คลังเก็บป้ายกำกับ: ป้องกันโรคมะเร็ง

ประโยชน์อัญชัน

ประโยชน์อัญชัน ไม่ได้มีดี เป็นแค่น้ำสมุนไพร

ดอกไม้สีน้ำเงินที่ปลูกง่าย ไม่ต้องการการดูแลมาก อีกทั้งยังให้ร่มเงาและประโยชน์ใช้สอยจากดอกของมัน หลายคนปลูกไว้แต่มิได้นำมาใช้ แต่หากฟังบทความนี้จบคุณจะรู้จักอัญชันมากขึ้นจนอยากจะนำอัญชันมาใช้ประโยชน์ทุกวัน พร้อมแล้วไปชมรายละเอียดกันเลย

1. บำรุงสมอง เมื่อายุมากขึ้นสมองอาจสูญเสียความทรงจำและมีปัญหาในด้านอื่นๆตามมา ดอกอัญชันมีสารอะซิทิลคอลีน ที่ช่วยกระบวนการการทำงานของสมอง ช่วยพัฒนาความสามารถในการคิด ระบบความทรงจำ การสื่อสาร กระตุ้นการเรียนรู้และระบบการทำงานของสมอง

2. ต่อสู้โรคมะเร็ง สารไซโคลไทด์ในดอกอัญชันมีเปปไทด์ที่มีประโยชน์ในการต่อต้านเนื้องอก ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

3. บรรเทาอาการปวดหัว หากมีอาการปวดศีรษะและต้องการหลีกเลี่ยงการกินยา ลองชงน้ำดอกอัญชันอุ่นๆดื่มดูสักแก้ว สารแอนโทไซยานินในดอกอัญชัน จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้ระบบเลือดทำงานได้คล่องตัวขึ้น เมื่อเลือดหล่อเลี้ยงเซลล์ได้ดีขึ้น อาการปวดหัวก็จะบรรเทาและลดลงตามลำดับ

4. แก้เมื่อย ลดอาการปวด กล้ามเนื้อของเรานั้นหากมีการใช้งานอย่างหนัก อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อย สารเทอร์นาทินส์ในดอกอัญชัน มีส่วนช่วยในการรวมตัวของเกล็ดเลือด คลายกล้ามเนื้อและลดอาการปวดกล้ามเนื้อได้ดี

5. ไขมันอุดตัน ภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด ส่งผลกระทบต่อโรคร้ายหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับเส้นเลือด สารต้านอนุมูลอิสระในดอกอัญชัน ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ป้องกันการทำปฏิกิริยาของไขมันต่อเส้นเลือด

6. บำรุงดวงตา สารแอนโธไซยานินนอกจากจะบรรเทาอาการปวดหัวได้ดีแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการมองเห็น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของหลอดเลือดเล็ก ๆ ในดวงตา ช่วยให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงดวงตาได้ดีมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถป้องกันอาการตาเสื่อมจากโรคเบาหวาน โรคต้อกระจก และโรคต้อหิน

7. ดูแลเส้นผม การนำดอกอัญชันมาคั้นน้ำ แล้วนำมาใช้ทาบริเวณที่ผมร่วง จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการงอกใหม่ของเส้นผม อีกทั้งยังกระตุ้นการทำงานของเลือดบริเวณหนังศีรษะ ส่งผลให้ผมที่ขึ้นใหม่ดกดำ เงางาม

 7 ประโยชน์จากอัญชันที่ได้กล่าวมานั้น ดูแลสุขภาพตั้งแต่เส้นผม สมอง ดวงตา เส้นเลือด หัวใจ เรียกได้ว่าปลูกอัญชันไว้ต้นเดียว ก็สามารถดูแลร่างกายได้แทบทุกส่วนเลยทีเดียว ใครยังไม่มีปลูกไว้ ต้องหามาปลูกกันแล้วหล่ะค่ะ

ดูคลิปประโยชน์อัญชัน https://www.youtube.com/watch?v=xwd1_a4MAU8

ประโยชน์ชามะลิ

ชามะลิ ประโยชน์จากใบชาที่ลองแล้วจะติดใจ

การดื่มชาในปัจจุบันได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย ชาสมุนไพรที่เป็นที่รู้จักกันดีก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาดำ ชาแดง ชาขาว บางคนก็ดื่มเพื่อสุขภาพ บางคนก็ดื่มเพื่อควบคุมน้ำหนัก บางคนก็ดื่มเพื่อการสังสรรค์ แต่ไม่ว่าจะดื่มชาด้วยเหตุผลใดก็ตาม หากไม่ใส่ครีม นม น้ำตาล ก็ถือว่าได้ประโยชน์ไปเต็มๆ เพราะไม่มีสารให้ความหวานที่แฝงไว้ด้วยโรคภัย สำหรับบทความนี้จะขอแนะนำชาอีกหนึ่งชนิดที่ให้คุณประโยชน์ต่อสุขภาพไม่แพ้ชาอื่น ๆ เลย นั่นก็คือชามะลิ จะดีอย่างไร ไปชมกันเลย

1. กระตุ้นพลังงาน แม้ว่าชามะลิจะมีคาเฟอีนเหมือนกับกาแฟ แต่อย่างน้อยในความเข้มข้นของคาเฟอีน ชามะลิให้คาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟมาก ซึ่งบางคนหากได้รับปริมาณคาเฟอีนที่สูงหรือมากเกินไป ก็อาจส่งผลให้ปวดหัว นอนไม่หลับ  หัวใจเต้นแรง ใจสั่น คาเฟอีนที่อยู่ในชามะลิมีปริมาณไม่สูงมากนัก เมื่อดื่มแล้วจะช่วยให้คุณตื่นตัว มีสมาธิที่ดีขึ้น กระตุ้นการทำงานของเซลล์ระบบประสาทให้พร้อมกับกิจกรรมที่ต้องทำในวันนั้น ๆ

2. ชามะลิลดน้ำหนัก อุปสรรคของการลดน้ำหนัก คือการติดรสหวานในเครื่องดื่มและอาหาร การดื่มชามะลิไม่ปรุงรสในช่วงท้องว่าง จะสามารถช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันให้ทำหน้าที่ได้ดีขึ้น

3. ป้องกันมะเร็งด้วยชามะลิ อนุมูลอิสระเกิดได้จากหลายปัจจัย ซึ่งเราสามารถห่างไกลโรคร้ายได้ด้วยการป้องกันอนุมูลอิสระต่าง ๆ ไม่ให้เกิดขึ้นได้ด้วยการดื่มชามะลิ ในชาชนิดนี้อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ เพิ่มจำนวนเซลล์และชะลอการกลายพันธุ์ของเซลล์ เมื่อดื่มเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน และลดอัตราการเสี่ยงของโรคมะเร็งให้ลดน้อยลงได้

4. หัวใจแข็งแรง อันที่จริงแล้วการดื่มกาแฟสดวันละ 1 แก้ว สามารถช่วยบำรุงปรับปรุงสุขภาพหัวใจได้ แต่หากคุณไม่ชอบดื่มกาแฟสดแต่ต้องการผลลัพธ์นี้ คุณสามารถดื่มชามะลิทดแทนได้ เพราะสารคาเทชินที่อยู่ในชามะลิ สามารถดูแลหัวใจ บำรุงและลดการอักเสบของหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ อีกทั้งยังช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

5. ชามะลิช่วยลดความเครียด การจิบน้ำชามะลิอุ่น ๆ สามารถช่วยยกระดับอารมณ์และเพิ่มความผ่อนคลายได้ เพราะสารประกอบในชามะลิ จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายปล่อยสารเคมีที่ช่วยลดความกังวล เป็นการคลายความเครียดให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี

6. ชามะลิแก้ปวดเมื่อย สารต้านการอักเสบในชามะลิ ส่งผลดีต่อผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับโรคข้ออักเสบหรือปวดข้อ การดื่มชามะลิอย่างน้อยวันละ 1 แก้ว จะสามารถบรรเทาอาการปวดเมื่อยของข้อ ลดการอักเสบ ความเจ็บปวดของข้อต่อต่าง ๆ ได้

7. สุขภาพผิวดี น้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในใบชามะลิ อุดมด้วยสารโพลีฟีนอล ช่วยในการชะลอริ้วรอยก่อนวัยอันควร ลดความหมองคล้ำ ลดริ้วรอย และต้านเชื้อแบคทีเรีย การดื่มชามะลิจะส่งผลให้ผิวชุ่มชื่น ดูมีน้ำ มีนวล และผิวดูสุขภาพดี

รับชมคลิป ประโยชน์ชามะลิ https://www.youtube.com/watch?v=MLAibD6ARA4

ประโยชน์ผักชี

ประโยชน์ผักชี สรรพคุณผักกลิ่นแรง ไม่อยากเสี่ยงโรคต้องรับประทาน

ผักชี ผักยอดฮิตในประเทศญี่ปุ่น แต่ในประเทศไทยก็เชื่อว่ามีหลายคนที่ไม่ชอบกลิ่นและไม่ชอบกินผักชนิดนี้ หลังจากจบบทความอาจทำให้คุณเปลี่ยนใจหันมาชอบผักชีมากขึ้น เพราะอะไรน่ะหรือ อยากรู้ตามไปดูประโยชน์ของผักชีกันเถอะ

1. บำรุงดวงตา ใช้งานดวงตาหนัก เล่นมือถือ ใช้งานคอมพิวเตอร์มาก อาจส่งผลให้ตาล้า หรือจอประสาทตาเสื่อมได้ ในผักชีมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและต้านการอักเสบของเซลล์ อุดมด้วยเบต้าแคโรทีนที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของดวงตา

2. กินปิ้งย่าง ผู้ที่ชอบกินอาหารปิ้งย่าง เมื่อรับประทานบ่อยอาจมีความเสี่ยงต่อสารก่อมะเร็งในเนื้อที่ไหม้ได้ ในผักชีมีสารที่สามารถช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็งที่เกิดจากการกินอาหารปิ้งย่าง หากไม่อยากเสี่ยงกับโรคร้าย คราวหน้ากินปิ้งย่าง อย่าลืมกินคู่กับผักชี จะได้ไม่เสี่ยงแถมยังมีเส้นใยช่วยให้ขับถ่ายคล่องมากขึ้นอีกด้วย

3. ดูแลน้ำตาลในเลือด ผักชีสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยการกินลูกผักชีหรือนำมาต้มน้ำดื่ม

4. ดับกลิ่นปาก หากต้องการดับกลิ่นปากโดยไม่ใช้เคมี สามารถนำเมล็ดผักชีมาต้มแล้วนำน้ำมาใช้อมกลั้วปาก วิธีนี้จะช่วยลดการอักเสบในช่องปากอีกทั้งยังช่วยดับกลิ่นปากได้เป็นอย่างดี

5. อาหารไม่ย่อย สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องระบบการย่อยการรับประทานผักชี ช่วยให้น้ำย่อยและน้ำดีถูกขับออกมา ส่งผลให้การย่อยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการหมักหมมของอาหาร ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค

6. แก้หวัด อาการไอ ไข้หวัด มักเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของอุณภูมิต่อร่างกาย หรือร่างกายอ่อนแอและได้รับเชื้อไวรัส การนำใบผักชีมาต้มน้ำหรือทำเมนูแกงจืดผักชีหมูสับ แล้วรับประทานขณะอุ่นๆ จะช่วยฟื้นฟูร่างกาย บำรุงธาตุ ลดการไอ ลดน้ำมูก ละลายเสมหะ

7. ริดสีดวง เมื่อมีอาการถ่ายเป็นมูกเลือด หรือเป็นริดสีดวงทวารหนัก สามารถนำเมล็ดผักชีมาใช้ประกอบอาหารในเมนูต่าง ๆ เพื่อรักษาอาการให้ดีขึ้นได้ อาจนำมาทำเป็นเครื่องเทศที่ช่วยให้กลิ่นและรสชาติอร่อยมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ มิให้ถ่ายเป็นมูกเลือด รักษาริดสีดวง ลดขนาดของริดสีดวง  ลดเวลาในการขับถ่ายให้เร็วขึ้น

7 ประโยชน์ของผักชีที่แนะนำข้างต้น หวังว่าอาจช่วยทำให้ผู้ที่ไม่ชอบผักชีเปลี่ยนใจหันมาลองรับประทานผักชีดูสักครั้ง อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยโรคไตรับประทานมากเกินไป เนื่องจากเป็นผักที่มีธาตุโพแทสเซียมสูง อาจส่งผลต่อการทำงานของไตได้

สรรพคุณผักชี https://www.youtube.com/watch?v=jrJgJeg-HxU

ประโยชน์ของหม่อน

ประโยชน์ของมัลเบอร์รี่ Mulberry สรรพคุณต่อสุขภาพ ปลูกง่าย อร่อยดี

มัลเบอร์รี่ หรือ หม่อน ผลไม้ที่หากินง่ายตามท้องถิ่น ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาก ใบใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ ใช้เลี้ยงไหม ผลของหม่อนเราก็นำมารับประทาน รู้ไว้ดอทคอมขอแนะนำสรรพคุณของหม่อน ที่ดีต่อร่างกายดังนี้

1. เลือดออกตามไรฟัน ปัญหาของเลือดออกตามไรฟัน สาเหตุหนึ่งมาจากการขาดวิตามินซี ในหม่อนอุดมด้วยวิตามินซี ที่ช่วยในการดูแลส่งเสริมการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกาย อีกทั้งเมื่อได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เพียงพอ จะสามารถลดปัญหาเลือดออกตามไรฟันได้

2. ปวดหัว เป็นไข้ ไอเจ็บคอ เมื่อมีอาการคล้ายจะเป็นหวัด นำใบหม่อนมาตากแห้ง แล้วใช้ชงเป็นชาดื่มจะช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ ไอ เจ็บคอให้ดีขึ้น

3. ป้องกันโรคร้าย สารแอนโธไซยานิน ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระจากสีม่วงแดงของหม่อน ช่วยป้องกันร่างกายให้ห่างไกลจากโรคร้ายอย่างเช่น มะเร็งและโรคหัวใจ

4. ดูแลเลือดด้วยโฟลิค กรดโฟลิคเป็นตัวการสำคัญที่ช่วยในการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์มารดา ในผลหม่อนมีกรดโฟลิคที่ช่วยดูแลให้ทารกมีพัฒนาการที่ดี ป้องกันความพิการและการคลอดก่อนเวลาอันควร

5. ดวงตาสดใส สารซีแซนทีนในหม่อน ช่วยลดการออกซิเดชั่นบริเวณดวงตา ป้องกันการเกิดจอประสาทตาเสื่อม บำรุงดวงตาให้มีความสดใส ลดความพร่ามัว

หม่อน ไม่ว่าจะรับประทานในรูปแบบใด ก็ได้รับคุณค่าทางสารอาหารเช่นกัน ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก มีอายุยาวนาน และออกผลได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายขนาดนี้ ต้องหามาปลูกไว้ที่บ้าน รอเก็บเกี่ยวผลผลิตไว้กิน เพื่อส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรงซะแล้วหล่ะ

ดูคลิปวิดีโอ หม่อนมีประโยชน์อย่างไร https://www.youtube.com/watch?v=cGFp8vY8w1k

ประโยชน์โหระพา

ประโยชน์โหระพา ทั้งรับประทาน และสรรพคุณใช้ภายนอก

โหระพา พืชสมุนไพรที่ให้กลิ่นหอมจำพวกเดียวกับสะระแหน่ กะเพรา โรสแมรี่และออริกาโน่ แน่นอนว่าพืชชนิดนี้ อุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุที่ดีต่อสุขภาพ ในบทความนี้ขอขยายความให้ทุกท่านได้รู้จักกับโหระพามากขึ้นดังนี้

1. ต่อสู้กับโรค สารต้านอนุมูลอิสระที่พบในโหระพา มีส่วนช่วยปกป้องดีเอ็นเอและเซลล์ อุดมด้วยสารฟลาโวนอยด์ที่ละลายในน้ำได้ดี ซึ่งมีส่วนช่วยปกป้องเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่รับผิดชอบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ลดความเครียดของร่างกายที่ได้รับผลกระทบจากการฉายรังสีในการรักษาโรคมะเร็ง

2. ต้านการอักเสบ หนึ่งในอาการที่แสดงถึงความเจ็บป่วย คือการที่เซลล์ในร่างกายมีการอักเสบ จนก่อให้เกิดโรค การรับประทานโหระพามีเอนไซม์ที่สามารถช่วยลดการอักเสบของโรคได้ เช่น โรคไขข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคลำไส้อักเสบ เป็นต้น

3. ระบบย่อยมีปัญหา หากมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย การรับประทานใบโหระพาสด สามารถช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ให้ดีขึ้นได้ จะเห็นได้ว่าในเมนูลาบหมู ลาบวัว ตามร้านต่างๆ มักจะมีโหระพาเป็นผักเคียงเสิร์ฟให้เสมอ ทั้งนี้ก็เพื่อส่งเสริมการย่อยให้ดีขึ้น ลดอาการแน่นจุกเสียดหลังรับประทานเมนูเด็ดนั่นเอง

4. แก้ไอ อาการเจ็บคอ ไอ หรือหลอดลมอักเสบจากการไอ สามารถใช้ใบโหระพาคั้นเอาแต่น้ำมาผสมกับน้ำผึ้ง แล้วจิบเวลาที่มีอาการ จะช่วยบรรเทาอาการไอ และลดการอักเสบของหลอดลมให้ดีขึ้นได้

5. ลดคอเลสเตอรอล เมื่อบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง อาจส่งผลกระทบต่อระดับคอเลสเตอรอลให้สูงขึ้นได้ การรับประทานใบโหระพากับอาหารที่มีไขมันสูงคู่กัน มีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอล หรือไขมันในเส้นเลือดได้ อีกทั้งยังป้องกันและลดการก่อตัวของคราบหินปูนในกระแสเลือดได้อีกด้วย

6. แมลงสัตว์กัดต่อย อาการแพ้ บวมคัน จากการโดนแมลงกัดต่อย สามารถบรรเทาอาการได้โดยการนำใบโหระพาสด 5-10 ใบ มาขยำให้ละเอียด แล้วนำมาใช้ประคบหรือพอกบริเวณที่ถูกแมลงกัด จะช่วยลดอาการปวดและบวมได้ดีไม่แพ้ยาหม่องเลย

7. โรคผิวหนัง บางครั้งหากมีอาการจากโรคผิวหนัง เช่น กลากเกลื้อน อาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาสเตียรอยด์ในการรักษาเสมอไป อาจใช้ใบโหระพาเป็นทางเลือก โดยการใช้ใบสด 20 ใบ นำมาตำให้ละเอียด กรองแล้วนำน้ำมาใช้ทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน ทาวันละ 3 ครั้ง วิธีนี้จะช่วยให้อาการกลากเกลื้อนบรรเทาและค่อยๆหายไปในที่สุด

โหระพา นอกจากจะนำมาใช้ประกอบอาหารเพื่อให้ได้รสชาติที่ดี กลิ่นที่หอม และสรรพคุณที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการบรรเทาอาการของโรคต่างๆได้อีกด้วย ดีต่อสุขภาพขนาดนี้ วิธีปลูกก็ไม่ยุ่งยาก หากไม่มีเมล็ด แต่ได้ไปกินข้าวนอกบ้าน แล้วมีผักเคียงเป็นโหระพา อย่าลืมนำติดไม้ติดมือกลับมาบ้าน แล้วนำมาปักลงดิน รดน้ำและรอเวลา เพียงเท่านี้ คุณก็จะมีโหระพาไว้ใช้งานได้ง่ายๆแล้วหล่ะค่ะ

ดูประโยชน์ของโหระพา https://www.youtube.com/watch?v=PB0lCZ_X4vk

ประโยชน์ของการกินเผ็ด

กินเผ็ด ก็มีประโยชน์ สรรพคุณต่อร่างกาย

การรับประทานอาหารให้มีความสุขมากขึ้น ส่วนใหญ่ก็ได้จากรสชาดของอาหารที่ทำให้เรารู้สึกกินแล้วอร่อย กินแล้วรู้สึกเจริญอาหารกับเมนูนั้นๆ หนึ่งในรสที่ขาดไม่ได้กับเมนูอาหารไทยก็คือรสเผ็ด บางคนถึงกับกินพริกเป็นชีวิตจิตใจ กินเป็นเครื่องเคียงจนกลายเป้นเรื่องปกติ ซึ่งหลายคนที่กินเผ็ดอาจมีความสงสัยว่า กินเผ็ดมากๆแล้วจะดีหรือไม่ มีประโยชน์อะไรต่อสุขภาพบ้างหรือเปล่า สามารถรอฟังคำตอบได้ในบทความนี้

1. กินเผ็ดแล้วอายุยืน ผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานรสเผ็ด ไม่ว่าจะเป็นความเผ็ดจากพริกสดหรือแห้ง เมื่อบริโภคเป็นประจำ สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตลงถึง 14% หรืออาจเรียกได้ว่าการกินเผ็ดช่วยให้มีอายุยืนยาวมากขึ้น

2. กินเผ็ดก็ผอมได้ สารแคปไซซินที่อยู่ในพริก มีส่วนช่วยลดความอยากอาหารและกระตุ้นการเผาผลาญไขมันให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ควรรับประทานควบคู่กับอาหารที่มีโปรตีน ทั้งนี้จะช่วยให้อิ่มท้องและกระบวนการเผาผลาญจะส่งเสริมการทำงานของกันและกันมากขึ้น

3. กินเผ็ด ช่วยผิวสวย คุณสามารถพบวิตามินซีได้ในพริกแทบทุกชนิด วิตามินซีที่อยู่ในพริก สามารถช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ผิวกระจ่างใสและลดปัญหาจุดด่างดำได้อีกด้วย

4. กินเผ็ดแก้หวัด ในช่วงที่เป็นหวัดคัดจมูก อาจส่งผลให้การหายใจนั้นเป็นไปด้วยความลำบาก หายใจไม่ออกแต่น้ำมูกไหล การกินอาหารรสเผ็ดร้อน จะช่วยลดการไหลของน้ำมูก และขับสารบางชนิดที่ขัดขวางระบบทางเดินหายใจ การซดน้ำซุปรสเผ็ดร้อน จะช่วยให้หายใจได้สะดวกมากขึ้น ลดอาการคัดจมูก ทำให้จมูกโล่ง ขับเสมหะ ลดอาการภูมิแพ้

5. กินเผ็ด ดูแลหัวใจ ด้วยวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียมและธาตุเหล็กในพริก มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งจะพบมากได้ทั้งในพริกสดและพริกแห้ง หากคุณไม่สามารถรับประทานพริกสดๆ สามารถเปลี่ยนเป็นพริกไทย หรือพริกหวานที่นิยมใส่ในสลัด ก็จะช่วยดูแลหัวใจของคุณได้เช่นกัน

6. กินเผ็ด ไกลมะเร็ง สารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินต่างๆที่พบในพริก สามารถช่วยป้องกันและกำจัดเซลล์มะเร็งได้ อีกทั้งยังช่วยล้างสารพิษ ขับพิษของเสียออกจากร่างกายได้

7. กินเผ็ด ลดความเครียด หากมีความเครียดจากการทำงานหนัก การรับประทานอาหารที่มีความเผ็ดจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดรฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีแห่งความสุข ช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น และลืมเรื่องเครียดได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ไม่เชื่อลองกินส้มตำรสเผ็ดๆจัดจ้าน สักครกดูสิ หายเครียดเป็นปลิดทิ้งเลยหล่ะ

การกินเผ็ดจะว่าไปแล้วก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่ใช่น้อย ทั้งนี้รสเผ็ดจะเป็นรสที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีความตื่นตัว สังเกตุได้จากหลังกินอาหารรสเผ็ด เราจะรู้สึกโล่ง ผ่อนคลายและอารมณ์ดี อย่างไรก็ตาม ไม่ควรกินรสเผ็ดมากเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานบางอย่างในร่างกาย ซึ่งการกินเผ็ดเกินไปจะมีโทษอะไรบ้างนั้น ติดตามตอนต่อไปได้ในคลิปหน้า

ดูคลิป 7 ประโยชน์ของการกินเผ็ด https://www.youtube.com/watch?v=b-0rdW_1cxk

ประโยชน์มะเฟือง

9 ประโยชน์มะเฟือง สรรพคุณผลไม้ดี ที่คุณต้องลอง

บนโลกนี้มีผักและผลไม้มากมายที่รอให้เราได้ทดลองกิน​ บางชนิดก็ออกผลให้ได้เก็บเกี่ยวกินได้ตลอดทั้งปี​ บางชนิดก็อาจต้องรอตามฤดูกาล​ มะเฟืองก็เป็นหนึ่งในผลไม้ตามฤดูกาลที่รอออกผลให้เราได้กินกัน​ ในบทความนี้จะขอแนะนำประโยชน์ของผลไม้รูปดาว​ 5​ แฉก​ หรือมะเฟือง​ ต่อสุขภาพจะดีแค่ไหน​ ไปรับชมกันเลย

1.​ เป็นแหล่งของไฟเบอร์และวิตามิน​

มะเฟืองให้แคลอรี่ต่ำ​ แต่อุดมด้วยไฟเบอร์และวิตามินซีสูง​ สารอาหารเหล่านี้ช่วยให้ระบบขับถ่ายของคุณดีขึ้น​ อีกทั้งยังบำรุงผิวให้สดใส​ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน​ ต้านอนุมูลอิสระ​ และป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน

2.​ ต้านโรคร้าย

สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในมะเฟืองมีความเข้มข้นสูง​ มีประสิทธิภาพในการต้านโรคร้าย​อย่างเช่นมะเร็ง​ ช่วยป้องกันโรคและอาการป่วยที่เกิดจากความเสียหายของเซลล์

3.​ แก้เจ็บคอ​ ขับเสมหะ​

เนื้อมะเฟืองมีน้ำมาก​ มีฤทธิ์เป็นกรด​ สามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ​ และขับเสมหะได้

4.​ ลดรังแค​ แก้คันศีรษะ

หากมีรังแค​ และอาการคันศีรษะสามารถใช้มะเฟืองนำมาคั้นใช้แต่น้ำ​ และนำมานวดให้ทั่วหนังศีรษะ​ ปล่อยทิ้งไว้​ 10​ นาที​ แล้วล้างออกให้สะอาด​ วิธีนี้จะช่วยขจัดรังแคและลดอาการคันบนหนังศีรษะได้

5.​ ดูแลความดัน

โซเดียมและโพแทสเซียมในมะเฟือง​ มีส่วนช่วยในการดูแลความดันโลหิต​ ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ​ และช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ตามปกติ

6.​ มะเฟืองผลไม้ช่วยลดน้ำหนัก

สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก​ การรับประทานมะเฟืองให้แคลอรี่ที่ต่ำ​ แต่อุดมด้วยเส้นใยที่ช่วยในการเผาผลาญอาหารที่สำคัญ​ น้ำและเส้นใยในมะเฟืองช่วยให้คุณอิ่มเร็ว​ จึงทำให้กินได้น้อยลง​ ไม่ทำให้กินในปริมาณที่เกินความอิ่มของตนเอง

7.​ ท้องผูก​ ท้องอืด​ ท้องเฟ้อ​ มะเฟืองช่วยได้

ใยอาหารในมะเฟือง​มีส่วนช่วยให้การย่อยอาหารนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น​ กระตุ้นการทำงานของลำไส้​ สำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูก​ มะเฟืองสามารถช่วยให้ขับถ่ายได้เป็นปกติ​ ลดอาการท้องอืด​ ท้องเฟ้อได้เป็นอย่างดี

8.​ เพิ่มมวลกระดูก

แร่ธาตุที่หลากหลายในมะเฟือง​ ไม่ว่าจะเป็​น​ ธาตุเหล็ก​ แมกนีเซียม​ สังกะสี​ แคลเซียม​ ฟอสฟอรัส​ สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพของกระดูกให้ดีขึ้น​ อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนในขณะที่มีอายุเพิ่มมากขึ้น

9.​ ผิวพรรณชุ่มชื่น​

สารต้านอนุมูลอิสระฟลาโวนอยด์ในมะเฟือง​ ช่วยป้องกันและลดริ้วรอยก่อนวัย​ รักษาความชุ่มชื่นของผิว​  ให้ผิวดูมีน้ำมีนวล​ เปล่งปลั่ง

ด้วยประโยชน์​ 9​ ข้อที่ยกตัวอย่างมาเล่าสู่กันฟัง​ ก็เป็นข้อดีของมะเฟืองที่มีต่อสุขภาพ​ อย่างไรก็ตาม​ หากคุณเป็นโรคไต​ หรือนิ่วในไต​ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานมะเฟือง​ นอกจากนี้หากอยู่ในช่วงรักษาตัว​ มีการรับประทานยา​ เพื่อควบคุม​ หรือรักษาโรค​ ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานมะเฟือง

ดูคลิป “ประโยชน์มะเฟือง” : https://www.youtube.com/watch?v=pFQe50P1qfE

6 ประโยชน์ของน้ำมันรำข้าว สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระ

น้ำมันรำข้าวเป็นน้ำมันพืชที่ผู้คนนับล้านทั่วโลกนิยมใช้ในการปรุงอาหาร น้ำมันรำข้าวสกัดจากจมูกข้าวและเปลือกของเมล็ดข้าว มีจุดหลอมเหลวสูงมากจึงเป็นเหตุผลที่นิยมใช้ในการปรุงอาหารที่ต้องการอุณหภูมิสูง เช่นการผัดและการทอด ประเทศที่นิยมใช้กันมากที่สุดในแถบเอเชียคือ ญี่ปุ่นและจีน เนื่องจากข้าวเป็นอาหารหลักในประเทศของพวกเขา แต่อย่างไรก็ตามน้ำมันรำข้าวในส่วนอื่นๆของโลกก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยคุณประโยชน์ที่มากมาย แต่ราคาค่อนข้างต่ำ จึงได้รับการยอมรับอย่างง่ายดาย

ประโยชน์น้ำมันรำข้าว สรรพคุณดีจนต้องบอกต่อ

น้ำมันรำข้าวได้รับการยกย่องในคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมว่ามีวิตามินอีสูง ความสมดุลของกรดไขมันที่เหมาะสม ความสามารถในด้านการต้านอนุมูลอิสระและลดคอเลสเตอรอล อีกทั้งยังมีผลต่อร่างกายที่ยอดเยี่ยมในด้านอื่นๆอีก ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.  ดูแลปัญหาเกี่ยวกับวัยหมดประจำเดือน

มีการวิจัยเกี่ยวกับสารสกัดจากน้ำมันรำข้าวที่มีต่อผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนว่า 90% ของผู้หญิงที่ทานอาหารเสริมจากสารสกัดน้ำมันรำข้าว จะช่วยลดความร้อนของร่างกายและอาการระคายเคืองอื่นๆของวัยหมดประจำเดือนได้มากกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทาน

แต่ถ้าหากใครที่มีปัญหาปวดประจำเดือน เราขอแนะนำ

[related-post id=”20742″]

[related-post id=”599″]

[related-post id=”542″]

2.  ควบคุมคอเลสเตอรอล

องค์การอนามัยโลกและสมาคมโรคหัวใจประเทศสหรัฐอเมริการะบุว่า น้ำมันรำข้าวมีส่วนประกอบของไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน และไขมันอิ่มตัวที่ดีที่สุด เมื่อเทียบกับน้ำมันพืชชนิดอื่นทั้งหมด ความสมดุลของกรดไขมันนี้ หมายความว่าระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายของคุณสามารถลดลงได้จริง เนื่องจากจะช่วยยับยั้งการเกาะติดของคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในร่างกาย ลดปัญหาโรคหลอดเลือดและการเต้นผิดจังหวะของหัวใจได้ รู้อย่างนี้แล้ว เราลองเปลี่ยนน้ำมันปรุงอาหารกันดีไม๊คะ อาจจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพหัวใจของเราให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้

[related-post id=”861″]

3.  ป้องกันโรคมะเร็ง

น้ำมันรำข้าวอุดมด้วยวิตามินอีและสารประกอบโอรีซานอล Oryzanol เป็นสารธรรมชาติที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงพบในน้ำมันรำข้าวเท่านั้น และเป็นสารที่มีคุณสมบัติคล้ายกับกับวิตามินอีในด้านการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยทำให้อนุมูลอิสระในร่างกายเป็นกลาง ซึ่งสารอนุมูลอิสระเหล่านี้เกิดจากการเผาผลาญของเซลล์ อาจทำให้เซลล์ที่มีสุขภาพดีกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็งได้ ดังนั้นการรับประทานน้ำมันรำข้าวจึงสามารถช่วยลดโอกาสในการพัฒนาของมะเร็งชนิดต่างๆได้

[related-post id=”276″]

4.  ดูแลผิว

วิตามินอีเป็นที่รู้จักมากกว่าการช่วยในการป้องกันโรคมะเร็ง อนุมูลอิสระสามารถโจมตีเซลล์ผิวและเพิ่มสัญญาณของริ้วรอยก่อนวัยได้ น้ำมันรำข้าวจะช่วยเพิ่มระดับวิตามินอี ซึ่งสามารถเร่งการรักษาบาดแผล ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวใหม่ ช่วยดูแลผิวให้เรียบเนียน ลดริ้วรอยและป้องกันการถูกแสงแดดเผา ช่วยเพิ่มคุณภาพของเซลล์ผิว ทำให้สารพิษจากภายนอกและเชื้อโรคไม่ผ่านเข้าสู่ผิวหนัง

[related-post id=”85″]

5.  ปฏิกิริยาภูมิแพ้

การใช้น้ำมันรำข้าวในปรุงอาหารจะสามารถช่วยระงับความรู้สึกของระบบภูมิแพ้ในร่างกาย และยังป้องกันความผิดปกติของสารก่อภูมิแพ้อื่นๆได้อีกด้วย

6.  ช่วยในการลดน้ำหนัก

ในทางเทคนิคแม้ว่าน้ำมันรำข้าวจะมีแคลอรี่สูง แต่ความหนืดของน้ำมันเมื่อนำมาใช้ในการปรุงอาหารจะสามารถดูดซึมได้เพียง 20 %ของปริมาณน้ำมันเท่านั้น เมื่อน้ำมันถูกดูดซึมน้อยลง แต่ยังคงสามารถรักษารสชาดและประโยชน์ต่อสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ หกเทียบปริมาณแคลอรี่กับน้ำมันพืชอื่นๆแล้วก็ถือได้ว่ามีปริมาณแคลอรี่ที่ต่ำกว่า ดังนั้นหากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับน้ำหนัก หรือต้องการควบคุมน้ำหนัก น้ำมันรำข้าวอาจเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุดของคุณ

ชาเขียวมัทฉะ เทรนฮิตในการลดน้ำหนัก

[related-post id=”500″]

คำแนะนำ

น้ำมันรำข้าวมีเส้นใยสูงสามารถช่วยดูแลระบบการย่อยอาหารได้ดี แต่คุณควรระวังเกี่ยวกับปริมาณการใช้ในการปรุงอาหารเนื่องจากมีแคลอรี่สูง ควรใช้น้ำมันรำข้าวในปริมาณที่พอเหมาะและหากระบบทางเดินอาหารของคุณอุดตันหรือมีบาดแผล คุณควรระมัดระวังในการใช้ให้มากขึ้น และควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาอาการที่เป็นอยู่ นอกจากนี้ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ หากคุณต้องการใช้น้ำมันรำข้าวในการปรุงอาหาร

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=AyUAQYXEyvA