คลังเก็บป้ายกำกับ: วิธีดูแลถนอมดวงตา

ประโยชน์ข้าวโพด

ประโยชน์ข้าวโพด รับประทานทุกวัน ต้านได้หลายโรค เซเว่นก็มีขาย

ข้าวโพด ผลไม้ที่หลายคนชอบรับประทาน เพราะรสชาติที่หวาน มีกลิ่นหอม ทำให้รับประทานได้ง่าย มีหลายสีหลายสายพันธุ์ ซึ่งน้อยคนนักที่จะรู้ว่าประโยชน์ของข้าวโพดมีดีอย่างไรต่อสุขภาพ คุณสามารถหาคำตอบได้ในบทความนี้

1. ข้าวโพดกินแล้วดวงตาสดใส
แคโรทีนอยด์ ลูทีน ซีแซนทีน สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในข้าวโพด สารเหล่านี้ช่วยป้องกันเซลล์ของดวงตาให้เสื่อมช้าลง

2. ข้าวโพดป้องกันโรคโลหิตจาง
โรคโลหิตจาง คือโรคที่ขาดวิตามินและแร่ธาตุ ข้าวโพดมีแร่ธาตุเหล็กและโฟเลตสูง ช่วยบำรุงเลือดได้ค่ะ

3. ข้าวโพดต้มป้องกันโรคมะเร็ง
มีการวิจัยพบว่า ข้าวโพดหวานเมื่อเรานำไปต้มจนสุก จะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าข้าวโพดดิบ สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ ก่อนรับประทานข้าวโพดควรนำไปทำให้สุกด้วยการ ต้ม นึ่ง ปิ้งย่าง เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการรับประทานข้าวโพด

4. ข้าวโพดมีประโยชน์ป้องกันท้องผูก
สาเหตุที่คุณท้องผูก นั่นอาจเป็นเพราะคุณรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อยเกินไป การรับประทานข้าวโพดจะช่วยให้คุณขับถ่ายง่ายขึ้น เพราะมันมีปริมาณไฟเบอร์สูงและยังทำให้ระบบย่อยอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5. ลดน้ำหนักด้วยข้าวโพด
สาเหตุหนึ่งของโรคอ้วน คือการรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์และกินจุกจิก คุณสามารถรับประทานข้าวโพดเป็นของว่างทดแทนเวลาที่หิวได้ ข้าวโพดจะช่วยให้คุณอิ่มเร็วและอิ่มนานขึ้น ช่วยแก้ปัญหาการกินไม่เป็นเวลาได้เป็นอย่างดี

6. ข้าวโพดอาหารสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน
คนที่เป็นโรคเบาหวาน ต้องระวังเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ การรับประทานข้าวโพดจะไม่ไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดให้สูงมากเกินไป นอกจากนี้กินข้าวโพดแบบพอดี แค่พอหายอยากหวานๆ ก็ช่วยให้อยู่กับโรคเบาหวานได้อย่างมีความสุข

7. ข้าวโพดป้องกันสมองเสื่อม
การรับประทานข้าวโพดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณได้รับสารต้านอนุมูลอิสระไทมีน ซี่งมีส่วนช่วยให้สมองของคุณมีความจำที่ดีขึ้น

ข้าวโพดเป็นอาหารที่หารับประทานได้ง่าย แปรรูปเป็นอาหารได้หลายรูปแบบ หากต้องการบำรุงสุขภาพด้วยการกินผลไม้ก็อย่าลืมนึกถึงข้าวโพดด้วยนะ

ดูคลิปประโยชน์ข้าวโพด https://www.youtube.com/watch?v=IHIAaqJ_8dw

ประโยชน์ดาวเรือง

ดาวเรือง ประโยชน์รอบด้าน ปลูกไว้เป็นมงคลได้สรรพคุณใช้

ดอกไม้สีเหลืองที่ได้รับความนิยมปลูกกันมากในช่วงเวลานี้ มองไปทางไหนก็เหลืองอร่ามงามตา ดูสดชื่นไปทุกที่ ชั่วโมงนี้ต้องยกให้ ดาวเรือง นอกจากจะปลูกเพื่อความสวยงามแล้ว ก็ยังมีข้อดีในด้านอื่นอีกด้วย บทความนี้รู้ไว้ดอทคอม ขอเสนอ 8 ประโยชน์ของดาวเรืองดังนี้

1. ดาวเรือง ไล่แมลง แมลงเป็นสัตว์ทีไม่ชอบกลิ่นฉุน ในดาวเรืองมีสารที่เป็นกลิ่นที่แมลงไม่ชอบ เมื่อปลูกต้นไม้ที่แมลงชอบมารบกวน ก็ควรปลูกดาวเรืองไว้ใกล้ ๆ ด้วย เพื่อช่วยกำจัดและไล่แมลงไม่ให้มาทำลายต้นไม้ที่ปลูกไว้

2. ดาวเรือง ดูแลดวงตา สารสกัดจากดอกดาวเรืองประเภทลูทีน สามารถช่วยกรองแสงหรือป้องกันรังสีที่เป็นอันตรายต่อดวงตา ลดความเสี่ยงของเซลล์จอประสาทตาเสื่อมและโรคต้อกระจก

3. ดาวเรือง อาหารสัตว์ ดอกดาวเรืองเมื่อนำมาตากแดดให้แห้ง จะได้สารแซธโธฟีล ซึ่งเมื่อนำไปผสมในอาหารของไก่ไข่ จะช่วยทำให้ไข่แดงในไข่ไก่ที่ออกมามีสีแดงตามธรรมชาติดูน่ากินมากขึ้น

4. ดาวเรือง ลดการอักเสบ การดื่มชาดอกดาวเรือง สามารถช่วยลดการอักเสบและปวดบวมของร่างกายได้ เช่น บรรเทาอาการเป็นแผลในกระเพาะอาหาร ต้านการอักเสบของลำไส้ ลดอาการท้องอืด

5. ดาวเรือง ผิวนุ่ม ดอกดาวเรืองเมื่อนำมาสกัดจนได้น้ำมันดอกดาวเรือง สามารถนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางหรือทำผลิตภัณฑ์บำรุงผิว จะช่วยให้ผิวนุ่ม ต้านแบคทีเรีย สมานผิวลดความกร้านของผิวได้ดี

6. ดาวเรือง แก้ไอ หากมีอาการไอและต้องการบรรเทาด้วยวิธีธรรมชาติ สามารถใช้ดอกดาวเรืองสด 15 ดอก นำมาต้มผสมน้ำตาลทรายแดงแล้วดื่มแต่น้ำ จะช่วยให้อาการไอนั้นดีขึ้น ลดอาการเจ็บคอ แก้ไอเรื้อรัง

7. ดาวเรือง ดูแลช่องปาก อาการร้อนในมักทำให้เกิดอาการเจ็บคอ ช่องปากอักเสบ เจ็บลิ้น เหงือกบวม สามารถใช้ดอกดาวเรืองตากแห้ง นำมาไล่ความชื้นอีกครั้งด้วยการคั่ว แล้วนำมาต้มผสมกับน้ำ อาจใส่น้ำตาลเพื่อเพิ่มรสชาด นำมาใช้ดื่มแก้ร้อนใน หรือหากต้องการนำมากลั้วคอ บ้วนปาก เพื่อลดการอักเสบก็ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำตาลผสม

8. ดาวเรือง ลดน้ำตาลในเลือด สารสกัดจากดอกดาวเรือง สามารถย่อยสลายน้ำตาลในลำไส้ ลดการดูดซึมกลูโคสในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยฟอกเลือดและส่งเสริมการทำงานของระบบเลือดให้ทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น

ดาวเรือง ไม้มงคลที่เปรียบเปรยสื่อความหมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง นอกจากจะมีความหมายดีก็ยังเป็นดอกไม้ประจำพระองค์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกด้วย ซึ่งการนำมาใช้ประโยชน์ก็สามารถทำได้หลากหลายวิธี หากต้องการนำมาใช้งานแนะนำให้เลือกจากแหล่งปลูกที่ปลอดภัย ไร้สารเคมี เพราะการนำมาใช้ชงเป็นชาดื่มหรือนำมาสกัดเพื่อนำไปใช้งานในขั้นตอนต่อไป ดอกที่นำมาใช้ต้มหรือสกัดควรปลอดสารพิษ จึงจะทำให้ได้คุณค่าทางสารประกอบที่ปลอดภัยและครบถ้วน หากไม่แน่ใจก็สามารถปลูกไว้ใช้งานเองได้ วิธีปลูกไม่ยุ่งยาก ดูแลง่าย ชอบดินร่วน ระบายอากาศได้ดี และชอบแสงแดดจัด ซึ่งก็เหมาะกับอากาศของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง

ดูประโยชน์ดาวเรือง : https://www.youtube.com/watch?v=Aj_nxXbon-4

เคล็ดลับการดูแลรักษาดวงตา

12 วิธีการดูแลดวงตาให้สดใส สดชื่นอยู่เสมอ เคล็ดลับถนอมดวงตา

ปัญหาเกี่ยวกับดวงตาสามารถป้องกันได้ไม่ยาก หากคุณมีนิสัยการดูแลสุขภาพที่ดี และปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน น่าแปลกใจว่าวิธีการดูแลก็สามารถทำได้ง่ายๆ แต่ผู้คนมักมองข้ามความสำคัญของดวงตาไป จึงทำให้ละเลยและไม่ใส่ใจดูแลดวงตาเท่าที่ควร เพื่อเป็นการรักษาสุขภาพดวงตาและให้วิสัยทัศน์ของดวงตาคมชัด อยู่คู่กับอวัยวะส่วนอื่นๆได้ตลอดไป นี่คือ 12 วิธีในการดูแลดวงตาของคุณทุกวัน ที่ควรทำให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

เคล็ดลับการดูแลดวงตา
12 วิธีดูแลถนอมดวงตา

1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสตา

หากคุณมีนิสัยชอบขยี้ตา ควรเลิกพฤติกรรมนี้ เพราะมือเมื่อสัมผัสกับสิ่งต่างๆแล้ว ก็จะมีสิ่งสกปรก ฝุ่นละอองและแบคทีเรียจำนวนมากติดอยู่ที่มือ เมื่อนำมาขยี้ตา หรือสัมผัสโดนตา ก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือติดเชื้อได้

2. ฝึกล้างมือบ่อยๆ

ล้างมือให้สม่ำเสมอจนเป็นนิสัย เพื่อป้องกันการสัมผัสตา แว่นตา รวมถึงคอนแทคเลนส์ในขณะที่มือสกปรก

3. ปกป้องดวงตาจากดวงอาทิตย์

การสัมผัสกับแสงแดดและรังสียูวี ช่วยเพิ่มความเสี่ยงในการเสื่อมสภาพของดวงตา อาจทำให้กระจกตาได้รับอันตรายจากแสงแดด ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกัน ควรสวมแว่นตากันแดดเพื่อปกป้องดวงตา หรือหากไม่สะดวกควรสวมหมวกปีกกว้าง เพื่อช่วยบดบังแสงแดดที่อาจรบกวนสุขภาพของดวงตา

4. ดื่มน้ำ

การดื่มน้ำอย่างเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกายรวมทั้งดวงตา หากคุณดื่มน้ำมากเพียงพอในแต่ละวัน ก็จะช่วยให้ดวงตาชุ่มชื่นและเป็นการป้องกันดวงตาไม่ให้แห้ง และลดระคายเคืองในระหว่างวันได้

5. การสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่มีผลต่อการเสื่อมสภาพของดวงตา ทำให้เส้นประสาทตาเสียหาย และอาจทำให้เกิดโรคต้อกระจก ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะไม่เพียงแต่มีผลกระทบต่อดวงตา การสูบบุหรี่จะยังส่งผลเสียต่อระบบอวัยวะอื่นๆในร่างกายอีกด้วย

6. รักษาสมดุลอาหาร

เบต้าแคโรทีน ลูทีน โอเมก้า3 ไลโคปิน วิตามินซี วิตามินเอ และวิตามินเค เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาสุขภาพของดวงตา ไม่ควรรับประทานอาหารชนิดเดียวซ้ำๆต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและมีผลกระทบต่อดวงตาได้

อาหารที่บำรุงดวงตา ดูเพิ่มเติม โกจิเบอร์รี่ สรรพคุณ ลดเบาหวาน บำรุงสายตา โรคหัวใจ ต้านมะเร็ง

7. ดูแลระยะห่างของจอคอมพิวเตอร์

จอคอมพิวเตอร์ควรวางตำแหน่งที่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 20 องศา การวางจอคอมพิวเตอร์ในระยะที่เหมาะสม จะช่วยลดความเครียดของดวงตา นอกจากนี้ควรดูแลเรื่องแสงสว่างให้เพียงพอ ไม่สว่างหรือมืดจนเกินไป เพราะอาจทำให้ดวงตาอ่อนล้าง่ายและเป็นการเพิ่มความเครียดให้กับดวงตามากยิ่งขึ้น

8. ใช้กฏ 20-20-20

หากต้องการยืดอายุดวงตาคู่สวยของคุณควรปฏิบัติตามกฏ 20-20-20 คือ ทุก 20 นาทีควรละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ และมองวัตถุอื่นที่ห่างออกไปประมาณ 20 ฟุต กะพริบตา 20 ครั้งต่อเนื่องกันเพื่อป้องกันอาการตาแห้ง ทุกๆ 20 นาที ลุกจากที่นั่งเดินและเดินไปรอบๆบริเวณที่คุณนั่งอยู่ 20 ก้าว นี่อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับวิสัยทัศน์ของคุณ แต่พฤติกรรมเหล่านี้ก่อให้เกิดความสมดุลของร่างกายและการไหลเวียนโลหิตที่เหมาะสม

9. ทำความสะอาดดวงตาอย่างเหมาะสม

หากต้องการเพิ่มสีสันให้แก่ดวงตา คุณสามารถใช้อายไลเนอร์และมาสคาร่า เพื่อเพิ่มความสวยงาม แต่ต้องอย่าลืมทำความสะอาดดวงตาทุกครั้งก่อนเข้านอน เพื่อหลีกเลี่ยงการสะสมของแบคทีเรียที่อยู่บริเวณรอบดวงตา นอกจากนี้ควรทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะแปรงที่ใช้กับดวงตา เพื่อมิให้เกิดการสะสมของสิ่งสกปรก อันจะนำไปสู่ปัญหาโรคตาตามมาได้

10. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

เช่นเดียวกับอวัยวะส่วนอื่นๆของร่างกายที่ต้องการการพักผ่อน ดวงตาของคุณก็เช่นกัน คุณควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อเป็นการชาร์ตแบตให้กับดวงตา เมื่อได้รับการพักผ่อนที่เหมาะสมดวงตาของคุณจะมีชีวิตชีวา ไม่แห้งระคายเคืองและมีสุขภาพดี

[related-post id=”781″]

11. สวมแว่นตาที่เหมาะสมในกิจกรรมต่างๆ

ไม่ว่าคุณจะทำกิจกรรมใดๆควรแน่ใจว่าดวงตาของคุณได้รับการปกป้อง หากคุณกำลังว่ายน้ำควรสวมแว่นตากันน้ำ เพื่อไม่ให้ดวงตาสัมผัสกับคลอรีน และในขณะเดียวกันหากคุณกำลังทำสวน ควรสวมแว่นตานิรภัย เพื่อป้องกันดวงตาของคุณจากฝุ่นละออง แบคทีเรียและการบาดเจ็บ

12. รักษาสภาพแวดล้อมให้สะอาด

การสัมผัสกับสิ่งสกปรกและฝุ่นละออง อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตาได้ ฉะนั้นควรทำความสะอาดบ้านและบริเวณที่อยู่อาศัย รวมถึงรักษาบรรยากาศภายในให้สะอาดอยู่เสมอ หมั่นเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและผ้าเช็ดตัวเป็นประจำ เพื่อป้องกันเชื้อโรคและแบคทีเรียที่อาจก่อให้เกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับดวงตา

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=YtzgeV4jVZU