คลังเก็บป้ายกำกับ: วิตามินบำรุงผิว

ประโยชน์ฟักทอง

6 เหตุผลที่เราควรรับประทานฟักทองเป็นประจำ ประโยชน์สรรพคุณที่รอคุณพิสูจน์

ฟักทอง พืชที่อุดมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำเป็นของหวานก็อร่อย หรือใช้ทำอาหารคาวก็ให้รสชาดดีไม่แพ้กัน แถมยังให้แคลอรี่และไขมันที่ต่ำ ฟังดูแล้วท่าทางจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่ใช่น้อย อย่ารอช้า ไปทำความรู้จักกับฟักทองกันให้มากขึ้นดีกว่า

1. ฟักทองมีสารอาหารประโยชน์สูง
เนื้อฟักทองมีวิตามินและแร่ธาตุสูง แต่ให้แคลอรี่ต่ำ เป็นแหล่งที่ดีของเบต้าแคโรทีน มีวิตามินเอสูงช่วยในการดูแลสายตา ช่วยต้านอนุมูลอิสระตัวการของความเสื่อมที่ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยและโรคต่าง ๆ

2. ฟักทอง โรคเรื้อรัง
อนุมูลอิสระต้นเหตุของโรคภัยที่ทำร้ายสุขภาพ การมีอนุมูลอิสระมากเกินไปอาจก่อให้เกิดความเจ็บป่วยหรือโรคเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง การรับประทานฟักทองสามารถช่วยต้านและกำจัดอนุมูลอิสระ ปกป้องเซลล์เพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเซลล์ได้

3. ฟักทองลดน้ำหนัก
สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก สามารถกินฟักทองเพื่อช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะฟักทองมีเส้นใยอาหารสูง แคลอรี่ต่ำ ไขมันน้อย และที่สำคัญกินแล้วทำให้อิ่มเร็วและนาน ช่วยลดการกินจุกจิกได้ดีเลยทีเดียว

4. ฟักทองทำให้ผิวสวย
วิตามินซี วิตามินอี และเบต้าแคโรทีนในฟักทอง มีบทบาทสำคัญในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปกป้องผิวจากรังสียูวี ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น อีกทั้งยังลดอาการผิวกร้านหรือผิวไหม้แดดได้ดีอีกด้วย

5. ฟักทอง โรคเบาหวาน
เปลือกฟักทองมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการหลั่งของอินซูลิน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดและป้องกันโรคเบาหวาน

6. ฟักทอง กระเพาะปัสสาวะ
นอกจากนำเนื้อฟักทองมากินแล้ว เมล็ดฟักทองก็มีประโยชน์ไม่น้อยไปกว่ากันเลยทีเดียว ใช้เมล็ดฟักทองคั่วและแกะเปลือกทิ้ง นำเนื้อที่อยู่ด้านในมารับประทาน จะสามารถป้องกันโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และป้องกันโรคต่อมลูกหมากโตได้

ฟักทองมิได้มีประโยชน์เพียงแค่ 6 ข้อที่เล่าสู่กันฟังเท่านั้น การรับประทานฟักทองยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเมนูอาหารเด็ก หรือผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพ มีสารอาหารและวิตามิน พร้อมสรรพคุณที่ช่วยดูแลปกป้องร่างกายให้ห่างไกลจากความเจ็บป่วย มีข้อดีขนาดนี้ต้องรีบหามากินซะแล้ว แต่ถึงจะดีขนาดไหน ก็ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะอาจทำให้ร้อนใน และมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้

ดูคลิปเกี่ยวกับ ประโยชน์ฟักทองได้ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=O7iT7gGNX7c

5 วิตามินหน้าขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ แนะนำวิธีรับประทานให้ได้ผล

มีผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดมากมายที่มีการโฆษณาว่า สามารถช่วยให้ผิวของคุณขาวขึ้น แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นก็ไม่สามารถใช้ได้ผลดีกับทุกคน เนื่องจากว่าผิวของแต่ละคนจะแตกต่างกันไปและตอบสนองต่อผลิตภัณฑ์นั้นๆไม่เหมือนกัน แต่วิตามินต่างๆที่มีอยู่ในธรรมชาติ สามารถแก้ปัญหาผิวหมองคล้ำ ช่วยให้ผิวดูขาวกระจ่างใสได้และยังเหมาะกับผิวทุกประเภท ไม่ว่าผิวคุณจะมัน ผิวแห้ง หรือผิวผสม แค่เลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพผิว  บทความนี้เราจะขอเสนอ

5 วิตามินที่ช่วยให้ผิวหน้าขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ

1.  วิตามิน A

วิตามินเอ มีความสามารถในการฟื้นฟูสภาพผิว ป้องกันไม่ให้ผิวแห้งเสีย ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น มีน้ำมีนวล แต่เราควรรับประทานวิตามินเอในปริมาณที่เหมาะสมคือ กินแต่น้อย เพราะวิตามินเอ เป็นวิตามินที่ละลายได้ในไขมัน หากกินมากเกินไปวิตามินเอจะถูกสะสมไว้ที่ตับในปริมาณมาก ทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย วิตามินเอพบได้ในไข่ น้ำมันปลา และยังพบได้ในผักต่างๆ เช่น บล็อกโคลี่ ผักขม แครอท

การรับประทานแครอทดิบหรือดื่มน้ำแครอทเป็นประจำ จะช่วยบำรุงผิว

  • หากคุณรับประทานแครอทขนาดยาว 6-7นิ้ว คุณจะได้รับวิตามินเอประมาณ 700 ไมโครกรัม
  • ซึ่งปริมาณที่แนะนำต่อวันคือ ไม่ควรรับประทานเกินวันละ 3000 ไมโครกรัมต่อวัน

2.  วิตามิน B

วิตามินบีจะช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอและยังช่วยบำรุงผมอีกด้วย วิตามินบี เป็นวิตามินที่สามารถละลายในน้ำได้ สามารถรับประทานได้ทุกวัน วิตามินบีอาจจะทำให้หนังศรีษะมีการผลิตน้ำมันมากขึ้น หากรับประทานมากอาจทำให้เกิดรังแคได้
วิตามินบี พบมากในผักใบเขียว จมูกข้าวสาลี ยีสต์ เมล็ดธัญพืช โยเกิร์ต ขนมปังโฮลวีท เพื่อช่วยให้ผิวของคุณเปล่งปลั่งดูมีน้ำมีนวล

ควรรับประทานวิตามินบีแต่ละวันในปริมาณต่อไปนี้

  • วิตามินบี 6 ควรรับประทานวันละ 1.3 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 12 ควรรับประทานวันละ 2.4 ไมโครกรัม
  • และไม่ควรรับประทาน วิตามินบี 6 มากกว่า 100 มิลลิกรัมต่อวัน

3.  วิตามิน C

วิตามินซี นอกจากมีประโยชน์ต่อผิวแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อดวงตาและเหงือกอีกด้วย วิตามินซีช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี ช่วยต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย ช่วยสร้างคอลลาเจนให้กับผิว พบได้ในผลไม้ที่มีรสชาติเปรี้ยวหรือมีความเป็นกรด เช่น ส้ม มะนาว องุ่น มะม่วง ส่วนผักที่มีวิตามินซีสูง ได้แก่ บร๊อคโคลี่ แตงกวา มะเขือเทศ กะหล่ำปลี ถั่วงอก

  • ซึ่งปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือ 75 มิลลิกรัม หรือน้ำส้ม 1แก้ว
  • และไม่ควรรับประทานเกิน 2000 มิลลิกรัมต่อวัน

4. วิตามิน E

วิตามินอี เป็นวิตามินที่ถือได้ว่าสำคัญต่อผิวมากที่สุดก็ว่าได้ เพราะวิตามินอี มีความสามารถในการลดเลือนริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังทำหน้าที่ต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายได้ดีอีกด้วย
วิตามินอี พบมากในมะกอก กีวี เมล็ดทานตะวัน อัลมอนด์ ผักใบเขียว จมูกข้าวสาลี
วิตามินอีนี้ หากรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยบำรุงผิว และช่วยให้ผิวสว่างใส

  • ควรรับประทานวิตามินอี 15 มิลลิกรัมต่อวัน หรือรับประทานอัลมอนด์ 12 เม็ดก็จะได้รับวิตามินอีที่เพียงพอต่อวัน
  • แต่ห้ามรับประทานเกิน 1000 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

5.  วิตามิน K

วิตามินเค มีผลในการช่วยลดจุดด่างดำได้ดี พบมากในผักใบเขียว บล็อกโคลี่ ต้นหอม ลูกพรุน

  • ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือ 80-120 ไมโครกรัม

วิตามินที่แนะนำมาข้างต้นนี้ เป็นวิตามินที่คัดมาแล้วว่า  มีผลช่วยให้ผิวของคุณสามารถขาวใสอย่างเป็นอย่างธรรมชาติได้
หากคุณเลือกรับประทานอาหารตามที่แนะนำมานี้  ในปริมาณที่เหมาะสมอย่างเพียงพอในแต่ละวัน และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอให้ร่างกายได้ขับถ่ายของเสีย เพื่อให้มีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก เพียงเท่านี้ผิวพรรรณและใบหน้าก็จะขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติได้แน่นอนค่ะ

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=ZTNkSDjA6dg