คลังเก็บป้ายกำกับ: สมุนไพรแก้ท้องอืด

ประโยชน์แกงเลียงกุ้งสด

ประโยชน์แกงเลียงกุ้งสด อาหารสมุนไพร สรรพคุณจากเครื่องเทศ

แกงเลียงกุ้งสด หนึ่งในเมนูอาหารที่เต็มไปด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศ กระตุ้นความอยากรับประทาน ตั้งแต่ได้กลิ่นหอมลอยมาตามสายลม สามารถใช้เป็นเมนูเพื่อสุขภาพอุดมด้วยคุณค่าทางสารอาหาร นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อคุณแม่มือใหม่ เพราะช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมได้เป็นอย่างดี และต่อไปนี้จะขอเสนอประโยชน์จากแกงเลียงกุ้งสดที่มีในด้านอื่น ๆ ดังนี้

1. แกงเลียงช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง
แคลเซียมที่อยู่ในพริกไทย สามารถช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน อีกทั้งยังช่วยในการชะลอความเสื่อมของเซลล์

2. แกงเลียงบำรุงสมอง
หอมแดงอุดมด้วยธาตุฟอสฟอรัสที่มีส่วนบำรุงสมอง กระตุ้นการทำงานสมอง เมื่อรับประทานเป็นประจำ ช่วยให้ความจำดีขึ้น จดจำเรื่องราวและประมวลผลต่าง ๆ ได้ไวขึ้น

3. แกงเลียงบำรุงสายตา ลดน้ำตาลในเลือด
ด้วยสีเหลืองของฟักทอง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อกระจก ช่วยบำรุงและรักษาสายตา อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน

4. แกงเลียงเพิ่มน้ำนม
บวบอุดมด้วยธาตุเหล็ก ส่งเสริมการสร้างเม็ดเลือดแดง บำรุงและกระตุ้นน้ำนมมารดา เหมาะสำหรับผู้ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ส่งเสริมการเจริญเติบโตของลูกน้อย บำรุงประสาทและสมอง ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย

5. แกงเลียงแก้ท้องอืด
การรับประทานอาหารมากเกินไปหรืออาหารไม่ย่อย ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ สามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยการรับประทานใบแมงลัก จะช่วยบรรเทาอาการท้องอืดให้ดีขึ้น ช่วยขับลมในลำไส้ ลดอาการท้องเฟ้อ พร้อมบำรุงลำไส้ไปในตัว

6. แกงเลียงบำรุงเส้นผม
สำหรับผู้ที่ปัญหาเส้นผมขาดหลุดร่วงได้ง่าย หรือผมแห้งเสีย การรับประทานกระชายสามารถช่วยบำรุงเส้นผมให้กลับมาแข็งแรง ลดการหลุดร่วง บำรุงเส้นผมให้มีน้ำหนัก กระตุ้นการทำงานของรากผมได้เป็นอย่างดี

7. แกงเลียงลดคอเลสเตอรอล ปรับสมดุลของร่างกาย
การรับประทานข้าวโพดอ่อน สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ป้องกันเส้นเลือดแข็งตัว อีกทั้งยังช่วยปรับสมดุลความเป็นกรดด่างในร่างกายให้อยู่ในภาวะปกติ

8. แกงเลียงลดน้ำหนัก
เครื่องปรุงและส่วนประกอบในเมนูแกงเลียงรวมไปถึงกุ้งสด มีส่วนช่วยให้คุณสามารถควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้น ด้วยแคลอรี่ที่ต่ำและวิตามินแร่ธาตุต่าง ๆ มีส่วนช่วยในการเพิ่มฮอร์โมนที่ช่วยในการกักไขมันให้มากขึ้น อีกทั้งการรับประทานกุ้งยังมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งยาลดน้ำหนัก

แกงเลียงกุ้งสดอร่อยและมีประโยชน์ขนาดนี้ เห็นทีต้องซื้อวัตถุดิบติดบ้านไว้เป็นเมนูประจำบ้านซะแล้ว แต่หากไม่มีเวลาหรือไม่สะดวก ไปร้านอาหารสั่งเค้าทำก็ง่ายและสะดวกดี กินอาหารทั้งทีก็ต้องเลือกอาหารที่กินแล้วถูกปาก และมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย ถึงจะคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

ดูคลิปประโยชน์แกงเลียงกุ้งสดได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=FFVBstPy3kQ

ประโยชน์กะเพรา

6 ประโยชน์กะเพรา สรรพคุณดีๆที่ต้องร้องว้าว

เมื่อนึกถึงกะเพราเราก็มักจะคิดถึงเมนูยอดฮิตตลอดกาล ผัดพริกใบกะเพราหมูสับ หอมกลิ่นใบกะเพราอ่อนๆ ให้รสชาติเผ็ดหน่อยๆเข้ากันกับข้าวสวยร้อนๆ นอกจากความอร่อย รู้หรือไม่ใบกะเพรามีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ในบทความนี้มีเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับผักชนิดนี้มาฝาก

1. กะเพราดีต่อสายตาและการมองเห็น
สารสกัดด้วยน้ำจากกะเพราแดง ช่วยให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นดีขึ้น อุดมด้วยวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน ลูทีน ซีแซนทีน สารเหล่านี้ล้วนสำคัญต่อสุขภาพของดวงตา ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต้อกระจก

2. กะเพราลดระดับน้ำตาล
ชาวอินเดียและชาวปากีสถาน นิยมใช้กะเพราต้มน้ำดื่ม เพื่อใช้ในการรักษาโรคเบาหวานและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

3. กะเพราแก้หวัด
กลิ่นหอมฉุนรสเผ็ดร้อนของกะเพรา สามารถช่วยบรรเทาอาการโรคหวัด ขับเสมหะ ขับเหงื่อลดไข้และส่งเสริมการทำงานของปอด ช่วยให้หายใจสะดวกมากขึ้น บรรเทาโรคหอบหืด เสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรงไวขึ้น

4. กะเพราแก้เครียด
การรับประทานใบกะเพราเป็นประจำพบว่า สามารถช่วยลดความเครียด คลายความวิตกกังวลและลดอาการซึมเศร้า ช่วยปรับสมดุลธาตุในร่างกายให้อยู่ในภาวะปกติ

5. กะเพราขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
ในการรักษาแบบแทพย์แผนไทยนิยมใช้ยอดอ่อนและใบกะเพราเป็นยาบำรุงธาตุ แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ขับลม ลดการจุกเสียด หากมีอาหารเหล่านี้ลองรับประทานเมนูที่มีใบกะเพราเป็นส่วนประกอบจะช่วยให้อาการดีขึ้น โดยไม่ต้องรับประทานยาเลย

6. กะเพราไล่ยุงและแมลง
น้ำมันหอมระเหยใบกะเพรามีส่วนช่วยในการไล่ยุงและแมลง คุณสามารถนำใบกะเพรามาหมักรวมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ และใช้เอทิลแอลกอฮอล์ เทให้ท่วมใบกะเพรา หมักทิ้งไว้ 15 วัน จากนั้นกรองนำแต่น้ำมาใช้ฉีดพ่นในการไล่ยุง

กะเพราปลูกง่าย โตไว แถมยังสารพัดประโยชน์ สรรพคุณครอบคลุมขนาดนี้ ปลูกติดบ้านไว้ ถึงเวลาก็หยิบใช้ได้ทันที หากเพื่อนๆมีไอเดียในการนำกะเพรามาประยุกต์ใช้ในด้านอื่น ๆ อย่าลืมแนะนำให้ทราบกันบ้างนะ

ดูคลิปประโยชน์กะเพรา https://www.youtube.com/watch?v=N53MoyDygxg

ประโยชน์ดาวเรือง

ดาวเรือง ประโยชน์รอบด้าน ปลูกไว้เป็นมงคลได้สรรพคุณใช้

ดอกไม้สีเหลืองที่ได้รับความนิยมปลูกกันมากในช่วงเวลานี้ มองไปทางไหนก็เหลืองอร่ามงามตา ดูสดชื่นไปทุกที่ ชั่วโมงนี้ต้องยกให้ ดาวเรือง นอกจากจะปลูกเพื่อความสวยงามแล้ว ก็ยังมีข้อดีในด้านอื่นอีกด้วย บทความนี้รู้ไว้ดอทคอม ขอเสนอ 8 ประโยชน์ของดาวเรืองดังนี้

1. ดาวเรือง ไล่แมลง แมลงเป็นสัตว์ทีไม่ชอบกลิ่นฉุน ในดาวเรืองมีสารที่เป็นกลิ่นที่แมลงไม่ชอบ เมื่อปลูกต้นไม้ที่แมลงชอบมารบกวน ก็ควรปลูกดาวเรืองไว้ใกล้ ๆ ด้วย เพื่อช่วยกำจัดและไล่แมลงไม่ให้มาทำลายต้นไม้ที่ปลูกไว้

2. ดาวเรือง ดูแลดวงตา สารสกัดจากดอกดาวเรืองประเภทลูทีน สามารถช่วยกรองแสงหรือป้องกันรังสีที่เป็นอันตรายต่อดวงตา ลดความเสี่ยงของเซลล์จอประสาทตาเสื่อมและโรคต้อกระจก

3. ดาวเรือง อาหารสัตว์ ดอกดาวเรืองเมื่อนำมาตากแดดให้แห้ง จะได้สารแซธโธฟีล ซึ่งเมื่อนำไปผสมในอาหารของไก่ไข่ จะช่วยทำให้ไข่แดงในไข่ไก่ที่ออกมามีสีแดงตามธรรมชาติดูน่ากินมากขึ้น

4. ดาวเรือง ลดการอักเสบ การดื่มชาดอกดาวเรือง สามารถช่วยลดการอักเสบและปวดบวมของร่างกายได้ เช่น บรรเทาอาการเป็นแผลในกระเพาะอาหาร ต้านการอักเสบของลำไส้ ลดอาการท้องอืด

5. ดาวเรือง ผิวนุ่ม ดอกดาวเรืองเมื่อนำมาสกัดจนได้น้ำมันดอกดาวเรือง สามารถนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางหรือทำผลิตภัณฑ์บำรุงผิว จะช่วยให้ผิวนุ่ม ต้านแบคทีเรีย สมานผิวลดความกร้านของผิวได้ดี

6. ดาวเรือง แก้ไอ หากมีอาการไอและต้องการบรรเทาด้วยวิธีธรรมชาติ สามารถใช้ดอกดาวเรืองสด 15 ดอก นำมาต้มผสมน้ำตาลทรายแดงแล้วดื่มแต่น้ำ จะช่วยให้อาการไอนั้นดีขึ้น ลดอาการเจ็บคอ แก้ไอเรื้อรัง

7. ดาวเรือง ดูแลช่องปาก อาการร้อนในมักทำให้เกิดอาการเจ็บคอ ช่องปากอักเสบ เจ็บลิ้น เหงือกบวม สามารถใช้ดอกดาวเรืองตากแห้ง นำมาไล่ความชื้นอีกครั้งด้วยการคั่ว แล้วนำมาต้มผสมกับน้ำ อาจใส่น้ำตาลเพื่อเพิ่มรสชาด นำมาใช้ดื่มแก้ร้อนใน หรือหากต้องการนำมากลั้วคอ บ้วนปาก เพื่อลดการอักเสบก็ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำตาลผสม

8. ดาวเรือง ลดน้ำตาลในเลือด สารสกัดจากดอกดาวเรือง สามารถย่อยสลายน้ำตาลในลำไส้ ลดการดูดซึมกลูโคสในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยฟอกเลือดและส่งเสริมการทำงานของระบบเลือดให้ทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น

ดาวเรือง ไม้มงคลที่เปรียบเปรยสื่อความหมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง นอกจากจะมีความหมายดีก็ยังเป็นดอกไม้ประจำพระองค์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกด้วย ซึ่งการนำมาใช้ประโยชน์ก็สามารถทำได้หลากหลายวิธี หากต้องการนำมาใช้งานแนะนำให้เลือกจากแหล่งปลูกที่ปลอดภัย ไร้สารเคมี เพราะการนำมาใช้ชงเป็นชาดื่มหรือนำมาสกัดเพื่อนำไปใช้งานในขั้นตอนต่อไป ดอกที่นำมาใช้ต้มหรือสกัดควรปลอดสารพิษ จึงจะทำให้ได้คุณค่าทางสารประกอบที่ปลอดภัยและครบถ้วน หากไม่แน่ใจก็สามารถปลูกไว้ใช้งานเองได้ วิธีปลูกไม่ยุ่งยาก ดูแลง่าย ชอบดินร่วน ระบายอากาศได้ดี และชอบแสงแดดจัด ซึ่งก็เหมาะกับอากาศของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง

ดูประโยชน์ดาวเรือง : https://www.youtube.com/watch?v=Aj_nxXbon-4

ประโยชน์โหระพา

ประโยชน์โหระพา ทั้งรับประทาน และสรรพคุณใช้ภายนอก

โหระพา พืชสมุนไพรที่ให้กลิ่นหอมจำพวกเดียวกับสะระแหน่ กะเพรา โรสแมรี่และออริกาโน่ แน่นอนว่าพืชชนิดนี้ อุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุที่ดีต่อสุขภาพ ในบทความนี้ขอขยายความให้ทุกท่านได้รู้จักกับโหระพามากขึ้นดังนี้

1. ต่อสู้กับโรค สารต้านอนุมูลอิสระที่พบในโหระพา มีส่วนช่วยปกป้องดีเอ็นเอและเซลล์ อุดมด้วยสารฟลาโวนอยด์ที่ละลายในน้ำได้ดี ซึ่งมีส่วนช่วยปกป้องเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่รับผิดชอบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ลดความเครียดของร่างกายที่ได้รับผลกระทบจากการฉายรังสีในการรักษาโรคมะเร็ง

2. ต้านการอักเสบ หนึ่งในอาการที่แสดงถึงความเจ็บป่วย คือการที่เซลล์ในร่างกายมีการอักเสบ จนก่อให้เกิดโรค การรับประทานโหระพามีเอนไซม์ที่สามารถช่วยลดการอักเสบของโรคได้ เช่น โรคไขข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคลำไส้อักเสบ เป็นต้น

3. ระบบย่อยมีปัญหา หากมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย การรับประทานใบโหระพาสด สามารถช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ให้ดีขึ้นได้ จะเห็นได้ว่าในเมนูลาบหมู ลาบวัว ตามร้านต่างๆ มักจะมีโหระพาเป็นผักเคียงเสิร์ฟให้เสมอ ทั้งนี้ก็เพื่อส่งเสริมการย่อยให้ดีขึ้น ลดอาการแน่นจุกเสียดหลังรับประทานเมนูเด็ดนั่นเอง

4. แก้ไอ อาการเจ็บคอ ไอ หรือหลอดลมอักเสบจากการไอ สามารถใช้ใบโหระพาคั้นเอาแต่น้ำมาผสมกับน้ำผึ้ง แล้วจิบเวลาที่มีอาการ จะช่วยบรรเทาอาการไอ และลดการอักเสบของหลอดลมให้ดีขึ้นได้

5. ลดคอเลสเตอรอล เมื่อบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง อาจส่งผลกระทบต่อระดับคอเลสเตอรอลให้สูงขึ้นได้ การรับประทานใบโหระพากับอาหารที่มีไขมันสูงคู่กัน มีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอล หรือไขมันในเส้นเลือดได้ อีกทั้งยังป้องกันและลดการก่อตัวของคราบหินปูนในกระแสเลือดได้อีกด้วย

6. แมลงสัตว์กัดต่อย อาการแพ้ บวมคัน จากการโดนแมลงกัดต่อย สามารถบรรเทาอาการได้โดยการนำใบโหระพาสด 5-10 ใบ มาขยำให้ละเอียด แล้วนำมาใช้ประคบหรือพอกบริเวณที่ถูกแมลงกัด จะช่วยลดอาการปวดและบวมได้ดีไม่แพ้ยาหม่องเลย

7. โรคผิวหนัง บางครั้งหากมีอาการจากโรคผิวหนัง เช่น กลากเกลื้อน อาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาสเตียรอยด์ในการรักษาเสมอไป อาจใช้ใบโหระพาเป็นทางเลือก โดยการใช้ใบสด 20 ใบ นำมาตำให้ละเอียด กรองแล้วนำน้ำมาใช้ทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน ทาวันละ 3 ครั้ง วิธีนี้จะช่วยให้อาการกลากเกลื้อนบรรเทาและค่อยๆหายไปในที่สุด

โหระพา นอกจากจะนำมาใช้ประกอบอาหารเพื่อให้ได้รสชาติที่ดี กลิ่นที่หอม และสรรพคุณที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการบรรเทาอาการของโรคต่างๆได้อีกด้วย ดีต่อสุขภาพขนาดนี้ วิธีปลูกก็ไม่ยุ่งยาก หากไม่มีเมล็ด แต่ได้ไปกินข้าวนอกบ้าน แล้วมีผักเคียงเป็นโหระพา อย่าลืมนำติดไม้ติดมือกลับมาบ้าน แล้วนำมาปักลงดิน รดน้ำและรอเวลา เพียงเท่านี้ คุณก็จะมีโหระพาไว้ใช้งานได้ง่ายๆแล้วหล่ะค่ะ

ดูประโยชน์ของโหระพา https://www.youtube.com/watch?v=PB0lCZ_X4vk

ประโยชน์มะเฟือง

9 ประโยชน์มะเฟือง สรรพคุณผลไม้ดี ที่คุณต้องลอง

บนโลกนี้มีผักและผลไม้มากมายที่รอให้เราได้ทดลองกิน​ บางชนิดก็ออกผลให้ได้เก็บเกี่ยวกินได้ตลอดทั้งปี​ บางชนิดก็อาจต้องรอตามฤดูกาล​ มะเฟืองก็เป็นหนึ่งในผลไม้ตามฤดูกาลที่รอออกผลให้เราได้กินกัน​ ในบทความนี้จะขอแนะนำประโยชน์ของผลไม้รูปดาว​ 5​ แฉก​ หรือมะเฟือง​ ต่อสุขภาพจะดีแค่ไหน​ ไปรับชมกันเลย

1.​ เป็นแหล่งของไฟเบอร์และวิตามิน​

มะเฟืองให้แคลอรี่ต่ำ​ แต่อุดมด้วยไฟเบอร์และวิตามินซีสูง​ สารอาหารเหล่านี้ช่วยให้ระบบขับถ่ายของคุณดีขึ้น​ อีกทั้งยังบำรุงผิวให้สดใส​ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน​ ต้านอนุมูลอิสระ​ และป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน

2.​ ต้านโรคร้าย

สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในมะเฟืองมีความเข้มข้นสูง​ มีประสิทธิภาพในการต้านโรคร้าย​อย่างเช่นมะเร็ง​ ช่วยป้องกันโรคและอาการป่วยที่เกิดจากความเสียหายของเซลล์

3.​ แก้เจ็บคอ​ ขับเสมหะ​

เนื้อมะเฟืองมีน้ำมาก​ มีฤทธิ์เป็นกรด​ สามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ​ และขับเสมหะได้

4.​ ลดรังแค​ แก้คันศีรษะ

หากมีรังแค​ และอาการคันศีรษะสามารถใช้มะเฟืองนำมาคั้นใช้แต่น้ำ​ และนำมานวดให้ทั่วหนังศีรษะ​ ปล่อยทิ้งไว้​ 10​ นาที​ แล้วล้างออกให้สะอาด​ วิธีนี้จะช่วยขจัดรังแคและลดอาการคันบนหนังศีรษะได้

5.​ ดูแลความดัน

โซเดียมและโพแทสเซียมในมะเฟือง​ มีส่วนช่วยในการดูแลความดันโลหิต​ ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ​ และช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ตามปกติ

6.​ มะเฟืองผลไม้ช่วยลดน้ำหนัก

สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก​ การรับประทานมะเฟืองให้แคลอรี่ที่ต่ำ​ แต่อุดมด้วยเส้นใยที่ช่วยในการเผาผลาญอาหารที่สำคัญ​ น้ำและเส้นใยในมะเฟืองช่วยให้คุณอิ่มเร็ว​ จึงทำให้กินได้น้อยลง​ ไม่ทำให้กินในปริมาณที่เกินความอิ่มของตนเอง

7.​ ท้องผูก​ ท้องอืด​ ท้องเฟ้อ​ มะเฟืองช่วยได้

ใยอาหารในมะเฟือง​มีส่วนช่วยให้การย่อยอาหารนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น​ กระตุ้นการทำงานของลำไส้​ สำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูก​ มะเฟืองสามารถช่วยให้ขับถ่ายได้เป็นปกติ​ ลดอาการท้องอืด​ ท้องเฟ้อได้เป็นอย่างดี

8.​ เพิ่มมวลกระดูก

แร่ธาตุที่หลากหลายในมะเฟือง​ ไม่ว่าจะเป็​น​ ธาตุเหล็ก​ แมกนีเซียม​ สังกะสี​ แคลเซียม​ ฟอสฟอรัส​ สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพของกระดูกให้ดีขึ้น​ อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนในขณะที่มีอายุเพิ่มมากขึ้น

9.​ ผิวพรรณชุ่มชื่น​

สารต้านอนุมูลอิสระฟลาโวนอยด์ในมะเฟือง​ ช่วยป้องกันและลดริ้วรอยก่อนวัย​ รักษาความชุ่มชื่นของผิว​  ให้ผิวดูมีน้ำมีนวล​ เปล่งปลั่ง

ด้วยประโยชน์​ 9​ ข้อที่ยกตัวอย่างมาเล่าสู่กันฟัง​ ก็เป็นข้อดีของมะเฟืองที่มีต่อสุขภาพ​ อย่างไรก็ตาม​ หากคุณเป็นโรคไต​ หรือนิ่วในไต​ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานมะเฟือง​ นอกจากนี้หากอยู่ในช่วงรักษาตัว​ มีการรับประทานยา​ เพื่อควบคุม​ หรือรักษาโรค​ ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานมะเฟือง

ดูคลิป “ประโยชน์มะเฟือง” : https://www.youtube.com/watch?v=pFQe50P1qfE

สมุนไพรแก้ท้องอืด

สมุนไพรแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย 15 ชนิดที่ควรรู้

โรคท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อยนี้ เชื่อได้ว่าทุกคนคงเคยเป็นและมักมีอาการอึดอัด จุกเสียด ไม่สบายตัว แน่นท้องและบางครั้งอาจมีอาการคลื่นไส้ร่วมอยู่ด้วย หากมีอาการเหล่านี้ลองหาสมุนไพรมาทำรับประทานกันดู ซึ่งสมุนไพรทั้ง 15 ชนิดนี้ หาซื้อได้ง่ายและราคาไม่สูง สะดวกทำแบบไหนก็เลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะ

15 สมุนไพรแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด แน่นท้อง

1. ขิง

ขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยในการย่อยอาหาร ใช้ขิงแก่สด 2-3 เหง้า ล้างให้สะอาด ทุบให้พอแตก จากนั้นนำไปต้มกับน้ำ และนำน้ำที่ต้มแล้วมาดื่ม ดื่มวันละ 3-4 แก้ว หรือดื่มครั้งละ 1 แก้วหลังรับประทานอาหาร ก็จะช่วยบรรเทาอาการได้เป็นอย่างดี [related-post id=”478″]

2. ขมิ้น

ขมิ้นสามารถนำมาใช้กับร่างกายได้ทั้งภายในและภายนอก สำหรับอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย อาจนำมารับประทานแบบสด โดยการปอกเปลือกทิ้ง ล้างให้สะอาดแล้วค่อยนำมารับประทาน หรืออาจหาซื้อขมิ้นแบบแคปซูลที่มีวางจำหน่ายตามร้านขายยาหรือร้านสะดวกซื้อ ก่อนรับประทานอย่าลืมอ่านฉลากคำแนะนำให้ดีก่อน และควรหยุดใช้เมื่ออาการดีขึ้นหรือหายแล้ว ทั้งนี้ขมิ้นอาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน บางคนอาจมีอาการแพ้ขมิ้น โดยมีอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดหัว นอนไม่หลับ อาเจียน ให้หยุดยาทันที และห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการอุดตันของท่อน้ำดี เช่น นิ่วในถุงน้ำดีและไม่ควรใช้ในสตรีมีครรภ์

3. กระเทียม

กระเทียมสดมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยในการขับลม ลดและบรรเทาอาการท้องอืด แน่นจุกเสียด เพื่อเป็นการป้องกันเราควรรับประทานกระเทียมสด ครั้งละ 5-7 กลีบ หลังอาหารทุกมื้อ นอกจากบรรเทาอาการท้องเฟ้อแล้ว ยังสามารถ ช่วยลดน้ำตาลในเลือดและลดความดันโลหิตได้อีกด้วย

4. มะนาว

เราจะใช้เปลือกมะนาวในการรักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด แน่นท้อง โดยการนำเปลือกสดของมะนาวมาคลึงหรือทุบเล็กน้อย เพื่อให้มีน้ำมันหอมระเหยออกมาที่บริเวณเปลือก จากนั้นนำเปลือกที่คลึงแล้วไปชงกับน้ำร้อนและนำมาดื่ม น้ำมันหอมระเหยที่ติดอยู่ที่เปลือกของมะนาว จะช่วยขับลมและลดอาการท้องอืดได้ หากรสอ่อนเกินไปสามารถผสมน้ำมะนาวลงไปได้เล็กน้อย ก็จะช่วยให้ระบบการย่อยอาหารนั้นทำงานได้ดีขึ้น

5. กระวานไทย

กระวานไทยมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยในการขับลม ลดการบีบตัวของลำไส้ บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ วิธีใช้ นำเมล็ดแก่แห้งมาบดเป็นผงให้ละเอียด แล้วนำมาชงกับน้ำอุ่นดื่ม โดยใช้ปริมาณครั้งละ 1-3 ช้อนชา ก็จะช่วยให้อาการแน่นจุกเสียดนั้นดีขึ้นได้

6. กระเพรา

กระเพราเป็นสมุนไพรที่ใช้ในการตั้งธาตุ ช่วยให้ระบบในช่องท้องทำงานเป็นปกติ แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด วิธีการใช้อาจนำมากินแบบสด คือใช้ใบกระเพรา 8-10 ใบ ล้างให้สะอาดแล้วนำมาเคี้ยวและลกืนลงไป หากทนความเผ็ดไม่ไหวให้ลดจำนวนลงเหลือ 3-4 ใบ หรืออีกหนึ่งวิธีคือ การนำใบกระเพราทั้งใบและก้าน ประมาณ 1 กำมือ ล้างให้สะอาดแล้วนำมาต้มกับน้ำ โดยเติมน้ำให้ท่วมใบกระเพรา ปิดฝาหม้อต้มให้เดือดสัก 5 นาที จากนั้นรินน้ำมาดื่มแบบอุ่นๆ จิบกินทีละนิด ครั้งละ 1-2 แก้ว ไม่ควรดื่มครั้งละมากๆ เพราะอาจทำให้มีอาการท้องอืดมากขึ้น

7. ใบแมงลัก

ใบแมงลักเป็นพืชที่มีกลิ่นหอม และมีน้ำมันหอมระเหยที่สามารถช่วยในการบรรเทาอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อยได้ เพียงนำใบแมงลักมารับประทานอาจนำมาทำอาหาร เช่น แกงเลียง หรือนำใบสดมาเคี้ยวเป็นเครื่องเคียงในเมนู ขนมจีนน้ำยา ก็จะช่วยขับลมและทำให้ระบบย่อยอาหารในช่องท้องทำงานได้ดีขึ้น

8. ข่า

ข่ามีฤทธิ์ช่วยในการขับน้ำดีที่ช่วยในการย่อยอาหาร เพียงนำเหง้าข่าสด มาตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำปูนใส 1 แก้ว ผสมให้เข้ากันแล้วนำมากรองดื่มแต่น้ำ หลังอาหารครั้งละ 1 แก้ว ก็จะสามารถบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืดได้

9. ตะไคร้

เลือกต้นตะไคร้ที่แก่สักหน่อย ประมาณ 1 กำมือ ล้างให้สะอาด ทุบให้แตก แล้วนำมาต้มกับน้ำ จากนั้นกรองแยกกากออกนำน้ำมาดื่ม เพื่อรักษาอาการท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย

[related-post id=”929″]

10. กระชาย

ใช้เหง้าและรากของกระชายสดประมาณ 10 กรัม นำมาต้มกับน้ำเปล่า เมื่อเดือดแล้วจึงกรองนำแต่น้ำมาดื่ม จะสามารถบรรเทาอาการท้องอืด ขับลมในช่องท้องได้

11. สับปะรด

วิธีการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่นอกบ้าน คือซื้อสับปะรดมารับประทานหลังกินอาหารเสร็จ โดยรับประทานสัก 4-5 ชิ้น เพื่อให้เอนไซม์ในสับปะรดได้ช่วยย่อยอาหารและบรรเทาอาการท้องอืด

[related-post id=”869″]

12. กานพลู

ใช้ดอกตูมแห้งของกานพลูประมาณ 5-10 ดอก นำมาบดเป็นผงให้ละเอียด แล้วนำมาชงกับน้ำอุ่นดื่ม ก็จะช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ โดยไม่ต้องกินยา

13. หอมแดง

หอมแดงมีสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยในการย่อยอาหาร เพียงแค่นำหอมแดงมารับประทานเป็นอาหาร โดยทำเมนูน้ำพริก เครื่องแกง หรือยำประเภทต่างๆ ก็จะช่วยป้องกันและบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้

14. เทียนข้าวเปลือก

เมล็ดเทียนข้าวเปลือก มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยขับลมในกระเพาะอาหารและช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่น หากมีอาการท้องอืด หลังรับประทานอาหาร แนะนำให้เคี้ยวเมล็ดเทียนข้าวเปลือกจำนวนหนึ่ง ก็จะช่วยแก้ไขและบรรเทาอาการท้องอืด แน่นท้องได้อย่างแน่นอน

15. ผักดิบ

ข้อนี้อาจไม่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรแต่อย่างใด แต่คุณควรหลีกเลี่ยง เพราะผักดิบมีส่วนประกอบของเส้นใยสูงมาก หากรับประทานผักดิบเป็นจำนวนมากก็อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้ แนะนำให้ทานผักที่ผ่านการลวกหรือต้มจะดีกว่า

อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาจถือได้ว่าเป็นอาการที่ไม่รุนแรง แต่ก็ไม่ควรปล่อยปละละเลย เพราะจากจุดเริ่มต้นเล็กๆนี้ อาจนำพาไปสู่การเป็นโรคเรื้อรังระยะยาวได้ ซึ่งโรคหรืออาการเหล่านี้เป็นโรคทั่วไปที่สามารถป้องกันได้ สาเหตุหลักๆก็มาจากอาหารการกิน ฉะนั้นหากต้องการหลีกเลี่ยงอาการเหล่านี้ อาจต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และเมื่อมีอาการควรรีบแก้ไขก่อนปัญหาจะสายเกินแก้

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=Mq-vJFgjpDA