คลังเก็บป้ายกำกับ: ภูมิแพ้

ประโยชน์ลำไย

ประโยชน์ลำไย สรรพคุณดีตั้งแต่เมล็ด ใบ ผล ใช้ได้หมดเลย

ลำไยผลไม้รสหวานของโปรดของใครหลายคน สามารถนำมารับประทานเพื่อความอร่อย อีกทั้งยังถูกนำมาใช้ในการทำยาแพทย์แผนจีนและแผนไทย อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและประโยชน์ในด้านต่าง ๆ มากมาย ซึ่งจะให้ผลในด้านใดบ้าง ติดตามได้ในบทความนี้

1. ระบบสมอง ดอกลำไย ช่วยป้องกันโรคพาร์กินสันด้วยการปกป้องเซลล์โดปามีนในสมองจากความเสียหาย อีกทั้งยังเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบในเซลล์สมอง

2. ลดภูมิแพ้ การเป็นโรคภูมิแพ้ ถือเป็นการรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน สำหรับผู้ที่ต้องเจอมลพิษ หรือเหตุกระตุ้นให้ตนเองมีอาการ การรับประทานลำไยมีส่วนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เสริมสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวให้แข็งแรง ลดอาการภูมิแพ้ เพิ่มภูมิต้านทานให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรคและอาการป่วยต่าง ๆ

3. ประโยชน์เมล็ดลำไยลดการอักเสบ สารต้านอนุมูลอิสระในลำไยมีส่วนช่วยในการลดอาการอักเสบให้แก่เซลล์ นอกจากนี้ในเมล็ดลำไยมีสารโพลีฟีนอลที่สามารถช่วยป้องกันการเสื่อมสลาย และยืดอายุกระดูกอ่อนให้ยาวนานขึ้นได้ โดยการนำเมล็ดลำไยมาทำสารสกัดและใช้ในการบรรเทาอาการข้ออักเสบ

4. ประโยชน์น้ำลำไยลดความเครียด วิตามินบี 12 ในลำไย มีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง ลดความเครียดและบรรเทาอาการล้า อ่อนเพลีย วิธีการบรรเทาความเครียดง่ายๆ คือการต้มน้ำลำไยดื่มช่วงเวลาก่อนนอน การดื่มน้ำลำไยอุ่นๆจะช่วยให้ผ่อนคลายและหลับสบายมากขึ้น

5. บำรุงผิว เมื่อเซลล์เกิดความเสื่อม ริ้วรอย ความกระชับ และความหมองคล้ำก็เริ่มมาเยือน วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระในลำไย สามารถช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ บำรุงผิวให้เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลและสดใสมากขึ้น

6. เจริญอาหาร ความเครียดและกำลังใจที่ลดลง ปัญหาที่ต้องพบเจอ อาจส่งผลให้เกิดอาการเบื่ออาหาร รับประทานได้น้อย หรือมีความอยากอาหารน้อยลง วิตามินบีที่หลากหลายชนิดในลำไย มีส่วนช่วยกระตุ้นให้มีความอยากอาหารมากขึ้น เมื่อกินแล้วช่วยให้เจริญอาหารและกินอาหารได้หลากหลายมากขึ้น

7. ประโยชน์ใบลำไยแก้ริดสีดวง ท้องผูก ปวดเบ่งเวลาถ่าย นั่งนาน มีปัญหาระบบขับถ่าย สามารถนำใบลำไยมาชงกับน้ำร้อนแล้วดื่มจะช่วยบรรเทาอาการริดสีดวงให้ดีขึ้นได้

ลำไย อีกหนึ่งผลไม้ที่กินแล้วดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตามควรรับประทานแต่พอดี เพราะหากกินมากเกินไป อาการร้อนในอาจถามหา และปริมาณน้ำตาลในเลือดอาจเพิ่มสูงขึ้นได้ นอกจากนี้ถ้าบริโภคมากอาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น เจ็บคอ ตาแฉะ ดังนั้นเวลากินควรกินพร้อมกับผลไม้ชนิดอื่นด้วย เช่น มังคุด และหลังจากกินเสร็จแล้วควรดื่มน้ำผสมเกลือ หรือดื่มน้ำเปล่าตามมาก ๆ

ดูวิดีโอประโยชน์ลำไย https://www.youtube.com/watch?v=ywAgLbK3fTA

โทษของการกินเผ็ด

กินเผ็ดมากไปไม่ดี มีโทษ ทำให้เสี่ยงปัญหาสุขภาพ

สรรพสิ่งบนโลกนี้ทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ การกินเผ็ดก็เช่นกัน เมื่อมีประโยชน์ต่อร่างกาย หากเรารับประทานมากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียและก่อให้เกิดโทษได้ บทความนี้จะขอแนะนำโทษของการกินเผ็ดที่มีต่อสุขภาพ มีรายละเอียดดังนี้

1. กินเผ็ด ปวดท้อง ท้องอืด สำหรับบางคนการกินพริกเม็ดเดียวก็ถือว่าเผ็ดมากสำหรับเค้าแล้วหล่ะค่ะ แต่ก็ยังมีหลายคนที่ชอบกินรสจัดหรือเผ็ดมาก ๆ ซึ่งเมื่อกินในปริมาณมาก อาจมีผลทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด ปวดแสบปวดร้อนในลำไส้ หรือบางรายอาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย

2. กินเผ็ด ปากร้อนใน หลังจากกินอาหารเผ็ดเรียบร้อย หลายคนมีอาการแสบร้อนในช่องปาก เพดานปาก กระพุ้งแก้ม ริมฝีปาก นอกจากนี้อาจมีอาการปากแห้งคอแห้ง และมีตุ่มใสเหมือนแผลร้อนในขึ้นตามจุดต่าง ๆ ในช่องปากเช่น บริเวณเหงือก กระพุ้งแก้ม ริมฝีปากด้านใน

3. กินเผ็ด กระตุ้นภูมิแพ้ การรับประทานอาหารรสเผ็ดจัด อาจมีส่วนทำให้ภูมิแพ้กำเริบ เมื่อกินรสเผ็ดจะมีอาการน้ำมูกไหล มีเสมหะ หรือมีอาการไอ บางคนถึงกับสะอึก หรือจามไม่หยุดเมื่อกินอาหารรสเผ็ดที่มีส่วนกระตุ้นอาการเหล่านี้

4. กินเผ็ด แสบร้อนกลางอก อาการแสบร้อนกลางอก หลังจากกินอาหารเผ็ดอาจเกิดขึ้นได้ หากคุณมีหรือเคยเป็นโรคกรดไหลย้อน ด้วยอาการของโรคนี้อาจส่งผลต่อกระเพาะอาหารทำให้ระคายเคือง มีการแสบร้อนในท้องช่อง บริเวณกลางอก และกรดอาจไหลย้อนขึ้นมาบริเวณลำคอ

5. กินเผ็ด เสี่ยงเป็นไต การเป็นโรคไตมิได้มีสาเหตุมาจากการกินเค็มเท่านั้น การกินอาหารเผ็ดจัด ก็ย่อมส่งผลถึงการทำงานหนักของไตได้เช่นกัน ทำให้ไตเสื่อมสภาพ ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ไม่สามารถกรองหรือขับของเสียออกจากร่างกายได้หมด จึงก่อให้เกิดโรคไตเสื่อม

6. กินเผ็ด ปวดหู เมื่อร่างกายได้รับสารCapsaicin ในพริก จะทำให้อวัยวะช่องปากเกิดการระคายเคือง ร่างกายจะตอบสนองโดยการปรับสภาพ โดยการขับเหงื่อ หลอดเลือดบริเวณศีรษะ โครงหน้าขยาย ส่งผลกระทบถึงโครงสร้างภายในหู อาจทำให้หูชั้นกลาง แก้วหูมีอาการปวดจี๊ดๆ เหมือนมีตัวอะไรอยู่ในหู นอกจากนี้ อาจทำให้คันศีรษะ รูขุมขนขยายกว้างมากขึ้น หายใจไม่สะดวก และมีใบหน้าสีแดง

 ไม่น่าเชื่อเลยว่าการกินเผ็ดมากเกินไปจะส่งผลต่ออวัยวะและร่างกายของเราได้ขนาดนี้ เมื่อรู้ถึงโทษของมันแล้วละก็ ครั้งหน้าสั่งเมนูรสเผ็ดต้องห้ามใจไว้ อย่ากินเผ็ดมากเกินไป เพราะรสเผ็ดจัดจ้านอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่างกายได้รับผลกระทบและมีอาการเหล่านี้

ดูคลิปโทษของการกินเผ็ด https://www.youtube.com/watch?v=maS0z2F8Jo8

6 ประโยชน์ของน้ำมันรำข้าว สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระ

น้ำมันรำข้าวเป็นน้ำมันพืชที่ผู้คนนับล้านทั่วโลกนิยมใช้ในการปรุงอาหาร น้ำมันรำข้าวสกัดจากจมูกข้าวและเปลือกของเมล็ดข้าว มีจุดหลอมเหลวสูงมากจึงเป็นเหตุผลที่นิยมใช้ในการปรุงอาหารที่ต้องการอุณหภูมิสูง เช่นการผัดและการทอด ประเทศที่นิยมใช้กันมากที่สุดในแถบเอเชียคือ ญี่ปุ่นและจีน เนื่องจากข้าวเป็นอาหารหลักในประเทศของพวกเขา แต่อย่างไรก็ตามน้ำมันรำข้าวในส่วนอื่นๆของโลกก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยคุณประโยชน์ที่มากมาย แต่ราคาค่อนข้างต่ำ จึงได้รับการยอมรับอย่างง่ายดาย

ประโยชน์น้ำมันรำข้าว สรรพคุณดีจนต้องบอกต่อ

น้ำมันรำข้าวได้รับการยกย่องในคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมว่ามีวิตามินอีสูง ความสมดุลของกรดไขมันที่เหมาะสม ความสามารถในด้านการต้านอนุมูลอิสระและลดคอเลสเตอรอล อีกทั้งยังมีผลต่อร่างกายที่ยอดเยี่ยมในด้านอื่นๆอีก ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.  ดูแลปัญหาเกี่ยวกับวัยหมดประจำเดือน

มีการวิจัยเกี่ยวกับสารสกัดจากน้ำมันรำข้าวที่มีต่อผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนว่า 90% ของผู้หญิงที่ทานอาหารเสริมจากสารสกัดน้ำมันรำข้าว จะช่วยลดความร้อนของร่างกายและอาการระคายเคืองอื่นๆของวัยหมดประจำเดือนได้มากกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทาน

แต่ถ้าหากใครที่มีปัญหาปวดประจำเดือน เราขอแนะนำ

[related-post id=”20742″]

[related-post id=”599″]

[related-post id=”542″]

2.  ควบคุมคอเลสเตอรอล

องค์การอนามัยโลกและสมาคมโรคหัวใจประเทศสหรัฐอเมริการะบุว่า น้ำมันรำข้าวมีส่วนประกอบของไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน และไขมันอิ่มตัวที่ดีที่สุด เมื่อเทียบกับน้ำมันพืชชนิดอื่นทั้งหมด ความสมดุลของกรดไขมันนี้ หมายความว่าระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายของคุณสามารถลดลงได้จริง เนื่องจากจะช่วยยับยั้งการเกาะติดของคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในร่างกาย ลดปัญหาโรคหลอดเลือดและการเต้นผิดจังหวะของหัวใจได้ รู้อย่างนี้แล้ว เราลองเปลี่ยนน้ำมันปรุงอาหารกันดีไม๊คะ อาจจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพหัวใจของเราให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้

[related-post id=”861″]

3.  ป้องกันโรคมะเร็ง

น้ำมันรำข้าวอุดมด้วยวิตามินอีและสารประกอบโอรีซานอล Oryzanol เป็นสารธรรมชาติที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงพบในน้ำมันรำข้าวเท่านั้น และเป็นสารที่มีคุณสมบัติคล้ายกับกับวิตามินอีในด้านการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยทำให้อนุมูลอิสระในร่างกายเป็นกลาง ซึ่งสารอนุมูลอิสระเหล่านี้เกิดจากการเผาผลาญของเซลล์ อาจทำให้เซลล์ที่มีสุขภาพดีกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็งได้ ดังนั้นการรับประทานน้ำมันรำข้าวจึงสามารถช่วยลดโอกาสในการพัฒนาของมะเร็งชนิดต่างๆได้

[related-post id=”276″]

4.  ดูแลผิว

วิตามินอีเป็นที่รู้จักมากกว่าการช่วยในการป้องกันโรคมะเร็ง อนุมูลอิสระสามารถโจมตีเซลล์ผิวและเพิ่มสัญญาณของริ้วรอยก่อนวัยได้ น้ำมันรำข้าวจะช่วยเพิ่มระดับวิตามินอี ซึ่งสามารถเร่งการรักษาบาดแผล ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวใหม่ ช่วยดูแลผิวให้เรียบเนียน ลดริ้วรอยและป้องกันการถูกแสงแดดเผา ช่วยเพิ่มคุณภาพของเซลล์ผิว ทำให้สารพิษจากภายนอกและเชื้อโรคไม่ผ่านเข้าสู่ผิวหนัง

[related-post id=”85″]

5.  ปฏิกิริยาภูมิแพ้

การใช้น้ำมันรำข้าวในปรุงอาหารจะสามารถช่วยระงับความรู้สึกของระบบภูมิแพ้ในร่างกาย และยังป้องกันความผิดปกติของสารก่อภูมิแพ้อื่นๆได้อีกด้วย

6.  ช่วยในการลดน้ำหนัก

ในทางเทคนิคแม้ว่าน้ำมันรำข้าวจะมีแคลอรี่สูง แต่ความหนืดของน้ำมันเมื่อนำมาใช้ในการปรุงอาหารจะสามารถดูดซึมได้เพียง 20 %ของปริมาณน้ำมันเท่านั้น เมื่อน้ำมันถูกดูดซึมน้อยลง แต่ยังคงสามารถรักษารสชาดและประโยชน์ต่อสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ หกเทียบปริมาณแคลอรี่กับน้ำมันพืชอื่นๆแล้วก็ถือได้ว่ามีปริมาณแคลอรี่ที่ต่ำกว่า ดังนั้นหากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับน้ำหนัก หรือต้องการควบคุมน้ำหนัก น้ำมันรำข้าวอาจเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุดของคุณ

ชาเขียวมัทฉะ เทรนฮิตในการลดน้ำหนัก

[related-post id=”500″]

คำแนะนำ

น้ำมันรำข้าวมีเส้นใยสูงสามารถช่วยดูแลระบบการย่อยอาหารได้ดี แต่คุณควรระวังเกี่ยวกับปริมาณการใช้ในการปรุงอาหารเนื่องจากมีแคลอรี่สูง ควรใช้น้ำมันรำข้าวในปริมาณที่พอเหมาะและหากระบบทางเดินอาหารของคุณอุดตันหรือมีบาดแผล คุณควรระมัดระวังในการใช้ให้มากขึ้น และควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาอาการที่เป็นอยู่ นอกจากนี้ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ หากคุณต้องการใช้น้ำมันรำข้าวในการปรุงอาหาร

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=AyUAQYXEyvA