คลังเก็บป้ายกำกับ: วิธีแก้ท้องผูก

ประโยชน์ลูกเดือย

ลูกเดือย กับประโยชน์ที่กินแล้วดีต่อร่างกาย

ธัญพืชส่วนใหญ่ที่เรารู้จักและคุ้นเคยกันดี ส่วนใหญ่มักจะเป็นถั่วประเภทต่าง ๆ ซึ่งคนมักนิยมนำมารับประทาน เพราะเชื่อว่าดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ในบทความนี้รู้ไว้ดอทคอมขอแนะนำลูกเดือย ธัญพืชสีขาวเม็ดเล็กอีกหนึ่งชนิดที่มีคุณค่าทางสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย กินแล้วจะให้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ไปดูกันเลย

1. ลูกเดือย ลดความดันโลหิต เมื่อหลอดเลือดได้รับความเสียหาย อาจส่งผลต่อความดันโลหิตและก่อให้เกิดโรคยอดฮิตอย่างเช่นโรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง การรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูงอย่างลูกเดือย สามารถช่วยดูแลระดับความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะที่สมดุลได้ ทั้งนี้หากต้องการให้ความดันอยู่ในระดับปกติ สามารถออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้ได้ผลไวขึ้น

2. ลูกเดือย แก้อาการนอนไม่หลับ นอนหลับยากถือเป็นปัญหาที่น่าหนักใจ สำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนแต่ดันนอนไม่หลับ กรดอะมิโนในลูกเดือย มีส่วนช่วยในการทำงานของสมองและช่วยผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยในเรื่องการนอนหลับ การดื่มน้ำลูกเดือยอุ่นๆก่อนนอน ช่วยทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ส่งผลให้นอนหลับสบายขึ้น

3. ลูกเดือย แก้ท้องผูก ระบบขับถ่ายมีปัญหามักจะส่งผลกระทบถึงอวัยวะต่าง ๆ ได้หลายส่วน ทำให้มีอาการท้องอืด อึดอัด ไม่สบายตัว เพราะของเสียไม่ได้ถูกระบายออกไป ส่งผลให้ระบบเลือดไม่สะอาด เลือดเป็นพิษ การนำลูกเดือยมาต้มกินเป็นเมนูข้าวต้มลูกเดือย จะมีส่วนช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น เนื่องจากอุดมด้วยใยอาหารที่ช่วยในการทำงานของลำไส้

4. ลูกเดือย แก้ร้อนใน อากาศร้อน ส่งผลให้อุณภูมิในร่างกายสูงขึ้น อาจทำให้มีอาการร้อนใน คอแห้ง มีตุ่มพุพองในช่องปาก การรับประทานลูกเดือยซึ่งเป็นยาฤทธิ์เย็น สามารถช่วยปรับอุณภูมิของร่างกายให้ลดลง แก้ร้อนใน ดับกระหายได้เป็นอย่างดี

5. ลูกเดือย ดูแลกระดูก วิตามินและแร่ธาตุในลูกเดือย ช่วยดูแลอาการเหน็บชา บำรุงไขข้อและกระดูก ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน

6.ลูกเดือย บำรุงผิวและผม สารอาหารจำพวกวิตามินที่อยู่ในลูกเดือย มีส่วนช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ช่วยในการบำรุงผิวให้มีสุขภาพดี อีกทั้งยังช่วยให้เส้นผมมีการเจริญเติบโตที่ดีช่วยให้ผมยาวเร็วและมีน้ำหนัก

ลูกเดือย หนึ่งในธัญพืชที่เป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพ สามารถนำมาแปรรูปได้หลากหลาย จะต้มกินทั้งเนื้อและน้ำ นำไปอบกรอบ หรือผสมในเต้าทึงเมนูของหวานสุดแสนจะอร่อย ก็ให้ประโยชน์แก่ร่างกายได้ทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเน้นกินธัญพืชชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไป หากต้องการสารอาหารที่ครบถ้วน ควรรับประทานให้หลากหลายและไม่ติดในรสชาด ก็จะช่วยให้ร่างกายลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่าง ๆ ได้มากเลยทีเดียว

ดูคลิป 6 ประโยชน์ลูกเดือย https://www.youtube.com/watch?v=r2uHaf668fc

ประโยชน์ขนุน

ขนุน ประโยชน์ของผลไม้หน้าร้อน ใส่ไอศกรีม ลอดช่อง

ขนุน ผลไม้ที่ใครๆก็รู้จัก ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ชอบรับประทาน แช่เย็นยิ่งอร่อย เหมาะกับอากาศร้อน ช่วงซัมเมอร์นี้ รู้ไว้ดอทคอมขอแนะนำประโยชน์ของขนุน มีสรรพคุณต่อร่างกายดังนี้ค่ะ

1. ป้องกันมะเร็ง ในเนื้อขนุนอุดมด้วยสารพฤกษเคมี วิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ สารเหล่านี้สามารถช่วยปกป้องเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระต่างๆ อีกทั้งยังสามารถซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ป้องกันโรคร้ายอย่างมะเร็ง เช่น มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น

2. หลับสบาย ไม่ต้องนอนนับแกะ สารเมลาโทนินหากทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จะส่งผลให้เรานั้นนอนหลับสบาย ในเนื้อขนุนมีแร่ธาตุแมกนีเซียมและธาตุเหล็ก ที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของฮอร์โมนนี้

3. ตาพร่ามัว ปัญหาของการจ้องจอมือถือมากหรือนานเกินไป แสงสีฟ้าจากหน้าจออาจส่งผลให้จอประสาทตาเสื่อม การรับประทานขนุนสามารถส่งเสริมให้เซลล์บริเวณดวงตา ทำหน้าทีได้ดีขึ้นด้วยวิตามินเอ ที่จะช่วยบำรุงสายตาให้มีความคมชัด ลดความเสื่อมของจอประสาทตา

4. ท้องผูก ขนุนช่วยได้ ปัจจัยการทำงานที่เร่งรีบ ความเครียดล้วนส่งผลให้ระบบขับถ่ายทำงานผิดปกติ การกินขนุนเพื่อใช้ไฟเบอร์มาส่งเสริมการทำงานของลำไส้้ จะทำให้ระบบย่อยดีขึ้น ขับถ่ายได้คล่อง ลดปัญหาท้องผูกเป็นการเลี่ยงการใช้ยาถ่ายได้เป็นอย่างดี

5. ร่างกายอ่อนล้า ไม่สดชื่น นอกจากการพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยล้าแล้ว วิธีชาร์ตความสดชื่นให้ตนเองอย่างเร่งด่วน ก็คือการกินขนุน วิตามิน แร่ธาตุต่างๆที่อยู่ในขนุน จะช่วยเพิ่มพลังให้ระบบประสาทและสมองมีการตื่นตัว สดชื่นขึ้น พร้อมลดความอ่อนเพลีย ปลุกพลังความตื่นตัวให้ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว

ประโยชน์ของขนุนแท้จริงแล้วยังมีอีกมากมาย สามารถนำส่วนอื่นๆนอกจากเนื้อขนุนมาใช้ในการทำยาเพื่อรักษา บรรเทาอาการของโรคต่างๆได้ ทั้งนี้ก่อนนำมาใช้กับร่างกาย ควรศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการนำมาใช้ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดในการนำมาแก้ไขปัญหา

ดูคลิป ประโยชน์ของขนุน https://www.youtube.com/watch?v=eDAX4NuYebA

ประโยชน์น้ำโซดา

น้ำโซดา มีประโยชน์อย่างไร สรรพคุณที่เราต้องรู้

หลายคนกังวลถึงอันตรายของน้ำอัดก๊าซ หรือน้ำอัดลมต่างๆในแง่ของกระทบผลต่อสุขภาพ แต่สำหรับบทความนี้จะขอกล่าวถึง น้ำอัดลมที่ไม่ใส่น้ำตาล เช่น น้ำโซดา ว่าดื่มแล้วจะมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

1. โซดา แก้ท้องอืด น้ำโซดา สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืดจากอาหารไม่ย่อยได้ การดื่มน้ำโซดา จะช่วยให้อาหารย่อยได้ง่ายขึ้น ทำให้เรอ เป็นการระบายแก๊สในกระเพาะและแก้ไขอาการท้องอืดให้ดีขึ้น

2. โซดา แก้ท้องผูก ท้องผูกทำให้ผู้ที่เป็นมีความทรมาน รู้สึกไม่สบายตัวอึดอัด เนื่องจากการระบบขับถ่ายที่ไม่ปกติ จากงานวิจัยในต่างประเทศมีการศึกษาโดยแบ่งอาสาสมัครเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกดื่มน้ำโซดา อีกกลุ่มดื่มน้ำเปล่า เพื่อเปรียบเทียบอาการท้องผูกว่าเป็นอย่างไร ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มที่ดื่มน้ำโซดามีอาการท้องผูกน้อยลง ระบบขับถ่ายดีขึ้นมากกว่ากลุ่มที่ดื่มน้ำเปล่า

3. โซดา เพิ่มความชุ่มชื่น ร่างกายของคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก ดังนั้นการดื่มน้ำจึงเป็นการเติมความชุ่มชื่นให้แก่ร่างกาย สำหรับคนที่ไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า อาจดื่มน้ำโซดาสลับ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการดื่มน้ำให้ง่ายและสนุกกับการดื่มน้ำมากขึ้น

4. โซดา กับโรคหัวใจ โซเดียมที่อยู่ในน้ำโซดาจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ อีกทั้งยังรักษาค่าความเป็นกรดและด่างของร่างกายให้อยู่ในสภาพที่สมดุลอีกด้วย

5. โซดา กระตุ้นความสดชื่น อากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย พลังงานลดลง การดื่มน้ำโซดาเย็นๆจะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่น ตื่นตัว คุณสามารถเพิ่มรสชาดการดื่มน้ำโซดาให้อร่อยได้มากขึ้นโดยการผสมกับน้ำมะนาวและใส่เกลือลงไปเล็กน้อย เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้กระปรี้กระเปร่าและปลุกพลังให้แก่ร่างกายอีกครั้ง

การดื่มน้ำยังไงก็ยังถือเป็นเรื่องที่สำคัญและขาดไม่ได้ หากคุณไม่ชอบดื่มน้ำเปล่าก็สามารถหาน้ำโซดา น้ำแร่ น้ำชา มาเป็นตัวช่วยสลับกับการดื่มน้ำเปล่าได้ แต่ทั้งนี้การดื่มน้ำที่ดีไม่ว่าจะน้ำอะไรก็ตามไม่ควรเป็นน้ำที่มีรสชาดหวาน เพราะการดื่มน้ำที่ให้รสหวานมากเกินไป ก็อาจทำให้เป็นต้นเหตุของโรคต่างๆได้

คุณสามารถดูคลิป น้ำโซดามีประโยชน์อย่างไร ได้ที่  https://www.youtube.com/watch?v=JNB_vKmGRgg

ประโยชน์มะเฟือง

9 ประโยชน์มะเฟือง สรรพคุณผลไม้ดี ที่คุณต้องลอง

บนโลกนี้มีผักและผลไม้มากมายที่รอให้เราได้ทดลองกิน​ บางชนิดก็ออกผลให้ได้เก็บเกี่ยวกินได้ตลอดทั้งปี​ บางชนิดก็อาจต้องรอตามฤดูกาล​ มะเฟืองก็เป็นหนึ่งในผลไม้ตามฤดูกาลที่รอออกผลให้เราได้กินกัน​ ในบทความนี้จะขอแนะนำประโยชน์ของผลไม้รูปดาว​ 5​ แฉก​ หรือมะเฟือง​ ต่อสุขภาพจะดีแค่ไหน​ ไปรับชมกันเลย

1.​ เป็นแหล่งของไฟเบอร์และวิตามิน​

มะเฟืองให้แคลอรี่ต่ำ​ แต่อุดมด้วยไฟเบอร์และวิตามินซีสูง​ สารอาหารเหล่านี้ช่วยให้ระบบขับถ่ายของคุณดีขึ้น​ อีกทั้งยังบำรุงผิวให้สดใส​ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน​ ต้านอนุมูลอิสระ​ และป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน

2.​ ต้านโรคร้าย

สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในมะเฟืองมีความเข้มข้นสูง​ มีประสิทธิภาพในการต้านโรคร้าย​อย่างเช่นมะเร็ง​ ช่วยป้องกันโรคและอาการป่วยที่เกิดจากความเสียหายของเซลล์

3.​ แก้เจ็บคอ​ ขับเสมหะ​

เนื้อมะเฟืองมีน้ำมาก​ มีฤทธิ์เป็นกรด​ สามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ​ และขับเสมหะได้

4.​ ลดรังแค​ แก้คันศีรษะ

หากมีรังแค​ และอาการคันศีรษะสามารถใช้มะเฟืองนำมาคั้นใช้แต่น้ำ​ และนำมานวดให้ทั่วหนังศีรษะ​ ปล่อยทิ้งไว้​ 10​ นาที​ แล้วล้างออกให้สะอาด​ วิธีนี้จะช่วยขจัดรังแคและลดอาการคันบนหนังศีรษะได้

5.​ ดูแลความดัน

โซเดียมและโพแทสเซียมในมะเฟือง​ มีส่วนช่วยในการดูแลความดันโลหิต​ ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ​ และช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ตามปกติ

6.​ มะเฟืองผลไม้ช่วยลดน้ำหนัก

สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก​ การรับประทานมะเฟืองให้แคลอรี่ที่ต่ำ​ แต่อุดมด้วยเส้นใยที่ช่วยในการเผาผลาญอาหารที่สำคัญ​ น้ำและเส้นใยในมะเฟืองช่วยให้คุณอิ่มเร็ว​ จึงทำให้กินได้น้อยลง​ ไม่ทำให้กินในปริมาณที่เกินความอิ่มของตนเอง

7.​ ท้องผูก​ ท้องอืด​ ท้องเฟ้อ​ มะเฟืองช่วยได้

ใยอาหารในมะเฟือง​มีส่วนช่วยให้การย่อยอาหารนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น​ กระตุ้นการทำงานของลำไส้​ สำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูก​ มะเฟืองสามารถช่วยให้ขับถ่ายได้เป็นปกติ​ ลดอาการท้องอืด​ ท้องเฟ้อได้เป็นอย่างดี

8.​ เพิ่มมวลกระดูก

แร่ธาตุที่หลากหลายในมะเฟือง​ ไม่ว่าจะเป็​น​ ธาตุเหล็ก​ แมกนีเซียม​ สังกะสี​ แคลเซียม​ ฟอสฟอรัส​ สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพของกระดูกให้ดีขึ้น​ อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนในขณะที่มีอายุเพิ่มมากขึ้น

9.​ ผิวพรรณชุ่มชื่น​

สารต้านอนุมูลอิสระฟลาโวนอยด์ในมะเฟือง​ ช่วยป้องกันและลดริ้วรอยก่อนวัย​ รักษาความชุ่มชื่นของผิว​  ให้ผิวดูมีน้ำมีนวล​ เปล่งปลั่ง

ด้วยประโยชน์​ 9​ ข้อที่ยกตัวอย่างมาเล่าสู่กันฟัง​ ก็เป็นข้อดีของมะเฟืองที่มีต่อสุขภาพ​ อย่างไรก็ตาม​ หากคุณเป็นโรคไต​ หรือนิ่วในไต​ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานมะเฟือง​ นอกจากนี้หากอยู่ในช่วงรักษาตัว​ มีการรับประทานยา​ เพื่อควบคุม​ หรือรักษาโรค​ ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานมะเฟือง

ดูคลิป “ประโยชน์มะเฟือง” : https://www.youtube.com/watch?v=pFQe50P1qfE

8 ประโยชน์ชากุหลาบ ตัวช่วยแก้ท้องผูกง่ายๆ อาการท้องผูกหายไป ถ่ายคล่อง

ดอกกุหลาบส่วนใหญ่เป็นที่รู้จักกันดีว่าดอกแห้งนั้น มีความสวยงามและให้กลิ่นที่หอม สามารถนำมาใช้ตกแต่งชิ้นงานต่างๆได้ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติทางสมุนไพรที่สามารถนำมาทำเป็นชาดื่มเพื่อสุขภาพได้อีกด้วย ซึ่งชากุหลาบทำจากดอกกุหลาบทั้งดอก หรือกลีบกุหลาบอบแห้ง เป็นชาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตะวันออกกลาง แต่ปัจจุบันด้วยคุณประโยชน์ที่เป็นผลมาจากความเข้มข้นของวิตามินซี สารโพลีฟีนอล วิตามินเอ แร่ธาตุต่างๆ และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆอีกมากมาย ทำให้ชากุหลาบนี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ซึ่งการดื่มชากุหลาบนั้นจะมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านใดบ้าง บทความนี้ขอยกตัวอย่างมา 8 ข้อค่ะ

1. ชากุหลาบช่วยให้ผิวสวย อ่อนกว่าวัย สุขภาพดี

กลีบกุหลาบอุดมด้วยสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ช่วยต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินเอและวิตามินอีที่ช่วยมอบความชุ่มชื่น ทำให้ผิวกระชับ ลดริ้วรอยและลดความหมองคล้ำ ป้องกันผิวแก่ก่อนวัย เพียงใช้ชากุหลาบแช่เย็น แล้วนำน้ำมาใช้ล้างหน้า ก็จะช่วยทำความสะอาดผิว บรรเทาอาการผื่น ภูมิแพ้ให้ลดลง นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวนุ่ม กระจ่างใส และเก็บกักความชุ่มชื่นได้อย่างยาวนาน

2. บรรเทาอาการปวดประจำเดือน

ชากุหลาบช่วยในการควบคุมฮอร์โมนและบรรเทาการบีบตัวของมดลูก ลดการปวดท้องในช่วงที่มีประจำเดือน ลดอาการเป็นตะคริว ช่วยในการไหลเวียนของเลือด ปรับสมดุลของอารมณ์ไม่ให้แปรปรวน

[related-post id=”542″]

3. ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ต้านเชื้อโรค

เช่นเดียวกับพืชและดอกไม้หลายชนิดที่นำมาใช้ทำชาเพื่อดูแลระบบภูมิคุ้มกันให้ดีและแข็งแรงขึ้น ชากุหลาบก็เช่นกันที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดขาว  ต้านอนุมูลอิสระ   ลดความเครียด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อด้วยวิตามินซีที่อยู่ในชากุหลาบนั่นเอง

4. นอนหลับสบายตลอดคืน

คุณสมบัติพิเศษของชากุหลาบนอกจากช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับผิว ยังช่วยลดการอักเสบ บรรเทาความเครียด ป้องกันอาการซึมเศร้า ควบคุมฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการนอน ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย หากคุณรู้สึกนอนไม่หลับ ลองดื่มชากุหลาบอุ่นๆก่อนเข้านอนสัก 1 ถ้วย ก็จะช่วยให้ระบบประสาทของคุณนั้นสงบลง เป็นการกระตุ้นการนอนหลับและช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น

[related-post id=”781″]

5. ชากุหลาบแก้ท้องอืด

กรดอินทรีย์ที่มีอยู่ในชากุหลาบ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการย่อย ช่วยต้านการติดเชื้อแบคทีเรียในลำไส้หรือระบบทางเดินอาหาร ปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ บรรเทาอาการท้องอืด ดูแลการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ ช่วยในการขับไล่ของเสียในระบบทางเดินอาหาร

6. ล้างพิษในร่างกาย

ชากุหลาบสามารถช่วยปรับปรุงการทำงานของตับ บรรเทาอาการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ อีกนัยหนึ่งชากุหลาบก็เป็นยาขับปัสสาวะตามธรรมชาติ ช่วยล้างและขับสารพิษทางออกทางปัสสาวะ

7. โรคไข้หวัดใหญ่ บรรเทาอาการหนักให้เบา

หากคุณกำลังเผชิญกับโรคไข้หวัดใหญ่ โรคหลอดลมอักเสบ หรือมีอาการอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ปอดและลำคอ การดื่มชากุหลาบถือเป็นตัวช่วยที่ดี ที่จะช่วยบรรเทาอากรและโรคเหล่านี้ เพราะมีวิตามินซีเป็นผู้ช่วยในการต่อสู้กับเชื้อโรค แบคทีเรีย บรรเทาอาการเจ็บคอและแก้อาการหนาวได้อย่างรวดเร็ว

[related-post id=”869″]

8. ชากุหลาบลดท้องผูก ล้างลำไส้

ชากุหลาบเป็นยาระบายจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพมากชนิดหนึ่ง ช่วยลดอาการท้องผูก ขับของเสียออกโดยไม่ต้องพึ่งยาเคมี ปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้เป็นยาระบายอ่อนๆ ฉะนั้นควรดื่มชากุหลาบในปริมาณที่พอเหมาะ และหมั่นสังเกตุร่างกายตนเองว่ามีปฏิกิริยาตอบสนองต่อชาชนิดนี้อย่างไรบ้าง

[related-post id=”471″]

สูตรชากุหลาบชงเอง

ส่วนผสมชากุหลาบ

  •  ใช้กลีบกุหลาบสดหรือแบบอบแห้งแล้ว 1 ถ้วย
  •  น้ำร้อนแต่ไม่เดือด 3 ถ้วย
  •  น้ำผึ้งเล็กน้อย
  •  ชาเขียวหรือใบชาดำ (ตัวเลือกเสริมใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) อย่างละ ¼ ถ้วย

วิธีทำ   

1.หากใช้กลีบกุหลาบสดให้นำมาล้างให้สะอาด

2.วางกลีบดอกกุหลาบลงในน้ำร้อน และถ้าคุณต้องการใส่ชาเขียวหรือใบชาดำก็ให้ใส่ลงในขั้นตอนนี้ โดยใส่ลงไว้ข้างๆกลีบดอกกุหลาบ ไม่ควรใส่ลงบนกลีบกุหลาบโดยตรง เพราะจะทำให้กุหลาบเสียรสชาด

3.ปิดฝาอบไว้ 5 นาที

4.กรองส่วนผสมทิ้ง เหลือไว้แต่น้ำชาไว้ดื่ม

5.หากต้องการรสหวาน สามารถเติมน้ำผึ้งได้ตามความชอบ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อดื่มชากุหลาบ

  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย
  • อาเจียน

การดื่มชากุหลาบควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 แก้ว สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในระยะให้นมบุตรไม่ควรดื่มชากุหลาบ บุคคลทั่วไปหากต้องการดื่มชากุหลาบควรศึกษาข้อมูลและอ่านฉลากให้ครบถ้วนก่อนการดื่ม

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=6KQwoSkFS_s