คลังเก็บป้ายกำกับ: ท้องอืด

ประโยชน์สะระแหน่

ประโยชน์สะระแหน่ สะระแหน่สมุนไพรใบเขียวสด

ประโยชน์สะระแหน่ สะระแหน่สมุนไพรใบเขียวสด มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ใช้ทำอาหารก็ได้ ชงเป็นชาดื่มก็ดี แต่จะดีมากกว่านี้หากเราทราบถึงประโยชน์ของสะระแหน่ที่มีต่อสุขภาพ ไปรับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสะระแหน่กันได้เลย

1. ขับลม ลำไส้ทำงานไม่ปกติ ท้องอืดอาหารไม่ย่อย ชาสะระแหน่เป็นสมุนไพรที่ช่วยในการดูแลปัญหาระบบช่องท้อง กระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยที่ช่วยในการย่อยอาหาร หากมีอาการอาหารไม่ย่อยแล้วท้องอืด การดื่มชาสะระแหน่จะช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้น ช่วยขับลมลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง

 2. เป็นหวัดคัดจมูก โรคหวัดเมื่อเป็นแล้วมักจะมีอาการหลายอย่างเกิดขึ้นกับร่างกายไม่ว่าจะเป็นอาการคัดจมูกแน่นหน้าอกหายใจไม่สะดวกน้ำมูกไหลไอและจาม การนำสะระแหน่มาใช้ร่วมกับการอบไอน้ำแล้วสูดดมไอระเหยจะส่งผลดีต่อระบบทางเดินหายใจช่วยบรรเทาอาการหวัดคัดจมูกให้ดีขึ้น

 3. ลดปัญหากลิ่นปาก น้ำมันหอมระเหยจากสะระแหน่มีคุณสมบัติช่วยลดระดับกลิ่นปากต้านเชื้อแบคทีเรียฆ่าเชื้อโรค คุณสามารถดื่มชาสะระแหน่ในช่วงเช้าเพื่อป้องกันกลิ่นปากที่อาจเกิดขึ้นหรือดื่มหลังมื้ออาหารที่รับประทานอาหารรสจัดที่มีกลิ่นรุนแรงอย่างเช่นกระเทียมเพื่อดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้

4. เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระวิตามินบีโพแทสเซียมและแคลเซียมในสะระแหน่ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้นและต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะทำลายภูมิคุ้มกันโดยการสร้างภูมิให้แข็งแรงมากขึ้นลดและบรรเทาอาการเจ็บป่วยให้เกิดขึ้นน้อยลง

 5. ลดไข้บรรเทาอาการปวดเมื่อย เมื่อมีอาการไข้อ่อนเพลียปวดเมื่อยการดื่มชาสะระแหน่อุ่นๆมีส่วนช่วยเร่งอุณหภูมิในร่างกายทำให้มีเหงื่อออกส่งผลดีต่ออาการไข้เพราะเป็นวิธีการตามธรรมชาติที่ช่วยให้ร่างกายเย็นตัวลงอุณหภูมิของไข้จึงลดลงกระตุ้นการล้างพิษอีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามตัวเพราะพิษไข้ให้ดีขึ้น

 6. ป้องกันอาการคลื่นเหียนเวียนศีรษะ สะระแหน่มีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยป้องกันอาการคลื่นไส้ปั่นป่วนเวียนหัวก่อนการเดินทางได้ดังนั้นหากมีอาการเมารถเมาเรือเมาเครื่องบินลองหาสะระแหน่มารับประทานก่อนการเดินทางจะสามารถช่วยป้องกันบรรเทาอาการเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

 7. ลดอาการคันและแห้งบริเวณหนังศีรษะ นำสะระแหน่มาแช่ลงในน้ำเพื่อทำเป็นชาปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นตัวลงหลังจากสระผมให้นำน้ำชาสะระแหน่มาราดบริเวณหนังศีรษะปล่อยทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดวิธีนี้จะช่วยบรรเทาอาการคันจากหนังศีรษะแห้งให้ดีขึ้นอีกทั้งยังช่วยป้องกันการสะสมของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนได้อย่างน่าอัศจรรย์

ประโยชน์เม็ดบัว

เม็ดบัว ประโยชน์และสรรพคุณ รังสรรค์จากธรรมชาติ

หากเอ่ยถึง เม็ดบัว เชื่อว่าหลายคนรู้จักกันดีและอาจเป็นของโปรดเจอที่ไหนเป็นต้องซื้อไว้ ถึงแม้กินแล้วถูกปากแต่อาจยังไม่ทราบถึงประโยชน์ที่มีมากกว่าความอร่อย บทความนี้จะขอแนะนำสิ่งดี ๆ ที่จะได้รับจากเม็ดบัว ไปชมกันเลย

1. อุดมด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ เม็ดบัวสดที่อยู่ในฝักบัวหลวงนั้น อุดมด้วยโปรตีน วิตามินซี ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส กินแล้วทำให้อิ่มไว อีกทั้งยังช่วยบำรุงสมอง นอกจากนี้สารต้านอนุมูลอิสระในเม็ดบัว สามารถชะลอความเสื่อมของเซลล์ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้

2. ประจำเดือนผิดปกติ สำหรับสาว ๆ ที่มีปัญหารอบเดือนมาไม่ปกติ ดีบัวหรือต้นอ่อนเล็ก ๆ ในเม็ดบัวนั้น อย่าหยิบทิ้ง เพราะส่วนนี้นี่เองจะเป็นตัวช่วยที่ดีในการบำรุงเลือด นอกจากนี้ดีบัว ยังสามารถช่วยบรรเทาอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อได้เป็นอย่างดี

3. แก้ร้อนใน กระหายน้ำ หากมีอาการเหล่านี้ให้นำเม็ดบัวแห้งมาต้มกับน้ำแล้วนำมาดื่ม จะช่วยบรรเทาร้อนใน ลดความกระหาย และส่งผลให้แผลพุพองในช่องปากหายไวขึ้น

4. บำรุงครรภ์ ในระหว่างการตั้งครรภ์ส่วนใหญ่แล้ว คุณแม่มักจะหาของบำรุงที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อให้เอื้อต่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อยและการคลอด  หากต้องการการคลอดที่ง่ายและเพิ่มแรงในการเบ่งระหว่างคลอด แนะนำให้กินเม็ดบัวสด จะช่วยให้คลอดลูกได้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งหลังคลอดเม็ดบัวสดยังดีต่อมดลูก เพราะช่วยให้มดลูกกระชับ เข้าอู่คืนความสาวได้เร็วขึ้น

5. นอนไม่หลับ เม็ดบัวช่วยได้ โรคนอนไม่หลับ ถือเป็นโรคฮิตติดอันดับของคนวัยทำงานเลยทีเดียว ความเครียดจะส่งผลให้คุณมีประสิทธิภาพการนอนหลับที่ลดลง การรับประทานเม็ดบัว มีส่วนช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนให้ดีขึ้นได้ เนื่องจากเม็ดบัวมีคุณสมบัติเป็นยากล่อมประสาทอ่อน ๆ เมื่อรับประทานในมื้อเย็นจะส่งผลดีต่อการนอนหลับในช่วงเวลากลางคืน

จะเห็นได้ว่า ประโยชน์ของเม็ดบัวนั้น มีหลากหลายมากกว่าความอร่อย คราวหน้าหากผ่านร้านขายเม็ดบัว อย่าลืมหาซื้อมาบำรุงร่างกายกันนะคะ

รับชมคลิป “ประโยชน์เม็ดบัว” https://www.youtube.com/watch?v=p9nPNajjw3U

ประโยชน์ชะพลู

6 ประโยชน์ชะพลู สรรพคุณสมุนไพรใบเขียว

ชะพลู สมุนไพรพืชใบเขียวที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ลักษณะคล้ายใบพลู แต่รูปทรงของชะพลูช่วงกลางใบจะกว้างมากกว่า ความอ่อนนิ่มของใบจะนิ่มและบางกว่า ซึ่งใบพลูจะใช้เคี้ยวคู่กับการกินหมาก ใบชะพลูจะใช้นำมาทำอาหาร เช่น เมี่ยงคำ แกงคั่ว นอกจากจะทำเมนูต่าง ๆ ได้อร่อยลงตัวแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นอีก ดังนี้

1. เบื่ออาหาร กินได้น้อย เมื่อมีอาการไม่อยากกินข้าว หรือกินไม่ค่อยลง ให้นำใบชะพลูมาทำเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร ด้วยรสเผ็ดร้อนของใบชะพลูจะกระตุ้นให้มีความอยากและช่วยให้เจริญอาหาร กินข้าวได้อร่อยในปริมาณที่มากขึ้น

2. ท้องอืด แก๊สหมักหมม อาหารไม่ย่อย ท้องอืด อึดอัด นำรากชะพลู 1 กำมือ ต้มกับน้ำเปล่า 2 แก้ว เคี่ยวจนเหลือน้ำ 3 ใน 4 ถ้วย นำมาดื่มในปริมาณครั้งละ 1 ส่วน จะช่วยขับลมในลำไส้ ลดอาการปวดท้องจากท้องอืดให้ดีขึ้น

3. สายตาพร่ามัว มองกลางคืนไม่ชัด สารต้านอนุมูลอิสระ เบต้าแคโรทีนในชะพลู มีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาดวงตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น โรคตาฟาง โรคตาบอดกลางคืน ช่วยลดอาการพร่ามัว และช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น

4. บำรุงกระดูกและฟัน ด้วยแคลเซียมที่อยู่ในชะพลู เมื่อนำมารับประทานเป็นประจำ สามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน บำรุงกระดูกและฟันให้มีความแข็งแรง

5. ชะพลูแก้ท้องผูก เข้าห้องน้ำนาน ขับถ่ายลำบาก ส่วนหนึ่งของการใช้เวลานั่งในห้องน้ำนาน คือระบบลำไส้ทำงานไม่ปกติ การกินใบชะพลูในเมนูต่าง ๆ สามารถช่วยเพิ่มกากใยในการขับถ่ายให้ง่ายและคล่องตัวมากขึ้น

6. ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันหวัด ลักปิดลักเปิด ถึงจะมิใช่ผลไม้รสเปรี้ยว แต่ชะพลูก็มีวิตามินซีที่สามารถช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคหวัด และลดปัญหาเลือดออกตามไรฟัน

จากประโยชน์ของชะพลูที่กล่าวมานั้น ก็เรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีความหลากหลายในการดูแลสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนนำมารับประทานควรล้างให้สะอาด ไม่ควรรับประทานในปริมาณครั้งละมากเกินไป เนื่องจากใบชะพลูมีสารออกซาเลตค่อนข้างสูง อาจส่งผลให้เกิดนิ่วในไตได้ และไม่ควรกินติดต่อกันเป็นเวลานาน นอกจากนี้ หลังการกินชะพลูทุกครั้งควรดื่มน้ำตามมาก ๆ

รูปภาพจาก

https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chaaphluu_in_Thailand.jpg

ดูคลิป ประโยชน์ชะพลู https://www.youtube.com/watch?v=FzOvDKKncG0

ผงนัวใช้แทนผงชูรส

ผงนัว ใช้แทนผงชูรสทำเองไม่ยุ่งยาก แถมได้ประโยชน์จากสมุนไพร

กระแสการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพในปัจจุบันกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่เมนูอาหาร เนื้อสัตว์ หรือผัก ที่ต้องเลือกใช้ในการปรุงเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อร่างกายแต่รวมไปถึงเครื่องปรุงที่นำมาใช้ด้วย ในบทความนี้จะขอเสนอวิธีทำผงนัว หรือผงปรุงรสที่ใช้แทนผงชูรส ไปดูสูตรกันเลยค่ะ

วัตถุดิบ

ตะไคร้ ใบมะกรูด ใบเตย รากหม่อนหรือใบหม่อน อย่างละ 1 กิโลกรัม

ขิง 2 กิโลกรัม พริกไทย 0.5 กิโลกรัม ขมิ้นชันพอประมาณ

วิธีทำ นำส่วนผสมทั้งหมดมาล้างให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำมาหั่นซอยเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง หรือหากไม่มีแดดใช้เตาอบ อบให้แห้งสนิทและนำมาบดให้ละเอียด ผสมให้เข้ากันแล้วเก็บใส่โหลหรือกระปุกสุญญากาศ

วิธีใช้ ใช้นำมาปรุงรสแทนการใช้ผงชูรสในการประกอบอาหารได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ย่าง ทอด ผัด อบ นึ่ง หมัก ต้ม

สำหรับสูตรนี้นอกจากจะได้ความอร่อย รสชาติที่กลมกล่อม ก็ยังได้สรรพคุณต่าง ๆ จากพืชสมุนไพรที่นำมาใช้ เช่น ช่วยลดอาการท้องอืด ขับลม ทำให้ระบบการย่อยอาหารดีขึ้น ลดการบวมและการอักเสบของเซลล์ สร้างภูมิต้านทานให้แก่อวัยวะต่าง ๆ เป็นต้น หากต้องการดูแลสุขภาพควรเริ่มจากอาหารการกิน วัตถุดิบที่ใช้ และเครื่องปรุง เมื่อเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ปรุงแต่งให้น้อยที่สุด ก็ให้ผลข้างเคียงที่น้อยกว่าการใช้สารเคมีสังเคราะห์ ถ้าจะให้ดี ปลูกเอง ทำเอง ปลอดภัย ดีต่อใจและสุขภาพอย่างแน่นอน

ขอขอบคุณสูตรผงนัวจากคุณสมาน พันธ์วิไล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จังหวัดศรีสะเกษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้สมุนไพรพื้นบ้านที่แนะนำสูตรดี ๆ

ดูคลิป “วิธีทำผงนัว” https://www.youtube.com/watch?v=uYc5leF-rYg

โทษของการกินเผ็ด

กินเผ็ดมากไปไม่ดี มีโทษ ทำให้เสี่ยงปัญหาสุขภาพ

สรรพสิ่งบนโลกนี้ทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ การกินเผ็ดก็เช่นกัน เมื่อมีประโยชน์ต่อร่างกาย หากเรารับประทานมากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียและก่อให้เกิดโทษได้ บทความนี้จะขอแนะนำโทษของการกินเผ็ดที่มีต่อสุขภาพ มีรายละเอียดดังนี้

1. กินเผ็ด ปวดท้อง ท้องอืด สำหรับบางคนการกินพริกเม็ดเดียวก็ถือว่าเผ็ดมากสำหรับเค้าแล้วหล่ะค่ะ แต่ก็ยังมีหลายคนที่ชอบกินรสจัดหรือเผ็ดมาก ๆ ซึ่งเมื่อกินในปริมาณมาก อาจมีผลทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด ปวดแสบปวดร้อนในลำไส้ หรือบางรายอาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย

2. กินเผ็ด ปากร้อนใน หลังจากกินอาหารเผ็ดเรียบร้อย หลายคนมีอาการแสบร้อนในช่องปาก เพดานปาก กระพุ้งแก้ม ริมฝีปาก นอกจากนี้อาจมีอาการปากแห้งคอแห้ง และมีตุ่มใสเหมือนแผลร้อนในขึ้นตามจุดต่าง ๆ ในช่องปากเช่น บริเวณเหงือก กระพุ้งแก้ม ริมฝีปากด้านใน

3. กินเผ็ด กระตุ้นภูมิแพ้ การรับประทานอาหารรสเผ็ดจัด อาจมีส่วนทำให้ภูมิแพ้กำเริบ เมื่อกินรสเผ็ดจะมีอาการน้ำมูกไหล มีเสมหะ หรือมีอาการไอ บางคนถึงกับสะอึก หรือจามไม่หยุดเมื่อกินอาหารรสเผ็ดที่มีส่วนกระตุ้นอาการเหล่านี้

4. กินเผ็ด แสบร้อนกลางอก อาการแสบร้อนกลางอก หลังจากกินอาหารเผ็ดอาจเกิดขึ้นได้ หากคุณมีหรือเคยเป็นโรคกรดไหลย้อน ด้วยอาการของโรคนี้อาจส่งผลต่อกระเพาะอาหารทำให้ระคายเคือง มีการแสบร้อนในท้องช่อง บริเวณกลางอก และกรดอาจไหลย้อนขึ้นมาบริเวณลำคอ

5. กินเผ็ด เสี่ยงเป็นไต การเป็นโรคไตมิได้มีสาเหตุมาจากการกินเค็มเท่านั้น การกินอาหารเผ็ดจัด ก็ย่อมส่งผลถึงการทำงานหนักของไตได้เช่นกัน ทำให้ไตเสื่อมสภาพ ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ไม่สามารถกรองหรือขับของเสียออกจากร่างกายได้หมด จึงก่อให้เกิดโรคไตเสื่อม

6. กินเผ็ด ปวดหู เมื่อร่างกายได้รับสารCapsaicin ในพริก จะทำให้อวัยวะช่องปากเกิดการระคายเคือง ร่างกายจะตอบสนองโดยการปรับสภาพ โดยการขับเหงื่อ หลอดเลือดบริเวณศีรษะ โครงหน้าขยาย ส่งผลกระทบถึงโครงสร้างภายในหู อาจทำให้หูชั้นกลาง แก้วหูมีอาการปวดจี๊ดๆ เหมือนมีตัวอะไรอยู่ในหู นอกจากนี้ อาจทำให้คันศีรษะ รูขุมขนขยายกว้างมากขึ้น หายใจไม่สะดวก และมีใบหน้าสีแดง

 ไม่น่าเชื่อเลยว่าการกินเผ็ดมากเกินไปจะส่งผลต่ออวัยวะและร่างกายของเราได้ขนาดนี้ เมื่อรู้ถึงโทษของมันแล้วละก็ ครั้งหน้าสั่งเมนูรสเผ็ดต้องห้ามใจไว้ อย่ากินเผ็ดมากเกินไป เพราะรสเผ็ดจัดจ้านอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่างกายได้รับผลกระทบและมีอาการเหล่านี้

ดูคลิปโทษของการกินเผ็ด https://www.youtube.com/watch?v=maS0z2F8Jo8

ประโยชน์ผักชี

ประโยชน์ผักชี สรรพคุณผักกลิ่นแรง ไม่อยากเสี่ยงโรคต้องรับประทาน

ผักชี ผักยอดฮิตในประเทศญี่ปุ่น แต่ในประเทศไทยก็เชื่อว่ามีหลายคนที่ไม่ชอบกลิ่นและไม่ชอบกินผักชนิดนี้ หลังจากจบบทความอาจทำให้คุณเปลี่ยนใจหันมาชอบผักชีมากขึ้น เพราะอะไรน่ะหรือ อยากรู้ตามไปดูประโยชน์ของผักชีกันเถอะ

1. บำรุงดวงตา ใช้งานดวงตาหนัก เล่นมือถือ ใช้งานคอมพิวเตอร์มาก อาจส่งผลให้ตาล้า หรือจอประสาทตาเสื่อมได้ ในผักชีมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและต้านการอักเสบของเซลล์ อุดมด้วยเบต้าแคโรทีนที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของดวงตา

2. กินปิ้งย่าง ผู้ที่ชอบกินอาหารปิ้งย่าง เมื่อรับประทานบ่อยอาจมีความเสี่ยงต่อสารก่อมะเร็งในเนื้อที่ไหม้ได้ ในผักชีมีสารที่สามารถช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็งที่เกิดจากการกินอาหารปิ้งย่าง หากไม่อยากเสี่ยงกับโรคร้าย คราวหน้ากินปิ้งย่าง อย่าลืมกินคู่กับผักชี จะได้ไม่เสี่ยงแถมยังมีเส้นใยช่วยให้ขับถ่ายคล่องมากขึ้นอีกด้วย

3. ดูแลน้ำตาลในเลือด ผักชีสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยการกินลูกผักชีหรือนำมาต้มน้ำดื่ม

4. ดับกลิ่นปาก หากต้องการดับกลิ่นปากโดยไม่ใช้เคมี สามารถนำเมล็ดผักชีมาต้มแล้วนำน้ำมาใช้อมกลั้วปาก วิธีนี้จะช่วยลดการอักเสบในช่องปากอีกทั้งยังช่วยดับกลิ่นปากได้เป็นอย่างดี

5. อาหารไม่ย่อย สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องระบบการย่อยการรับประทานผักชี ช่วยให้น้ำย่อยและน้ำดีถูกขับออกมา ส่งผลให้การย่อยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการหมักหมมของอาหาร ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค

6. แก้หวัด อาการไอ ไข้หวัด มักเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของอุณภูมิต่อร่างกาย หรือร่างกายอ่อนแอและได้รับเชื้อไวรัส การนำใบผักชีมาต้มน้ำหรือทำเมนูแกงจืดผักชีหมูสับ แล้วรับประทานขณะอุ่นๆ จะช่วยฟื้นฟูร่างกาย บำรุงธาตุ ลดการไอ ลดน้ำมูก ละลายเสมหะ

7. ริดสีดวง เมื่อมีอาการถ่ายเป็นมูกเลือด หรือเป็นริดสีดวงทวารหนัก สามารถนำเมล็ดผักชีมาใช้ประกอบอาหารในเมนูต่าง ๆ เพื่อรักษาอาการให้ดีขึ้นได้ อาจนำมาทำเป็นเครื่องเทศที่ช่วยให้กลิ่นและรสชาติอร่อยมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ มิให้ถ่ายเป็นมูกเลือด รักษาริดสีดวง ลดขนาดของริดสีดวง  ลดเวลาในการขับถ่ายให้เร็วขึ้น

7 ประโยชน์ของผักชีที่แนะนำข้างต้น หวังว่าอาจช่วยทำให้ผู้ที่ไม่ชอบผักชีเปลี่ยนใจหันมาลองรับประทานผักชีดูสักครั้ง อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยโรคไตรับประทานมากเกินไป เนื่องจากเป็นผักที่มีธาตุโพแทสเซียมสูง อาจส่งผลต่อการทำงานของไตได้

สรรพคุณผักชี https://www.youtube.com/watch?v=jrJgJeg-HxU

ประโยชน์มะละกอ

มะละกอ ชื่อนี้มีแต่ประโยชน์ สรรพคุณสารอาหารจากผลยาวรี

มะละกอผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซี แช่เย็นยิ่งกินแล้วสดชื่น แถมยังดีต่อสุขภาพ มะละกอจะดูแลคุณในด้านใดบ้าง รู้ไว้ดอมคอมขอแนะนำ ประโยชน์ของมะละกอ ดังนี้

1. มะละกอช่วยป้องกันโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
หน้าที่ของหลอดเลือดแดง คือ นำเลือดออกจากหัวใจ ซึ่งเป็นเลือดที่มีปริมาณออกซิเจนในเลือดสูง ใช้ในการนำไปเลี้ยงอวัยวะทั่วร่างกาย การรับประทานมะละกอมีส่วนช่วยป้องกันคอเลสเตอรอลไม่ให้สร้างขึ้นในหลอดเลือดแดง เนื่องจากอุดมด้วยไฟเบอร์ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง

2. ผลไม้ลดน้ำหนักด้วยมะละกอ
ส่วนหนึ่งในการลดน้ำหนักให้ได้ผล คือการควบคุมปริมาณแคลอรี่ เส้นใยในมะละกอ ช่วยให้อิ่มไว ลดการกินพร่ำเพรื่อจุกจิกได้ดี ให้แคลอรี่ต่ำ เมื่อต้องการควบคุมน้ำหนัก คุณสามารถใช้มะละกอเป็นตัวเสริมในการควบคุมน้ำหนักได้

3. กินมะละกอลดการติดเชื้อ
ระบบภูมิคุ้มกันมีหน้าที่เป็นเกราะป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ที่ทำให้ป่วย วิตามินซีในมะละกอ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดการติดเชื้อ เสริมภูมิต้านทานให้แข็งแรง

4. มะละกอผลไม้สำหรับโรคเบาหวาน
เบาหวานชนิดที่2 โรคเบาหวาน ชื่อก็บอกอยู่แล้วให้กินหวานเบาๆ ผู้ที่เป็นโรคนี้หากต้องการรับประทานมะละกอ อันที่จริงถึงจะหวานแต่ก็สามารถรับประทานได้ ทั้งนี้ต้องจำกัดปริมาณโดยกินได้ไม่เกินมื้อละ 5-6 ชิ้น เมื่อกินในปริมาณที่เหมาะสมสามารถส่งผลดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด และยังช่วยลดกระบวนการอักเสบในร่างกายได้อีกด้วย ทั้งนี้สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ควรรับประทานมะละกอหมักดอง ควรรับประทานแบบสด

5. มะละกอลดความเสื่อมดวงตา
วิตามินที่ช่วยในการมองเห็นและปกป้องสายตาจากความเสื่อม คือวิตามินเอ สารเบต้าแคโรทีนในมะละกอ ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ หากขาดวิตามินเอ อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อปัญหาสายตาต่าง ๆ เช่น จอประสาทตาเสื่อม ตาบอดตอนกลางคืน กระจกตาเสื่อม

6. มะละกอช่วยย่อยอาหาร
การรับประทานที่เร่งรีบแข่งกับเวลาที่มีจำกัด อาจส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้มีอาการท้องอืด อาหารย่อยช้าและยาก นอกจากนี้เมนูของอาหารประเภทอาหารขยะหรือการใช้น้ำมันในการทำอาหารมากเกินไป ล้วนส่งผลต่อการย่อยทั้งสิ้น เอนไซม์ปาเปนและใยอาหารในมะละกอ สามารถช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพระบบทางเดินอาหารและการย่อยให้ดีขึ้นได้

7. มะละกอลดริ้วรอย
ใคร ๆ ก็อยากหน้าเด็ก แต่จะทำอย่างไรให้ผิวดี ดูเด็กเด้งจากการกิน สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินอี วิตามินซี เบต้าแคโรทีนในมะละกอตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ดี เมื่อกินเป็นประจำสารอาหารเหล่านี้ จะช่วยลดริ้วรอย ยืดอายุเซลล์ ลดความกร้านและแห้งของผิว ปกป้องผิวให้มีความชุ่มชื่น อีกทั้งยังช่วยให้แลดูอ่อนเยาว์ ลดสัญญาณแห่งวัยได้อย่างน่ามหัศจรรย์

8. มะละกอผลไม้แก้ท้องผูก
ระบบขับถ่ายไม่ปกติ ถ่ายยาก เบ่งเป็นเวลานาน ต้องเจอหมัดเด็ดจากเมนูส้มตำมะละกอที่หลายคนโปรดปราน หรืออาจเป็นเมนูแกงส้มมะละกอก็อร่อยไปอีกแบบ ในมะละกอดิบ ออกฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ มีไฟเบอร์สูง สามารถช่วยให้ย่อยง่าย ถ่ายคล่อง

ในช่วงท้าย ก็มีเคล็ดลับการเลือกมะละกอมาฝาก ควรเลือกมะละกอที่แก่จัดแต่ไม่สุกจัด เลือกเปลือกสีเหลืองอมเขียว ผิวเรียบ และอย่าลืมดูขั้วต้องสดไม่แห้ง ที่สำคัญเลือกลูกที่น้ำหนักมากไว้ก่อน เพราะเนื้อด้านในจะแน่นและเยอะ อุดมด้วยสารอาหาร รู้จักประโยชน์และวิธีเลือกมะละกอกันไปแล้ว เตรียมตัวออกไปซื้อมะละกอกันเถอะค่ะ

ดูคลิป ประโยชน์มะละกอ https://www.youtube.com/watch?v=bLOGmr4qc7I

ประโยชน์น้ำโซดา

น้ำโซดา มีประโยชน์อย่างไร สรรพคุณที่เราต้องรู้

หลายคนกังวลถึงอันตรายของน้ำอัดก๊าซ หรือน้ำอัดลมต่างๆในแง่ของกระทบผลต่อสุขภาพ แต่สำหรับบทความนี้จะขอกล่าวถึง น้ำอัดลมที่ไม่ใส่น้ำตาล เช่น น้ำโซดา ว่าดื่มแล้วจะมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

1. โซดา แก้ท้องอืด น้ำโซดา สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืดจากอาหารไม่ย่อยได้ การดื่มน้ำโซดา จะช่วยให้อาหารย่อยได้ง่ายขึ้น ทำให้เรอ เป็นการระบายแก๊สในกระเพาะและแก้ไขอาการท้องอืดให้ดีขึ้น

2. โซดา แก้ท้องผูก ท้องผูกทำให้ผู้ที่เป็นมีความทรมาน รู้สึกไม่สบายตัวอึดอัด เนื่องจากการระบบขับถ่ายที่ไม่ปกติ จากงานวิจัยในต่างประเทศมีการศึกษาโดยแบ่งอาสาสมัครเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกดื่มน้ำโซดา อีกกลุ่มดื่มน้ำเปล่า เพื่อเปรียบเทียบอาการท้องผูกว่าเป็นอย่างไร ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มที่ดื่มน้ำโซดามีอาการท้องผูกน้อยลง ระบบขับถ่ายดีขึ้นมากกว่ากลุ่มที่ดื่มน้ำเปล่า

3. โซดา เพิ่มความชุ่มชื่น ร่างกายของคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก ดังนั้นการดื่มน้ำจึงเป็นการเติมความชุ่มชื่นให้แก่ร่างกาย สำหรับคนที่ไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า อาจดื่มน้ำโซดาสลับ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการดื่มน้ำให้ง่ายและสนุกกับการดื่มน้ำมากขึ้น

4. โซดา กับโรคหัวใจ โซเดียมที่อยู่ในน้ำโซดาจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ อีกทั้งยังรักษาค่าความเป็นกรดและด่างของร่างกายให้อยู่ในสภาพที่สมดุลอีกด้วย

5. โซดา กระตุ้นความสดชื่น อากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย พลังงานลดลง การดื่มน้ำโซดาเย็นๆจะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่น ตื่นตัว คุณสามารถเพิ่มรสชาดการดื่มน้ำโซดาให้อร่อยได้มากขึ้นโดยการผสมกับน้ำมะนาวและใส่เกลือลงไปเล็กน้อย เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้กระปรี้กระเปร่าและปลุกพลังให้แก่ร่างกายอีกครั้ง

การดื่มน้ำยังไงก็ยังถือเป็นเรื่องที่สำคัญและขาดไม่ได้ หากคุณไม่ชอบดื่มน้ำเปล่าก็สามารถหาน้ำโซดา น้ำแร่ น้ำชา มาเป็นตัวช่วยสลับกับการดื่มน้ำเปล่าได้ แต่ทั้งนี้การดื่มน้ำที่ดีไม่ว่าจะน้ำอะไรก็ตามไม่ควรเป็นน้ำที่มีรสชาดหวาน เพราะการดื่มน้ำที่ให้รสหวานมากเกินไป ก็อาจทำให้เป็นต้นเหตุของโรคต่างๆได้

คุณสามารถดูคลิป น้ำโซดามีประโยชน์อย่างไร ได้ที่  https://www.youtube.com/watch?v=JNB_vKmGRgg