คลังเก็บป้ายกำกับ: ท้องเฟ้อ

ประโยชน์เม็ดบัว

เม็ดบัว ประโยชน์และสรรพคุณ รังสรรค์จากธรรมชาติ

หากเอ่ยถึง เม็ดบัว เชื่อว่าหลายคนรู้จักกันดีและอาจเป็นของโปรดเจอที่ไหนเป็นต้องซื้อไว้ ถึงแม้กินแล้วถูกปากแต่อาจยังไม่ทราบถึงประโยชน์ที่มีมากกว่าความอร่อย บทความนี้จะขอแนะนำสิ่งดี ๆ ที่จะได้รับจากเม็ดบัว ไปชมกันเลย

1. อุดมด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ เม็ดบัวสดที่อยู่ในฝักบัวหลวงนั้น อุดมด้วยโปรตีน วิตามินซี ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส กินแล้วทำให้อิ่มไว อีกทั้งยังช่วยบำรุงสมอง นอกจากนี้สารต้านอนุมูลอิสระในเม็ดบัว สามารถชะลอความเสื่อมของเซลล์ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้

2. ประจำเดือนผิดปกติ สำหรับสาว ๆ ที่มีปัญหารอบเดือนมาไม่ปกติ ดีบัวหรือต้นอ่อนเล็ก ๆ ในเม็ดบัวนั้น อย่าหยิบทิ้ง เพราะส่วนนี้นี่เองจะเป็นตัวช่วยที่ดีในการบำรุงเลือด นอกจากนี้ดีบัว ยังสามารถช่วยบรรเทาอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อได้เป็นอย่างดี

3. แก้ร้อนใน กระหายน้ำ หากมีอาการเหล่านี้ให้นำเม็ดบัวแห้งมาต้มกับน้ำแล้วนำมาดื่ม จะช่วยบรรเทาร้อนใน ลดความกระหาย และส่งผลให้แผลพุพองในช่องปากหายไวขึ้น

4. บำรุงครรภ์ ในระหว่างการตั้งครรภ์ส่วนใหญ่แล้ว คุณแม่มักจะหาของบำรุงที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อให้เอื้อต่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อยและการคลอด  หากต้องการการคลอดที่ง่ายและเพิ่มแรงในการเบ่งระหว่างคลอด แนะนำให้กินเม็ดบัวสด จะช่วยให้คลอดลูกได้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งหลังคลอดเม็ดบัวสดยังดีต่อมดลูก เพราะช่วยให้มดลูกกระชับ เข้าอู่คืนความสาวได้เร็วขึ้น

5. นอนไม่หลับ เม็ดบัวช่วยได้ โรคนอนไม่หลับ ถือเป็นโรคฮิตติดอันดับของคนวัยทำงานเลยทีเดียว ความเครียดจะส่งผลให้คุณมีประสิทธิภาพการนอนหลับที่ลดลง การรับประทานเม็ดบัว มีส่วนช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนให้ดีขึ้นได้ เนื่องจากเม็ดบัวมีคุณสมบัติเป็นยากล่อมประสาทอ่อน ๆ เมื่อรับประทานในมื้อเย็นจะส่งผลดีต่อการนอนหลับในช่วงเวลากลางคืน

จะเห็นได้ว่า ประโยชน์ของเม็ดบัวนั้น มีหลากหลายมากกว่าความอร่อย คราวหน้าหากผ่านร้านขายเม็ดบัว อย่าลืมหาซื้อมาบำรุงร่างกายกันนะคะ

รับชมคลิป “ประโยชน์เม็ดบัว” https://www.youtube.com/watch?v=p9nPNajjw3U

ประโยชน์ชะพลู

6 ประโยชน์ชะพลู สรรพคุณสมุนไพรใบเขียว

ชะพลู สมุนไพรพืชใบเขียวที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ลักษณะคล้ายใบพลู แต่รูปทรงของชะพลูช่วงกลางใบจะกว้างมากกว่า ความอ่อนนิ่มของใบจะนิ่มและบางกว่า ซึ่งใบพลูจะใช้เคี้ยวคู่กับการกินหมาก ใบชะพลูจะใช้นำมาทำอาหาร เช่น เมี่ยงคำ แกงคั่ว นอกจากจะทำเมนูต่าง ๆ ได้อร่อยลงตัวแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นอีก ดังนี้

1. เบื่ออาหาร กินได้น้อย เมื่อมีอาการไม่อยากกินข้าว หรือกินไม่ค่อยลง ให้นำใบชะพลูมาทำเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร ด้วยรสเผ็ดร้อนของใบชะพลูจะกระตุ้นให้มีความอยากและช่วยให้เจริญอาหาร กินข้าวได้อร่อยในปริมาณที่มากขึ้น

2. ท้องอืด แก๊สหมักหมม อาหารไม่ย่อย ท้องอืด อึดอัด นำรากชะพลู 1 กำมือ ต้มกับน้ำเปล่า 2 แก้ว เคี่ยวจนเหลือน้ำ 3 ใน 4 ถ้วย นำมาดื่มในปริมาณครั้งละ 1 ส่วน จะช่วยขับลมในลำไส้ ลดอาการปวดท้องจากท้องอืดให้ดีขึ้น

3. สายตาพร่ามัว มองกลางคืนไม่ชัด สารต้านอนุมูลอิสระ เบต้าแคโรทีนในชะพลู มีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาดวงตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น โรคตาฟาง โรคตาบอดกลางคืน ช่วยลดอาการพร่ามัว และช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น

4. บำรุงกระดูกและฟัน ด้วยแคลเซียมที่อยู่ในชะพลู เมื่อนำมารับประทานเป็นประจำ สามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน บำรุงกระดูกและฟันให้มีความแข็งแรง

5. ชะพลูแก้ท้องผูก เข้าห้องน้ำนาน ขับถ่ายลำบาก ส่วนหนึ่งของการใช้เวลานั่งในห้องน้ำนาน คือระบบลำไส้ทำงานไม่ปกติ การกินใบชะพลูในเมนูต่าง ๆ สามารถช่วยเพิ่มกากใยในการขับถ่ายให้ง่ายและคล่องตัวมากขึ้น

6. ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันหวัด ลักปิดลักเปิด ถึงจะมิใช่ผลไม้รสเปรี้ยว แต่ชะพลูก็มีวิตามินซีที่สามารถช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคหวัด และลดปัญหาเลือดออกตามไรฟัน

จากประโยชน์ของชะพลูที่กล่าวมานั้น ก็เรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีความหลากหลายในการดูแลสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนนำมารับประทานควรล้างให้สะอาด ไม่ควรรับประทานในปริมาณครั้งละมากเกินไป เนื่องจากใบชะพลูมีสารออกซาเลตค่อนข้างสูง อาจส่งผลให้เกิดนิ่วในไตได้ และไม่ควรกินติดต่อกันเป็นเวลานาน นอกจากนี้ หลังการกินชะพลูทุกครั้งควรดื่มน้ำตามมาก ๆ

รูปภาพจาก

https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chaaphluu_in_Thailand.jpg

ดูคลิป ประโยชน์ชะพลู https://www.youtube.com/watch?v=FzOvDKKncG0

โทษของการกินเผ็ด

กินเผ็ดมากไปไม่ดี มีโทษ ทำให้เสี่ยงปัญหาสุขภาพ

สรรพสิ่งบนโลกนี้ทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ การกินเผ็ดก็เช่นกัน เมื่อมีประโยชน์ต่อร่างกาย หากเรารับประทานมากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียและก่อให้เกิดโทษได้ บทความนี้จะขอแนะนำโทษของการกินเผ็ดที่มีต่อสุขภาพ มีรายละเอียดดังนี้

1. กินเผ็ด ปวดท้อง ท้องอืด สำหรับบางคนการกินพริกเม็ดเดียวก็ถือว่าเผ็ดมากสำหรับเค้าแล้วหล่ะค่ะ แต่ก็ยังมีหลายคนที่ชอบกินรสจัดหรือเผ็ดมาก ๆ ซึ่งเมื่อกินในปริมาณมาก อาจมีผลทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด ปวดแสบปวดร้อนในลำไส้ หรือบางรายอาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย

2. กินเผ็ด ปากร้อนใน หลังจากกินอาหารเผ็ดเรียบร้อย หลายคนมีอาการแสบร้อนในช่องปาก เพดานปาก กระพุ้งแก้ม ริมฝีปาก นอกจากนี้อาจมีอาการปากแห้งคอแห้ง และมีตุ่มใสเหมือนแผลร้อนในขึ้นตามจุดต่าง ๆ ในช่องปากเช่น บริเวณเหงือก กระพุ้งแก้ม ริมฝีปากด้านใน

3. กินเผ็ด กระตุ้นภูมิแพ้ การรับประทานอาหารรสเผ็ดจัด อาจมีส่วนทำให้ภูมิแพ้กำเริบ เมื่อกินรสเผ็ดจะมีอาการน้ำมูกไหล มีเสมหะ หรือมีอาการไอ บางคนถึงกับสะอึก หรือจามไม่หยุดเมื่อกินอาหารรสเผ็ดที่มีส่วนกระตุ้นอาการเหล่านี้

4. กินเผ็ด แสบร้อนกลางอก อาการแสบร้อนกลางอก หลังจากกินอาหารเผ็ดอาจเกิดขึ้นได้ หากคุณมีหรือเคยเป็นโรคกรดไหลย้อน ด้วยอาการของโรคนี้อาจส่งผลต่อกระเพาะอาหารทำให้ระคายเคือง มีการแสบร้อนในท้องช่อง บริเวณกลางอก และกรดอาจไหลย้อนขึ้นมาบริเวณลำคอ

5. กินเผ็ด เสี่ยงเป็นไต การเป็นโรคไตมิได้มีสาเหตุมาจากการกินเค็มเท่านั้น การกินอาหารเผ็ดจัด ก็ย่อมส่งผลถึงการทำงานหนักของไตได้เช่นกัน ทำให้ไตเสื่อมสภาพ ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ไม่สามารถกรองหรือขับของเสียออกจากร่างกายได้หมด จึงก่อให้เกิดโรคไตเสื่อม

6. กินเผ็ด ปวดหู เมื่อร่างกายได้รับสารCapsaicin ในพริก จะทำให้อวัยวะช่องปากเกิดการระคายเคือง ร่างกายจะตอบสนองโดยการปรับสภาพ โดยการขับเหงื่อ หลอดเลือดบริเวณศีรษะ โครงหน้าขยาย ส่งผลกระทบถึงโครงสร้างภายในหู อาจทำให้หูชั้นกลาง แก้วหูมีอาการปวดจี๊ดๆ เหมือนมีตัวอะไรอยู่ในหู นอกจากนี้ อาจทำให้คันศีรษะ รูขุมขนขยายกว้างมากขึ้น หายใจไม่สะดวก และมีใบหน้าสีแดง

 ไม่น่าเชื่อเลยว่าการกินเผ็ดมากเกินไปจะส่งผลต่ออวัยวะและร่างกายของเราได้ขนาดนี้ เมื่อรู้ถึงโทษของมันแล้วละก็ ครั้งหน้าสั่งเมนูรสเผ็ดต้องห้ามใจไว้ อย่ากินเผ็ดมากเกินไป เพราะรสเผ็ดจัดจ้านอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่างกายได้รับผลกระทบและมีอาการเหล่านี้

ดูคลิปโทษของการกินเผ็ด https://www.youtube.com/watch?v=maS0z2F8Jo8

ประโยชน์มะละกอ

มะละกอ ชื่อนี้มีแต่ประโยชน์ สรรพคุณสารอาหารจากผลยาวรี

มะละกอผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซี แช่เย็นยิ่งกินแล้วสดชื่น แถมยังดีต่อสุขภาพ มะละกอจะดูแลคุณในด้านใดบ้าง รู้ไว้ดอมคอมขอแนะนำ ประโยชน์ของมะละกอ ดังนี้

1. มะละกอช่วยป้องกันโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
หน้าที่ของหลอดเลือดแดง คือ นำเลือดออกจากหัวใจ ซึ่งเป็นเลือดที่มีปริมาณออกซิเจนในเลือดสูง ใช้ในการนำไปเลี้ยงอวัยวะทั่วร่างกาย การรับประทานมะละกอมีส่วนช่วยป้องกันคอเลสเตอรอลไม่ให้สร้างขึ้นในหลอดเลือดแดง เนื่องจากอุดมด้วยไฟเบอร์ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง

2. ผลไม้ลดน้ำหนักด้วยมะละกอ
ส่วนหนึ่งในการลดน้ำหนักให้ได้ผล คือการควบคุมปริมาณแคลอรี่ เส้นใยในมะละกอ ช่วยให้อิ่มไว ลดการกินพร่ำเพรื่อจุกจิกได้ดี ให้แคลอรี่ต่ำ เมื่อต้องการควบคุมน้ำหนัก คุณสามารถใช้มะละกอเป็นตัวเสริมในการควบคุมน้ำหนักได้

3. กินมะละกอลดการติดเชื้อ
ระบบภูมิคุ้มกันมีหน้าที่เป็นเกราะป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ที่ทำให้ป่วย วิตามินซีในมะละกอ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดการติดเชื้อ เสริมภูมิต้านทานให้แข็งแรง

4. มะละกอผลไม้สำหรับโรคเบาหวาน
เบาหวานชนิดที่2 โรคเบาหวาน ชื่อก็บอกอยู่แล้วให้กินหวานเบาๆ ผู้ที่เป็นโรคนี้หากต้องการรับประทานมะละกอ อันที่จริงถึงจะหวานแต่ก็สามารถรับประทานได้ ทั้งนี้ต้องจำกัดปริมาณโดยกินได้ไม่เกินมื้อละ 5-6 ชิ้น เมื่อกินในปริมาณที่เหมาะสมสามารถส่งผลดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด และยังช่วยลดกระบวนการอักเสบในร่างกายได้อีกด้วย ทั้งนี้สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ควรรับประทานมะละกอหมักดอง ควรรับประทานแบบสด

5. มะละกอลดความเสื่อมดวงตา
วิตามินที่ช่วยในการมองเห็นและปกป้องสายตาจากความเสื่อม คือวิตามินเอ สารเบต้าแคโรทีนในมะละกอ ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ หากขาดวิตามินเอ อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อปัญหาสายตาต่าง ๆ เช่น จอประสาทตาเสื่อม ตาบอดตอนกลางคืน กระจกตาเสื่อม

6. มะละกอช่วยย่อยอาหาร
การรับประทานที่เร่งรีบแข่งกับเวลาที่มีจำกัด อาจส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้มีอาการท้องอืด อาหารย่อยช้าและยาก นอกจากนี้เมนูของอาหารประเภทอาหารขยะหรือการใช้น้ำมันในการทำอาหารมากเกินไป ล้วนส่งผลต่อการย่อยทั้งสิ้น เอนไซม์ปาเปนและใยอาหารในมะละกอ สามารถช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพระบบทางเดินอาหารและการย่อยให้ดีขึ้นได้

7. มะละกอลดริ้วรอย
ใคร ๆ ก็อยากหน้าเด็ก แต่จะทำอย่างไรให้ผิวดี ดูเด็กเด้งจากการกิน สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินอี วิตามินซี เบต้าแคโรทีนในมะละกอตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ดี เมื่อกินเป็นประจำสารอาหารเหล่านี้ จะช่วยลดริ้วรอย ยืดอายุเซลล์ ลดความกร้านและแห้งของผิว ปกป้องผิวให้มีความชุ่มชื่น อีกทั้งยังช่วยให้แลดูอ่อนเยาว์ ลดสัญญาณแห่งวัยได้อย่างน่ามหัศจรรย์

8. มะละกอผลไม้แก้ท้องผูก
ระบบขับถ่ายไม่ปกติ ถ่ายยาก เบ่งเป็นเวลานาน ต้องเจอหมัดเด็ดจากเมนูส้มตำมะละกอที่หลายคนโปรดปราน หรืออาจเป็นเมนูแกงส้มมะละกอก็อร่อยไปอีกแบบ ในมะละกอดิบ ออกฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ มีไฟเบอร์สูง สามารถช่วยให้ย่อยง่าย ถ่ายคล่อง

ในช่วงท้าย ก็มีเคล็ดลับการเลือกมะละกอมาฝาก ควรเลือกมะละกอที่แก่จัดแต่ไม่สุกจัด เลือกเปลือกสีเหลืองอมเขียว ผิวเรียบ และอย่าลืมดูขั้วต้องสดไม่แห้ง ที่สำคัญเลือกลูกที่น้ำหนักมากไว้ก่อน เพราะเนื้อด้านในจะแน่นและเยอะ อุดมด้วยสารอาหาร รู้จักประโยชน์และวิธีเลือกมะละกอกันไปแล้ว เตรียมตัวออกไปซื้อมะละกอกันเถอะค่ะ

ดูคลิป ประโยชน์มะละกอ https://www.youtube.com/watch?v=bLOGmr4qc7I