คลังเก็บป้ายกำกับ: ท้องผูก

ประโยชน์ชะพลู

6 ประโยชน์ชะพลู สรรพคุณสมุนไพรใบเขียว

ชะพลู สมุนไพรพืชใบเขียวที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ลักษณะคล้ายใบพลู แต่รูปทรงของชะพลูช่วงกลางใบจะกว้างมากกว่า ความอ่อนนิ่มของใบจะนิ่มและบางกว่า ซึ่งใบพลูจะใช้เคี้ยวคู่กับการกินหมาก ใบชะพลูจะใช้นำมาทำอาหาร เช่น เมี่ยงคำ แกงคั่ว นอกจากจะทำเมนูต่าง ๆ ได้อร่อยลงตัวแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นอีก ดังนี้

1. เบื่ออาหาร กินได้น้อย เมื่อมีอาการไม่อยากกินข้าว หรือกินไม่ค่อยลง ให้นำใบชะพลูมาทำเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร ด้วยรสเผ็ดร้อนของใบชะพลูจะกระตุ้นให้มีความอยากและช่วยให้เจริญอาหาร กินข้าวได้อร่อยในปริมาณที่มากขึ้น

2. ท้องอืด แก๊สหมักหมม อาหารไม่ย่อย ท้องอืด อึดอัด นำรากชะพลู 1 กำมือ ต้มกับน้ำเปล่า 2 แก้ว เคี่ยวจนเหลือน้ำ 3 ใน 4 ถ้วย นำมาดื่มในปริมาณครั้งละ 1 ส่วน จะช่วยขับลมในลำไส้ ลดอาการปวดท้องจากท้องอืดให้ดีขึ้น

3. สายตาพร่ามัว มองกลางคืนไม่ชัด สารต้านอนุมูลอิสระ เบต้าแคโรทีนในชะพลู มีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาดวงตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น โรคตาฟาง โรคตาบอดกลางคืน ช่วยลดอาการพร่ามัว และช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น

4. บำรุงกระดูกและฟัน ด้วยแคลเซียมที่อยู่ในชะพลู เมื่อนำมารับประทานเป็นประจำ สามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน บำรุงกระดูกและฟันให้มีความแข็งแรง

5. ชะพลูแก้ท้องผูก เข้าห้องน้ำนาน ขับถ่ายลำบาก ส่วนหนึ่งของการใช้เวลานั่งในห้องน้ำนาน คือระบบลำไส้ทำงานไม่ปกติ การกินใบชะพลูในเมนูต่าง ๆ สามารถช่วยเพิ่มกากใยในการขับถ่ายให้ง่ายและคล่องตัวมากขึ้น

6. ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันหวัด ลักปิดลักเปิด ถึงจะมิใช่ผลไม้รสเปรี้ยว แต่ชะพลูก็มีวิตามินซีที่สามารถช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคหวัด และลดปัญหาเลือดออกตามไรฟัน

จากประโยชน์ของชะพลูที่กล่าวมานั้น ก็เรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีความหลากหลายในการดูแลสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนนำมารับประทานควรล้างให้สะอาด ไม่ควรรับประทานในปริมาณครั้งละมากเกินไป เนื่องจากใบชะพลูมีสารออกซาเลตค่อนข้างสูง อาจส่งผลให้เกิดนิ่วในไตได้ และไม่ควรกินติดต่อกันเป็นเวลานาน นอกจากนี้ หลังการกินชะพลูทุกครั้งควรดื่มน้ำตามมาก ๆ

รูปภาพจาก

https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chaaphluu_in_Thailand.jpg

ดูคลิป ประโยชน์ชะพลู https://www.youtube.com/watch?v=FzOvDKKncG0

ประโยชน์ลูกพรุน

ประโยชน์ลูกพรุน สรรพคุณระดับ 5 ดาว แก้ท้องผูก สารต้านอนุมูลอิสระเยอะมาก

ลูกพลัม ผลไม้ตระกูลเดียวกับ บ๊วย เชอรี่ ลูกท้อ เมื่อลูกพลัมแห้งแล้วจะกลายเป็นลูกพรุน ซึ่งไม่ว่าจะมีชื่อเรียกแบบใด ก็ใหประโยชน์แก่ร่างกายเช่นกัน บทความนี้ขอเสนอ 8 ประโยชน์จากลูกพรุนต่อสุขภาพ ดังนี้

1. ขับถ่ายคล่องไม่เสียเวลาเบ่ง

ไฟเบอร์ในลูกพรุนมีไฟเบอร์ทั้งชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ให้ไขมันต่ำ ลูกพรุน 1 ลูก มีไฟเบอร์ 1 กรัม เมื่อรับประทานเป็นประจำจะช่วยบรรเทาอาการท้องผูก เนื่องจากออกฤทธิ์เป็นยาระบายตามธรรมชาติ

2. ต้านอนุมูลอิสระห่างไกลโรคเรื้อรัง

โรคเรื้อรังที่มาพร้อมกับการอักเสบ และมีต้นเหตุจากอนุมูลอิสระ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับข้อ และโรคปอด โรคดังกล่าวควรเน้นรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยบรรเทาอาการ หรือป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ  สารโพลีฟีนอลในลูกพรุนสามารถช่วยลดการอักเสบ และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้หลายชนิด

3. บำรุงกระดูก

วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระในลูกพรุน ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก ช่วยเพิ่มฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกระดูก

4. บำรุงเลือด

หากสุขภาพของเลือดดี ก็จะส่งผลให้ระบบการทำงานของร่างกายดีตามไปด้วย ในลูกพรุนอุดมด้วยธาตุเหล็ก ที่ช่วยในการสร้างและบำรุงเลือด ลดอาการอ่อนเพลีย ป้องกันโรคโลหิตจาง เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือดให้ทำงานได้ดีมากขึ้น

5. บำรุงสมอง

เซลล์สมองมีการตายและผลิตใหม่อยู่เสมอ เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีประโชน์จะมีส่วนช่วยให้เซลล์สมองมีความแข็งแรง และยืดอายุเซลล์ได้นานขึ้น ในลูกพรุนมีสีม่วงแดง อุดมด้วยสารอาหารที่ช่วยในการดูแลและบำรุงสมอง

6. บำรุงสายตา

เพื่อเป็นการดูแลดวงตาของเราให้มีการมองเห็นที่ชัดเจน ไม่พร่ามัว เราจึงควรหมั่นรับประทานลูกพรุนอยู่เสมอ เพราะวิตามินในลูกพรุน มีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาเส้นประสาทบริเวณลูกตา ช่วยดูแลจอรับภาพส่งเสริมการทำงานของเซลล์ที่ลูกนัยน์ตา

7. ลดอาการตะคริว

สำหรับผู้ที่เคยเป็นตะคริว มักรู้ดีว่าเมื่อมีอาการจะเกิดความทรมานเป็นอย่างมาก จึงควรรับประทานผักหรือผลไม้ที่มีแคลเซียมสูง ในลูกพรุนมีแคลเซียมและแร่ธาตุที่ช่วยลดปัญหานี้ ผู้ที่ขาดแร่ธาตุนี้มักจะเป็นตะคริวได้ง่าย ควรหาลูกพรุนติดบ้านไว้ เพื่อยามฉุกเฉินจะได้บรรเทาอาการจากตะคริวได้

8. ปวดประจำเดือน

อีกหนึ่งความทรมานที่สาว ๆ มักพบเจอ นั่นคือ อาการปวดประจำเดือน แมกนีเซียมในลูกพรุนสามารถช่วยควบคุมฮอร์โมนในช่วงวันเบา ๆ และบรรเทาอาการปวดท้องให้ลดลงได้ เพียงรับประทานลูกพรุนในช่วงก่อนวันนั้นของเดือนประมาณ 1-2 วัน

รวม ๆ แล้วลูกพรุนค่อนข้างมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลากหลายด้าน แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า รับประทานทุกคนแล้วจะให้ผลดีต่อทุกคน ในผู้ที่ป่วยเป็นโรคไต ไม่ควรรับประทานลูกพรุน เนื่องจากในลูกพรุนมีปริมาณโพแทสเซียม อาจส่งผลให้ไตทำงานหนัก และขับโพแทสเซียมออกได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ หรือหัวใจหยุดเต้น นอกจากนี้ผู้มีอาการลำไส้ผิดปกติ ก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานลูกพรุน เพราะอาจทำให้ถ่ายเหลวและมีอาการท้องเสีย

ดูคลิป “ประโยชน์ลูกพรุน” https://www.youtube.com/watch?v=Iz8z1S7jH0w

ประโยชน์ควินัว

5 ประโยชน์ควินัว ธัญพืชคุณค่าสูง รักสุขภาพขาดไม่ได้

ควินัว ซุปเปอร์ฟูด เป็นธัญพืชเทียมไม่ขัดสี ทางเลือกใหม่สำหรับคนรักสุขภาพ มีเนื้อที่นิ่มแต่กรุบกรอบ ปราศจากกลูเตน มีลักษณะเม็ดเล็กและมีหลากหลายสี ให้รสชาติที่แตกต่างกันตั้งแต่รสขมไปจนถึงรสหวาน สามารถใช้ทำเป็นซุปข้นหรือโจ๊กหรือใส่ในสลัดก็ได้ ในบทความนี้จะขอเสนอรายละเอียดและประโยชน์ของควินัวให้คุณได้รู้จักมากขึ้น

1. โปรตีนสูง สำหรับผู้ที่ควบคุมอาหารแต่ต้องการโปรตีนที่ช่วยเสริมสร้าง ซ่อมแซมร่างกาย แต่มิได้ต้องการกินเนื้อสัตว์สามารถกินควินัวทดแทนได้ ควินัวมีกรดอะมิโนที่จำเป็นและให้โปรตีนสูง เหมาะแก่การกินทดแทนหรือสลับกับการกินเนื้อประเภทอื่นได้เป็นอย่างดี

2. ลดความเสี่ยงโรคร้าย สารต้านอนุมูลอิสระในควินัว ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายต่าง ๆ เช่น มะเร็ง หัวใจ กำจัดอนุมูลอิสระสาเหตุของการป่วยและการอักเสบต่าง ๆ ในร่างกาย

3. แพ้นม การบำรุงกระดูกและฟัน มิได้จำกัดแค่การดื่มนมเท่านั้น บางคนก็มีอาการแพ้นม คุณสามารถรับประทานควินัว เพื่อให้ได้รับแคลเซียมที่ใช้ในการบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงได้

4. ท้องผูก การขับถ่ายของเสีย ถือเป็นการลดพิษและของเสียที่คั่งค้างอยู่ให้ถูกกำจัดออกไป หากคุณท้องผูกเป็นเวลาหลายวัน จะทำให้เกิดการสะสมของพิษ และอาหารเก่าตกค้างในลำไส้ ส่งผลให้เลือดไม่สะอาด ลำไส้ทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร การดูดซึมสารอาหารจะไม่มีประสิทธิภาพ การรับประทานควินัวมีส่วนช่วยให้ระบบย่อยและการขับถ่ายเป็นไปตามปกติ ช่วยให้ลำไส้บีบรัดตัว และขับเคลื่อนของเสียได้ง่ายขึ้น

5. โรคประจำตัว ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด คอเลสเตอรอลสูง โรคเหล่านี้ควรเลือกรับประทานอาหารเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันมิให้อาการของโรคมีความรุนแรงมากขึ้น ควินัวมีสารอาหารที่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ เมื่อรับประทานเป็นประจำจะส่งผลดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด เป็นการลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้

วิธีรับประทานควินัวให้อร่อย

เพื่อให้ได้รสที่อร่อย ควรล้างควินัวก่อนนำมาปรุงอาหารทุกครั้ง เพื่อลดกลิ่นและสารซาโปนินส์ หรือสารที่ให้รสขม และเวลานำมากินอาจนำไปผสมใส่ในสลัด หรือหุงผสมกับข้าวกล้องหรือข้าวอื่น ๆ และไม่ควรใช้เวลาในการหุงนาน เนื่องจากควินัวค่อนข้างสุกเร็ว ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็เพียงพอแล้ว นอกจากนี้หากหุงควินัวสุกแล้วและรับประทานไม่หมดในวันนั้น  เมื่อควินัวเย็นตัวลงแล้วสามารถเก็บไว้ในตู้เย็น และนำออกมาอุ่นใหม่อีกครั้งได้หากต้องการรับประทานในครั้งต่อไป แต่ทั้งนี้ควรรับประทานให้หมดภายใน 3-5 วัน อัตราส่วนในการหุงเพื่อความอร่อย ควินัว 1 ส่วนและน้ำ 2 ส่วน ซึ่งก่อนหุงอย่าลืมนำไปแช่น้ำก่อนทุกครั้ง เพียงเท่านี้ก็จะได้ควินัวอร่อยๆ กรุบๆกรอบๆ พร้อมสารอาหารแบบจัดเต็มในการบำรุงร่างกายแล้วหล่ะค่ะ

ประโยชน์ควินัวฟังดูแล้วดีต่อสุขภาพมากมาย ใครอยากสุขภาพดี แข็งแรงและบรรเทาอาการของโรคประจำตัว ลองเปลี่ยนจากกินข้าวขาว มากินควินัวแทนดู กินต่อเนื่องเป็นประจำ คุณจะสามารถเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้อย่างแน่นอน

ดูคลิปประโยชน์ควินัว https://www.youtube.com/watch?v=o0SJEnL4Q-E

ประโยชน์ผักหวานป่า

ประโยชน์ผักหวานป่า ผักพื้นบ้านธรรมดาๆ สรรพคุณขึ้นหิ้ง

ผักพื้นบ้าน รสชาติดีและอร่อย มีให้กินในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน เมื่อก่อนอาจต้องหาเก็บตามป่า แต่ปัจจุบันสามารถปลูกได้เองหากมีเมล็ดพันธุ์ ซึ่งผักหวานป่ากับผักหวานบ้านนั้นมิใช่ผักชนิดเดียวกัน และมิใช่พืชในตระกูลเดียวกัน เพียงแต่มีชื่อเรียกที่คล้ายกัน สำหรับบทความนี้ขอเสนอเรื่องราวของผักหวานป่าในแง่มุมด้านประโยชน์ต่อสุขภาพ จะมีอะไรบ้าง ไปดูทั้ง 6 ข้อพร้อมกันเลย

1. ผักหวานป่าคุณค่าทางอาหารสูง ผักหวานป่าอุดมด้วยโปรตีน เส้นใย วิตามินและแร่ธาตุ อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมของเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินซี และสารฟีนอลิก ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ

2. บำรุงสายตา การใช้สายตาในที่มืดเป็นประจำมีส่วนทำให้สายตามีความล้าและอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น สารเบต้าแคโรทีนในผักหวานป่า สามารถช่วยดูแล ฟื้นฟูดวงตาและบำรุงสายตาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

3. ยาระบายอ่อนๆ หลายคนมีความเชื่อว่าท้องผูกต้องกินยาระบายเท่านั้น อันที่จริงแล้ว เพียงรับประทานผักหวานป่าในเมนูใดก็ได้เป็นประจำก็สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ด้วยไฟเบอร์ที่อยู่ในผักชนิดนี้ มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยในการขับถ่ายและบีบตัวของลำไส้ กระตุ้นให้ลำไส้ทำงานโดยมิต้องพึ่งพายาถ่าย

4. กระดูกและฟันแข็งแรง แหล่งของแคลเซียมนอกเหนือจากนมแล้ว ยังสามารถพบได้ในผักหวานป่า แคลเซียมและฟอสฟอรัสในผักหวานป่า สามารถดูแลกระดูกและฟันให้แข็งแรง ลดการเปราะหรือแตกหักของกระดูก ส่งเสริมการยืดและหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณกระดูกและฟัน

5. เหน็บชา อาการเหน็บชา ส่วนหนึ่งคือร่างกายขาดวิตามินบี บางคนก็อาศัยกินวิตามินเสริม แต่หากต้องการเลี่ยงการกินยา สามารถรับประทานผักหวานป่าที่อุดมด้วยวิตามินบีที่ช่วยลดและป้องกันอาการเหน็บชาได้

6. ลดความอ้วน หลักการลดน้ำหนักให้ได้ผล คือกินแล้วต้องรู้จักนำออกมาใช้เป็นพลังงาน หากกินแล้วไม่สามารถนำพลังงานออกมาใช้ ก็อาจส่งผลให้เกิดการสะสมของไขมันส่วนเกินตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ผักหวานป่า 1 ขีดให้พลังงานต่ำเพียง 39 กิโลแคลอรี่ อุดมด้วยคุณค่าทางสารอาหาร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักพร้อมกับต้องการประโยชน์ทางโภชนาการไปพร้อม ๆ กัน

และทั้ง 6 ข้อนี้คือประโยชน์ของผักหวานป่าที่มีต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามควรล้างผักให้สะอาดและนำมาปรุงให้สุก เพราะหากรับประทานแบบสดในปริมาณมาก อาจก่อให้เกิดอาการเมาละอาเจียนได้ นอกจากนี้ต้นผักหวานป่ายังมีลักษณะที่คล้ายกับต้นขี้หนอนและต้นเสน หากหยิบผิดนำมารับประทานอาจก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน มึนงง หมดสติ และรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ก่อนเด็ดมาทำอาหารควรสังเกตและดูให้แน่ใจว่าที่หยิบมานั้นเป็นผักหวานป่าจริง ๆ

ดูคลิปประโยชน์ผักหวานป่า https://www.youtube.com/watch?v=iMjf-48lL1E

รูปภาพผักหวานป่าจาก https://th.wikipedia.org/wiki/

ประโยชน์ลำไย

ประโยชน์ลำไย สรรพคุณดีตั้งแต่เมล็ด ใบ ผล ใช้ได้หมดเลย

ลำไยผลไม้รสหวานของโปรดของใครหลายคน สามารถนำมารับประทานเพื่อความอร่อย อีกทั้งยังถูกนำมาใช้ในการทำยาแพทย์แผนจีนและแผนไทย อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและประโยชน์ในด้านต่าง ๆ มากมาย ซึ่งจะให้ผลในด้านใดบ้าง ติดตามได้ในบทความนี้

1. ระบบสมอง ดอกลำไย ช่วยป้องกันโรคพาร์กินสันด้วยการปกป้องเซลล์โดปามีนในสมองจากความเสียหาย อีกทั้งยังเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบในเซลล์สมอง

2. ลดภูมิแพ้ การเป็นโรคภูมิแพ้ ถือเป็นการรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน สำหรับผู้ที่ต้องเจอมลพิษ หรือเหตุกระตุ้นให้ตนเองมีอาการ การรับประทานลำไยมีส่วนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เสริมสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวให้แข็งแรง ลดอาการภูมิแพ้ เพิ่มภูมิต้านทานให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรคและอาการป่วยต่าง ๆ

3. ประโยชน์เมล็ดลำไยลดการอักเสบ สารต้านอนุมูลอิสระในลำไยมีส่วนช่วยในการลดอาการอักเสบให้แก่เซลล์ นอกจากนี้ในเมล็ดลำไยมีสารโพลีฟีนอลที่สามารถช่วยป้องกันการเสื่อมสลาย และยืดอายุกระดูกอ่อนให้ยาวนานขึ้นได้ โดยการนำเมล็ดลำไยมาทำสารสกัดและใช้ในการบรรเทาอาการข้ออักเสบ

4. ประโยชน์น้ำลำไยลดความเครียด วิตามินบี 12 ในลำไย มีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง ลดความเครียดและบรรเทาอาการล้า อ่อนเพลีย วิธีการบรรเทาความเครียดง่ายๆ คือการต้มน้ำลำไยดื่มช่วงเวลาก่อนนอน การดื่มน้ำลำไยอุ่นๆจะช่วยให้ผ่อนคลายและหลับสบายมากขึ้น

5. บำรุงผิว เมื่อเซลล์เกิดความเสื่อม ริ้วรอย ความกระชับ และความหมองคล้ำก็เริ่มมาเยือน วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระในลำไย สามารถช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ บำรุงผิวให้เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลและสดใสมากขึ้น

6. เจริญอาหาร ความเครียดและกำลังใจที่ลดลง ปัญหาที่ต้องพบเจอ อาจส่งผลให้เกิดอาการเบื่ออาหาร รับประทานได้น้อย หรือมีความอยากอาหารน้อยลง วิตามินบีที่หลากหลายชนิดในลำไย มีส่วนช่วยกระตุ้นให้มีความอยากอาหารมากขึ้น เมื่อกินแล้วช่วยให้เจริญอาหารและกินอาหารได้หลากหลายมากขึ้น

7. ประโยชน์ใบลำไยแก้ริดสีดวง ท้องผูก ปวดเบ่งเวลาถ่าย นั่งนาน มีปัญหาระบบขับถ่าย สามารถนำใบลำไยมาชงกับน้ำร้อนแล้วดื่มจะช่วยบรรเทาอาการริดสีดวงให้ดีขึ้นได้

ลำไย อีกหนึ่งผลไม้ที่กินแล้วดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตามควรรับประทานแต่พอดี เพราะหากกินมากเกินไป อาการร้อนในอาจถามหา และปริมาณน้ำตาลในเลือดอาจเพิ่มสูงขึ้นได้ นอกจากนี้ถ้าบริโภคมากอาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น เจ็บคอ ตาแฉะ ดังนั้นเวลากินควรกินพร้อมกับผลไม้ชนิดอื่นด้วย เช่น มังคุด และหลังจากกินเสร็จแล้วควรดื่มน้ำผสมเกลือ หรือดื่มน้ำเปล่าตามมาก ๆ

ดูวิดีโอประโยชน์ลำไย https://www.youtube.com/watch?v=ywAgLbK3fTA

ประโยชน์กระบองเพชร

กระบองเพชรกินได้มั๊ย กินแล้วจะมีประโยชน์ หรือสรรพคุณดี ต่อเราอย่างไร

กระบองเพชรพืชแห่งทะเลทรายที่เต็มไปด้วยหนาม มีถิ่นกำเนิดจากประเทศเม็กซิโก นอกจากจะปลูกไว้เพื่อความสวยงาม สำหรับบางสายพันธุ์ยังสามารถนำมารับประทานได้อีกด้วย ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง ในบทความนี้นำมาฝาก 7 ข้อดังนี้

1. กระบองเพชรลดน้ำหนัก กระบองเพชรเป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่มีไฟเบอร์สูงมาก แคลอรี่ต่ำ อุดมด้วยกรดอะมิโน วิตามิน แร่ธาตุ สามารถช่วยควบคุมการอยากอาหารและดักจับไขมัน ลดการดูดซึมไขมันในร่างกาย ลดคอเลสเตอรอลและระดับไตรกลีเซอไรด์

2. ต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอและวิตามินซีในกระบองเพชร ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคไขมันในเส้นเลือด นอกจากนี้สารฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ในกระบองเพชร ยังช่วยชะลอการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ปกป้องเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระ

3. โรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มมากขึ้น อาจนำไปสู่การเจ็บป่วยในหลายโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ การรับประทานกระบองเพชร มีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยบรรเทาอาการของเบาหวานให้ดีขึ้น

4. ระบบช่องท้อง การรับประทานกระบองเพชรช่วยดูแลระบบการย่อย กำจัดของเสีย ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ดูแลระบบทางเดินอาหาร ลดปัญหาท้องผูกและโรคริดสีดวง

5. ปกป้องสมอง สารเควอซิทินและฟลาโวนอยด์ในกระบองเพชร ช่วยปกป้องสมองและเซลล์ประสาทจากอนุมูลอิสระ ช่วยให้ห่างไกลโรคอัลไซเมอร์ ต้านอนุมูลอิสระมิให้มารบกวนการทำงานของเซลล์สมอง

6. ลดการอักเสบ ด้วยประสิทธิภาพของฟลาโวนอยด์ วิตามิน และแร่ธาตุที่อยู่ในกระบองเพชร มีคุณสมบัติในการต่อต้าน ลดการอักเสบ ลดการบวมน้ำ ช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับระบบหัวใจ หลอดเลือดและระบบทางเดินอาหาร อีกทั้งยังช่วยต้านการอักเสบจากโรคไขข้อ บรรเทาอาการปวดข้อ และลดความรุนแรงของโรคให้ลดลง

7. กระบองเพชรแก้อาการเมาค้าง หากคืนนี้คุณมั่นใจว่าหลังจบปาร์ตี้มีเมาแน่ ๆ แนะนำให้ดื่มน้ำกระบองเพชรก่อนการดื่มแอลกอฮอล์ จะช่วยลดอาการเมาค้างได้มากถึง 50% อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการที่อาจเกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้และอาเจียน

กระบองเพชร ต้นไม้ที่ปลูกและเลี้ยงง่าย ไม่ต้องรดน้ำบ่อย อีกทั้งยังสามารถนำมารับประทานโดยการนำมาอบ ผัด นึ่ง หรือปั่นคั้นดื่มเป็นน้ำเพื่อสุขภาพก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าสะดวกวิธีไหน สำหรับใครที่อยากรู้ อยากลองว่ารสชาติจะเป็นอย่างไร ก็ลองหามาปลูกและทำรับประทาน ซึ่งเมนูไหนจากกระบองเพชรที่คิดว่าเด็ด สามารถแนะนำเพื่อนๆท่านอื่นได้ที่คอมเม้นต์ด้านล่าง

ดูคลิปประโยชน์กระบองเพชร https://www.youtube.com/watch?v=XsEZ1RA18ms

ประโยชน์ตำลึง

7 ประโยชน์ตำลึง โตเร็ว มีให้กินได้ไม่จำกัด

ตำลึงผักริมรั้ว ไม่อยากปลูกก็ยังเลื้อยมาให้กิน หากินได้ง่าย แถมยังมีให้กินได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องรอตามฤดูกาล นำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งนี้ก็เป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่นิยมรับประทาน เพื่อบำรุงร่างกาย ซึ่งจำให้คุณค่าทางสารอาหาร และประโยชน์ในด้านใดบ้าง ติดตามรับชมกันได้เลย

1. ตำลึงบำรุงสายตา
การใช้งานดวงตาเป็นเวลานานติดต่อกันโดยไม่พักสายตาเลย อาจก่อให้เกิดการล้าหรือตาพร่ามัวได้ การรับประทานพืชอย่างเช่น ตำลึง สามารถช่วยบำรุงและปรับปรุงสุขภาพดวงตาได้ ซึ่งคุณจะได้รับเบต้าแคโรทีน และวิตามินเอ จากผักชนิดนี้ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ พร้อมทั้งดูแลปกป้องดวงตาให้ห่างไกลจากอาการตาล้า ลดความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อม ส่งผลให้ดวงตาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. ตำลึง โรคเบาหวาน
โรคเบาหวาน เมื่อเป็นแล้วหากไม่ดูแลรักษาให้ดี อาจส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นตามมาได้ การนำตำลึงมาคั้นน้ำ และนำน้ำมาดื่มจะช่วยทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงได้ โดยการดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น

3. ตำลึง โรคมะเร็ง
สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในตำลึง สามารถยับยั้งการทำงานของเซลล์มะเร็ง กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์และดักจับสารพิษในระบบทางเดินอาหาร เมื่อรับประทานเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้

4. ตำลึงแก้พิษได้
หากโดนใบไม้บางชนิดแล้วมีอาการคันที่ผิวหนัง หรือโดนหนอนใบไม้ สามารถใช้ใบตำลึงสด 5 ใบ ขยี้ให้ละเอียด แล้วนำมาทาบริเวณที่มีอาการคัน จะช่วยให้อาการเหล่านั้นดีขึ้น

5. ตำลึงแก้ท้องผูก
การทำงานของลำไส้ที่ดี ควรมีการขับถ่ายของเสียได้ตามปกติ หากลำไส้ไม่สามารถขับของเสียและถูกหมักหมมไว้ในลำไส้ อาจส่งผลให้เกิดการท้องผูกและเป็นริดสีดวงได้ ในตำลึงมีเอนไซม์อะไมเลสที่ช่วยย่อยอาหารประเภทแป้ง อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูง ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้ขับถ่ายได้ตามปกติ

6. ตำลึงบำรุงกระดูก
ใบตำลึงมีแคลเซียมสูง และร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว หากคุณต้องการแคลเซียมเพื่อใช้ในการดูแลกระดูก แต่แพ้แลคโตสนมวัว คุณสามารถหันมารับประทานตำลึงแทนได้

7. ตำลึงพอกหน้า
การทำครีมพอกหน้าโดยไม่ต้องใช้สารเคมีนั้น ทำได้ง่ายมาก เพียงแค่ใช้ยอดตำลึงและน้ำผึ้งแท้ อย่างละ ½ ถ้วย นำมาปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าให้ทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด ก็จะสามารถฟื้นฟูผิวให้กระชับ คืนความสดชื่นพร้อมผิวที่นุ่มเรียบเนียนได้ทันทีหลังการใช้

ตำลึง พืชที่ปลูกง่าย ชอบแสงแดด และไม่ต้องการการดูแลมาก แถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย ปลูก ๆ ทิ้งไว้แป๊บ ๆ ก็เลื้อยแตกใบให้เราได้นำมาทำอาหารกินได้หลากหลายเมนู หากชอบกินผัก และไม่ค่อยมีเวลาดูแล ปลูกตำลึงไว้ รับรองตอบสนองความต้องการในข้อนี้ได้อย่างแน่นอน

ดูคลิป ประโยชน์ตำลึง https://www.youtube.com/watch?v=tBHjOsWJ-uk

ประโยชน์ข้าวโพด

ประโยชน์ข้าวโพด รับประทานทุกวัน ต้านได้หลายโรค เซเว่นก็มีขาย

ข้าวโพด ผลไม้ที่หลายคนชอบรับประทาน เพราะรสชาติที่หวาน มีกลิ่นหอม ทำให้รับประทานได้ง่าย มีหลายสีหลายสายพันธุ์ ซึ่งน้อยคนนักที่จะรู้ว่าประโยชน์ของข้าวโพดมีดีอย่างไรต่อสุขภาพ คุณสามารถหาคำตอบได้ในบทความนี้

1. ข้าวโพดกินแล้วดวงตาสดใส
แคโรทีนอยด์ ลูทีน ซีแซนทีน สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในข้าวโพด สารเหล่านี้ช่วยป้องกันเซลล์ของดวงตาให้เสื่อมช้าลง

2. ข้าวโพดป้องกันโรคโลหิตจาง
โรคโลหิตจาง คือโรคที่ขาดวิตามินและแร่ธาตุ ข้าวโพดมีแร่ธาตุเหล็กและโฟเลตสูง ช่วยบำรุงเลือดได้ค่ะ

3. ข้าวโพดต้มป้องกันโรคมะเร็ง
มีการวิจัยพบว่า ข้าวโพดหวานเมื่อเรานำไปต้มจนสุก จะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าข้าวโพดดิบ สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ ก่อนรับประทานข้าวโพดควรนำไปทำให้สุกด้วยการ ต้ม นึ่ง ปิ้งย่าง เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการรับประทานข้าวโพด

4. ข้าวโพดมีประโยชน์ป้องกันท้องผูก
สาเหตุที่คุณท้องผูก นั่นอาจเป็นเพราะคุณรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อยเกินไป การรับประทานข้าวโพดจะช่วยให้คุณขับถ่ายง่ายขึ้น เพราะมันมีปริมาณไฟเบอร์สูงและยังทำให้ระบบย่อยอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5. ลดน้ำหนักด้วยข้าวโพด
สาเหตุหนึ่งของโรคอ้วน คือการรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์และกินจุกจิก คุณสามารถรับประทานข้าวโพดเป็นของว่างทดแทนเวลาที่หิวได้ ข้าวโพดจะช่วยให้คุณอิ่มเร็วและอิ่มนานขึ้น ช่วยแก้ปัญหาการกินไม่เป็นเวลาได้เป็นอย่างดี

6. ข้าวโพดอาหารสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน
คนที่เป็นโรคเบาหวาน ต้องระวังเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ การรับประทานข้าวโพดจะไม่ไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดให้สูงมากเกินไป นอกจากนี้กินข้าวโพดแบบพอดี แค่พอหายอยากหวานๆ ก็ช่วยให้อยู่กับโรคเบาหวานได้อย่างมีความสุข

7. ข้าวโพดป้องกันสมองเสื่อม
การรับประทานข้าวโพดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณได้รับสารต้านอนุมูลอิสระไทมีน ซี่งมีส่วนช่วยให้สมองของคุณมีความจำที่ดีขึ้น

ข้าวโพดเป็นอาหารที่หารับประทานได้ง่าย แปรรูปเป็นอาหารได้หลายรูปแบบ หากต้องการบำรุงสุขภาพด้วยการกินผลไม้ก็อย่าลืมนึกถึงข้าวโพดด้วยนะ

ดูคลิปประโยชน์ข้าวโพด https://www.youtube.com/watch?v=IHIAaqJ_8dw

ประโยชน์มะละกอ

มะละกอ ชื่อนี้มีแต่ประโยชน์ สรรพคุณสารอาหารจากผลยาวรี

มะละกอผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซี แช่เย็นยิ่งกินแล้วสดชื่น แถมยังดีต่อสุขภาพ มะละกอจะดูแลคุณในด้านใดบ้าง รู้ไว้ดอมคอมขอแนะนำ ประโยชน์ของมะละกอ ดังนี้

1. มะละกอช่วยป้องกันโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
หน้าที่ของหลอดเลือดแดง คือ นำเลือดออกจากหัวใจ ซึ่งเป็นเลือดที่มีปริมาณออกซิเจนในเลือดสูง ใช้ในการนำไปเลี้ยงอวัยวะทั่วร่างกาย การรับประทานมะละกอมีส่วนช่วยป้องกันคอเลสเตอรอลไม่ให้สร้างขึ้นในหลอดเลือดแดง เนื่องจากอุดมด้วยไฟเบอร์ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง

2. ผลไม้ลดน้ำหนักด้วยมะละกอ
ส่วนหนึ่งในการลดน้ำหนักให้ได้ผล คือการควบคุมปริมาณแคลอรี่ เส้นใยในมะละกอ ช่วยให้อิ่มไว ลดการกินพร่ำเพรื่อจุกจิกได้ดี ให้แคลอรี่ต่ำ เมื่อต้องการควบคุมน้ำหนัก คุณสามารถใช้มะละกอเป็นตัวเสริมในการควบคุมน้ำหนักได้

3. กินมะละกอลดการติดเชื้อ
ระบบภูมิคุ้มกันมีหน้าที่เป็นเกราะป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ที่ทำให้ป่วย วิตามินซีในมะละกอ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดการติดเชื้อ เสริมภูมิต้านทานให้แข็งแรง

4. มะละกอผลไม้สำหรับโรคเบาหวาน
เบาหวานชนิดที่2 โรคเบาหวาน ชื่อก็บอกอยู่แล้วให้กินหวานเบาๆ ผู้ที่เป็นโรคนี้หากต้องการรับประทานมะละกอ อันที่จริงถึงจะหวานแต่ก็สามารถรับประทานได้ ทั้งนี้ต้องจำกัดปริมาณโดยกินได้ไม่เกินมื้อละ 5-6 ชิ้น เมื่อกินในปริมาณที่เหมาะสมสามารถส่งผลดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด และยังช่วยลดกระบวนการอักเสบในร่างกายได้อีกด้วย ทั้งนี้สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ควรรับประทานมะละกอหมักดอง ควรรับประทานแบบสด

5. มะละกอลดความเสื่อมดวงตา
วิตามินที่ช่วยในการมองเห็นและปกป้องสายตาจากความเสื่อม คือวิตามินเอ สารเบต้าแคโรทีนในมะละกอ ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ หากขาดวิตามินเอ อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อปัญหาสายตาต่าง ๆ เช่น จอประสาทตาเสื่อม ตาบอดตอนกลางคืน กระจกตาเสื่อม

6. มะละกอช่วยย่อยอาหาร
การรับประทานที่เร่งรีบแข่งกับเวลาที่มีจำกัด อาจส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้มีอาการท้องอืด อาหารย่อยช้าและยาก นอกจากนี้เมนูของอาหารประเภทอาหารขยะหรือการใช้น้ำมันในการทำอาหารมากเกินไป ล้วนส่งผลต่อการย่อยทั้งสิ้น เอนไซม์ปาเปนและใยอาหารในมะละกอ สามารถช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพระบบทางเดินอาหารและการย่อยให้ดีขึ้นได้

7. มะละกอลดริ้วรอย
ใคร ๆ ก็อยากหน้าเด็ก แต่จะทำอย่างไรให้ผิวดี ดูเด็กเด้งจากการกิน สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินอี วิตามินซี เบต้าแคโรทีนในมะละกอตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ดี เมื่อกินเป็นประจำสารอาหารเหล่านี้ จะช่วยลดริ้วรอย ยืดอายุเซลล์ ลดความกร้านและแห้งของผิว ปกป้องผิวให้มีความชุ่มชื่น อีกทั้งยังช่วยให้แลดูอ่อนเยาว์ ลดสัญญาณแห่งวัยได้อย่างน่ามหัศจรรย์

8. มะละกอผลไม้แก้ท้องผูก
ระบบขับถ่ายไม่ปกติ ถ่ายยาก เบ่งเป็นเวลานาน ต้องเจอหมัดเด็ดจากเมนูส้มตำมะละกอที่หลายคนโปรดปราน หรืออาจเป็นเมนูแกงส้มมะละกอก็อร่อยไปอีกแบบ ในมะละกอดิบ ออกฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ มีไฟเบอร์สูง สามารถช่วยให้ย่อยง่าย ถ่ายคล่อง

ในช่วงท้าย ก็มีเคล็ดลับการเลือกมะละกอมาฝาก ควรเลือกมะละกอที่แก่จัดแต่ไม่สุกจัด เลือกเปลือกสีเหลืองอมเขียว ผิวเรียบ และอย่าลืมดูขั้วต้องสดไม่แห้ง ที่สำคัญเลือกลูกที่น้ำหนักมากไว้ก่อน เพราะเนื้อด้านในจะแน่นและเยอะ อุดมด้วยสารอาหาร รู้จักประโยชน์และวิธีเลือกมะละกอกันไปแล้ว เตรียมตัวออกไปซื้อมะละกอกันเถอะค่ะ

ดูคลิป ประโยชน์มะละกอ https://www.youtube.com/watch?v=bLOGmr4qc7I

ประโยชน์ผักต้มสุก

ผักอะไรที่ควรทำให้สุกก่อนกิน ถ้ากินดิบจะเป็นอย่างไร

การรับประทานผักก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีในการเพิ่มวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นให้แก่ร่างกาย แต่ถ้าจะให้ดี เราควรรู้ด้วยว่า วิธีการกินผักแบบไหนที่จะช่วยให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ในบทความความนี้จึงอยากขอเสนอ ผักที่ควรทำให้สุกก่อนกิน ไม่ควรกินดิบ เพราะอาจก่อให้เกิดโทษได้ รู้ไว้ดอทคอมนำข้อมูลดี ๆ มาฝาก 8 ข้อดังนี้

1. ถั่วงอก ขาดไม่ได้เลยกับเมนูก๋วยเตี๋ยวน้ำใสที่ต้องใส่ถั่วงอกเป็นผักเคียง อันที่จริงแล้ว ถั่วงอก อุดมด้วยไฟเบอร์ ช่วยในเรื่องของการย่อยและขับถ่ายได้ค่อนข้างดี อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซีที่ช่วยในการป้องกันมะเร็ง แต่ปัจจุบันกรรมวิธีการปลูกจากบางแหล่งผลิตนั้นก็ไม่สะอาดและมักแช่สารฟอกขาว เพื่อให้ถั่วงอกนั้น ดูขาวสะอาดน่าซื้อ หากเรารับประทานถั่วงอกดิบๆพร้อมกับสารฟอกขาวที่อยู่ในนั้น อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ คลื่นไส้ หายใจไม่สะดวก ความดันโลหิตต่ำและปวดท้อง ดังนั้นหากไม่อยากเจออาการเหล่านี้ ควรนำถั่วงอกมาผ่านการปรุงให้สุกด้วยความร้อนก่อนรับประทานทุกครั้ง

2. ถั่วฝักยาว ยังอยู่กันที่เรื่องถั่วๆ กับถั่วฝักยาวที่อุดมด้วยวิตามินเอ วิตามินซี โฟเลต แมกนีเซียมและธาตุเหล็ก ถึงจะมีคุณค่าทางสารอาหารที่ดี แต่ในการเพาะปลูกก็มักใช้ยาฆ่าแมลงในการปลูก เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ยาวสวยงามไม่มีรอยแมลงกัดกินหรือทำลาย ซึ่งในความสวยน่าซื้อนั้น ก็ทำให้ผู้ซื้อมีความเสี่ยงที่จะได้รับสารพิษจากสารเคมีที่ใช้ในการฆ่าแมลง ทำให้เป็นการสะสมเคมีในระยะยาว อาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งต่าง ๆ ได้

3. บร็อคโคลี่ ผักชนิดหัวสีเขียวเข้ม ที่ช่วยในการบำรุงดวงตา ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด การที่จะได้รับสารอาหารจากผักชนิดนี้ให้มากขึ้น คือการนำมาทำให้สุกด้วยกรรมวิธีใดก็ได้ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไทรอยด์ และไม่ทำให้ท้องอืดหลังรับประทาน

4. หน่อไม้ ในหน่อไม้เป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่ช่วยในการกระตุ้นระบบลำไส้และขับถ่าย เพราะอุดมด้วยเส้นใยและวิตามิน แต่หากคุณรับประทานโดยไม่ทำให้สุกหรือไม่ต้มก่อน อาจได้รับสารไซยาไนด์ที่ส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน มึนงง และมีความอันตรายถึงขั้นหมดสติและทำให้หัวใจหยุดเต้นได้

5. มะเขือเทศ ลูกสีแดงไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่ให้วิตามินที่สูงมาก โดยเฉพาะสารไลโคปินที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ การนำมะเขือเทศมาผ่านความร้อนจะทำให้ได้สารไลโคปินในปริมาณที่สูงมากกว่าการกินแบบสดหรือไม่ผ่านความร้อน นอกจากนี้สารชนิดนี้ยังละลายได้ดีในน้ำมัน หากนำมาผ่านความร้อนด้วยการผัดในน้ำมัน ก็จะช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมสารต้านอนุมูลอิสระชนิดนี้ได้ดีมากยิ่งขึ้น

6. เห็ด เห็ดสามารถนำมาใช้ทำอาหารทดแทนเนื้อสัตว์ได้ เพราะให้คุณค่าทางโปรตีนคล้ายกับเนื้อ แต่ย่อยได้ง่ายกว่า ช่วยเสริมภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย ลดระดับน้ำตาลและลดความเสี่ยงจากโรคร้ายเช่นมะเร็ง การนำเห็ดมากินควรนำมาทำให้สุก ไม่ควรกินแบบดิบ เพราะอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ ลดประสิทธิภาพการดูดซึมของระบบย่อยอาหาร

ที่ผ่านมาหลายคนที่เคยกินผักทั้ง 6 ข้อที่ยกตัวอย่างข้างต้นแบบดิบหรือไม่ผ่านความร้อน ต่อไปไม่ควรกินแบบสดอีกแล้วนะคะ เพราะผักบางชนิดที่เราต้องการกินเพื่อสุขภาพ แต่พอกรรมวิธีผิด เราก็อาจได้รับโทษมากกว่าประโยชน์ที่เราต้องการจากมัน ผัก 6 ข้อที่กล่าวไว้ปรุงให้สุกแล้วค่อยกิน ยังไงก็ได้รับสารอาหารและสบายใจแน่นอน

ดูคลิป ผักที่ต้องกินสุก https://www.youtube.com/watch?v=KnrHxoNB5tI