คลังเก็บป้ายกำกับ: ปวดบวม

ประโยชน์ปูนแแดง

7 ประโยชน์ปูนแดง ปูนกินหมาก ใช้ได้หลายอย่าง ไม่ผิดหวัง

ปูนแดงภูมิปัญญาไทยที่มากกว่าการนำมาใช้ในการกินหมากสามารถนำมาใช้ประกอบอาหารหรือดูแลพืช อีกทั้งยังช่วยในการกำจัดยุงลายโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

1. ใช้ถนอมอาหาร


เมื่อทำอาหารประเภทฟักหรือฟักทอง และใช้ไม่หมดต้องการเก็บไว้ใช้ต่อในครั้งถัดไป ให้นำปูนแดงมาใช้ทาบริเวณรอยที่ถูกตัด วิธีนี้จะช่วยให้ฟักและฟักทองไม่ขึ้นรา หากต้องการนำส่วนที่เหลือมาใช้อีกครั้ง ก็ฝานส่วนที่เราทาปูนแดงทิ้งออกไป แล้วล้างให้สะอาดและนำมาทำอาหารต่อได้เลย

2. ห้ามเลือด

หากโดนปลิงหรือทากกัด ให้นำปูนแดงมาใช้ทาบาดแผล จะช่วยห้ามเลือดให้หยุดไหล เมื่อต้องเดินทางเข้าป่าหรือไปในสถานที่ที่มีสัตว์ชนิดนี้ แนะนำให้พกปูนแดงไว้ใช้ยามฉุกเฉิน

3. โดนพิษแมลง

อาการปวดบวมแดงจากพิษแมลงกัดต่อย ใช้ปูนแดงป้ายทาบริเวณที่มีอาการ จะช่วยลดความเจ็บปวดและอาการบวมให้ทุเลาลงได้

4. น้ำลายยุง

เมื่อโดนยุงกัดบางท่านอาจมีอาการแพ้น้ำลายยุง ทำให้มีตุ่มคันและบวม ใช้ปูนแดงเพียงเล็กน้อย แต้มบริเวณที่โดนยุงกัด จะช่วยลดอาการคันและไม่ทำให้เป็นตุ่มแดง

5. ดับพิษแมงกะพรุน

แมงกะพรุนเมื่อโดนกัดแล้ว จะทำให้เกิดแผลพุพองแสบและมีอาการคัน สามารถใช้น้ำปูนใสจากการทำปูนแดงมาราดหรือทาได้ จะช่วยลดอาการแสบร้อน ลดพิษที่ทำให้เกิดอาการคัน ช่วยให้แผลไม่ลุกลามมากขึ้น

6. กำจัดลูกน้ำยุงลาย

สาเหตุของโรคไข้เลือดออกคือมีแหล่งน้ำขัง และมียุงลายเพาะพันธุ์ในแหล่งน้ำที่ขังไม่ไหลเวียน สามารถใช้ทรายอะเบท เพื่อลดอัตราการเกิดของยุงลายได้ แต่การใช้ทรายอะเบทจะไม่สามารถนำน้ำมาใช้ได้ ภูมิปัญญาชาวบ้านจึงคิดค้นวิธีที่ช่วยกำจัดลูกน้ำในน้ำได้ และยังสามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ต่อ โดยการใช้ปูนแดง 4 กิโลกรัม ผสมกับน้ำขิง 5 ขีด คลุกผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาปั้นเป็นก้อนขนาดประมาณลูกปิงปองตากไว้ 3 วัน เมื่อแห้งแล้วนำมาใช้ใส่โอ่ง ไม่มีกลิ่นเหม็น สามารถนำมาใช้กินใช้อาบได้ตามปกติ ไม่เหมือนกับทรายอะเบทที่ใช้กำจัดยุงลาย ได้เพียงอย่างเดียว

7. ล้างผักผลไม้

ด้วยความเป็นด่างของน้ำปูนใสจากปูนแดง สามารถนำมาใช้เพื่อทำความสะอาดผักผลไม้ ช่วยล้างสารเคมียาฆ่าแมลงและโลหะหนักที่ตกค้างได้ ทั้งนี้ไม่ควรแช่น้ำมากเกินไปเพราะอาจทำให้เปลือกผิวของผักผลไม้มีความแข็งกระด้างมากขึ้น

ปัจจุบันปูนแดงก็ยังได้รับความนิยมในการใช้ทำอาหารคาวหวานอยู่เสมอ หากบ้านใดมีได้ทำอาหารแต่ถ้ามีปูนแดงไว้ติดบ้าน เมื่อมีเหตุการณ์ที่ต้องใช้ก็สามารถนำมาใช้ได้ทันท่วงที ทั้งนี้สามารถหาซื้อได้ง่ายตามตลาดสดหรือร้านค้าออนไลน์

ประโยชน์ของข่า

ประโยชน์ข่า แฝดขมิ้นและขิง สรรพคุณของสมุนไพรรสจัดจ้าน

ข่าเป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่มีเหง้าฝังอยู่ในใต้ดิน มีลักษณะคล้ายกับขมิ้นและขิงเป็นสมุนไพรที่นิยมนำมาเพิ่มความหอมและรสเผ็ดร้อน ให้กับอาหาร อีกทั้งยังสามารถบรรเทาอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายซึ่งประโยชน์ของข่านั้นจะมีอะไรบ้างรับฟังข้อมูลได้ในช่วงถัดไป

1. แก้คันจากลมพิษ ใช้เหง้าข่าแก่สด 1 แง่ง นำมาตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าขาวให้พอท่วมข่าจากนั้นนำน้ำและเนื้อที่ได้ มาใช้ทาบริเวณที่มีอาการคันจากลมพิษ

2. ดับกลิ่นคาวอาหาร เป็นที่ทราบกันดีว่า หากทำเมนูเกี่ยวกับปลา สิ่งที่จะทำให้รสชาติไม่ประทับใจนั่นก็คือ กลิ่นคาวของปลา วิธีดับกลิ่นคาวของปลา คือ การใช้เหง้าขาอ่อนและแก่ผสมกัน นำมาใส่ผสมในขั้นตอนของการปรุง น้ำมันหอมระเหยในข่าจะช่วยทำให้อาหารมีกลิ่นหอมชวนรับประทานอีกทั้งยังดับกลิ่นคาวได้ดีอีกด้วย

3. แก้อาการจุกเสียด อาการปวดท้อง ท้องอืดมักทำให้อาหารย่อยช้า และมีลมในระบบช่องท้อง การรับประทานข่าสามารถช่วยขับน้ำดี ให้ทำหน้าที่ได้ตามปกติช่วยขับลม และลดแบคทีเรียในลำไส้ส่งผลให้อาการจุกเสียดบรรเทาลดลง

4. ฟกช้ำปวดบวม​ การทำลูกประคบ สามารถใช้ลดและบรรเทาอาการฟกช้ำปวดบวมได้ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของตัวยา ให้นำเหง้าข่าใส่ลงในส่วนผสมด้วย จะช่วยกระจายเลือดให้ไหลเวียน ลดอาการบวมและอักเสบได้

5. ตะคริว ปวดเมื่อยตามร่างกาย ใช้น้ำมันมะพร้าว นำมาเคี่ยวผสมกับข่าแก่แล้วนำมาใช้ทา หรือนวด ตามบริเวณที่มีอาการ ตัวยาในข่า จะช่วยบรรเทาอาการ ปวดตามกล้ามเนื้อหรือบริเวณข้อ ลดอาการเป็นตะคริว

6. โรคน้ำกัดเท้า​ หากเท้ามีอาการคันจากโรคน้ำกัดเท้าใช้เหง้าแก่สดขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือ จำนวน 2 หัวนำมาตำให้ละเอียด จากนั้นผสมกับเหล้าขาว 40 ดีกรี เทให้พอท่วมข่า ทิ้งไว้ 2 วัน เมื่อครบเวลาใช้สำลีชุบน้ำทาบริเวณที่มีอาการ

7. ไล่แมลง นำเหง้าข่ามาตำให้ละเอียด เพื่อให้ได้น้ำมันหอมระเหย จากนั้นนำข่าไปวางไว้ในบริเวณที่มีแมลงมารบกวน กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยจะช่วยขับไล่แมลง เป็นวิธีกำจัดแมลงโดยธรรมชาติไม่ต้องใช้สารเคมีเลย

8. ต้านมะเร็ง เหง้าข่าอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง การรับประทานข่าร่วมกับอาหารชนิดอื่นๆเป็นประจำ มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งในร่างกายได้

จะเห็นได้ว่าข่าสามารถดูแลร่างกายจากภายในสู่ภายนอกได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยเสริมสร้าง​ บำรุงสุขภาพหากต้องการดูแลร่างกาย หลีกเลี่ยงการใช้ยาเราควรหันมารับประทานพืชผักสมุนไพรในมื้ออาหารให้มากขึ้น​ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันโรคภัยที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด และเป็นการส่งเสริมสมรรถภาพร่างกายให้มีภูมิต้านทานที่แข็งแรงอยู่เสมอนั่นเอง