คลังเก็บป้ายกำกับ: ปวดประจำเดือน

ประโยชน์การดื่มน้ำร้อน

ดื่มน้ำร้อน ดีหรือไม่ มีประโยชน์อย่างไร

หากไม่มีอาหารให้รับประทานมนุษย์เราสามารถอยู่ได้นานถึง 3 สัปดาห์แต่หากขาดน้ำอาจอยู่ได้แค่ 3-7 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่ด้วย น้ำเป็นส่วนประกอบถึง 2 ใน 3 ของร่างกายการดื่มน้ำจะช่วยส่งผลดีต่อทุกระบบในร่างกาย การแพทย์แผนจีนและอายุรเวทอินเดีย ได้กล่าวถึงการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำร้อนว่า เป็นสิ่งที่ควรทำ ซึ่งการดื่มน้ำร้อนจะมีประโยชน์อย่างไรติดตามได้ในบทความนี้

1. ขับสารพิษ

การดื่มน้ำร้อนในช่วงเช้าหลังตื่นนอนจะช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย กระตุ้นระบบต่อมไร้ท่อให้เริ่มทำงานและขับเหงื่อขับของเสียสารพิษต่างๆให้ถูกกำจัดออกไป ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและสบายตัวมากขึ้น

2. ท้องผูก

เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวเคลื่อนไหวลำเลียงของเสียได้ง่ายขึ้นการดื่มน้ำร้อน 1-2 ถ้วยมีส่วนช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีมากขึ้น เมื่อมีอาการท้องผูกลองดื่มน้ำร้อนในช่วงเช้าก่อนรับประทานอาหารและนวดท้องเบา ๆ วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้เริ่มทำงานลดปัญหาท้องผูกได้เป็นอย่างดี

3. บรรเทาหวัดคัดจมูก

บ่อยครั้งที่เป็นหวัดคัดจมูกและหายใจไม่สะดวก การดื่มน้ำร้อนจะช่วยบรรเทาให้อาการดีขึ้น ความร้อนของน้ำร้อนทำให้เกิดไอน้ำ ขณะดื่มควรสูดดมไอน้ำควบคู่กันไปด้วย โดยอาจมี 1 แก้วไว้ดื่มอีก 1 แก้วไว้ใช้สูดดมไอระเหย เมื่อทำคู่กันจะช่วยคลายอาการคัดจมูก ขับเสมหะในลำคอ ลดการสะสมของน้ำมูก ช่วยให้หายใจได้โล่ง ไม่อึดอัด

4. ระบบเลือด

การอาบน้ำอุ่นมีส่วนช่วยให้หลอดเลือดแดง และหลอดเลือดดำ ขยายตัวส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้ดี การดื่มน้ำร้อนก็ให้ผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกัน เพียงแต่การดื่มน้ำร้อน เป็นการกระตุ้นระบบร่างกายจากภายในสู่ภายนอก ช่วยให้อวัยวะภายในและระบบเลือดผ่อนคลาย เป็นการเตรียมพร้อมในการทำงานของระบบเซลล์และระบบต่าง ๆ ในร่างกาย

5. ลดอาการบวมน้ำ

หากรู้สึกอึดอัดและร่างกายมีอาการบวมน้ำ การดื่มน้ำที่อุณหภูมิประมาณ 45-50 องศาเซลเซียสมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญอาหาร ลดอาการบวมน้ำ ขับของเสียส่วนเกินในเซลล์ทิ้ง

 6. บรรเทาปวดประจำเดือน

วันเบา ๆ ของผู้หญิงหลายคน มักมีอาการปวดท้อง เพราะการบิดตัวของกล้ามเนื้อในช่องท้อง ส่วนใหญ่มักนิยมใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบภายนอก เพื่อลดอาการปวด การดื่มน้ำร้อนงดน้ำเย็นในช่วงที่มีประจำเดือนก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราควรทำ เนื่องจากน้ำร้อนที่ดื่มเข้าไปนั้น จะสามารถช่วยคลายการบีบรัดตัวของมดลูก กระตุ้นการทำงานของระบบเลือด ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดท้องและช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม น้ำร้อนที่นำมาดื่มควรมีอุณหภูมิไม่เกิน 50 องศาเซลเซียสและเมื่อดื่มเข้าไปคำแรกไม่ควรรีบกลืนให้ค่อยๆจิบค่อยๆดื่ม เพื่อเป็นการกระตุ้นอวัยวะภายในให้ตื่นตัวอย่างช้าๆ หากใจร้อนรีบดื่ม อาจทำให้เยื่อบุในช่องปากพุพอง ส่งผลให้เกิดแผลในช่องปากและลำคอได้

ประโยชน์ลูกพรุน

ประโยชน์ลูกพรุน สรรพคุณระดับ 5 ดาว แก้ท้องผูก สารต้านอนุมูลอิสระเยอะมาก

ลูกพลัม ผลไม้ตระกูลเดียวกับ บ๊วย เชอรี่ ลูกท้อ เมื่อลูกพลัมแห้งแล้วจะกลายเป็นลูกพรุน ซึ่งไม่ว่าจะมีชื่อเรียกแบบใด ก็ใหประโยชน์แก่ร่างกายเช่นกัน บทความนี้ขอเสนอ 8 ประโยชน์จากลูกพรุนต่อสุขภาพ ดังนี้

1. ขับถ่ายคล่องไม่เสียเวลาเบ่ง

ไฟเบอร์ในลูกพรุนมีไฟเบอร์ทั้งชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ให้ไขมันต่ำ ลูกพรุน 1 ลูก มีไฟเบอร์ 1 กรัม เมื่อรับประทานเป็นประจำจะช่วยบรรเทาอาการท้องผูก เนื่องจากออกฤทธิ์เป็นยาระบายตามธรรมชาติ

2. ต้านอนุมูลอิสระห่างไกลโรคเรื้อรัง

โรคเรื้อรังที่มาพร้อมกับการอักเสบ และมีต้นเหตุจากอนุมูลอิสระ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับข้อ และโรคปอด โรคดังกล่าวควรเน้นรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยบรรเทาอาการ หรือป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ  สารโพลีฟีนอลในลูกพรุนสามารถช่วยลดการอักเสบ และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้หลายชนิด

3. บำรุงกระดูก

วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระในลูกพรุน ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก ช่วยเพิ่มฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกระดูก

4. บำรุงเลือด

หากสุขภาพของเลือดดี ก็จะส่งผลให้ระบบการทำงานของร่างกายดีตามไปด้วย ในลูกพรุนอุดมด้วยธาตุเหล็ก ที่ช่วยในการสร้างและบำรุงเลือด ลดอาการอ่อนเพลีย ป้องกันโรคโลหิตจาง เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือดให้ทำงานได้ดีมากขึ้น

5. บำรุงสมอง

เซลล์สมองมีการตายและผลิตใหม่อยู่เสมอ เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีประโชน์จะมีส่วนช่วยให้เซลล์สมองมีความแข็งแรง และยืดอายุเซลล์ได้นานขึ้น ในลูกพรุนมีสีม่วงแดง อุดมด้วยสารอาหารที่ช่วยในการดูแลและบำรุงสมอง

6. บำรุงสายตา

เพื่อเป็นการดูแลดวงตาของเราให้มีการมองเห็นที่ชัดเจน ไม่พร่ามัว เราจึงควรหมั่นรับประทานลูกพรุนอยู่เสมอ เพราะวิตามินในลูกพรุน มีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาเส้นประสาทบริเวณลูกตา ช่วยดูแลจอรับภาพส่งเสริมการทำงานของเซลล์ที่ลูกนัยน์ตา

7. ลดอาการตะคริว

สำหรับผู้ที่เคยเป็นตะคริว มักรู้ดีว่าเมื่อมีอาการจะเกิดความทรมานเป็นอย่างมาก จึงควรรับประทานผักหรือผลไม้ที่มีแคลเซียมสูง ในลูกพรุนมีแคลเซียมและแร่ธาตุที่ช่วยลดปัญหานี้ ผู้ที่ขาดแร่ธาตุนี้มักจะเป็นตะคริวได้ง่าย ควรหาลูกพรุนติดบ้านไว้ เพื่อยามฉุกเฉินจะได้บรรเทาอาการจากตะคริวได้

8. ปวดประจำเดือน

อีกหนึ่งความทรมานที่สาว ๆ มักพบเจอ นั่นคือ อาการปวดประจำเดือน แมกนีเซียมในลูกพรุนสามารถช่วยควบคุมฮอร์โมนในช่วงวันเบา ๆ และบรรเทาอาการปวดท้องให้ลดลงได้ เพียงรับประทานลูกพรุนในช่วงก่อนวันนั้นของเดือนประมาณ 1-2 วัน

รวม ๆ แล้วลูกพรุนค่อนข้างมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลากหลายด้าน แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า รับประทานทุกคนแล้วจะให้ผลดีต่อทุกคน ในผู้ที่ป่วยเป็นโรคไต ไม่ควรรับประทานลูกพรุน เนื่องจากในลูกพรุนมีปริมาณโพแทสเซียม อาจส่งผลให้ไตทำงานหนัก และขับโพแทสเซียมออกได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ หรือหัวใจหยุดเต้น นอกจากนี้ผู้มีอาการลำไส้ผิดปกติ ก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานลูกพรุน เพราะอาจทำให้ถ่ายเหลวและมีอาการท้องเสีย

ดูคลิป “ประโยชน์ลูกพรุน” https://www.youtube.com/watch?v=Iz8z1S7jH0w

8 ประโยชน์ชากุหลาบ ตัวช่วยแก้ท้องผูกง่ายๆ อาการท้องผูกหายไป ถ่ายคล่อง

ดอกกุหลาบส่วนใหญ่เป็นที่รู้จักกันดีว่าดอกแห้งนั้น มีความสวยงามและให้กลิ่นที่หอม สามารถนำมาใช้ตกแต่งชิ้นงานต่างๆได้ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติทางสมุนไพรที่สามารถนำมาทำเป็นชาดื่มเพื่อสุขภาพได้อีกด้วย ซึ่งชากุหลาบทำจากดอกกุหลาบทั้งดอก หรือกลีบกุหลาบอบแห้ง เป็นชาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตะวันออกกลาง แต่ปัจจุบันด้วยคุณประโยชน์ที่เป็นผลมาจากความเข้มข้นของวิตามินซี สารโพลีฟีนอล วิตามินเอ แร่ธาตุต่างๆ และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆอีกมากมาย ทำให้ชากุหลาบนี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ซึ่งการดื่มชากุหลาบนั้นจะมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านใดบ้าง บทความนี้ขอยกตัวอย่างมา 8 ข้อค่ะ

1. ชากุหลาบช่วยให้ผิวสวย อ่อนกว่าวัย สุขภาพดี

กลีบกุหลาบอุดมด้วยสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ช่วยต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินเอและวิตามินอีที่ช่วยมอบความชุ่มชื่น ทำให้ผิวกระชับ ลดริ้วรอยและลดความหมองคล้ำ ป้องกันผิวแก่ก่อนวัย เพียงใช้ชากุหลาบแช่เย็น แล้วนำน้ำมาใช้ล้างหน้า ก็จะช่วยทำความสะอาดผิว บรรเทาอาการผื่น ภูมิแพ้ให้ลดลง นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวนุ่ม กระจ่างใส และเก็บกักความชุ่มชื่นได้อย่างยาวนาน

2. บรรเทาอาการปวดประจำเดือน

ชากุหลาบช่วยในการควบคุมฮอร์โมนและบรรเทาการบีบตัวของมดลูก ลดการปวดท้องในช่วงที่มีประจำเดือน ลดอาการเป็นตะคริว ช่วยในการไหลเวียนของเลือด ปรับสมดุลของอารมณ์ไม่ให้แปรปรวน

3. ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ต้านเชื้อโรค

เช่นเดียวกับพืชและดอกไม้หลายชนิดที่นำมาใช้ทำชาเพื่อดูแลระบบภูมิคุ้มกันให้ดีและแข็งแรงขึ้น ชากุหลาบก็เช่นกันที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดขาว  ต้านอนุมูลอิสระ   ลดความเครียด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อด้วยวิตามินซีที่อยู่ในชากุหลาบนั่นเอง

4. นอนหลับสบายตลอดคืน

คุณสมบัติพิเศษของชากุหลาบนอกจากช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับผิว ยังช่วยลดการอักเสบ บรรเทาความเครียด ป้องกันอาการซึมเศร้า ควบคุมฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการนอน ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย หากคุณรู้สึกนอนไม่หลับ ลองดื่มชากุหลาบอุ่นๆก่อนเข้านอนสัก 1 ถ้วย ก็จะช่วยให้ระบบประสาทของคุณนั้นสงบลง เป็นการกระตุ้นการนอนหลับและช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น

5. ชากุหลาบแก้ท้องอืด

กรดอินทรีย์ที่มีอยู่ในชากุหลาบ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการย่อย ช่วยต้านการติดเชื้อแบคทีเรียในลำไส้หรือระบบทางเดินอาหาร ปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ บรรเทาอาการท้องอืด ดูแลการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ ช่วยในการขับไล่ของเสียในระบบทางเดินอาหาร

6. ล้างพิษในร่างกาย

ชากุหลาบสามารถช่วยปรับปรุงการทำงานของตับ บรรเทาอาการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ อีกนัยหนึ่งชากุหลาบก็เป็นยาขับปัสสาวะตามธรรมชาติ ช่วยล้างและขับสารพิษทางออกทางปัสสาวะ

7. โรคไข้หวัดใหญ่ บรรเทาอาการหนักให้เบา

หากคุณกำลังเผชิญกับโรคไข้หวัดใหญ่ โรคหลอดลมอักเสบ หรือมีอาการอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ปอดและลำคอ การดื่มชากุหลาบถือเป็นตัวช่วยที่ดี ที่จะช่วยบรรเทาอากรและโรคเหล่านี้ เพราะมีวิตามินซีเป็นผู้ช่วยในการต่อสู้กับเชื้อโรค แบคทีเรีย บรรเทาอาการเจ็บคอและแก้อาการหนาวได้อย่างรวดเร็ว

8. ชากุหลาบลดท้องผูก ล้างลำไส้

ชากุหลาบเป็นยาระบายจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพมากชนิดหนึ่ง ช่วยลดอาการท้องผูก ขับของเสียออกโดยไม่ต้องพึ่งยาเคมี ปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้เป็นยาระบายอ่อนๆ ฉะนั้นควรดื่มชากุหลาบในปริมาณที่พอเหมาะ และหมั่นสังเกตุร่างกายตนเองว่ามีปฏิกิริยาตอบสนองต่อชาชนิดนี้อย่างไรบ้าง

สูตรชากุหลาบชงเอง

ส่วนผสมชากุหลาบ

  •  ใช้กลีบกุหลาบสดหรือแบบอบแห้งแล้ว 1 ถ้วย
  •  น้ำร้อนแต่ไม่เดือด 3 ถ้วย
  •  น้ำผึ้งเล็กน้อย
  •  ชาเขียวหรือใบชาดำ (ตัวเลือกเสริมใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) อย่างละ ¼ ถ้วย

วิธีทำ   

1.หากใช้กลีบกุหลาบสดให้นำมาล้างให้สะอาด

2.วางกลีบดอกกุหลาบลงในน้ำร้อน และถ้าคุณต้องการใส่ชาเขียวหรือใบชาดำก็ให้ใส่ลงในขั้นตอนนี้ โดยใส่ลงไว้ข้างๆกลีบดอกกุหลาบ ไม่ควรใส่ลงบนกลีบกุหลาบโดยตรง เพราะจะทำให้กุหลาบเสียรสชาด

3.ปิดฝาอบไว้ 5 นาที

4.กรองส่วนผสมทิ้ง เหลือไว้แต่น้ำชาไว้ดื่ม

5.หากต้องการรสหวาน สามารถเติมน้ำผึ้งได้ตามความชอบ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อดื่มชากุหลาบ

  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย
  • อาเจียน

การดื่มชากุหลาบควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 แก้ว สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในระยะให้นมบุตรไม่ควรดื่มชากุหลาบ บุคคลทั่วไปหากต้องการดื่มชากุหลาบควรศึกษาข้อมูลและอ่านฉลากให้ครบถ้วนก่อนการดื่ม

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=6KQwoSkFS_s