คลังเก็บป้ายกำกับ: บำรุงผิว

ประโยชน์เมล็ดองุ่น

เมล็ดองุ่น ประโยชน์ดี ๆ อัดแน่นเต็มเมล็ดที่ควรลอง

เมล็ดองุ่นอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ กรดฟีโนลิก แอนโธไซยานิน ฟลาโวนอยด์ และคอมเพล็กซ์ หรือ OPCs ปกป้องร่างกายจากความเสียหายต่อเนื้อเยื่อ ลดการอักเสบและป้องกันโรค อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านอื่น ๆ อีก ดังนี้

1. เร่งสร้างคอลลาเจน หากต้องการดูแลผิวให้กระชับ ลดริ้วรอย การรับประทานเมล็ดองุ่นสามารถตอบโจทย์ในข้อนี้ได้ดี เนื่องจากเมล็ดองุ่นสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว ส่งเสริมการทำงานของหลอดเลือด เส้นเลือดฝอย ลดความเสี่ยงต่อการแข็งตัวของหลอดเลือด และซ่อมแซมผิวหนังส่วนที่มีปัญหา

2. ปกป้องดวงตา สารต้านอนุมูลอิสรที่พบในเมล็ดองุ่น ช่วยปกป้องดวงตาจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ช่วยดูแลเซลล์จอประสาทตาและช่วยลดอาการตาพร่ามัว บำรุงสายตาให้มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น ป้องกันการเกิดต้อกระจก

3. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ หัวใจหนึ่งในอวัยวะที่เรามักมองข้ามถึงความใส่ใจในการดูแล อาจเป็นเพราะมันอยู่ด้านในของร่างกายและไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่อย่างไรก็ตามหัวใจก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถมีชีวิตอยู่ได้ จึงควรบำรุงและดูแลสุขภาพของหัวใจให้ทำงานได้อย่างปกติ ในเมล็ดองุ่นสามารถออกฤทธิ์ต้านการจับตัวของเกล็ดเลือดและหินปูนในหลอดเลือดจึงช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้

4. ดูแลน้ำหนัก สารสกัดจากเมล็ดองุ่น สามารถยับยั้งการสะสมของไขมันและลดระดับการดูดซึมไขมันในร่างกาย ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบเผาผลาญ ยิ่งหากควบคุมแคลอรี่ของอาหารคู่กันไปด้วย จะช่วยส่งผลดีต่อตัวเลขบนตาชั่ง

5. ลดความเครียด แน่นอนว่าอนุมูลอิสระเป็นตัวการทำลายสุขภาพ เมื่อคุณมีความเครียด อนุมูลอิสระจะถูกปล่อยออกมาในอวัยวะต่าง ๆ การรับประทานสารสกัดจากเมล็ดองุ่นเป็นประจำ สามารถช่วยให้ร่างกายหลั่งสารต้านอนุมูลอิสระออกมาต่อสู้กับอนุมูลอิสระ

6. ลดอาการบวมน้ำ การเก็บกักของเหลวส่วนเกินไว้ในร่างกาย อาจทำให้มีอาการบวมน้ำ และอาจทำให้ความมั่นใจลดลงได้ การรับประทานเมล็ดองุ่นสามารถช่วยป้องกันและลดอาการบวมน้ำได้ ด้วยการควบคุมความสมดุลของของเหลวระหว่างเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ

7. กระตุ้นการทำงานของสมอง สมองอวัยวะที่ทำงานตลอดเวลาแม้ในขณะหลับ บางคนใช้งานสมองหนักหรือเมื่อถึงวัยเซลล์ในสมองก็อาจเสื่อม หรือมีพัฒนาการที่ถดถอยลง นอกจากนี้อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์และโรคประสาทเสื่อม เราสามารถบำรุงสมองเพื่อป้องกันและกระตุ้นการทำงานของสมอง ให้ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการรับประทานเมล็ดองุ่น เป็นการลดความเสี่ยงต่อโรคและอาการบางอย่าง ที่อาจเกิดกับระบบสมอง

รับชมคลิป “ประโยชน์เมล็ดองุ่น” https://www.youtube.com/watch?v=s6dtTj3oZL8

ประโยชน์ลำไย

ประโยชน์ลำไย สรรพคุณดีตั้งแต่เมล็ด ใบ ผล ใช้ได้หมดเลย

ลำไยผลไม้รสหวานของโปรดของใครหลายคน สามารถนำมารับประทานเพื่อความอร่อย อีกทั้งยังถูกนำมาใช้ในการทำยาแพทย์แผนจีนและแผนไทย อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและประโยชน์ในด้านต่าง ๆ มากมาย ซึ่งจะให้ผลในด้านใดบ้าง ติดตามได้ในบทความนี้

1. ระบบสมอง ดอกลำไย ช่วยป้องกันโรคพาร์กินสันด้วยการปกป้องเซลล์โดปามีนในสมองจากความเสียหาย อีกทั้งยังเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบในเซลล์สมอง

2. ลดภูมิแพ้ การเป็นโรคภูมิแพ้ ถือเป็นการรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน สำหรับผู้ที่ต้องเจอมลพิษ หรือเหตุกระตุ้นให้ตนเองมีอาการ การรับประทานลำไยมีส่วนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เสริมสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวให้แข็งแรง ลดอาการภูมิแพ้ เพิ่มภูมิต้านทานให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรคและอาการป่วยต่าง ๆ

3. ประโยชน์เมล็ดลำไยลดการอักเสบ สารต้านอนุมูลอิสระในลำไยมีส่วนช่วยในการลดอาการอักเสบให้แก่เซลล์ นอกจากนี้ในเมล็ดลำไยมีสารโพลีฟีนอลที่สามารถช่วยป้องกันการเสื่อมสลาย และยืดอายุกระดูกอ่อนให้ยาวนานขึ้นได้ โดยการนำเมล็ดลำไยมาทำสารสกัดและใช้ในการบรรเทาอาการข้ออักเสบ

4. ประโยชน์น้ำลำไยลดความเครียด วิตามินบี 12 ในลำไย มีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง ลดความเครียดและบรรเทาอาการล้า อ่อนเพลีย วิธีการบรรเทาความเครียดง่ายๆ คือการต้มน้ำลำไยดื่มช่วงเวลาก่อนนอน การดื่มน้ำลำไยอุ่นๆจะช่วยให้ผ่อนคลายและหลับสบายมากขึ้น

5. บำรุงผิว เมื่อเซลล์เกิดความเสื่อม ริ้วรอย ความกระชับ และความหมองคล้ำก็เริ่มมาเยือน วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระในลำไย สามารถช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ บำรุงผิวให้เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลและสดใสมากขึ้น

6. เจริญอาหาร ความเครียดและกำลังใจที่ลดลง ปัญหาที่ต้องพบเจอ อาจส่งผลให้เกิดอาการเบื่ออาหาร รับประทานได้น้อย หรือมีความอยากอาหารน้อยลง วิตามินบีที่หลากหลายชนิดในลำไย มีส่วนช่วยกระตุ้นให้มีความอยากอาหารมากขึ้น เมื่อกินแล้วช่วยให้เจริญอาหารและกินอาหารได้หลากหลายมากขึ้น

7. ประโยชน์ใบลำไยแก้ริดสีดวง ท้องผูก ปวดเบ่งเวลาถ่าย นั่งนาน มีปัญหาระบบขับถ่าย สามารถนำใบลำไยมาชงกับน้ำร้อนแล้วดื่มจะช่วยบรรเทาอาการริดสีดวงให้ดีขึ้นได้

ลำไย อีกหนึ่งผลไม้ที่กินแล้วดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตามควรรับประทานแต่พอดี เพราะหากกินมากเกินไป อาการร้อนในอาจถามหา และปริมาณน้ำตาลในเลือดอาจเพิ่มสูงขึ้นได้ นอกจากนี้ถ้าบริโภคมากอาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น เจ็บคอ ตาแฉะ ดังนั้นเวลากินควรกินพร้อมกับผลไม้ชนิดอื่นด้วย เช่น มังคุด และหลังจากกินเสร็จแล้วควรดื่มน้ำผสมเกลือ หรือดื่มน้ำเปล่าตามมาก ๆ

ดูวิดีโอประโยชน์ลำไย https://www.youtube.com/watch?v=ywAgLbK3fTA

ประโยชน์ใบเตย

ประโยชน์ใบเตย สรรพคุณดีแบบหอม ๆ ใครลองต้องติดใจ

ใบเตยพืชชนิดใบสีเขียวเข้ม ลักษณะเป็นพุ่ม กอ ใบเรียวยาว สามารถนำมาใช้ในการทำอาหารทั้งคาวและหวาน นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในด้านอื่นที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ตามรู้ไว้ดอทคอมมารู้จักกับใบเตยกันให้มากขึ้นได้เลยค่ะ

1. ดับร้อน บำรุงหัวใจ ด้วยอากาศที่ร้อนมากขึ้นทุกวัน จึงส่งผลกระทบต่อร่างกายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้น ความเครียดอารมณ์ที่หงุดหงิด การดื่มน้ำใบเตยสามารถช่วยบรรเทาความเครียดของร่างกาย ลดอุณหภูมิและความกังวล ลดอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่งผลให้สดชื่น ผ่อนคลายและช่วยให้ใจเย็นลงได้

2. โรคเบาหวาน เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น อาจทำให้อาการของโรคเบาหวานมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย การรักษาโรคเบาหวานแบบโบราณนั้น จะใช้ใบเตยหั่นตากแดดให้แห้งสนิท แล้วนำมาใช้ชงเป็นชาดื่มอย่างน้อย 1 เดือน หรืออาจใช้ทั้งใบและรากต้มรวมกัน 1 กำมือ ดื่มเช้าเย็น ก็สามารถบรรเทาโรคเบาหวานได้เช่นกัน

3. ผิวเด้ง ตึงกระชับ สารพัดวิธีจากธรรมชาติที่ผู้คนต้องการบำรุงผิวให้เด้ง กระชับอยู่เสมอ การนำใบเตยมาใช้ทำเป็นครีมพอกหน้าเด้งก็สามารถให้ผลลัพธ์นี้ได้เช่นกัน ใช้ใบเตยล้างให้สะอาด หั่นซอยเป็นชิ้นเล็กเพื่อสะดวกในการปั่น นำมาปั่นกับน้ำต้มสุกหรือน้ำสะอาดจนเนื้อเนียนละเอียดดี จะได้เนื้อครีมที่ข้นเหนียว จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็น 10-15 นาที แล้วนำมาใช้พอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด

4. สีผสมอาหารจากธรรมชาติ  สีเขียวเข้มของใบเตยมีประโยชน์ช่วยให้อาหารหรือขนมที่ต้องการทำดูน่ากินและสีสวยมากขึ้น หากต้องการเลี่ยงสีสังเคราะห์ สามารถนำใบเตยที่อุดมไปด้วยสารคลอโรฟิลล์มาปั่น และนำมากรองใช้แต่น้ำนำไปผสมอาหารให้มีสีเข้มอ่อนตามต้องการ นอกจากได้สีที่สวยแล้วยังช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อมมากขึ้น

5. แก้ไข้ อ่อนเพลีย อาการป่วยมีไข้ อ่อนเพลีย สามารถฟื้นฟูให้ร่างกายแข็งแรงไวขึ้นได้ ด้วยการจิบน้ำใบเตยอุ่น ๆ ตลอดเวลาที่มีอาการ จะช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ฟื้นตัวและสดชื่นมากขึ้น

6. ลดกลิ่นอับ กลิ่นอับในรถยนต์ ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บรองเท้า หรือห้องน้ำ เป็นกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์สามารถนำใบเตยไปวางในพื้นที่ที่ต้องการกำจัดกลิ่น เมื่อหมดกลิ่นก็เปลี่ยนใบใหม่ไปวางแทนที่เดิม เป็นการปรับสภาพบรรยากาศแบบง่ายๆและลดการใช้เคมีไปในตัว

7. แก้กระหาย การรับประทานอาหารรสจัด เช่น หวานจัด เค็มจัด หรือเผ็ดมากเกินไป อาจส่งผลให้มีอาการคอแห้ง กระหายน้ำมากกว่าปกติ การดื่มน้ำใบเตยสามารถช่วยแก้อาการเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี หากต้องการแก้อาการให้ไวขึ้น ควรดื่มน้ำใบเตยแบบรสธรรมชาติไม่หวาน จะช่วยบรรเทาอาการคอแห้งได้เร็วกว่าการดื่มน้ำใบเตยที่มีรสหวาน

ประโยชน์ใบเตยที่แนะนำกันมานั้นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยในการบำรุงรักษา บรรเทาอาการต่าง ๆ สรรพคุณของใบเตยยังมีอีกมากมาย หากต้องการนำมาใช้อย่าลืมเลือกใช้ใบเตยที่ปลอดสารเพราะเรานำมาใช้กับร่างกาย ซึ่งไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตามจะได้รับประโยชน์แบบเต็ม ๆ ปลอดภัย โดยไม่มีสารพิษ สารเคมีเพิ่มเข้าสู่ร่างกาย

ดูคลิปประโยชน์ใบเตย https://www.youtube.com/watch?v=wuv6FavHKSQ

ประโยชน์ชามะลิ

ชามะลิ ประโยชน์จากใบชาที่ลองแล้วจะติดใจ

การดื่มชาในปัจจุบันได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย ชาสมุนไพรที่เป็นที่รู้จักกันดีก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาดำ ชาแดง ชาขาว บางคนก็ดื่มเพื่อสุขภาพ บางคนก็ดื่มเพื่อควบคุมน้ำหนัก บางคนก็ดื่มเพื่อการสังสรรค์ แต่ไม่ว่าจะดื่มชาด้วยเหตุผลใดก็ตาม หากไม่ใส่ครีม นม น้ำตาล ก็ถือว่าได้ประโยชน์ไปเต็มๆ เพราะไม่มีสารให้ความหวานที่แฝงไว้ด้วยโรคภัย สำหรับบทความนี้จะขอแนะนำชาอีกหนึ่งชนิดที่ให้คุณประโยชน์ต่อสุขภาพไม่แพ้ชาอื่น ๆ เลย นั่นก็คือชามะลิ จะดีอย่างไร ไปชมกันเลย

1. กระตุ้นพลังงาน แม้ว่าชามะลิจะมีคาเฟอีนเหมือนกับกาแฟ แต่อย่างน้อยในความเข้มข้นของคาเฟอีน ชามะลิให้คาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟมาก ซึ่งบางคนหากได้รับปริมาณคาเฟอีนที่สูงหรือมากเกินไป ก็อาจส่งผลให้ปวดหัว นอนไม่หลับ  หัวใจเต้นแรง ใจสั่น คาเฟอีนที่อยู่ในชามะลิมีปริมาณไม่สูงมากนัก เมื่อดื่มแล้วจะช่วยให้คุณตื่นตัว มีสมาธิที่ดีขึ้น กระตุ้นการทำงานของเซลล์ระบบประสาทให้พร้อมกับกิจกรรมที่ต้องทำในวันนั้น ๆ

2. ชามะลิลดน้ำหนัก อุปสรรคของการลดน้ำหนัก คือการติดรสหวานในเครื่องดื่มและอาหาร การดื่มชามะลิไม่ปรุงรสในช่วงท้องว่าง จะสามารถช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันให้ทำหน้าที่ได้ดีขึ้น

3. ป้องกันมะเร็งด้วยชามะลิ อนุมูลอิสระเกิดได้จากหลายปัจจัย ซึ่งเราสามารถห่างไกลโรคร้ายได้ด้วยการป้องกันอนุมูลอิสระต่าง ๆ ไม่ให้เกิดขึ้นได้ด้วยการดื่มชามะลิ ในชาชนิดนี้อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ เพิ่มจำนวนเซลล์และชะลอการกลายพันธุ์ของเซลล์ เมื่อดื่มเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน และลดอัตราการเสี่ยงของโรคมะเร็งให้ลดน้อยลงได้

4. หัวใจแข็งแรง อันที่จริงแล้วการดื่มกาแฟสดวันละ 1 แก้ว สามารถช่วยบำรุงปรับปรุงสุขภาพหัวใจได้ แต่หากคุณไม่ชอบดื่มกาแฟสดแต่ต้องการผลลัพธ์นี้ คุณสามารถดื่มชามะลิทดแทนได้ เพราะสารคาเทชินที่อยู่ในชามะลิ สามารถดูแลหัวใจ บำรุงและลดการอักเสบของหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ อีกทั้งยังช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

5. ชามะลิช่วยลดความเครียด การจิบน้ำชามะลิอุ่น ๆ สามารถช่วยยกระดับอารมณ์และเพิ่มความผ่อนคลายได้ เพราะสารประกอบในชามะลิ จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายปล่อยสารเคมีที่ช่วยลดความกังวล เป็นการคลายความเครียดให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี

6. ชามะลิแก้ปวดเมื่อย สารต้านการอักเสบในชามะลิ ส่งผลดีต่อผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับโรคข้ออักเสบหรือปวดข้อ การดื่มชามะลิอย่างน้อยวันละ 1 แก้ว จะสามารถบรรเทาอาการปวดเมื่อยของข้อ ลดการอักเสบ ความเจ็บปวดของข้อต่อต่าง ๆ ได้

7. สุขภาพผิวดี น้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในใบชามะลิ อุดมด้วยสารโพลีฟีนอล ช่วยในการชะลอริ้วรอยก่อนวัยอันควร ลดความหมองคล้ำ ลดริ้วรอย และต้านเชื้อแบคทีเรีย การดื่มชามะลิจะส่งผลให้ผิวชุ่มชื่น ดูมีน้ำ มีนวล และผิวดูสุขภาพดี

รับชมคลิป ประโยชน์ชามะลิ https://www.youtube.com/watch?v=MLAibD6ARA4

ประโยชน์นมแพะ

ดื่มนมแพะ มีประโยชน์อะไรกับร่างกายของเราบ้าง มาหาคำตอบกัน

ปัจจุบันกระแสการดื่มนมจากแหล่งที่นอกเหนือจากนมวัวนั้น มีความหลากหลายและได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หนึ่งในนั้นคือนมแพะ นมที่ให้สารอาหารและคุณประโยชน์ที่ดีไม่แพ้นมวัว ซึ่งนมแพะจะดีต่อสุขภาพในด้านใดบ้าง เชิญรับชมข้อมูลจากรู้ไว้ดอทคอมได้เลย

1. นมแพะลดการอักเสบ หนึ่งในประโยชน์หลักจากนมแพะ คือช่วยลดการอักเสบในร่างกาย สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้นมวัว หรือเป็นลำไส้อักเสบ ควรหันมาดื่มนมแพะ เพื่อช่วยต่อต้านและบรรเทาการอักเสบให้ดีขึ้น

2. นมแพะบำรุงกระดูกและฟัน แคลเซียมมีบทบาทที่สำคัญต่อกระดูกและฟัน นมแพะอุดมด้วยสารอาหารชนิดนี้ อีกทั้งยังทำให้การย่อยและระบบดูดซึมของร่างกายนั้นทำได้ดี มีประสิทธิภาพมากขึ้น ป้องกันการหักของกระดูกและป้องกันโรคกระดูกพรุน

3. นมแพะป้องกันโรคโลหิตจาง นมแพะมีส่วนช่วยให้ร่างกายปรับสมดุลและการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น ช่วยแก้ไขภาวะโลหิตจาง

4. นมแพะบำรุงผิว วิตามินอีในนมแพะ ส่งเสริมการทำงานของเซลล์ในร่างกาย ต่อต้านอนุมูลอิสระ รักษาสมดุลของน้ำและไขมันในชั้นผิว อีกทั้งยังช่วยให้ผิวชุ่มชื่น สดใส สร้างความแข็งแรง ยืดหยุ่นให้กับผิวได้ดีขึ้น

5. นมแพะแก้ภูมิแพ้ วิตามิน และแร่ธาตุในนมแพะ ช่วยบรรเทาอาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล จากภูมิแพ้ให้ลดลงเมื่อบริโภคอย่างต่อเนื่อง

6. นมแพะลดคอเลสเตอรอล ในนมแพะมีกรดไขมันดี ที่มีส่วนช่วยในการสลายคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ช่วยปรับระดับไขมันให้อยู่ในภาวะปกติ นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะไขมันอุดตันในหลอดเลือดได้อีกด้วย

7. นมแพะพัฒนาสมอง ด้วยสารอาหารที่หลากหลายในนมแพะ เช่น โอเมก้า 3 โอเมก้า 6 วิตามินเอ วิตามินบี12 สารประกอบเหล่านี้ช่วยในการพัฒนาเซลล์สมองเราได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยบำรุงสายตา ทำให้การมองเห็นในที่มืดนั้นทำได้ดีและมองเห็นชัดเจนมากขึ้น

8. นมแพะโปรตีนสูง หากมีอาการป่วย การดื่มนมแพะถือเป็นทางเลือกเสริมที่ดี เนื่องจากนมแพะอุดมด้วยโปรตีนชนิดที่ย่อยง่าย เมื่อเซลล์เกิดความเสียหาย ร่างกายจะสามารถย่อยสลายโปรตีน ดูดซึมและนำไปซ่อมแซมเซลล์ได้อย่างรวดเร็ว

8 ประโยชน์จากนมแพะ ฟังแล้วแทบอยากจะลุกไปหาซื้อมารับประทานกันในตอนนี้เลยทีเดียว หาซื้อได้ง่ายตามห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะรับประทานนมแพะเพื่อจุดประสงค์ใด ควรเลือกจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน สะอาดและมีคุณภาพ นอกจากนี้ยังควรรับประทานอาหารชนิดอื่น ผสมผสานให้หลากหลาย ทั้งนี้เพื่อประโยชน์และสุขภาพดีในระยะยาว

ดูคลิปประโยชน์นมแพะ https://www.youtube.com/watch?v=qafgnzFsXsQ

ประโยชน์โกโก้

ประโยชน์โกโก้ ชงดื่มก็อร่อย สรรพคุณดีดูแลร่างกาย

โกโก้ ผงสีน้ำตาลจากธรรมชาติที่มีแหล่งกำเนิดจากอเมริกาใต้ ปัจจุบันในประเทศไทยนิยมปลูกกันทางภาคใต้ ซึ่งกว่าจะได้มาเป็นผงโกโก้ให้เราชงดื่มกัน ต้องผ่านขั้นตอนการหมัก ตากแห้ง คั่ว แล้วนำไปบด จึงสามารถนำมารับประทานได้ นอกจากให้ความอร่อยแล้ว โกโก้มีประโยชน์อะไรอีกบ้าง ติดตามได้ในบทความนี้

1.โกโก้ ลดคอเลสเตอรอล สารโพลีฟีนอลและฟลาโวนอยด์ที่อยู่ในโกโก้ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบ พวกมันสามารถช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด

2.โกโก้ ดูแลหัวใจ ส่วนหนึ่งของการเป็นโรคหัวใจ คือการที่ระดับคอเลสเตอรอลตัวไม่ดีนั้นสูงมากเกินไป การดื่มโกโก้ส่งผลดีต่อหัวใจ โดยการช่วยลดคอเลสเตอรอลตัวเลวให้ลดลง การดื่มโกโก้เพียงวันละ 1 แก้ว ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจวาย หัวใจล้มเหลว และโรคหลอดเลือดสมองได้

3.โกโก้ อัลไซเมอร์  โรคอัลไซเมอร์เป็นผลกระทบที่มาจากการเสื่อมสภาพของเซลล์สมอง ระบบความทรงจำเริ่มถดถอย และอาจมีพฤติกรรมทำอะไรซ้ำ ๆ เนื่องจากจำไม่ได้ว่าทำไปแล้วหรือยัง สารต้านอนุมูลอิสระในโกโก้ สามารถช่วยดูแลสมองและระบบประสาท ป้องกันการเสื่อมของเซลล์และโรคอัลไซเมอร์ได้

4.โกโก้ ลดความเครียด ด้วยสถานะการณ์งานที่เคร่งเครียด อาจส่งผลกระทบทำให้หงุดหงิดได้ง่าย อารมณ์ไม่ดีและมีความเครียด การดื่มโกโก้จะช่วยให้สมองผ่อนคลายตัวลง หลั่งสารโดพามีนและสารเซโรโทนิน สารที่ช่วยให้รู้สึกดี มีความสุขและรู้สึกสดชื่นมีพลังในการทำงานมากขึ้น

5.โกโก้ หอบหืด ในผู้ที่เป็นโรคหอบหืด อาจทำให้มีอาการหายใจไม่สะดวก หรือไอเรื้อรัง สารธีโอโบรมีนและสารธีโอฟิลลีน สามารถช่วยขยายปอดให้ทำงานได้สะดวก หายใจคล่องมากขึ้น หากมีอาการหายใจติดขัดหรือไอต่อเนื่อง ลองดื่มโกโก้ร้อนสักแก้ว ก็จะช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

6.โกโก้ ผิวสวยสุขภาพดี นอกจากจะใช้โกโก้มาชงดื่มเพื่อบำรุงจากภายในแล้ว การนำโกโก้มาใช้ขัดผิวโดยการผสมโกโก้กับน้ำผึ้งและโยเกิร์ต แล้วนำมาใช้พอกผิว ทิ้งไว้ 15 นาที สารต้านอนุมูลอิสระในโกโก้จะช่วยบำรุงผิวให้สุขภาพดี ลดความแห้งกร้าน และทำให้ผิวเนียนนุ่ม ได้ผลดีไม่แพ้การใช้ครีมบำรุงเลย

ประโยชน์ของโกโก้มิได้มีเพียงแค่การนำมาชงดื่มเท่านั้น สามารถนำมาใช้กับผิวภายนอกได้อีกด้วย เรียกว่าซื้อครั้งเดียวก็ได้รับความคุ้มค่าต่อสุขภาพทั้งภายในและภายนอก รู้อย่างนี้แล้ว รีบออกไปซื้อโกโก้กันเถอะค่ะ

ดูคลิปประโยชน์โกโก้ได้ที่https://www.youtube.com/watch?v=33qK0tIvbLc

ประโยชน์ดาวเรือง

ดาวเรือง ประโยชน์รอบด้าน ปลูกไว้เป็นมงคลได้สรรพคุณใช้

ดอกไม้สีเหลืองที่ได้รับความนิยมปลูกกันมากในช่วงเวลานี้ มองไปทางไหนก็เหลืองอร่ามงามตา ดูสดชื่นไปทุกที่ ชั่วโมงนี้ต้องยกให้ ดาวเรือง นอกจากจะปลูกเพื่อความสวยงามแล้ว ก็ยังมีข้อดีในด้านอื่นอีกด้วย บทความนี้รู้ไว้ดอทคอม ขอเสนอ 8 ประโยชน์ของดาวเรืองดังนี้

1. ดาวเรือง ไล่แมลง แมลงเป็นสัตว์ทีไม่ชอบกลิ่นฉุน ในดาวเรืองมีสารที่เป็นกลิ่นที่แมลงไม่ชอบ เมื่อปลูกต้นไม้ที่แมลงชอบมารบกวน ก็ควรปลูกดาวเรืองไว้ใกล้ ๆ ด้วย เพื่อช่วยกำจัดและไล่แมลงไม่ให้มาทำลายต้นไม้ที่ปลูกไว้

2. ดาวเรือง ดูแลดวงตา สารสกัดจากดอกดาวเรืองประเภทลูทีน สามารถช่วยกรองแสงหรือป้องกันรังสีที่เป็นอันตรายต่อดวงตา ลดความเสี่ยงของเซลล์จอประสาทตาเสื่อมและโรคต้อกระจก

3. ดาวเรือง อาหารสัตว์ ดอกดาวเรืองเมื่อนำมาตากแดดให้แห้ง จะได้สารแซธโธฟีล ซึ่งเมื่อนำไปผสมในอาหารของไก่ไข่ จะช่วยทำให้ไข่แดงในไข่ไก่ที่ออกมามีสีแดงตามธรรมชาติดูน่ากินมากขึ้น

4. ดาวเรือง ลดการอักเสบ การดื่มชาดอกดาวเรือง สามารถช่วยลดการอักเสบและปวดบวมของร่างกายได้ เช่น บรรเทาอาการเป็นแผลในกระเพาะอาหาร ต้านการอักเสบของลำไส้ ลดอาการท้องอืด

5. ดาวเรือง ผิวนุ่ม ดอกดาวเรืองเมื่อนำมาสกัดจนได้น้ำมันดอกดาวเรือง สามารถนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางหรือทำผลิตภัณฑ์บำรุงผิว จะช่วยให้ผิวนุ่ม ต้านแบคทีเรีย สมานผิวลดความกร้านของผิวได้ดี

6. ดาวเรือง แก้ไอ หากมีอาการไอและต้องการบรรเทาด้วยวิธีธรรมชาติ สามารถใช้ดอกดาวเรืองสด 15 ดอก นำมาต้มผสมน้ำตาลทรายแดงแล้วดื่มแต่น้ำ จะช่วยให้อาการไอนั้นดีขึ้น ลดอาการเจ็บคอ แก้ไอเรื้อรัง

7. ดาวเรือง ดูแลช่องปาก อาการร้อนในมักทำให้เกิดอาการเจ็บคอ ช่องปากอักเสบ เจ็บลิ้น เหงือกบวม สามารถใช้ดอกดาวเรืองตากแห้ง นำมาไล่ความชื้นอีกครั้งด้วยการคั่ว แล้วนำมาต้มผสมกับน้ำ อาจใส่น้ำตาลเพื่อเพิ่มรสชาด นำมาใช้ดื่มแก้ร้อนใน หรือหากต้องการนำมากลั้วคอ บ้วนปาก เพื่อลดการอักเสบก็ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำตาลผสม

8. ดาวเรือง ลดน้ำตาลในเลือด สารสกัดจากดอกดาวเรือง สามารถย่อยสลายน้ำตาลในลำไส้ ลดการดูดซึมกลูโคสในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยฟอกเลือดและส่งเสริมการทำงานของระบบเลือดให้ทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น

ดาวเรือง ไม้มงคลที่เปรียบเปรยสื่อความหมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง นอกจากจะมีความหมายดีก็ยังเป็นดอกไม้ประจำพระองค์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกด้วย ซึ่งการนำมาใช้ประโยชน์ก็สามารถทำได้หลากหลายวิธี หากต้องการนำมาใช้งานแนะนำให้เลือกจากแหล่งปลูกที่ปลอดภัย ไร้สารเคมี เพราะการนำมาใช้ชงเป็นชาดื่มหรือนำมาสกัดเพื่อนำไปใช้งานในขั้นตอนต่อไป ดอกที่นำมาใช้ต้มหรือสกัดควรปลอดสารพิษ จึงจะทำให้ได้คุณค่าทางสารประกอบที่ปลอดภัยและครบถ้วน หากไม่แน่ใจก็สามารถปลูกไว้ใช้งานเองได้ วิธีปลูกไม่ยุ่งยาก ดูแลง่าย ชอบดินร่วน ระบายอากาศได้ดี และชอบแสงแดดจัด ซึ่งก็เหมาะกับอากาศของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง

ดูประโยชน์ดาวเรือง : https://www.youtube.com/watch?v=Aj_nxXbon-4

ประโยชน์ฟักทอง

6 เหตุผลที่เราควรรับประทานฟักทองเป็นประจำ ประโยชน์สรรพคุณที่รอคุณพิสูจน์

ฟักทอง พืชที่อุดมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำเป็นของหวานก็อร่อย หรือใช้ทำอาหารคาวก็ให้รสชาดดีไม่แพ้กัน แถมยังให้แคลอรี่และไขมันที่ต่ำ ฟังดูแล้วท่าทางจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่ใช่น้อย อย่ารอช้า ไปทำความรู้จักกับฟักทองกันให้มากขึ้นดีกว่า

1. ฟักทองมีสารอาหารประโยชน์สูง
เนื้อฟักทองมีวิตามินและแร่ธาตุสูง แต่ให้แคลอรี่ต่ำ เป็นแหล่งที่ดีของเบต้าแคโรทีน มีวิตามินเอสูงช่วยในการดูแลสายตา ช่วยต้านอนุมูลอิสระตัวการของความเสื่อมที่ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยและโรคต่าง ๆ

2. ฟักทอง โรคเรื้อรัง
อนุมูลอิสระต้นเหตุของโรคภัยที่ทำร้ายสุขภาพ การมีอนุมูลอิสระมากเกินไปอาจก่อให้เกิดความเจ็บป่วยหรือโรคเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง การรับประทานฟักทองสามารถช่วยต้านและกำจัดอนุมูลอิสระ ปกป้องเซลล์เพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเซลล์ได้

3. ฟักทองลดน้ำหนัก
สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก สามารถกินฟักทองเพื่อช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะฟักทองมีเส้นใยอาหารสูง แคลอรี่ต่ำ ไขมันน้อย และที่สำคัญกินแล้วทำให้อิ่มเร็วและนาน ช่วยลดการกินจุกจิกได้ดีเลยทีเดียว

4. ฟักทองทำให้ผิวสวย
วิตามินซี วิตามินอี และเบต้าแคโรทีนในฟักทอง มีบทบาทสำคัญในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปกป้องผิวจากรังสียูวี ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น อีกทั้งยังลดอาการผิวกร้านหรือผิวไหม้แดดได้ดีอีกด้วย

5. ฟักทอง โรคเบาหวาน
เปลือกฟักทองมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการหลั่งของอินซูลิน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดและป้องกันโรคเบาหวาน

6. ฟักทอง กระเพาะปัสสาวะ
นอกจากนำเนื้อฟักทองมากินแล้ว เมล็ดฟักทองก็มีประโยชน์ไม่น้อยไปกว่ากันเลยทีเดียว ใช้เมล็ดฟักทองคั่วและแกะเปลือกทิ้ง นำเนื้อที่อยู่ด้านในมารับประทาน จะสามารถป้องกันโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และป้องกันโรคต่อมลูกหมากโตได้

ฟักทองมิได้มีประโยชน์เพียงแค่ 6 ข้อที่เล่าสู่กันฟังเท่านั้น การรับประทานฟักทองยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเมนูอาหารเด็ก หรือผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพ มีสารอาหารและวิตามิน พร้อมสรรพคุณที่ช่วยดูแลปกป้องร่างกายให้ห่างไกลจากความเจ็บป่วย มีข้อดีขนาดนี้ต้องรีบหามากินซะแล้ว แต่ถึงจะดีขนาดไหน ก็ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะอาจทำให้ร้อนใน และมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้

ดูคลิปเกี่ยวกับ ประโยชน์ฟักทองได้ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=O7iT7gGNX7c

ประโยชน์ลูกเดือย

ลูกเดือย กับประโยชน์ที่กินแล้วดีต่อร่างกาย

ธัญพืชส่วนใหญ่ที่เรารู้จักและคุ้นเคยกันดี ส่วนใหญ่มักจะเป็นถั่วประเภทต่าง ๆ ซึ่งคนมักนิยมนำมารับประทาน เพราะเชื่อว่าดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ในบทความนี้รู้ไว้ดอทคอมขอแนะนำลูกเดือย ธัญพืชสีขาวเม็ดเล็กอีกหนึ่งชนิดที่มีคุณค่าทางสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย กินแล้วจะให้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ไปดูกันเลย

1. ลูกเดือย ลดความดันโลหิต เมื่อหลอดเลือดได้รับความเสียหาย อาจส่งผลต่อความดันโลหิตและก่อให้เกิดโรคยอดฮิตอย่างเช่นโรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง การรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูงอย่างลูกเดือย สามารถช่วยดูแลระดับความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะที่สมดุลได้ ทั้งนี้หากต้องการให้ความดันอยู่ในระดับปกติ สามารถออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้ได้ผลไวขึ้น

2. ลูกเดือย แก้อาการนอนไม่หลับ นอนหลับยากถือเป็นปัญหาที่น่าหนักใจ สำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนแต่ดันนอนไม่หลับ กรดอะมิโนในลูกเดือย มีส่วนช่วยในการทำงานของสมองและช่วยผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยในเรื่องการนอนหลับ การดื่มน้ำลูกเดือยอุ่นๆก่อนนอน ช่วยทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ส่งผลให้นอนหลับสบายขึ้น

3. ลูกเดือย แก้ท้องผูก ระบบขับถ่ายมีปัญหามักจะส่งผลกระทบถึงอวัยวะต่าง ๆ ได้หลายส่วน ทำให้มีอาการท้องอืด อึดอัด ไม่สบายตัว เพราะของเสียไม่ได้ถูกระบายออกไป ส่งผลให้ระบบเลือดไม่สะอาด เลือดเป็นพิษ การนำลูกเดือยมาต้มกินเป็นเมนูข้าวต้มลูกเดือย จะมีส่วนช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น เนื่องจากอุดมด้วยใยอาหารที่ช่วยในการทำงานของลำไส้

4. ลูกเดือย แก้ร้อนใน อากาศร้อน ส่งผลให้อุณภูมิในร่างกายสูงขึ้น อาจทำให้มีอาการร้อนใน คอแห้ง มีตุ่มพุพองในช่องปาก การรับประทานลูกเดือยซึ่งเป็นยาฤทธิ์เย็น สามารถช่วยปรับอุณภูมิของร่างกายให้ลดลง แก้ร้อนใน ดับกระหายได้เป็นอย่างดี

5. ลูกเดือย ดูแลกระดูก วิตามินและแร่ธาตุในลูกเดือย ช่วยดูแลอาการเหน็บชา บำรุงไขข้อและกระดูก ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน

6.ลูกเดือย บำรุงผิวและผม สารอาหารจำพวกวิตามินที่อยู่ในลูกเดือย มีส่วนช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ช่วยในการบำรุงผิวให้มีสุขภาพดี อีกทั้งยังช่วยให้เส้นผมมีการเจริญเติบโตที่ดีช่วยให้ผมยาวเร็วและมีน้ำหนัก

ลูกเดือย หนึ่งในธัญพืชที่เป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพ สามารถนำมาแปรรูปได้หลากหลาย จะต้มกินทั้งเนื้อและน้ำ นำไปอบกรอบ หรือผสมในเต้าทึงเมนูของหวานสุดแสนจะอร่อย ก็ให้ประโยชน์แก่ร่างกายได้ทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเน้นกินธัญพืชชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไป หากต้องการสารอาหารที่ครบถ้วน ควรรับประทานให้หลากหลายและไม่ติดในรสชาด ก็จะช่วยให้ร่างกายลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่าง ๆ ได้มากเลยทีเดียว

ดูคลิป 6 ประโยชน์ลูกเดือย https://www.youtube.com/watch?v=r2uHaf668fc

ประโยชน์ของการกินเผ็ด

กินเผ็ด ก็มีประโยชน์ สรรพคุณต่อร่างกาย

การรับประทานอาหารให้มีความสุขมากขึ้น ส่วนใหญ่ก็ได้จากรสชาดของอาหารที่ทำให้เรารู้สึกกินแล้วอร่อย กินแล้วรู้สึกเจริญอาหารกับเมนูนั้นๆ หนึ่งในรสที่ขาดไม่ได้กับเมนูอาหารไทยก็คือรสเผ็ด บางคนถึงกับกินพริกเป็นชีวิตจิตใจ กินเป็นเครื่องเคียงจนกลายเป้นเรื่องปกติ ซึ่งหลายคนที่กินเผ็ดอาจมีความสงสัยว่า กินเผ็ดมากๆแล้วจะดีหรือไม่ มีประโยชน์อะไรต่อสุขภาพบ้างหรือเปล่า สามารถรอฟังคำตอบได้ในบทความนี้

1. กินเผ็ดแล้วอายุยืน ผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานรสเผ็ด ไม่ว่าจะเป็นความเผ็ดจากพริกสดหรือแห้ง เมื่อบริโภคเป็นประจำ สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตลงถึง 14% หรืออาจเรียกได้ว่าการกินเผ็ดช่วยให้มีอายุยืนยาวมากขึ้น

2. กินเผ็ดก็ผอมได้ สารแคปไซซินที่อยู่ในพริก มีส่วนช่วยลดความอยากอาหารและกระตุ้นการเผาผลาญไขมันให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ควรรับประทานควบคู่กับอาหารที่มีโปรตีน ทั้งนี้จะช่วยให้อิ่มท้องและกระบวนการเผาผลาญจะส่งเสริมการทำงานของกันและกันมากขึ้น

3. กินเผ็ด ช่วยผิวสวย คุณสามารถพบวิตามินซีได้ในพริกแทบทุกชนิด วิตามินซีที่อยู่ในพริก สามารถช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ผิวกระจ่างใสและลดปัญหาจุดด่างดำได้อีกด้วย

4. กินเผ็ดแก้หวัด ในช่วงที่เป็นหวัดคัดจมูก อาจส่งผลให้การหายใจนั้นเป็นไปด้วยความลำบาก หายใจไม่ออกแต่น้ำมูกไหล การกินอาหารรสเผ็ดร้อน จะช่วยลดการไหลของน้ำมูก และขับสารบางชนิดที่ขัดขวางระบบทางเดินหายใจ การซดน้ำซุปรสเผ็ดร้อน จะช่วยให้หายใจได้สะดวกมากขึ้น ลดอาการคัดจมูก ทำให้จมูกโล่ง ขับเสมหะ ลดอาการภูมิแพ้

5. กินเผ็ด ดูแลหัวใจ ด้วยวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียมและธาตุเหล็กในพริก มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งจะพบมากได้ทั้งในพริกสดและพริกแห้ง หากคุณไม่สามารถรับประทานพริกสดๆ สามารถเปลี่ยนเป็นพริกไทย หรือพริกหวานที่นิยมใส่ในสลัด ก็จะช่วยดูแลหัวใจของคุณได้เช่นกัน

6. กินเผ็ด ไกลมะเร็ง สารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินต่างๆที่พบในพริก สามารถช่วยป้องกันและกำจัดเซลล์มะเร็งได้ อีกทั้งยังช่วยล้างสารพิษ ขับพิษของเสียออกจากร่างกายได้

7. กินเผ็ด ลดความเครียด หากมีความเครียดจากการทำงานหนัก การรับประทานอาหารที่มีความเผ็ดจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดรฟิน ซึ่งเป็นสารเคมีแห่งความสุข ช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น และลืมเรื่องเครียดได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ไม่เชื่อลองกินส้มตำรสเผ็ดๆจัดจ้าน สักครกดูสิ หายเครียดเป็นปลิดทิ้งเลยหล่ะ

การกินเผ็ดจะว่าไปแล้วก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่ใช่น้อย ทั้งนี้รสเผ็ดจะเป็นรสที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีความตื่นตัว สังเกตุได้จากหลังกินอาหารรสเผ็ด เราจะรู้สึกโล่ง ผ่อนคลายและอารมณ์ดี อย่างไรก็ตาม ไม่ควรกินรสเผ็ดมากเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานบางอย่างในร่างกาย ซึ่งการกินเผ็ดเกินไปจะมีโทษอะไรบ้างนั้น ติดตามตอนต่อไปได้ในคลิปหน้า

ดูคลิป 7 ประโยชน์ของการกินเผ็ด https://www.youtube.com/watch?v=b-0rdW_1cxk