอมดวงตา

1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสตา

หากคุณมีนิสัยชอบขยี้ตา ควรเลิกพฤติกรรมนี้ เพราะมือเมื่อสัมผัสกับสิ่งต่างๆแล้ว ก็จะมีสิ่งสกปรก ฝุ่นละอองและแบคทีเรียจำนวนมากติดอยู่ที่มือ เมื่อนำมาขยี้ตา หรือสัมผัสโดนตา ก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือติดเชื้อได้

2. ฝึกล้างมือบ่อยๆ

ล้างมือให้สม่ำเสมอจนเป็นนิสัย เพื่อป้องกันการสัมผัสตา แว่นตา รวมถึงคอนแทคเลนส์ในขณะที่มือสกปรก

3. ปกป้องดวงตาจากดวงอาทิตย์

การสัมผัสกับแสงแดดและรังสียูวี ช่วยเพิ่มความเสี่ยงในการเสื่อมสภาพของดวงตา อาจทำให้กระจกตาได้รับอันตรายจากแสงแดด ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกัน ควรสวมแว่นตากันแดดเพื่อปกป้องดวงตา หรือหากไม่สะดวกควรสวมหมวกปีกกว้าง เพื่อช่วยบดบังแสงแดดที่อาจรบกวนสุขภาพของดวงตา

4. ดื่มน้ำ

การดื่มน้ำอย่างเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกายรวมทั้งดวงตา หากคุณดื่มน้ำมากเพียงพอในแต่ละวัน ก็จะช่วยให้ดวงตาชุ่มชื่นและเป็นการป้องกันดวงตาไม่ให้แห้ง และลดระคายเคืองในระหว่างวันได้

5. การสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่มีผลต่อการเสื่อมสภาพของดวงตา ทำให้เส้นประสาทตาเสียหาย และอาจทำให้เกิดโรคต้อกระจก ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะไม่เพียงแต่มีผลกระทบต่อดวงตา การสูบบุหรี่จะยังส่งผลเสียต่อระบบอวัยวะอื่นๆในร่างกายอีกด้วย

6. รักษาสมดุลอาหาร

เบต้าแคโรทีน ลูทีน โอเมก้า3 ไลโคปิน วิตามินซี วิตามินเอ และวิตามินเค เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาสุขภาพของดวงตา ไม่ควรรับประทานอาหารชนิดเดียวซ้ำๆต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและมีผลกระทบต่อดวงตาได้

อาหารที่บำรุงดวงตา ดูเพิ่มเติม โกจิเบอร์รี่ สรรพคุณ ลดเบาหวาน บำรุงสายตา โรคหัวใจ ต้านมะเร็ง

7. ดูแลระยะห่างของจอคอมพิวเตอร์

จอคอมพิวเตอร์ควรวางตำแหน่งที่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 20 องศา การวางจอคอมพิวเตอร์ในระยะที่เหมาะสม จะช่วยลดความเครียดของดวงตา นอกจากนี้ควรดูแลเรื่องแสงสว่างให้เพียงพอ ไม่สว่างหรือมืดจนเกินไป เพราะอาจทำให้ดวงตาอ่อนล้าง่ายและเป็นการเพิ่มความเครียดให้กับดวงตามากยิ่งขึ้น

8. ใช้กฏ 20-20-20

หากต้องการยืดอายุดวงตาคู่สวยของคุณควรปฏิบัติตามกฏ 20-20-20 คือ ทุก 20 นาทีควรละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ และมองวัตถุอื่นที่ห่างออกไปประมาณ 20 ฟุต กะพริบตา 20 ครั้งต่อเนื่องกันเพื่อป้องกันอาการตาแห้ง ทุกๆ 20 นาที ลุกจากที่นั่งเดินและเดินไปรอบๆบริเวณที่คุณนั่งอยู่ 20 ก้าว นี่อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับวิสัยทัศน์ของคุณ แต่พฤติกรรมเหล่านี้ก่อให้เกิดความสมดุลของร่างกายและการไหลเวียนโลหิตที่เหมาะสม

9. ทำความสะอาดดวงตาอย่างเหมาะสม

หากต้องการเพิ่มสีสันให้แก่ดวงตา คุณสามารถใช้อายไลเนอร์และมาสคาร่า เพื่อเพิ่มความสวยงาม แต่ต้องอย่าลืมทำความสะอาดดวงตาทุกครั้งก่อนเข้านอน เพื่อหลีกเลี่ยงการสะสมของแบคทีเรียที่อยู่บริเวณรอบดวงตา นอกจากนี้ควรทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะแปรงที่ใช้กับดวงตา เพื่อมิให้เกิดการสะสมของสิ่งสกปรก อันจะนำไปสู่ปัญหาโรคตาตามมาได้

10. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

เช่นเดียวกับอวัยวะส่วนอื่นๆของร่างกายที่ต้องการการพักผ่อน ดวงตาของคุณก็เช่นกัน คุณควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อเป็นการชาร์ตแบตให้กับดวงตา เมื่อได้รับการพักผ่อนที่เหมาะสมดวงตาของคุณจะมีชีวิตชีวา ไม่แห้งระคายเคืองและมีสุขภาพดี

[related-post id=”781″]

11. สวมแว่นตาที่เหมาะสมในกิจกรรมต่างๆ

ไม่ว่าคุณจะทำกิจกรรมใดๆควรแน่ใจว่าดวงตาของคุณได้รับการปกป้อง หากคุณกำลังว่ายน้ำควรสวมแว่นตากันน้ำ เพื่อไม่ให้ดวงตาสัมผัสกับคลอรีน และในขณะเดียวกันหากคุณกำลังทำสวน ควรสวมแว่นตานิรภัย เพื่อป้องกันดวงตาของคุณจากฝุ่นละออง แบคทีเรียและการบาดเจ็บ

12. รักษาสภาพแวดล้อมให้สะอาด

การสัมผัสกับสิ่งสกปรกและฝุ่นละออง อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตาได้ ฉะนั้นควรทำความสะอาดบ้านและบริเวณที่อยู่อาศัย รวมถึงรักษาบรรยากาศภายในให้สะอาดอยู่เสมอ หมั่นเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและผ้าเช็ดตัวเป็นประจำ เพื่อป้องกันเชื้อโรคและแบคทีเรียที่อาจก่อให้เกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับดวงตา

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=YtzgeV4jVZU