คลังเก็บป้ายกำกับ: อาหารบำรุงหัวใจ

ประโยชน์ใบเตย

ประโยชน์ใบเตย สรรพคุณดีแบบหอม ๆ ใครลองต้องติดใจ

ใบเตยพืชชนิดใบสีเขียวเข้ม ลักษณะเป็นพุ่ม กอ ใบเรียวยาว สามารถนำมาใช้ในการทำอาหารทั้งคาวและหวาน นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในด้านอื่นที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ตามรู้ไว้ดอทคอมมารู้จักกับใบเตยกันให้มากขึ้นได้เลยค่ะ

1. ดับร้อน บำรุงหัวใจ ด้วยอากาศที่ร้อนมากขึ้นทุกวัน จึงส่งผลกระทบต่อร่างกายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้น ความเครียดอารมณ์ที่หงุดหงิด การดื่มน้ำใบเตยสามารถช่วยบรรเทาความเครียดของร่างกาย ลดอุณหภูมิและความกังวล ลดอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่งผลให้สดชื่น ผ่อนคลายและช่วยให้ใจเย็นลงได้

2. โรคเบาหวาน เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น อาจทำให้อาการของโรคเบาหวานมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย การรักษาโรคเบาหวานแบบโบราณนั้น จะใช้ใบเตยหั่นตากแดดให้แห้งสนิท แล้วนำมาใช้ชงเป็นชาดื่มอย่างน้อย 1 เดือน หรืออาจใช้ทั้งใบและรากต้มรวมกัน 1 กำมือ ดื่มเช้าเย็น ก็สามารถบรรเทาโรคเบาหวานได้เช่นกัน

3. ผิวเด้ง ตึงกระชับ สารพัดวิธีจากธรรมชาติที่ผู้คนต้องการบำรุงผิวให้เด้ง กระชับอยู่เสมอ การนำใบเตยมาใช้ทำเป็นครีมพอกหน้าเด้งก็สามารถให้ผลลัพธ์นี้ได้เช่นกัน ใช้ใบเตยล้างให้สะอาด หั่นซอยเป็นชิ้นเล็กเพื่อสะดวกในการปั่น นำมาปั่นกับน้ำต้มสุกหรือน้ำสะอาดจนเนื้อเนียนละเอียดดี จะได้เนื้อครีมที่ข้นเหนียว จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็น 10-15 นาที แล้วนำมาใช้พอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด

4. สีผสมอาหารจากธรรมชาติ  สีเขียวเข้มของใบเตยมีประโยชน์ช่วยให้อาหารหรือขนมที่ต้องการทำดูน่ากินและสีสวยมากขึ้น หากต้องการเลี่ยงสีสังเคราะห์ สามารถนำใบเตยที่อุดมไปด้วยสารคลอโรฟิลล์มาปั่น และนำมากรองใช้แต่น้ำนำไปผสมอาหารให้มีสีเข้มอ่อนตามต้องการ นอกจากได้สีที่สวยแล้วยังช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อมมากขึ้น

5. แก้ไข้ อ่อนเพลีย อาการป่วยมีไข้ อ่อนเพลีย สามารถฟื้นฟูให้ร่างกายแข็งแรงไวขึ้นได้ ด้วยการจิบน้ำใบเตยอุ่น ๆ ตลอดเวลาที่มีอาการ จะช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ฟื้นตัวและสดชื่นมากขึ้น

6. ลดกลิ่นอับ กลิ่นอับในรถยนต์ ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บรองเท้า หรือห้องน้ำ เป็นกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์สามารถนำใบเตยไปวางในพื้นที่ที่ต้องการกำจัดกลิ่น เมื่อหมดกลิ่นก็เปลี่ยนใบใหม่ไปวางแทนที่เดิม เป็นการปรับสภาพบรรยากาศแบบง่ายๆและลดการใช้เคมีไปในตัว

7. แก้กระหาย การรับประทานอาหารรสจัด เช่น หวานจัด เค็มจัด หรือเผ็ดมากเกินไป อาจส่งผลให้มีอาการคอแห้ง กระหายน้ำมากกว่าปกติ การดื่มน้ำใบเตยสามารถช่วยแก้อาการเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี หากต้องการแก้อาการให้ไวขึ้น ควรดื่มน้ำใบเตยแบบรสธรรมชาติไม่หวาน จะช่วยบรรเทาอาการคอแห้งได้เร็วกว่าการดื่มน้ำใบเตยที่มีรสหวาน

ประโยชน์ใบเตยที่แนะนำกันมานั้นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยในการบำรุงรักษา บรรเทาอาการต่าง ๆ สรรพคุณของใบเตยยังมีอีกมากมาย หากต้องการนำมาใช้อย่าลืมเลือกใช้ใบเตยที่ปลอดสารเพราะเรานำมาใช้กับร่างกาย ซึ่งไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตามจะได้รับประโยชน์แบบเต็ม ๆ ปลอดภัย โดยไม่มีสารพิษ สารเคมีเพิ่มเข้าสู่ร่างกาย

ดูคลิปประโยชน์ใบเตย https://www.youtube.com/watch?v=wuv6FavHKSQ

ประโยชน์เม็ดมะขาม

ประโยชน์เม็ดมะขาม เอามาคั่ว เอามาบด ทำได้หลายอย่าง สรรพคุณดีไม่น่าเชื่อ

มะขามผลไม้เนื้อสีน้ำตาล ที่ให้รสชาดทั้งหวานเปรี้ยว สามารถนำมากินเป็นของว่าง หรือนำมาประกอบอาหารในเมนูของคาวและหวานได้อย่างหลากหลาย ซึ่งนอกจากจะมีเนื้อที่ให้ความอร่อยแล้ว เม็ดมะขามก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถนำมาประยุกต์ใช้และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพดังนี้

1. เม็ดมะขามแก้ปวดเข่า
ด้วยคุณสมบัติจากเม็ดมะขาม ที่สามารถใช้ในการลดการอักเสบ และปวดเมื่อย เราสามารถใช้เมล็ดมาทำเป็นยาแก้ปวดได้โดยการนำเมล็ดมะขามมาแช่น้ำทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง ครบเวลานำมาตำหรือบดให้ละเอียด และนำมาผสมกับขมิ้นชัน 2 ช้อนโต๊ะและเกลือนิดหน่อย นำมาคั่วบนกระทะให้ร้อน รอให้ส่วนผสมเย็นตัวลง และนำมาพอกบริเวณหัวเข่า ก็จะสามารถบรรเทาอาการปวดเข่าให้ดีขึ้นได้

2. เม็ดมะขามย่อยอาหารแก้ท้องผูก
ท้องผูก หรือการที่ร่างกายไม่สามารถขับของเสียออกมาได้ตามปกติ มักเป็นอาการที่ส่งผลกระทบถึงอวัยวะภายในช่องท้องหลายส่วน ทำให้กระเพาะอาหารย่อยช้าลง ลำไส้ไม่ทำงาน ขับของเสียได้ช้าและยาก ลำดับต่อไปอาจมีปัญหาริดสีดวงร่วมด้วย การนำเม็ดมะขามมาทำเป็นเครื่องดื่ม สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของน้ำดีในตับ ช่วยยับยั้งคอเลสเตอรอล ลดการอักเสบของลำไส้ บรรเทาอาการท้องผูก ช่วยให้การขับถ่ายทำได้ง่ายและคล่องตัวมากขึ้น

3. เม็ดมะขามดีต่อหัวใจ
การป้องกันโรคหัวใจที่ดี คือการรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ตัวการของสาเหตุการเกิดโรค สารฟลาโวนอยด์ในเม็ดมะขาม สามารถช่วยเพิ่มปริมาณของไขมันชนิดดีและลดไขมันชนิดไม่ดี เมื่อไตรกลีเซอไรด์ลดลงก็ส่งผลดีต่อหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันผิดปกติ และความดันโลหิตสูง

4. เม็ดมะขามลดริ้วรอย
ผิวหน้าเต่งตึง ไม่มีริ้วรอยเป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ปรารถนา กรดไฮยาลูโรนิกในเม็ดมะขามสามารถช่วยให้ผิวคุณมีผลลัพธ์นี้ได้ นำเม็ดมะขามมาบดเป็นผงให้ละเอียดเหมือนแป้ง แล้วนำมาผสมโยเกิร์ตหรือน้ำผึ้ง และนำมาใช้ขัดพอกผิว วิธีนี้จะช่วยให้ผิวมีความกระชับ ชุ่มชื่น ลดริ้วรอยเล็ก ๆ ให้จางลง อีกทั้งยังปรับสีผิวสว่าง ลดผดผื่นได้อีกด้วย

5. เม็ดมะขามต้านโรคมะเร็งลำไส้
กรดทาร์ทาริก ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในเม็ดมะขาม สามารถช่วยปกป้องร่างกายให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งลำไส้ได้ ช่วยลดความเครียดของเซลล์ ปกป้องมิให้เซลล์ถูกทำลาย เสริมสร้างภูมิต้านทานได้ดีไม่แพ้วิตามินแพงๆเลย

6. เม็ดมะขามลดน้ำตาลในเลือด
โรคเบาหวาน มักเกิดจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูง หากปล่อยไว้ไม่ควบคุมอาจส่งผลก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาอีกหลายรายการ การรับประทานเม็ดมะขามสามารถช่วยดูแล และลดระดับน้ำตาลในเลือดให้ลดลงได้ด้วยสารโพลีแซ็กคาไรด์ที่ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย คุณสามารถนำเม็ดมะขามมาคั่วและนำมาชงดื่ม ก็จะช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้

7. เม็ดมะขามแก้ไอเจ็บคอ
โรคหวัด ไอ และอาการเจ็บคอ มักมาพร้อม ๆ กัน เมื่อร่างกายคุณเริ่มติดเชื้อ อาการเหล่านี้อาจส่งผลให้ต่อมทอลซิลมีการอักเสบ กลืนน้ำลายลำบากและเจ็บในลำคอ คุณสามารถนำเม็ดมะขามมาคั่ว แล้วนำมาผสมกับอบเชย และขิง ใส่น้ำต้มสุกแล้วนำมาไว้ใช้บ้วนปาก หลังแปรงฟัน หรือขณะที่มีอาการ ด้วยส่วนผสมนี้จะช่วยบรรเทาอาการให้ลดลง แก้เจ็บคอ และฆ่าเชื้อโรคในช่องปาก

8. เม็ดมะขามขัดฟันขาว
หากคุณสูบบุหรี่หรือดื่มชากาแฟเป็นประจำ แน่นอนว่าคราบนิโคติน หรือคราบเหลืองบนผิวฟันย่อมเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ การนำเม็ดมะขามไปคั่ว และนำมาบดผงแล้วนำมาใช้แปรงฟันจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ นอกจากจะทำให้ฟันขาวขึ้น ยังช่วยให้เหงือกแข็งแรงและป้องกันปัญหาฟันผุได้อีกด้วย

8 ประโยชน์จากเม็ดมะขาม จะเห็นได้ว่า หลังกินเนื้อมะขามแล้ว ไม่ควรทิ้งเม็ดมะขามเลยจริง ๆ เพราะเม็ดมะขามแทบจะสามารถดูแลร่างกายครอบคลุมและให้คุณประโยชน์ที่ดี ครั้งหน้าหากได้กินอย่าลืมล้างทำความสะอาดและเก็บไว้ให้ดีถึงเวลาเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถนำมาใช้รักษาอาการเบื้องต้นได้ทันที ไม่ต้องไปหาซื้อให้ยุ่งยาก กินเอง เก็บเอง มีประโยชน์อย่างแน่นอน

ดูคลิปประโยชน์เม็ดมะขาม https://www.youtube.com/watch?v=ia1DSivFNWE

ประโยชน์โกโก้

ประโยชน์โกโก้ ชงดื่มก็อร่อย สรรพคุณดีดูแลร่างกาย

โกโก้ ผงสีน้ำตาลจากธรรมชาติที่มีแหล่งกำเนิดจากอเมริกาใต้ ปัจจุบันในประเทศไทยนิยมปลูกกันทางภาคใต้ ซึ่งกว่าจะได้มาเป็นผงโกโก้ให้เราชงดื่มกัน ต้องผ่านขั้นตอนการหมัก ตากแห้ง คั่ว แล้วนำไปบด จึงสามารถนำมารับประทานได้ นอกจากให้ความอร่อยแล้ว โกโก้มีประโยชน์อะไรอีกบ้าง ติดตามได้ในบทความนี้

1.โกโก้ ลดคอเลสเตอรอล สารโพลีฟีนอลและฟลาโวนอยด์ที่อยู่ในโกโก้ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบ พวกมันสามารถช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด

2.โกโก้ ดูแลหัวใจ ส่วนหนึ่งของการเป็นโรคหัวใจ คือการที่ระดับคอเลสเตอรอลตัวไม่ดีนั้นสูงมากเกินไป การดื่มโกโก้ส่งผลดีต่อหัวใจ โดยการช่วยลดคอเลสเตอรอลตัวเลวให้ลดลง การดื่มโกโก้เพียงวันละ 1 แก้ว ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจวาย หัวใจล้มเหลว และโรคหลอดเลือดสมองได้

3.โกโก้ อัลไซเมอร์  โรคอัลไซเมอร์เป็นผลกระทบที่มาจากการเสื่อมสภาพของเซลล์สมอง ระบบความทรงจำเริ่มถดถอย และอาจมีพฤติกรรมทำอะไรซ้ำ ๆ เนื่องจากจำไม่ได้ว่าทำไปแล้วหรือยัง สารต้านอนุมูลอิสระในโกโก้ สามารถช่วยดูแลสมองและระบบประสาท ป้องกันการเสื่อมของเซลล์และโรคอัลไซเมอร์ได้

4.โกโก้ ลดความเครียด ด้วยสถานะการณ์งานที่เคร่งเครียด อาจส่งผลกระทบทำให้หงุดหงิดได้ง่าย อารมณ์ไม่ดีและมีความเครียด การดื่มโกโก้จะช่วยให้สมองผ่อนคลายตัวลง หลั่งสารโดพามีนและสารเซโรโทนิน สารที่ช่วยให้รู้สึกดี มีความสุขและรู้สึกสดชื่นมีพลังในการทำงานมากขึ้น

5.โกโก้ หอบหืด ในผู้ที่เป็นโรคหอบหืด อาจทำให้มีอาการหายใจไม่สะดวก หรือไอเรื้อรัง สารธีโอโบรมีนและสารธีโอฟิลลีน สามารถช่วยขยายปอดให้ทำงานได้สะดวก หายใจคล่องมากขึ้น หากมีอาการหายใจติดขัดหรือไอต่อเนื่อง ลองดื่มโกโก้ร้อนสักแก้ว ก็จะช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

6.โกโก้ ผิวสวยสุขภาพดี นอกจากจะใช้โกโก้มาชงดื่มเพื่อบำรุงจากภายในแล้ว การนำโกโก้มาใช้ขัดผิวโดยการผสมโกโก้กับน้ำผึ้งและโยเกิร์ต แล้วนำมาใช้พอกผิว ทิ้งไว้ 15 นาที สารต้านอนุมูลอิสระในโกโก้จะช่วยบำรุงผิวให้สุขภาพดี ลดความแห้งกร้าน และทำให้ผิวเนียนนุ่ม ได้ผลดีไม่แพ้การใช้ครีมบำรุงเลย

ประโยชน์ของโกโก้มิได้มีเพียงแค่การนำมาชงดื่มเท่านั้น สามารถนำมาใช้กับผิวภายนอกได้อีกด้วย เรียกว่าซื้อครั้งเดียวก็ได้รับความคุ้มค่าต่อสุขภาพทั้งภายในและภายนอก รู้อย่างนี้แล้ว รีบออกไปซื้อโกโก้กันเถอะค่ะ

ดูคลิปประโยชน์โกโก้ได้ที่https://www.youtube.com/watch?v=33qK0tIvbLc

ประโยชน์ของการกินเผ็ด

กินเผ็ด ก็มีประโยชน์ สรรพคุณต่อร่างกาย

การรับประทานอาหารให้มีความสุขมากขึ้น ส่วนใหญ่ก็ได้จากรสชาดของอาหารที่ทำให้เรารู้สึกกินแล้วอร่อย กินแล้วรู้สึกเจริญอาหารกับเมนูนั้นๆ หนึ่งในรสที่ขาดไม่ได้กับเมนูอาหารไทยก็คือรสเผ็ด บางคนถึงกับกินพริกเป็นชีวิตจิตใจ กินเป็นเครื่องเคียงจนกลายเป้นเรื่องปกติ ซึ่งหลายคนที่กินเผ็ดอาจมีความสงสัยว่า กินเผ็ดมากๆแล้วจะดีหรือไม่ มีประโยชน์อะไรต่อสุขภาพบ้างหรือเปล่า สามารถรอฟังคำตอบได้ในบทความนี้

1. กินเผ็ดแล้วอายุยืน ผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานรสเผ็ด ไม่ว่าจะเป็นความเผ็ดจากพริกสดหรือแห้ง เมื่อบริโภคเป็นประจำ สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตลงถึง 14% หรืออาจเรียกได้ว่าการกินเผ็ดช่วยให้มีอายุยืนยาวมากขึ้น

2. กินเผ็ดก็ผอมได้ สารแคปไซซินที่อยู่ในพริก มีส่วนช่วยลดความอยากอาหารและกระตุ้นการเผาผลาญไขมันให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ควรรับประทานควบคู่กับอาหารที่มีโปรตีน ทั้งนี้จะช่วยให้อิ่มท้องและกระบวนการเผาผลาญจะส่งเสริมการทำงานของกันและกันมากขึ้น

3. กินเผ็ด ช่วยผิวสวย คุณสามารถพบวิตามินซีได้ในพริกแทบทุกชนิด วิตามินซีที่อยู่ในพริก สามารถช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ผิวกระจ่างใสและลดปัญหาจุดด่างดำได้อีกด้วย

4. กินเผ็ดแก้หวัด ในช่วงที่เป็นหวัดคัดจมูก อาจส่งผลให้การหายใจนั้นเป็นไปด้วยความลำบาก หายใจไม่ออกแต่น้ำมูกไหล การกินอาหารรสเผ็ดร้อน จะช่วยลดการไหลของน้ำมูก และขับสารบางชนิดที่ขัดขวางระบบทางเดินหายใจ การซดน้ำซุปรสเผ็ดร้อน จะช่วยให้หายใจได้สะดวกมากขึ้น ลดอาการคัดจมูก ทำให้จมูกโล่ง ขับเสมหะ ลดอาการภูมิแพ้

5. กินเผ็ด ดูแลหัวใจ ด้วยวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียมและธาตุเหล็กในพริก มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งจะพบมากได้ทั้งในพริกสดและพริกแห้ง หากคุณไม่สามารถรับประทานพริกสดๆ สามารถเปลี่ยนเป็นพริกไทย หรือพริกหวานที่นิยมใส่ในสลัด ก็จะช่วยดูแลหัวใจของคุณได้เช่นกัน

6. กินเผ็ด ไกลมะเร็ง สารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินต่างๆที่พบในพริก สามารถช่วยป้องกันและกำจัดเซลล์มะเร็งได้ อีกทั้งยังช่วยล้างสารพิษ ขับพิษของเสียออกจากร่างกายได้

7. กินเผ็ด ลดความเครียด หากมีความเครียดจากการทำงานหนัก การรับประทานอาหารที่มีความเผ็ดจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดรฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีแห่งความสุข ช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น และลืมเรื่องเครียดได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ไม่เชื่อลองกินส้มตำรสเผ็ดๆจัดจ้าน สักครกดูสิ หายเครียดเป็นปลิดทิ้งเลยหล่ะ

การกินเผ็ดจะว่าไปแล้วก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่ใช่น้อย ทั้งนี้รสเผ็ดจะเป็นรสที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีความตื่นตัว สังเกตุได้จากหลังกินอาหารรสเผ็ด เราจะรู้สึกโล่ง ผ่อนคลายและอารมณ์ดี อย่างไรก็ตาม ไม่ควรกินรสเผ็ดมากเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานบางอย่างในร่างกาย ซึ่งการกินเผ็ดเกินไปจะมีโทษอะไรบ้างนั้น ติดตามตอนต่อไปได้ในคลิปหน้า

ดูคลิป 7 ประโยชน์ของการกินเผ็ด https://www.youtube.com/watch?v=b-0rdW_1cxk

15 ประโยชน์จากปลาแซลมอนที่คุณควรรู้

เมื่อสุขภาพร่างกายของคุณเริ่มมีปัญหา มักจะมีสัญญาณเตือนบางอย่างที่แจ้งให้คุณรู้ เช่น อาการปวดศรีษะ, น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น, ผมร่วง, ปัญหาผิวต่างๆ เป็นต้น เหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลย เพราะอาการเหล่านี้อาจทำให้ก่อเกิดโรคต่างๆตามมามากมายได้ ในบทความนี้ เราจะขอแนะนำวิธีการดูแลตัวเองด้วยการรับประทานปลาแซลมอน

ประโยชน์ของการรับประทานปลาแซลมอน

เนื่องจากปลาแซลมอนนี้เป็นหนึ่งในอาหารสุขภาพที่ดีที่สุดในโลก สมาคมโรคหัวใจของสหรัฐอเมริกา แนะนำให้รับประทานปลาแซลมอนอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพราะในปลาแซลมอนนั้นอุดมไปด้วยกรดไขมัน โอเมก้า3 โปรตีน วิตามินและเกลือแร่ ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคและอาการต่างๆ

ดังนั้น นี่คือ 15 เหตุผลที่คุณควรรับประทานปลาแซลมอน เพื่อดูแลสุขภาพของคุณเอง เราลองมาดูรายละเอียดทางโภชนาการของปลาแซลมอนกันดีกว่าค่ะ

1. ดีสำหรับหัวใจ


เห็นได้ชัดจากข้อเท็จจริงด้านโภชนาการที่กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า ปลาแซลมอน อุดมไปด้วยกรดไขมัน โอเมก้า3 ซึ่งกรดไขมันโอเมก้า3 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนที่มีพันธะคู่หลายตัว EPA และ DHA เป็นกรดไขมันโอเมก้า3 ที่มีอยู่ในปลาแซลมอน ทั้ง 2 ชนิดนี้ ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ โดยการลดระดับ LDL และเพิ่มการย่อยสลายของกรดไขมัน ทั้งนี้จะช่วยป้องกันการเกิดคราบจุลินทรีย์และสามารถปกป้องคุณจากโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองตีบ

[related-post id=”861″]

2. ช่วยลดน้ำหนัก

ปลาแซลมอนยังเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี เพราะมีโอเมก้า3 ทั้งสองชนิด ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะมีผลต่อเปอร์เซ็นต์ของไขมันในร่างกาย โปรตีนนี้จะย่อยได้ยาก จึงสามารถช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณกินได้น้อยลง จึงมีผลช่วยลดน้ำหนัก เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต เพิ่มการเผาผลาญอาหารและลดการสะสมไขมัน โดยการเพิ่มการออกซิเดชั่นของกรดไขมัน ดังนั้นคุณจะสามารถมีร่างกายที่ผอมและกระชับได้ หากคุณกินปลาแซลมอนที่ปรุงสุกด้วยวิธีการทำที่เหมาะสม

การดื่มชา ก็ช่วยลดน้ำหนักได้ดีทีเดียว

[related-post id=”542″]

3. ลดการอักเสบ

การอักเสบของร่างกายเป็นอันตราย เพราะอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น อาจมีอาการปวดข้อ , การตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันลดลง , เป็นแผลในกระเพาะอาหารและโรคหลอดเลือดสมอง ในกรดไขมันโอเมก้า3 ที่มีอยู่ในปลาแซลมอนนั้น จะควบคุมฮอร์โมนในร่างกาย จะกำหนดเส้นทางเซลล์และการแสดงออกของยีนส์ ช่วยลดอาการไมเกรน โรคไขข้อ โรคสะเก็ดเงิน โรคลำไส้ใหญ่บวมเป็นแผล โรคเส้นโลหิตตีบ โรคอ้วน โรคอักเสบ เป็นต้น

[related-post id=”869″]

4. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสมอง

กรดไขมันโอเมก้า3 ที่มีอยู่ในปลาแซลมอนมีความสำคัญต่อสมองของคุณ กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนเหล่านี้ เป็นสารป้องกันเส้นประสาทตามธรรมชาติ นอกจากนี้ EPA และ DHA ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของอวัยวะในช่วงพัฒนาการของสมอง DHA ช่วยในการสร้างความแตกต่างของเซลล์ต้นกำเนิดประสาทในเซลล์ประสาท นอกจากนี้ ยังพบว่ากรดไขมันโอเมก้า3 ยังช่วยเพิ่มสมรรถนะด้านความจำในสตรีสูงอายุได้อีกด้วย

[related-post id=”729″]

5. ต่อสู้กับโรคมะเร็ง

โรคมะเร็งนั้นอาจเกิดจากความไม่สมดุลของกรดไขมันโอเมก้า3และโอเมก้า6ในร่างกาย ทำให้เกิดการสะสมของสารพิษและเนื้องอกของเซลล์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ การกินปลาแซลมอนจะช่วยเพิ่มระดับกรดไขมันโอเมก้า3 ซึ่งจะช่วยลดการอักเสบและความเป็นพิษในร่างกาย จากการศึกษาได้พิสูจน์ว่า EPA และ DHA สามารถใช้เพื่อรักษามะเร็งและป้องกันการเจริญเติบโตของมะเร็งเต้านมได้ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อจากการใช้ยาเคมีบำบัดอีกด้วย

[related-post id=”20749″]

6. ป้องกันสมาธิสั้นในเด็ก

กรดโอเมก้า3 DHA และEPA มีบทบาทสำคัญในร่างกาย แต่ก็มีความต่างในหน้าที่ DHA รับผิดชอบการพัฒนาสมองทั้งก่อนและหลังคลอด ในขณะที่ EPA ช่วยควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม นักวิจัยพบว่า DHAและ EPA สามารถช่วยลดอาการของโรคสมาธิสั้นในเด็กได้ ถือว่าเป็นประโยชน์ที่ดีสำหรับเด็กออทิสติก

7. เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม

เพียงหนึ่งในสี่ของปลาแซลมอน สามารถให้โปรตีนแก่คุณได้ถึง 13 กรัม โปรตีนเหล่านี้จะช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อ เพื่อให้ร่างกายกระชับขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพให้แก่กล้ามเนื้อ ป้องกันผมร่วง และซ่อมแซมผิว ผม และสุขภาพของเล็บให้ดีขึ้น

8. แหล่งที่มาของวิตามินดี

ปลาแซลมอนยังเป็นแหล่งวิตามินดี ที่ช่วยเสริมสร้างกระดูก ลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่2 ช่วยต่อสู้โรคมะเร็งและป้องกันโรคหัวใจ หากคุณไม่ได้ออกไปเดินเล่น หรือวิ่งออกกำลังกายในตอนเช้าก็เป็นไปได้ว่า คุณไม่ได้รับวิตามินดี ในปริมาณมากเพียงพอที่ร่างกายต้องการ และหากผิวของคุณบอบบางมากและต้องหลีกเลี่ยงแสงแดด ในกรณีเช่นนี้ คุณควรรับประทานปลาแซลมอน เพื่อช่วยให้ร่างกายผลิตเม็ดสีเมลานินที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี

9. ช่วยดูแลจอประสาทตา

นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาโรคตาที่มีผลเกี่ยวข้องกับอายุ พบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารที่อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า3 เป็นประจำ มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจอประสาทตาลดลง เนื่องจากปลาแซลมอนอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า3 ที่ถือว่าเป็นสุดยอดในการดูแลสุขภาพดวงตา ทำให้จอประสาทตาควบคุมเซลล์และเยื่อหุ้มเซลล์ที่จอตารับแสงได้ดีขึ้น มีผลช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการมองเห็นให้ดีขึ้นอีกด้วย

[related-post id=”866″]

10. เป็นแหล่งที่มาของซีลีเนียม

ซีลีเนียมเป็นแร่ธาตุที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และปลาแซลมอนก็เป็นแหล่งที่ดีของซีลีเนียม ประมาณ 3.5 ปอนด์ของปลาแซลมอนสามารถให้ซีลีเนียมถึง 65 % ของปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน ช่วยในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง ควบคุมการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำหน้าที่อย่างเหมาะสม ต่อต้านการกระทำของเชื้อเอชไอวี ช่วยลดโอกาสในการแท้งบุตร ส่งเสริมการเคลื่อนไหวของตัวอสุจิ ลดความเครียด และอาจช่วยปกป้องคุณจากโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้การขาดซีลีเนียมอาจทำให้ความสามารถในการตัดสินใจของคุณลดลงได้

11. เป็นแหล่งที่มาของแอสตาแซนธินที่ยอดเยี่ยม

เคยสงสัยไม๊ว่า ทำไมเนื้อปลาแซลมอนจึงเป็นสีชมพูหรือส้ม นั่นเป็นเพราะปลาแซลมอนมีปริมาณ แอสตาแซนธินที่ดี ซึ่งแอสตาแซนธินนี้มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและกำจัดอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งแอสตาแซนธินนี้ไม่สามารถสังเคราะห์โดยมนุษย์ได้ แต่คุณสามารถที่จะรับประทานปลาแซลมอนแทนเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเองได้

12. เต็มไปด้วยวิตามินบี

ปลาแซลมอนเป็นแหล่งวิตามินที่ดี ดังนี้

  • วิตามินบี12
  • วิตามินบี6
  • วิตามินบี1
  • วิตามินบี2
  • วิตามินบี3
  • วิตามินบี5
  • วิตามินบี9

วิตามินเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการรักษาสุขภาพที่ดี ช่วยลดการเกิดโรคกระดุกพรุน ช่วยเพิ่มการเผาผลาญอาหาร ดูแลการทำงานของสมอง และช่วยรักษาระดับพลังงานในร่างกายให้เป็นปกติ

13. บรรเทาและลดอาการผมร่วง

ปลาแซลมอนอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า3 โปรตีน วิตามินบี12 และธาตุเหล็ก สารอาหารเหล่านี้จะช่วยให้สุขภาพหนังศรีษะของคุณดีขึ้น ป้องกันผมร่วง โดยการให้อาหารแก่รูขุมขน ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม ปกป้องเส้นผมของคุณให้ดูนุ่มสลวย ดังนั้นหากคุณต้องการดูแลสุขภาพของเส้นผม ควรรับประทานปลาแซลมอนเป็นประจำ แต่ถ้าหากคุณไม่สามารถทานปลาแซลมอนได้บ่อยๆ ก็สามารถทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมน้ำมันปลาแทนการรับประทานแซลมอน เพื่อป้องกันผมร่วงได้

[related-post id=”20646″]

14. ดูแลสุขภาพผิวหนัง

เมื่อคุณอายุเพิ่มมากขึ้น ริ้วรอย จุดด่างดำและกระ ก็จะเริ่มปรากฏขึ้น แนะนำให้รับประทานปลาแซลมอนเพื่อดูแลสุขภาพฟื้นฟูสุขภาพผิว กรดไขมันโอเมก้า3 โปรตีนและวิตามินดี จะช่วยให้เซลล์ของคุณผลิตคอลลาเจน เคราตินและเมลานิน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผิวของคุณคงความชุ่มชื่นเอาไว้ ซึ่งจะช่วยลดริ้วรอยได้ แอสตาแซนธินจะช่วยขจัดแบคทีเรียและต้านอนุมูลอิสระที่เป็นพิษต่อผิว ช่วยฟื้นฟู แก้ไขให้ผิวมีความยืดหยุ่น ช่วยลดจุดด่างดำและสิวได้

15. ช่วยปรับปรุงอารมณ์

ปลาแซลมอนสามารถช่วยยกระดับอารมณ์ของคุณได้ กรดไขมันโอเมก้า3ที่มีอยู่ในปลาแซลมอนช่วยลดการอักเสบและช่วยให้คุณอารมณ์ดีขึ้นได้ ซึ่งได้รับการยืนยันจากนักวิทยาศาสตร์ว่า คนที่เป็นโรคซึมเศร้าจะมีกรดไขมันโอมเก้า3 ต่ำกว่าคนที่อื่น
หากได้รับโอเมก้า3 เพียง 32 กรัมจากปลาแซลมอน ก็จะทำให้มีความรู้สึกมีกำลังใจ ไม่ท้อแท้ ลดอาการซึมเศร้าลงได้อีกด้วย


เห็นได้ชัดว่า 15 ประโยชน์จากปลาแซลมอน นั้นเป็นสิ่งที่ต้องมีในมื้อเย็นหรือมื้อเที่ยงของคุณเลยก็ว่าได้ หากคุณชอบรับประทานอาหารแบบง่ายๆ ไม่ปรุงแต่งรสชาดมากนัก ก็สามารถทำเมนูปลาแซลมอนรับประทานเองได้ง่ายๆที่บ้านของคุณ
หรือหากไม่สะดวกก็สามารถหาทานเมนูปลาแซลมอนได้ตามร้านอาหารทั่วๆไป ซึ่งปลาแซลมอนนั้นมีรสชาติอร่อย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ก่อนรับประทานก็ควรเลือกแหล่งที่มาของปลาแซลมอนกันสักหน่อย เพื่อให้ปลอดภัยจากโลหะหนัก เช่นปรอท หรือสารกำจัดศัตรูพืชที่ปนเปื้อนในเนื้อปลา ดังนั้นหากต้องการมีสุขภาพที่ดี ควรเลือกวิธีแหล่งที่มาของปลาแซลมอน และวิธีการปรุงที่มีประโยชน์ต่อร่างกายให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ได้รับคุณค่าทางสารอาหารที่เหมาะสมแก่ร่างกายของเรา

ข้อมูลโภชนาการของปลาแซลมอน
เนื้อปลาแซลมอนครึ่งชิ้นประกอบด้วย :

  • กรดไขมันโอเมก้า3 – 4023 มก.
  • กรดไขมันโอเมก้า 6 – 1185 มก.
  • โปรตีน – 39.3 กรัม
  • วิตามิน เอ – 89.0 IU
  • วิตามิน บี6 – 1.2 มก.
  • วิตามิน บี12 – 5.0 ไมโครกรัม
  • วิตามิน ซี – 6.6 มก.
  • โฟเลต – 60.5 ไมโครกรัม
  • ไนอาซิน -14.3 มก.
  • Thiamin – 0.6 มก.
  • กรด Pantothenic – 2.6 มก.
  • คาร์โบไฮเดรต – 0 กรัม
  • แคลเซียม – 26.7 มก.
  • แมกนีเซียม 53.4 มก.
  • ซีลีเนียม -73.7 ไมโครกรัม
  • โพแทสเซียม –683 มก.
  • ฟอสฟอรัส – 449 มก.
  • เหล็ก -0.6 มก.
  • โซเดียม -109 มก.
  • แคลลอรี่ -367

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=DVxjMdvHg_8