คลังเก็บป้ายกำกับ: ลดน้ำหนัก

ลูกสำรอง

ประโยชน์ลูกสำรอง สมุนไพรลดพุง หุ่นดี สุขภาพดีจากข้างใน

ลูกสำรอง หลายท่านคงคุ้นเคยกันดีในแง่ของสมุนไพรลดน้ำหนัก ลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน แต่อันที่จริงแล้วลูกสำรองมิได้มีดีเพียงเท่านี้  ในบทความนี้จะขยายความประโยชน์ของลูกสำรองให้ได้รู้จักกันมากขึ้น ดังนี้

1. ลูกสำรอง ไอเรื้อรัง เสมหะเหนียว เมื่อมีเสมหะเหนียวข้น พร้อมกับไอเรื้อรัง ให้นำลูกสำรองประมาณ 5-7 ลูก แช่ลงในน้ำเปล่า รอจนวุ้นลูกสำรองพองตัวเต็มที่ แล้วนำมาใช้ดื่มทั้งน้ำและเนื้อ ก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง หากต้องการรสหวานสามารถผสมน้ำตาลกรวด หรือน้ำตาลทรายแดง เพื่อเพิ่มรสชาติได้

2. ลูกสำรอง ลดไข้ เจ็บคอ บรรเทาอาการด้วยการใช้ลูกสำรอง 15-20 ลูก นำมาต้มกับน้ำเปล่า และใส่ชะเอมจีนลงไปด้วย ชิมดูให้พอมีรสหวาน เข้มข้น รอจนเดือดปิดไฟ แล้วนำมาจิบดื่มได้ตลอดเวลาที่มีอาการ

3. พุงยุบ ถ่ายคล่อง เนื้อสำรองเมื่อดูดซับน้ำเต็มที่ จะกลายเป็นวุ้นนิ่มๆที่สามารถให้พลังงานที่ต่ำ หากนำมาดื่มจะส่งผลดีต่อระบบลำไส้ ช่วยให้ขับถ่ายสะดวก หน้าท้องยุบ

4. ตัวช่วยหุ่นสวย อันที่จริงแล้วหากดูถึงสารอาหารที่อยู่ในลูกสำรองแล้ว จะเห็นได้ว่าแทบจะไม่มีสารอาหารตัวใดที่จะสามารถเป็นผู้ช่วยในการลดความอ้วนได้เลย แต่ใยอาหารในลูกสำรองที่สามารถละลายน้ำและพองตัวได้ดีนั้น มีส่วนช่วยในการเคลือบกระเพาะอาหารและลำไส้ ส่งผลให้อาหารค่อย ๆ เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ  และอยู่ในทางเดินอาหารได้นานมากขึ้น จึงทำให้รู้สึกอิ่มไว อิ่มนาน ลดการกินจุกจิก นี่จึงเป็นที่มาของการนำลูกสำรองมาใช้ควบคุมน้ำหนักนั่นเอง

5. ใช้ย้อมสี นอกจากผลที่สามารถนำมากินได้ เปลือกจากลำต้นของลูกสำรอง ยังสามารถนำมาใช้ในการฟอกย้อมแห อวน ตาข่ายให้เป็นสีน้ำตาลแดง อีกทั้งยังช่วยทำให้ตาข่ายนั้น มีความเหนียวแน่น แข็งแรง ทนทานต่อการใช้งานมากขึ้น

6. แก้ร้อนใน บำรุงตับ ชาวจีนเชื่อกันว่าหากมีความร้อนสะสมอยู่ที่ตับมาก จะส่งผลให้มีอาการร้อนใน ตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น มีแผลในปาก ร้อนใน มีตุ่มพอง เจ็บลิ้น รู้สึกตัวร้อนแต่มิได้เป็นไข้ ตับร้อน กระหายน้ำมากกว่าปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้น ชาวจีนจึงมักนำเนื้อลูกสำรองมาผสมน้ำดื่ม เพื่อลดอุณภูมิความร้อน ดับพิษ ในร่างกาย และช่วยบำรุงตับให้มีความแข็งแรง พร้อมต่อต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ

จากประโยชน์ลูกสำรอง ทั้ง 6 ข้อที่กล่าวมาแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมลูกสำรองถึงเป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน ของดีมีคุณค่าต่อร่างกายแบบนี้ เห็นทีไม่กินก็คงจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่องแล้วหล่ะค่ะ

รูปภาพลูกสำรองจาก
https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Sterculia_lychnophora_seed.jpg

รับชมคลิป “ประโยชน์ลูกสำรอง” https://www.youtube.com/watch?v=_NN-x1U-HwI

ประโยชน์อินทผลัม

อินทผลัม ผลไม้ที่เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี แถมยังมีประโยชน์

อินทผลัมผลไม้ตระกูลปาล์มจากดินแดนตะวันออกกลาง เมื่อก่อนต้องนำเข้าแต่ปัจจุบันสามารถปลูกได้ในประเทศไทย หาซื้อได้ไม่ยาก มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพในหลากหลายด้าน สามารถติดตามรายละเอียดของอินทผลัมได้ในช่วงถัดไป

1. อินทผลัม ไฟเบอร์สูง ไฟเบอร์หลักๆแล้วช่วยในการกระตุ้นให้ลำไส้เกิดการบีบตัว เพื่อขับถ่าย แต่อันที่จริงแล้วไฟเบอร์มิได้มีดีเพียงแค่เรื่องเดียว มันยังสามารถช่วยลดการดูดซึมของไขมันและคอเลสเตอรอล ลดการดูดซึมของน้ำตาลให้เข้าสู่กระแสเลือดช้าลง เมื่อคุณกินอินทผลัมจึงส่งผลดีในเรื่องนี้ อีกทั้งยังทำให้ไม่หิวบ่อยอีกด้วย

2. อินทผลัม ต้านอนุมูลอิสระคูณสาม โรคเรื้อรังบางชนิดเกิดจากการสะสมของอนุมูลอิสระ ส่งผลให้ภูมิต้านทานแย่ลง ต่อต้านเชื้อโรคได้ไม่ดีและป่วยในที่สุด สารฟลาโวนอยด์ แคโรทีนอยด์และกรดฟีนอลิกในอินทผลัมเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีศักยภาพสูง ช่วยลดการอักเสบ ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน หัวใจ อัลไซเมอร์และโรคมะเร็งบางชนิด

3. อินทผลัม โรคโลหิตจาง หน้าที่ของธาตุเหล็กมีหลายอย่าง เช่น สร้างเม็ดเลือดแดง เพิ่มภูมิต้านทาน กำจัดสารพิษ ป้องกันโรคโลหิตจาง การรับประทานอินทผลัมมีธาตุเหล็ก สามารถช่วยดูแล บรรเทาอาการโลหิตจาง อีกทั้งยังลดอาการเพลีย เหนื่อยล้า ช่วยกระตุ้นร่างกายให้มีความสดชื่น และมีพลังได้ดีอีกด้วย

4. อินทผลัม ตาบอดกลางคืน การขาดวิตามินเอ สามารถเป็นเหตุให้เกิดโรคตาบอดกลางคืนได้ นอกจากนี้ยังอาจทำให้ตาแห้ง และเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อบริเวณดวงตา อินทผลัมอุดมด้วยวิตามินเอ เมื่อบริโภคเป็นประจำสามารถช่วยป้องกันโรคตาบอดกลางคืนได้

5. อินทผลัม ดูแลสมองและประสาท วิตามินบี3 และวิตามินบี6 ในอินทผลัม ช่วยดูแลการทำงานของประสาท พัฒนาสมอง อีกทั้งยังช่วยบำรุงผิว เพิ่มการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย

6. อินทผลัม ต้านความชรา สัญญาณแห่งวัย ไม่ว่าจะเป็นผิวเหี่ยวย่น ไม่กระชับ ผิวกร้าน ขาดความชุ่มชื่น ริ้วรอยตามร่องแก้ม หน้าผาก และหางตา เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากเมื่อถึงวัย หรือต้องเผชิญมลภาวะที่รบกวนผิว สารไฟโตฮอร์โนในอินทผลัมที่มีคุณสมบัติ ต่อต้านริ้วรอย สามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้ เมื่อนำมาทำเป็นสารสกัดที่ใช้สำหรับบำรุงผิว

7. อินทผลัม เบาหวาน พูดถึงโรคนี้ก็ต้องระมัดระวังในเรื่องของน้ำตาลที่แฝงอยู่ในอาหารการกิน รวมไปถึงผลไม้บางชนิดที่มีน้ำตาลสูง เช่น มะม่วง  แต่สำหรับอินทผลัมมีน้ำตาลที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ เรียกว่าเป็นมิตรกับโรคเบาหวาน ซึ่งในผู้ป่วยเบาหวานเมื่อรับประทานอินทผลัม มิได้มีผลทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่รับประทานจนมากเกินความจำเป็น

ดูคลิป “ประโยชน์อินทผลัม” https://www.youtube.com/watch?v=GkFuvI4Z33Q

ประโยชน์ขึ้นฉ่ายฝรั่ง Celery

ประโยชน์เซเลอรี่ Celery ขึ้นฉ่ายฝรั่ง เอามาปั่น ดื่มได้สุขภาพ

เซเลอรี่เป็นผักสีเขียวชนิดหนึ่งที่มีขนาดลำต้นและก้านใบอวบใหญ่ หรือคนไทยเรียกกันว่า คื่นฉ่ายฝรั่ง มีลักษณะคล้ายคื่นฉ่ายจีนแต่มีกลิ่นฉุนน้อยกว่า ตัวก้านฉ่ำมีปริมาณน้ำสูง ให้พลังงานต่ำ อุดมด้วยเส้นใยอาหาร ซึ่งประโยชน์เซเลอรี่ที่มีต่อสุขภาพจะมีอะไรบ้าง บทความนี้นำมาฝาก 8 ข้อ พร้อมข้อควรระวังที่ควรทราบ

1. แหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ ความเสื่อมของเซลล์ การเจ็บป่วย การอักเสบ ล้วนมีสาเหตุมาจากอนุมูลอิสระทั้งสิ้น หากต้องการต้านหรือกำจัดอนุมูลอิสระ ควรรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยเพิ่มภูมิต้านทานและความแข็งแรงให้แก่เซลล์ ในเซเลอรี่มีวิตามินซี เบต้าแคโรทีน ฟลาโวนอยด์ และมีอะพีจีนีน สารที่ช่วยต้านการอักเสบ ช่วยให้ผ่อนคลายและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

2. ลดคอเลสเตอรอล สารเอพิจินีนที่อยู่ในเซเลอรี่ มีส่วนช่วยปกป้องและดูแลหัวใจ ช่วยลดคอเลสเตอรอลและความเข้มข้นของไตรกลีเซอไรด์

3. ความดันโลหิตสูง โพแทสเซียมและแคลเซียมที่อยู่ในเซเลอรี่ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยคลายกล้ามเนื้อหัวใจ และควบคุมความดันให้เป็นปกติ

4. โรคตับ ตับ หนึ่งในอวัยวะที่ช่วยขับพิษและของเสียต่าง ๆ เมื่อตับช่วยทำความสะอาดร่างกายแล้ว เราควรบำรุงและเสริมภูมิต้านทานให้แก่ตับ ในเซเลอรี่มีวิตามินซี วิตามินบี วิตามินเอและธาตุเหล็ก ที่สามารถช่วยฟื้นฟูตับ รักษาสมรรถภาพการทำงานของตับและช่วยให้ตับมีความแข็งแรงมากขึ้น

5. ทำความสะอาดลำไส้ วิธีการกำจัดของเสียออกจากร่างกายที่หลายคนนิยมทำคือ การดีท็อกซ์ หรือล้างลำไส้ให้สะอาด ในเซเลอรี่มีสารไฟตนิวเทรียนท์ หรืออินทรีย์สารจากพืชที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถช่วยดูแลการทำงานของระบบลำไส้ ล้างสารพิษที่ตกค้างในกระแสเลือดและของเสียที่หมักหมมคั่งค้างออกจากลำไส้ได้อย่างง่ายดาย

6. ลดน้ำหนัก เซเลอรี่ 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 13 กิโลแคลอรี่และด้วยเส้นใยที่ไม่ละลายน้ำ จะช่วยเพิ่มกากใยอาหารในลำไส้ มีผลทำให้เวลารับประทานเข้าไปแล้วรู้สึกอิ่มไวและอยู่ท้องนานมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดหรือควบคุมน้ำหนัก

7. ปรับสมดุล เพื่อเป็นการรักษาความสมดุลในร่างกาย การรับประทานเซเลอรี่ที่มีแร่ธาตุโซเดียมอยู่นั้น สามารถดูแลและปรับสมดุลความเป็นกรดด่างในเลือดได้เป็นอย่างดี

8. นอนไม่หลับ หากมีอาการนอนไม่หลับ ลองนำเซเลอรี่มาทำเป็นเครื่องดื่มแล้วดื่มก่อนนอน จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อยากนอนและนอนหลับได้ง่ายและไวมากขึ้น เพราะสารประกอบในเซเลอรี่จะออกฤทธิ์คล้ายกับยากล่อมประสาท เมื่อดื่มแล้วจะรู้สึกทำให้อยากพักผ่อน เป็นยานอนหลับจากธรรมชาติที่ไม่มีอันตรายกับระบบประสาทและสมองอย่างแน่นอน

ข้อควรระวัง

  • เซเลอรี่สามารถออกฤทธิ์ในการช่วยลดความดัน จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ
  • ในเซเลอรี่มีสารไนเตรทค่อนข้างสูง หากรับประทานมากเกินพอดี อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง และประสิทธิภาพในการทำงานของต่อมไทรอยด์อาจลดลง
  • หากต้องการรับประทาน ควรแน่ใจว่าตนเองไม่ได้มีปัญหาด้านสุขภาพร้ายแรง ควรตัดส่วนบริเวณที่ใกล้กับรากออกไปให้มากที่สุด และในเซเลอรี่ยาฆ่าแมลงค่อนข้างเยอะ ดังนั้นควรล้างทำความสะอาดให้ดีก่อนนำมารับประทาน

ดูคลิป “ประโยชน์เซเลอรี่ Celery ขึ้นฉ่ายฝรั่ง ” https://www.youtube.com/watch?v=zO0QDJ1RzVU

ประโยชน์เมล็ดองุ่น

เมล็ดองุ่น ประโยชน์ดี ๆ อัดแน่นเต็มเมล็ดที่ควรลอง

เมล็ดองุ่นอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ กรดฟีโนลิก แอนโธไซยานิน ฟลาโวนอยด์ และคอมเพล็กซ์ หรือ OPCs ปกป้องร่างกายจากความเสียหายต่อเนื้อเยื่อ ลดการอักเสบและป้องกันโรค อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านอื่น ๆ อีก ดังนี้

1. เร่งสร้างคอลลาเจน หากต้องการดูแลผิวให้กระชับ ลดริ้วรอย การรับประทานเมล็ดองุ่นสามารถตอบโจทย์ในข้อนี้ได้ดี เนื่องจากเมล็ดองุ่นสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว ส่งเสริมการทำงานของหลอดเลือด เส้นเลือดฝอย ลดความเสี่ยงต่อการแข็งตัวของหลอดเลือด และซ่อมแซมผิวหนังส่วนที่มีปัญหา

2. ปกป้องดวงตา สารต้านอนุมูลอิสรที่พบในเมล็ดองุ่น ช่วยปกป้องดวงตาจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ช่วยดูแลเซลล์จอประสาทตาและช่วยลดอาการตาพร่ามัว บำรุงสายตาให้มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น ป้องกันการเกิดต้อกระจก

3. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ หัวใจหนึ่งในอวัยวะที่เรามักมองข้ามถึงความใส่ใจในการดูแล อาจเป็นเพราะมันอยู่ด้านในของร่างกายและไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่อย่างไรก็ตามหัวใจก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถมีชีวิตอยู่ได้ จึงควรบำรุงและดูแลสุขภาพของหัวใจให้ทำงานได้อย่างปกติ ในเมล็ดองุ่นสามารถออกฤทธิ์ต้านการจับตัวของเกล็ดเลือดและหินปูนในหลอดเลือดจึงช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้

4. ดูแลน้ำหนัก สารสกัดจากเมล็ดองุ่น สามารถยับยั้งการสะสมของไขมันและลดระดับการดูดซึมไขมันในร่างกาย ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบเผาผลาญ ยิ่งหากควบคุมแคลอรี่ของอาหารคู่กันไปด้วย จะช่วยส่งผลดีต่อตัวเลขบนตาชั่ง

5. ลดความเครียด แน่นอนว่าอนุมูลอิสระเป็นตัวการทำลายสุขภาพ เมื่อคุณมีความเครียด อนุมูลอิสระจะถูกปล่อยออกมาในอวัยวะต่าง ๆ การรับประทานสารสกัดจากเมล็ดองุ่นเป็นประจำ สามารถช่วยให้ร่างกายหลั่งสารต้านอนุมูลอิสระออกมาต่อสู้กับอนุมูลอิสระ

6. ลดอาการบวมน้ำ การเก็บกักของเหลวส่วนเกินไว้ในร่างกาย อาจทำให้มีอาการบวมน้ำ และอาจทำให้ความมั่นใจลดลงได้ การรับประทานเมล็ดองุ่นสามารถช่วยป้องกันและลดอาการบวมน้ำได้ ด้วยการควบคุมความสมดุลของของเหลวระหว่างเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ

7. กระตุ้นการทำงานของสมอง สมองอวัยวะที่ทำงานตลอดเวลาแม้ในขณะหลับ บางคนใช้งานสมองหนักหรือเมื่อถึงวัยเซลล์ในสมองก็อาจเสื่อม หรือมีพัฒนาการที่ถดถอยลง นอกจากนี้อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์และโรคประสาทเสื่อม เราสามารถบำรุงสมองเพื่อป้องกันและกระตุ้นการทำงานของสมอง ให้ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการรับประทานเมล็ดองุ่น เป็นการลดความเสี่ยงต่อโรคและอาการบางอย่าง ที่อาจเกิดกับระบบสมอง

รับชมคลิป “ประโยชน์เมล็ดองุ่น” https://www.youtube.com/watch?v=s6dtTj3oZL8

ประโยชน์ผักหวานป่า

ประโยชน์ผักหวานป่า ผักพื้นบ้านธรรมดาๆ สรรพคุณขึ้นหิ้ง

ผักพื้นบ้าน รสชาติดีและอร่อย มีให้กินในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน เมื่อก่อนอาจต้องหาเก็บตามป่า แต่ปัจจุบันสามารถปลูกได้เองหากมีเมล็ดพันธุ์ ซึ่งผักหวานป่ากับผักหวานบ้านนั้นมิใช่ผักชนิดเดียวกัน และมิใช่พืชในตระกูลเดียวกัน เพียงแต่มีชื่อเรียกที่คล้ายกัน สำหรับบทความนี้ขอเสนอเรื่องราวของผักหวานป่าในแง่มุมด้านประโยชน์ต่อสุขภาพ จะมีอะไรบ้าง ไปดูทั้ง 6 ข้อพร้อมกันเลย

1. ผักหวานป่าคุณค่าทางอาหารสูง ผักหวานป่าอุดมด้วยโปรตีน เส้นใย วิตามินและแร่ธาตุ อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมของเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินซี และสารฟีนอลิก ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ

2. บำรุงสายตา การใช้สายตาในที่มืดเป็นประจำมีส่วนทำให้สายตามีความล้าและอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น สารเบต้าแคโรทีนในผักหวานป่า สามารถช่วยดูแล ฟื้นฟูดวงตาและบำรุงสายตาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

3. ยาระบายอ่อนๆ หลายคนมีความเชื่อว่าท้องผูกต้องกินยาระบายเท่านั้น อันที่จริงแล้ว เพียงรับประทานผักหวานป่าในเมนูใดก็ได้เป็นประจำก็สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ด้วยไฟเบอร์ที่อยู่ในผักชนิดนี้ มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยในการขับถ่ายและบีบตัวของลำไส้ กระตุ้นให้ลำไส้ทำงานโดยมิต้องพึ่งพายาถ่าย

4. กระดูกและฟันแข็งแรง แหล่งของแคลเซียมนอกเหนือจากนมแล้ว ยังสามารถพบได้ในผักหวานป่า แคลเซียมและฟอสฟอรัสในผักหวานป่า สามารถดูแลกระดูกและฟันให้แข็งแรง ลดการเปราะหรือแตกหักของกระดูก ส่งเสริมการยืดและหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณกระดูกและฟัน

5. เหน็บชา อาการเหน็บชา ส่วนหนึ่งคือร่างกายขาดวิตามินบี บางคนก็อาศัยกินวิตามินเสริม แต่หากต้องการเลี่ยงการกินยา สามารถรับประทานผักหวานป่าที่อุดมด้วยวิตามินบีที่ช่วยลดและป้องกันอาการเหน็บชาได้

6. ลดความอ้วน หลักการลดน้ำหนักให้ได้ผล คือกินแล้วต้องรู้จักนำออกมาใช้เป็นพลังงาน หากกินแล้วไม่สามารถนำพลังงานออกมาใช้ ก็อาจส่งผลให้เกิดการสะสมของไขมันส่วนเกินตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ผักหวานป่า 1 ขีดให้พลังงานต่ำเพียง 39 กิโลแคลอรี่ อุดมด้วยคุณค่าทางสารอาหาร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักพร้อมกับต้องการประโยชน์ทางโภชนาการไปพร้อม ๆ กัน

และทั้ง 6 ข้อนี้คือประโยชน์ของผักหวานป่าที่มีต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามควรล้างผักให้สะอาดและนำมาปรุงให้สุก เพราะหากรับประทานแบบสดในปริมาณมาก อาจก่อให้เกิดอาการเมาละอาเจียนได้ นอกจากนี้ต้นผักหวานป่ายังมีลักษณะที่คล้ายกับต้นขี้หนอนและต้นเสน หากหยิบผิดนำมารับประทานอาจก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน มึนงง หมดสติ และรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ก่อนเด็ดมาทำอาหารควรสังเกตและดูให้แน่ใจว่าที่หยิบมานั้นเป็นผักหวานป่าจริง ๆ

ดูคลิปประโยชน์ผักหวานป่า https://www.youtube.com/watch?v=iMjf-48lL1E

รูปภาพผักหวานป่าจาก https://th.wikipedia.org/wiki/

ประโยชน์ชามะลิ

ชามะลิ ประโยชน์จากใบชาที่ลองแล้วจะติดใจ

การดื่มชาในปัจจุบันได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย ชาสมุนไพรที่เป็นที่รู้จักกันดีก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาดำ ชาแดง ชาขาว บางคนก็ดื่มเพื่อสุขภาพ บางคนก็ดื่มเพื่อควบคุมน้ำหนัก บางคนก็ดื่มเพื่อการสังสรรค์ แต่ไม่ว่าจะดื่มชาด้วยเหตุผลใดก็ตาม หากไม่ใส่ครีม นม น้ำตาล ก็ถือว่าได้ประโยชน์ไปเต็มๆ เพราะไม่มีสารให้ความหวานที่แฝงไว้ด้วยโรคภัย สำหรับบทความนี้จะขอแนะนำชาอีกหนึ่งชนิดที่ให้คุณประโยชน์ต่อสุขภาพไม่แพ้ชาอื่น ๆ เลย นั่นก็คือชามะลิ จะดีอย่างไร ไปชมกันเลย

1. กระตุ้นพลังงาน แม้ว่าชามะลิจะมีคาเฟอีนเหมือนกับกาแฟ แต่อย่างน้อยในความเข้มข้นของคาเฟอีน ชามะลิให้คาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟมาก ซึ่งบางคนหากได้รับปริมาณคาเฟอีนที่สูงหรือมากเกินไป ก็อาจส่งผลให้ปวดหัว นอนไม่หลับ  หัวใจเต้นแรง ใจสั่น คาเฟอีนที่อยู่ในชามะลิมีปริมาณไม่สูงมากนัก เมื่อดื่มแล้วจะช่วยให้คุณตื่นตัว มีสมาธิที่ดีขึ้น กระตุ้นการทำงานของเซลล์ระบบประสาทให้พร้อมกับกิจกรรมที่ต้องทำในวันนั้น ๆ

2. ชามะลิลดน้ำหนัก อุปสรรคของการลดน้ำหนัก คือการติดรสหวานในเครื่องดื่มและอาหาร การดื่มชามะลิไม่ปรุงรสในช่วงท้องว่าง จะสามารถช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันให้ทำหน้าที่ได้ดีขึ้น

3. ป้องกันมะเร็งด้วยชามะลิ อนุมูลอิสระเกิดได้จากหลายปัจจัย ซึ่งเราสามารถห่างไกลโรคร้ายได้ด้วยการป้องกันอนุมูลอิสระต่าง ๆ ไม่ให้เกิดขึ้นได้ด้วยการดื่มชามะลิ ในชาชนิดนี้อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ เพิ่มจำนวนเซลล์และชะลอการกลายพันธุ์ของเซลล์ เมื่อดื่มเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน และลดอัตราการเสี่ยงของโรคมะเร็งให้ลดน้อยลงได้

4. หัวใจแข็งแรง อันที่จริงแล้วการดื่มกาแฟสดวันละ 1 แก้ว สามารถช่วยบำรุงปรับปรุงสุขภาพหัวใจได้ แต่หากคุณไม่ชอบดื่มกาแฟสดแต่ต้องการผลลัพธ์นี้ คุณสามารถดื่มชามะลิทดแทนได้ เพราะสารคาเทชินที่อยู่ในชามะลิ สามารถดูแลหัวใจ บำรุงและลดการอักเสบของหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ อีกทั้งยังช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

5. ชามะลิช่วยลดความเครียด การจิบน้ำชามะลิอุ่น ๆ สามารถช่วยยกระดับอารมณ์และเพิ่มความผ่อนคลายได้ เพราะสารประกอบในชามะลิ จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายปล่อยสารเคมีที่ช่วยลดความกังวล เป็นการคลายความเครียดให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี

6. ชามะลิแก้ปวดเมื่อย สารต้านการอักเสบในชามะลิ ส่งผลดีต่อผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับโรคข้ออักเสบหรือปวดข้อ การดื่มชามะลิอย่างน้อยวันละ 1 แก้ว จะสามารถบรรเทาอาการปวดเมื่อยของข้อ ลดการอักเสบ ความเจ็บปวดของข้อต่อต่าง ๆ ได้

7. สุขภาพผิวดี น้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในใบชามะลิ อุดมด้วยสารโพลีฟีนอล ช่วยในการชะลอริ้วรอยก่อนวัยอันควร ลดความหมองคล้ำ ลดริ้วรอย และต้านเชื้อแบคทีเรีย การดื่มชามะลิจะส่งผลให้ผิวชุ่มชื่น ดูมีน้ำ มีนวล และผิวดูสุขภาพดี

รับชมคลิป ประโยชน์ชามะลิ https://www.youtube.com/watch?v=MLAibD6ARA4

ประโยชน์แกงเลียงกุ้งสด

ประโยชน์แกงเลียงกุ้งสด อาหารสมุนไพร สรรพคุณจากเครื่องเทศ

แกงเลียงกุ้งสด หนึ่งในเมนูอาหารที่เต็มไปด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศ กระตุ้นความอยากรับประทาน ตั้งแต่ได้กลิ่นหอมลอยมาตามสายลม สามารถใช้เป็นเมนูเพื่อสุขภาพอุดมด้วยคุณค่าทางสารอาหาร นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อคุณแม่มือใหม่ เพราะช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมได้เป็นอย่างดี และต่อไปนี้จะขอเสนอประโยชน์จากแกงเลียงกุ้งสดที่มีในด้านอื่น ๆ ดังนี้

1. แกงเลียงช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง
แคลเซียมที่อยู่ในพริกไทย สามารถช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน อีกทั้งยังช่วยในการชะลอความเสื่อมของเซลล์

2. แกงเลียงบำรุงสมอง
หอมแดงอุดมด้วยธาตุฟอสฟอรัสที่มีส่วนบำรุงสมอง กระตุ้นการทำงานสมอง เมื่อรับประทานเป็นประจำ ช่วยให้ความจำดีขึ้น จดจำเรื่องราวและประมวลผลต่าง ๆ ได้ไวขึ้น

3. แกงเลียงบำรุงสายตา ลดน้ำตาลในเลือด
ด้วยสีเหลืองของฟักทอง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อกระจก ช่วยบำรุงและรักษาสายตา อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน

4. แกงเลียงเพิ่มน้ำนม
บวบอุดมด้วยธาตุเหล็ก ส่งเสริมการสร้างเม็ดเลือดแดง บำรุงและกระตุ้นน้ำนมมารดา เหมาะสำหรับผู้ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ส่งเสริมการเจริญเติบโตของลูกน้อย บำรุงประสาทและสมอง ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย

5. แกงเลียงแก้ท้องอืด
การรับประทานอาหารมากเกินไปหรืออาหารไม่ย่อย ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ สามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยการรับประทานใบแมงลัก จะช่วยบรรเทาอาการท้องอืดให้ดีขึ้น ช่วยขับลมในลำไส้ ลดอาการท้องเฟ้อ พร้อมบำรุงลำไส้ไปในตัว

6. แกงเลียงบำรุงเส้นผม
สำหรับผู้ที่ปัญหาเส้นผมขาดหลุดร่วงได้ง่าย หรือผมแห้งเสีย การรับประทานกระชายสามารถช่วยบำรุงเส้นผมให้กลับมาแข็งแรง ลดการหลุดร่วง บำรุงเส้นผมให้มีน้ำหนัก กระตุ้นการทำงานของรากผมได้เป็นอย่างดี

7. แกงเลียงลดคอเลสเตอรอล ปรับสมดุลของร่างกาย
การรับประทานข้าวโพดอ่อน สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ป้องกันเส้นเลือดแข็งตัว อีกทั้งยังช่วยปรับสมดุลความเป็นกรดด่างในร่างกายให้อยู่ในภาวะปกติ

8. แกงเลียงลดน้ำหนัก
เครื่องปรุงและส่วนประกอบในเมนูแกงเลียงรวมไปถึงกุ้งสด มีส่วนช่วยให้คุณสามารถควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้น ด้วยแคลอรี่ที่ต่ำและวิตามินแร่ธาตุต่าง ๆ มีส่วนช่วยในการเพิ่มฮอร์โมนที่ช่วยในการกักไขมันให้มากขึ้น อีกทั้งการรับประทานกุ้งยังมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งยาลดน้ำหนัก

แกงเลียงกุ้งสดอร่อยและมีประโยชน์ขนาดนี้ เห็นทีต้องซื้อวัตถุดิบติดบ้านไว้เป็นเมนูประจำบ้านซะแล้ว แต่หากไม่มีเวลาหรือไม่สะดวก ไปร้านอาหารสั่งเค้าทำก็ง่ายและสะดวกดี กินอาหารทั้งทีก็ต้องเลือกอาหารที่กินแล้วถูกปาก และมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย ถึงจะคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

ดูคลิปประโยชน์แกงเลียงกุ้งสดได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=FFVBstPy3kQ

ประโยชน์ฟักทอง

6 เหตุผลที่เราควรรับประทานฟักทองเป็นประจำ ประโยชน์สรรพคุณที่รอคุณพิสูจน์

ฟักทอง พืชที่อุดมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำเป็นของหวานก็อร่อย หรือใช้ทำอาหารคาวก็ให้รสชาดดีไม่แพ้กัน แถมยังให้แคลอรี่และไขมันที่ต่ำ ฟังดูแล้วท่าทางจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่ใช่น้อย อย่ารอช้า ไปทำความรู้จักกับฟักทองกันให้มากขึ้นดีกว่า

1. ฟักทองมีสารอาหารประโยชน์สูง
เนื้อฟักทองมีวิตามินและแร่ธาตุสูง แต่ให้แคลอรี่ต่ำ เป็นแหล่งที่ดีของเบต้าแคโรทีน มีวิตามินเอสูงช่วยในการดูแลสายตา ช่วยต้านอนุมูลอิสระตัวการของความเสื่อมที่ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยและโรคต่าง ๆ

2. ฟักทอง โรคเรื้อรัง
อนุมูลอิสระต้นเหตุของโรคภัยที่ทำร้ายสุขภาพ การมีอนุมูลอิสระมากเกินไปอาจก่อให้เกิดความเจ็บป่วยหรือโรคเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง การรับประทานฟักทองสามารถช่วยต้านและกำจัดอนุมูลอิสระ ปกป้องเซลล์เพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเซลล์ได้

3. ฟักทองลดน้ำหนัก
สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก สามารถกินฟักทองเพื่อช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะฟักทองมีเส้นใยอาหารสูง แคลอรี่ต่ำ ไขมันน้อย และที่สำคัญกินแล้วทำให้อิ่มเร็วและนาน ช่วยลดการกินจุกจิกได้ดีเลยทีเดียว

4. ฟักทองทำให้ผิวสวย
วิตามินซี วิตามินอี และเบต้าแคโรทีนในฟักทอง มีบทบาทสำคัญในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปกป้องผิวจากรังสียูวี ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น อีกทั้งยังลดอาการผิวกร้านหรือผิวไหม้แดดได้ดีอีกด้วย

5. ฟักทอง โรคเบาหวาน
เปลือกฟักทองมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการหลั่งของอินซูลิน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดและป้องกันโรคเบาหวาน

6. ฟักทอง กระเพาะปัสสาวะ
นอกจากนำเนื้อฟักทองมากินแล้ว เมล็ดฟักทองก็มีประโยชน์ไม่น้อยไปกว่ากันเลยทีเดียว ใช้เมล็ดฟักทองคั่วและแกะเปลือกทิ้ง นำเนื้อที่อยู่ด้านในมารับประทาน จะสามารถป้องกันโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และป้องกันโรคต่อมลูกหมากโตได้

ฟักทองมิได้มีประโยชน์เพียงแค่ 6 ข้อที่เล่าสู่กันฟังเท่านั้น การรับประทานฟักทองยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเมนูอาหารเด็ก หรือผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพ มีสารอาหารและวิตามิน พร้อมสรรพคุณที่ช่วยดูแลปกป้องร่างกายให้ห่างไกลจากความเจ็บป่วย มีข้อดีขนาดนี้ต้องรีบหามากินซะแล้ว แต่ถึงจะดีขนาดไหน ก็ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะอาจทำให้ร้อนใน และมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้

ดูคลิปเกี่ยวกับ ประโยชน์ฟักทองได้ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=O7iT7gGNX7c

ประโยชน์ของการกินเผ็ด

กินเผ็ด ก็มีประโยชน์ สรรพคุณต่อร่างกาย

การรับประทานอาหารให้มีความสุขมากขึ้น ส่วนใหญ่ก็ได้จากรสชาดของอาหารที่ทำให้เรารู้สึกกินแล้วอร่อย กินแล้วรู้สึกเจริญอาหารกับเมนูนั้นๆ หนึ่งในรสที่ขาดไม่ได้กับเมนูอาหารไทยก็คือรสเผ็ด บางคนถึงกับกินพริกเป็นชีวิตจิตใจ กินเป็นเครื่องเคียงจนกลายเป้นเรื่องปกติ ซึ่งหลายคนที่กินเผ็ดอาจมีความสงสัยว่า กินเผ็ดมากๆแล้วจะดีหรือไม่ มีประโยชน์อะไรต่อสุขภาพบ้างหรือเปล่า สามารถรอฟังคำตอบได้ในบทความนี้

1. กินเผ็ดแล้วอายุยืน ผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานรสเผ็ด ไม่ว่าจะเป็นความเผ็ดจากพริกสดหรือแห้ง เมื่อบริโภคเป็นประจำ สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตลงถึง 14% หรืออาจเรียกได้ว่าการกินเผ็ดช่วยให้มีอายุยืนยาวมากขึ้น

2. กินเผ็ดก็ผอมได้ สารแคปไซซินที่อยู่ในพริก มีส่วนช่วยลดความอยากอาหารและกระตุ้นการเผาผลาญไขมันให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ควรรับประทานควบคู่กับอาหารที่มีโปรตีน ทั้งนี้จะช่วยให้อิ่มท้องและกระบวนการเผาผลาญจะส่งเสริมการทำงานของกันและกันมากขึ้น

3. กินเผ็ด ช่วยผิวสวย คุณสามารถพบวิตามินซีได้ในพริกแทบทุกชนิด วิตามินซีที่อยู่ในพริก สามารถช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ผิวกระจ่างใสและลดปัญหาจุดด่างดำได้อีกด้วย

4. กินเผ็ดแก้หวัด ในช่วงที่เป็นหวัดคัดจมูก อาจส่งผลให้การหายใจนั้นเป็นไปด้วยความลำบาก หายใจไม่ออกแต่น้ำมูกไหล การกินอาหารรสเผ็ดร้อน จะช่วยลดการไหลของน้ำมูก และขับสารบางชนิดที่ขัดขวางระบบทางเดินหายใจ การซดน้ำซุปรสเผ็ดร้อน จะช่วยให้หายใจได้สะดวกมากขึ้น ลดอาการคัดจมูก ทำให้จมูกโล่ง ขับเสมหะ ลดอาการภูมิแพ้

5. กินเผ็ด ดูแลหัวใจ ด้วยวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียมและธาตุเหล็กในพริก มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งจะพบมากได้ทั้งในพริกสดและพริกแห้ง หากคุณไม่สามารถรับประทานพริกสดๆ สามารถเปลี่ยนเป็นพริกไทย หรือพริกหวานที่นิยมใส่ในสลัด ก็จะช่วยดูแลหัวใจของคุณได้เช่นกัน

6. กินเผ็ด ไกลมะเร็ง สารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินต่างๆที่พบในพริก สามารถช่วยป้องกันและกำจัดเซลล์มะเร็งได้ อีกทั้งยังช่วยล้างสารพิษ ขับพิษของเสียออกจากร่างกายได้

7. กินเผ็ด ลดความเครียด หากมีความเครียดจากการทำงานหนัก การรับประทานอาหารที่มีความเผ็ดจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดรฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีแห่งความสุข ช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น และลืมเรื่องเครียดได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ไม่เชื่อลองกินส้มตำรสเผ็ดๆจัดจ้าน สักครกดูสิ หายเครียดเป็นปลิดทิ้งเลยหล่ะ

การกินเผ็ดจะว่าไปแล้วก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่ใช่น้อย ทั้งนี้รสเผ็ดจะเป็นรสที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีความตื่นตัว สังเกตุได้จากหลังกินอาหารรสเผ็ด เราจะรู้สึกโล่ง ผ่อนคลายและอารมณ์ดี อย่างไรก็ตาม ไม่ควรกินรสเผ็ดมากเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานบางอย่างในร่างกาย ซึ่งการกินเผ็ดเกินไปจะมีโทษอะไรบ้างนั้น ติดตามตอนต่อไปได้ในคลิปหน้า

ดูคลิป 7 ประโยชน์ของการกินเผ็ด https://www.youtube.com/watch?v=b-0rdW_1cxk

ประโยชน์มะเฟือง

9 ประโยชน์มะเฟือง สรรพคุณผลไม้ดี ที่คุณต้องลอง

บนโลกนี้มีผักและผลไม้มากมายที่รอให้เราได้ทดลองกิน​ บางชนิดก็ออกผลให้ได้เก็บเกี่ยวกินได้ตลอดทั้งปี​ บางชนิดก็อาจต้องรอตามฤดูกาล​ มะเฟืองก็เป็นหนึ่งในผลไม้ตามฤดูกาลที่รอออกผลให้เราได้กินกัน​ ในบทความนี้จะขอแนะนำประโยชน์ของผลไม้รูปดาว​ 5​ แฉก​ หรือมะเฟือง​ ต่อสุขภาพจะดีแค่ไหน​ ไปรับชมกันเลย

1.​ เป็นแหล่งของไฟเบอร์และวิตามิน​

มะเฟืองให้แคลอรี่ต่ำ​ แต่อุดมด้วยไฟเบอร์และวิตามินซีสูง​ สารอาหารเหล่านี้ช่วยให้ระบบขับถ่ายของคุณดีขึ้น​ อีกทั้งยังบำรุงผิวให้สดใส​ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน​ ต้านอนุมูลอิสระ​ และป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน

2.​ ต้านโรคร้าย

สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในมะเฟืองมีความเข้มข้นสูง​ มีประสิทธิภาพในการต้านโรคร้าย​อย่างเช่นมะเร็ง​ ช่วยป้องกันโรคและอาการป่วยที่เกิดจากความเสียหายของเซลล์

3.​ แก้เจ็บคอ​ ขับเสมหะ​

เนื้อมะเฟืองมีน้ำมาก​ มีฤทธิ์เป็นกรด​ สามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ​ และขับเสมหะได้

4.​ ลดรังแค​ แก้คันศีรษะ

หากมีรังแค​ และอาการคันศีรษะสามารถใช้มะเฟืองนำมาคั้นใช้แต่น้ำ​ และนำมานวดให้ทั่วหนังศีรษะ​ ปล่อยทิ้งไว้​ 10​ นาที​ แล้วล้างออกให้สะอาด​ วิธีนี้จะช่วยขจัดรังแคและลดอาการคันบนหนังศีรษะได้

5.​ ดูแลความดัน

โซเดียมและโพแทสเซียมในมะเฟือง​ มีส่วนช่วยในการดูแลความดันโลหิต​ ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ​ และช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ตามปกติ

6.​ มะเฟืองผลไม้ช่วยลดน้ำหนัก

สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก​ การรับประทานมะเฟืองให้แคลอรี่ที่ต่ำ​ แต่อุดมด้วยเส้นใยที่ช่วยในการเผาผลาญอาหารที่สำคัญ​ น้ำและเส้นใยในมะเฟืองช่วยให้คุณอิ่มเร็ว​ จึงทำให้กินได้น้อยลง​ ไม่ทำให้กินในปริมาณที่เกินความอิ่มของตนเอง

7.​ ท้องผูก​ ท้องอืด​ ท้องเฟ้อ​ มะเฟืองช่วยได้

ใยอาหารในมะเฟือง​มีส่วนช่วยให้การย่อยอาหารนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น​ กระตุ้นการทำงานของลำไส้​ สำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูก​ มะเฟืองสามารถช่วยให้ขับถ่ายได้เป็นปกติ​ ลดอาการท้องอืด​ ท้องเฟ้อได้เป็นอย่างดี

8.​ เพิ่มมวลกระดูก

แร่ธาตุที่หลากหลายในมะเฟือง​ ไม่ว่าจะเป็​น​ ธาตุเหล็ก​ แมกนีเซียม​ สังกะสี​ แคลเซียม​ ฟอสฟอรัส​ สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพของกระดูกให้ดีขึ้น​ อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนในขณะที่มีอายุเพิ่มมากขึ้น

9.​ ผิวพรรณชุ่มชื่น​

สารต้านอนุมูลอิสระฟลาโวนอยด์ในมะเฟือง​ ช่วยป้องกันและลดริ้วรอยก่อนวัย​ รักษาความชุ่มชื่นของผิว​  ให้ผิวดูมีน้ำมีนวล​ เปล่งปลั่ง

ด้วยประโยชน์​ 9​ ข้อที่ยกตัวอย่างมาเล่าสู่กันฟัง​ ก็เป็นข้อดีของมะเฟืองที่มีต่อสุขภาพ​ อย่างไรก็ตาม​ หากคุณเป็นโรคไต​ หรือนิ่วในไต​ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานมะเฟือง​ นอกจากนี้หากอยู่ในช่วงรักษาตัว​ มีการรับประทานยา​ เพื่อควบคุม​ หรือรักษาโรค​ ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานมะเฟือง

ดูคลิป “ประโยชน์มะเฟือง” : https://www.youtube.com/watch?v=pFQe50P1qfE