คลังเก็บป้ายกำกับ: ท้องผูก

ประโยชน์ของตะลิงปลิง

7 ประโยชน์ของตะลิงปลิง ผลไม้ตระกูลเดียวกับมะเฟือง

ตะลิงปลิง ไม้ผลที่อยู่ในตระกูลเดียวกับมะเฟือง ให้รสเปรี้ยวจี๊ดและมีสรรพคุณทางยาที่ดี และนี่คือ 7 ประโยชน์ของตะลิงปลิงที่มีต่อสุขภาพอย่างนี้

1. เบื่ออาหารหรือต้องการเพิ่มน้ำหนัก

เมื่อรับประทานอาหารได้น้อย เบื่ออาหาร หรือน้ำหนักน้อย และต้องการเพิ่มน้ำหนัก สามารถรับประทานตะลิงปลิง เพื่อช่วยกระตุ้นให้ร่างกาย มีความอยาก หรือช่วยให้เจริญอาหารมากขึ้น

2. แก้ร้อนใน

ด้วยปริมาณน้ำที่มีอยู่มากในตะลิงปลิง สามารถช่วยบรรเทาอาการร้อนในได้เป็นอย่างดี ลดอาการกระหายน้ำ ช่วยให้ลำคอมีความชุ่มชื้นมากขึ้น

3. แก้ไอขับเสมหะ

เมื่อมีอาการหวัดและไอ มักมีเสมหะในลําคอร่วมด้วย การรับประทานตะลิงปลิง สามารถช่วยละลายเสมหะที่เหนียวข้นให้อ่อนตัวลง ลดอาการไอ และแก้คันคอได้เป็นอย่างดี

4. ยาระบายท้องผูก หรือขับถ่ายไม่ปกติ

เมื่อรับประทานตะลิงปลิงจะมีฤทธิ์เป็นยาระบายออก ช่วยให้การขับของเสียเป็นไปอย่างง่ายดาย

5. ถ่ายท้อง ท้องเสีย

เมื่อกินอาหารผิดสําแดง และทำให้มีอาการท้องเสีย สามารถนำใบตะลิงปลิง 1-2 กำมือมาต้มกับน้ำเปล่า และนำน้ำมาดื่ม จะช่วยบรรเทาอาการท้องเสียให้ดีขึ้นได้

6. ผดผื่นคันตามร่างกาย

ใช้ใบ หรือเปลือกของลำต้นตะลิงปลิง มาต้มกับน้ำเปล่า แล้วนำน้ำมาใช้อาบราดบริเวณผิวหนังที่มีอาการผดผื่นคัน จะช่วยบรรเทาอาการคันให้ลดลง

7. ต้านอนุมูลอิสระ

วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระในตะลิงปลิง สามารถช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านเชื้อจุลินทรีย์ ขับและกำจัดสารพิษออกจากเซลล์ เสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายได้

ประโยชน์ของตะลิงปลิงเบื้องต้นหากนำมาใช้อย่างเหมาะสม ก็ถือเป็นการบำรุงรักษาสุขภาพด้วยอาหารจากธรรมชาติ แต่หากใช้ผิดวิธี อาจทำให้เกิดภาวะไตวายได้ ทั้งนี้ไม่ควรนำตะลิงปลิงมาคั้นเป็นน้ำดื่ม เนื่องจากผลตะลิงปลิงมีกรดออกซาลิกในปริมาณที่สูง อาจทำให้เกิดภาวะไตวาย อีกทั้งไม่ควรรับประทานตะลิงปลิงในขณะท้องว่าง หรือขณะที่ร่างกายมีภาวะขาดน้ำ และข้อสำคัญผู้ที่มีการทำงานของไตผิดปกติ ควรงดการรับประทานตะลิงปลิง

ประโยชน์สายบัว

5 ประโยชน์สายบัว สรรพคุณอาหาร ทำได้หลากเมนู

สายบัว ถึงชื่อนี้อาจไม่ค่อยคุ้นเคยแต่ถ้าพูดถึงเมนูแกงสายบัว กุ้งผัดสายบัว ต้มกะทิสายบัว อาจร้องอ๋อออกมาโดยไม่รู้ตัวสายบัว คือส่วนของก้านของดอกบัวสาย ที่นิยมนำมารับประทานเป็นอาหาร นอกจากจะเข้ากันกับวัตถุดิบอื่นที่นำมาใช้ปรุงเป็นอาหารแล้ว ยังให้ประโยชน์ต่อสุขภาพดังนี้

 1. ขับถ่ายคล่อง

สายบัวเป็นพืชที่อุดมด้วยไฟเบอร์ เมื่อรับประทานเข้าไปจะช่วยเพิ่มกากใยในลำไส้และทำให้หมดปัญหาในเรื่องของการขับถ่าย เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการท้องผูกและไม่ชอบรับประทานผักใบเขียว หากได้ลองกินเส้นใยจากสายบัวอาจติดใจ จนยกให้เป็นพืชที่ชอบประจำตัวไปเลยก็เป็นได้

2. เสริมความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน

หลายคนมีปัญหาในการดื่มนม เพราะไม่ถูกกับนมสักเท่าไหร่ การรับประทานสายบัวที่อุดมด้วยธาตุฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ทำหน้าที่ร่วมกับแคลเซียม มีส่วนช่วยเสริมความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 3. เมนูสุขภาพเพื่อหุ่นสวย

ในสายบัวมีส่วนประกอบเป็นน้ำมากถึง 90 เปอร์เซ็นต์และให้พลังงานเพียงแค่ 6 แคลอรี่ โดยหากนำมาทำเป็นเมนูอาหารก็อาจมีปริมาณแคลอรี่เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย เมนูสุขภาพที่แนะนำ เช่น นำมาลวกจิ้มรับประทานกับน้ำพริก หรือนำมาทำเป็นแกงจืดสายบัวก็อร่อย และไม่เพิ่มน้ำหนักอย่างแน่นอนค่ะ

 4. บำรุงดวงตา

บรรเทาวุ้นในตาเสื่อม เมื่อเรามองเห็นภาพเป็นหยากไหย่สีดำลอยไปลอยมาในอากาศ อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสื่อมของสุขภาพของนัยน์ตา การทำงานโดยใช้สายตามากเกินไป ใช้คอมพิวเตอร์และจับจ้องอยู่ที่จอมือถือตลอดเวลาอาจส่งผลกระทบให้ดวงตาเกิดอาการอ่อนล้า พร่ามัวและมีความเสื่อมลงได้ การรับประทานสายบัวที่อุดมด้วยวิตามินเอ มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา บรรเทาอาการวุ้นในตาเสื่อมได้

 5. ร้อนใน กระหายน้ำ

สายบัวหนึ่งในพืชที่ฉ่ำน้ำ สามารถนำมาใช้ทำเมนูดับกระหายแก้อาการร้อนในได้ อาจนำมาทำเป็นอาหารหรือใส่ผสมในเครื่องดื่ม ก็จะช่วยคลายร้อนกระตุ้นความสดชื่นได้เป็นอย่างดี

ประโยชน์มะขามเทศ

6 ประโยชน์มะขามเทศ สรรพคุณผลไม้ชมพูแดง

มะขามเทศผลไม้ที่มีความทนทานต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม ไม่ต้องการการดูแลมากและปลูกได้เกือบทุกฤดูกาล อีกทั้งยังสามารถนำมาใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคได้อีกด้วย ติดตามข้อมูลประโยชน์ของมะขามเทศได้ในบทความนี้

1. เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์

สารต้านอนุมูลอิสระในมะขามเทศมีส่วนช่วยในการบำรุงตับและป้องกันความเสียหายที่เกิดกับตับ ผู้ที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ควรหมั่นดูแลตับ เพราะเมื่อตับอ่อนแอ อาจส่งผลให้ป่วยเป็นโรคไวรัสตับ ไขมันพอกตับ หรือโรคตับอักเสบได้

 2. เหมาะสำหรับวัยทอง

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น สภาพร่างกายและฮอร์โมนก็จะถูกปรับเปลี่ยนตามไปด้วย ผู้ที่เข้าสู่วัยทองมักพบปัญหาเกี่ยวกับกระดูก ปวดเมื่อยตามกระดูก กระดูกเปราะบางและขาดความยืดหยุ่น การรับประทานมะขามเทศมีแคลเซียมที่สามารถช่วยดูแลกระดูกบำรุงกระดูกมิให้เปราะหักง่าย

3. ป้องกันโรคริดสีดวง

การเพิ่มกากใยอาหารให้แก่ลำไส้ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ควรทำ เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระการทำงานของลำไส้แล้ว ยังดีต่อการกำจัดของเสียที่ตกค้าง มะขามเทศเต็มเปี่ยมไปด้วยเส้นใยที่สามารถละลายน้ำได้และละลายน้ำไม่ได้ มีคุณสมบัติช่วยในการเพิ่มกากใยอาหาร และช่วยให้ลำไส้ลำเลียงของเสียออกไปทิ้งได้อย่างง่ายดาย

4. บรรเทาอาการท้องเสีย

สารประกอบทางชีวภาพในมะขามเทศ ออกฤทธิ์คล้ายกับยาปฏิชีวนะ จึงเป็นผลดีกับอาการท้องเสีย ในประเทศอินเดียเนปาลและประเทศไทย มีการนำมะขามเทศมาใช้ในการรักษาอาการท้องเสีย โดยการนำเปลือกของต้นมะขามเทศมาต้มกับน้ำเปล่า และนำมาใช้ดื่มเพื่อบรรเทาอาการท้องเสีย

5. สร้างคอลลาเจน

นอกจากความอร่อย มะขามเทศยังสามารถช่วยกระตุ้น การเร่งสร้างคอลลาเจนในผิวได้เป็นอย่างดี สามารถนำเนื้อมะขามเทศมาปั่นให้ละเอียดและผสมกับน้ำผึ้งหรือโยเกิร์ต แล้วนำมาใช้พอกผิว วิตามินเอ วิตามินซีและน้ำที่อยู่ในมะขามเทศ จะกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน มอบความชุ่มชื่นและฟื้นฟูสภาพผิวได้เป็นอย่างดี

6. ดับกลิ่นปาก

หากมีปัญหากลิ่นปากและต้องการหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาบ้วนปากแบบเคมี สามารถใช้เปลือกของต้นมะขามเทศครึ่งกิโลต้มกับน้ำเปล่า 1 ลิตรใส่เกลือ 3-4 เคี่ยวจนเหลือน้ำเพียงครึ่งลิตร กรองนำแต่น้ำมาใช้บ้วนปากหลังอาหาร วิธีนี้จะช่วยดับกลิ่นปากป้องกันฟันผุ เพิ่มความแข็งแรงให้กับเหงือกและฟันได้เป็นอย่างดี

ในช่วงท้ายมีคำแนะนำในการเก็บมะขามเทศไว้รับประทานแบบง่ายๆมาฝาก โดยการแกะเปลือกมะขามเทศออกและนำเนื้อที่ได้ ใส่กล่องถนอมอาหารแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น หากไม่แกะเปลือกออกแล้วนำไปแช่ตู้เย็น อาจทำให้เกิดราเน่าเสียได้ใช้วิธีแกะเนื้อใส่กล่องไว้ ก็จะช่วยยืดอายุของมะขามเทศออกไปได้อีกระยะเวลาหนึ่ง

ประโยชน์การดื่มน้ำร้อน

ดื่มน้ำร้อน ดีหรือไม่ มีประโยชน์อย่างไร

หากไม่มีอาหารให้รับประทานมนุษย์เราสามารถอยู่ได้นานถึง 3 สัปดาห์แต่หากขาดน้ำอาจอยู่ได้แค่ 3-7 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่ด้วย น้ำเป็นส่วนประกอบถึง 2 ใน 3 ของร่างกายการดื่มน้ำจะช่วยส่งผลดีต่อทุกระบบในร่างกาย การแพทย์แผนจีนและอายุรเวทอินเดีย ได้กล่าวถึงการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำร้อนว่า เป็นสิ่งที่ควรทำ ซึ่งการดื่มน้ำร้อนจะมีประโยชน์อย่างไรติดตามได้ในบทความนี้

1. ขับสารพิษ

การดื่มน้ำร้อนในช่วงเช้าหลังตื่นนอนจะช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย กระตุ้นระบบต่อมไร้ท่อให้เริ่มทำงานและขับเหงื่อขับของเสียสารพิษต่างๆให้ถูกกำจัดออกไป ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและสบายตัวมากขึ้น

2. ท้องผูก

เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวเคลื่อนไหวลำเลียงของเสียได้ง่ายขึ้นการดื่มน้ำร้อน 1-2 ถ้วยมีส่วนช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีมากขึ้น เมื่อมีอาการท้องผูกลองดื่มน้ำร้อนในช่วงเช้าก่อนรับประทานอาหารและนวดท้องเบา ๆ วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้เริ่มทำงานลดปัญหาท้องผูกได้เป็นอย่างดี

3. บรรเทาหวัดคัดจมูก

บ่อยครั้งที่เป็นหวัดคัดจมูกและหายใจไม่สะดวก การดื่มน้ำร้อนจะช่วยบรรเทาให้อาการดีขึ้น ความร้อนของน้ำร้อนทำให้เกิดไอน้ำ ขณะดื่มควรสูดดมไอน้ำควบคู่กันไปด้วย โดยอาจมี 1 แก้วไว้ดื่มอีก 1 แก้วไว้ใช้สูดดมไอระเหย เมื่อทำคู่กันจะช่วยคลายอาการคัดจมูก ขับเสมหะในลำคอ ลดการสะสมของน้ำมูก ช่วยให้หายใจได้โล่ง ไม่อึดอัด

4. ระบบเลือด

การอาบน้ำอุ่นมีส่วนช่วยให้หลอดเลือดแดง และหลอดเลือดดำ ขยายตัวส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้ดี การดื่มน้ำร้อนก็ให้ผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกัน เพียงแต่การดื่มน้ำร้อน เป็นการกระตุ้นระบบร่างกายจากภายในสู่ภายนอก ช่วยให้อวัยวะภายในและระบบเลือดผ่อนคลาย เป็นการเตรียมพร้อมในการทำงานของระบบเซลล์และระบบต่าง ๆ ในร่างกาย

5. ลดอาการบวมน้ำ

หากรู้สึกอึดอัดและร่างกายมีอาการบวมน้ำ การดื่มน้ำที่อุณหภูมิประมาณ 45-50 องศาเซลเซียสมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญอาหาร ลดอาการบวมน้ำ ขับของเสียส่วนเกินในเซลล์ทิ้ง

 6. บรรเทาปวดประจำเดือน

วันเบา ๆ ของผู้หญิงหลายคน มักมีอาการปวดท้อง เพราะการบิดตัวของกล้ามเนื้อในช่องท้อง ส่วนใหญ่มักนิยมใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบภายนอก เพื่อลดอาการปวด การดื่มน้ำร้อนงดน้ำเย็นในช่วงที่มีประจำเดือนก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราควรทำ เนื่องจากน้ำร้อนที่ดื่มเข้าไปนั้น จะสามารถช่วยคลายการบีบรัดตัวของมดลูก กระตุ้นการทำงานของระบบเลือด ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดท้องและช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม น้ำร้อนที่นำมาดื่มควรมีอุณหภูมิไม่เกิน 50 องศาเซลเซียสและเมื่อดื่มเข้าไปคำแรกไม่ควรรีบกลืนให้ค่อยๆจิบค่อยๆดื่ม เพื่อเป็นการกระตุ้นอวัยวะภายในให้ตื่นตัวอย่างช้าๆ หากใจร้อนรีบดื่ม อาจทำให้เยื่อบุในช่องปากพุพอง ส่งผลให้เกิดแผลในช่องปากและลำคอได้

ประโยชน์มะเดื่อ

8 ประโยชน์มะเดื่อ หรือลูกฟิกส์ FIG สรรพคุณเข้มข้น เต็มเปี่ยมด้วยคุณค่า

มะเดื่อเป็นผลไม้ที่อยู่ในตระกูลหม่อน มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียและตุรกี มีหลากหลายสายพันธุ์ อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และนี่คือประโยชน์ของลูกฟิกส์หรือมะเดื่อที่มีต่อสุขภาพ

1. ดูแลระบบทางเดินอาหาร 

สามารถนำมะเดื่อจำนวน 3-5 ชิ้น แช่ลงในน้ำในขวดแก้ว ปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืน และนำมาดื่มในตอนเช้าพร้อมกับรับประทานเนื้อรวมไปด้วย ไฟเบอร์ในมะเดื่อจะช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ทำให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหวขับของเสียออกได้อย่างง่ายดาย

2. ดูแลหัวใจ 

ไตรกลีเซอไรด์เป็นอนุภาคไขมันในเลือด ที่อาจเป็นต้นเหตุนำไปสู่โรคหัวใจ การรับประทานมะเดื่อที่มีสารฟีนอลและกรดไขมันโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 จะช่วยในการกำจัดอนุมูลอิสระที่ปิดกั้นหลอดเลือดหัวใจ และทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

3. ลดคลอเรสเตอรอล 

เส้นใยเพคตินในมะเดื่อเป็นเส้นใยที่ละลายน้ำได้ สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลส่วนเกินในระบบย่อยอาหาร และกำจัดไขมันส่วนเกินในลำไส้ได้

4. ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

การรับประทานมะเดื่อเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เยื่อเมือกและเส้นใยมะเดื่อช่วยกำจัดของเสียในร่างกาย และช่วยขจัดเมือกไขมันที่อยู่ในลำไส้ จึงสามารถช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

5. โลหิตจาง 

จากการขาดธาตุเหล็ก อาจส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจาง ในมะเดื่อมีธาตุเหล็กซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเฮโมโกลบิน การรับประทานมะเดื่อแห้ง มีส่วนช่วยเพิ่มระดับคีโมโกลบินในเลือดได้

6. ลดระดับน้ำตาล

ใบมะเดื่อเมื่อนำมาชงเป็นชา และใช้ดื่ม สามารถช่วยควบคุมการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหาร

7. เพิ่มมวลกระดูก

ความหนาแน่นของกระดูกและการเสื่อมสลายตัวลงมักเกี่ยวข้องกับอายุที่เพิ่มมากขึ้น ในมะเดื่อมีแคลเซียมโพแทสเซียม และแมกนีเซียม แร่ธาตุเหล่านี้สามารถช่วยปรับปรุงความหนาแน่นของกระดูก ป้องกันมิให้กระดูกเสื่อมหรือเปราะบางง่าย

8. ฟื้นฟูผิว 

ไม่ว่าจะกินมะเดื่อ หรือนำมะเดื่อมาทำเป็นมาพอกหน้าก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีเช่นกัน ใช้ผลมะเดื่อ 1-2 ลูก นำเนื้อมาผสมกับน้ำผึ้งหรือโยเกิร์ต 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาใช้พอกหน้า และล้างออกให้สะอาด วิธีนี้จะช่วยฟื้นฟูผิวลดริ้วรอย คืนความกระชับและลดความกระด้างของผิวได้เป็นอย่างดี

8 ประโยชน์ของมะเดื่อฟังแล้วสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสุขภาพได้เป็นอย่างดีแต่การรับประทานมะเดื่อควรรับประทานแต่พอดีเนื่องจากมีน้ำตาลฟรุกโตสและให้แคลอรี่สูงหากมีโรคประจำตัวและเป็นกังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรับประทาน

ประโยชน์ผักแพว

8 ประโยชน์ผักแพว ผักสมุนไพรเพื่อคนแนวๆ รักสุขภาพ

กระแสการปลูกผักไว้กินเองในตอนนี้ค่อนข้างมาแรงแซงทางโค้ง เพราะผู้ปลูกส่วนใหญ่มักต้องการดูแลสุขภาพหลีกเลี่ยงสารเคมีที่ปนเปื้อน ซึ่งเพื่อให้ได้คุณค่าทางสารอาหารแบบเต็มๆ การปลูกผักกินเองก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีไม่ใช่น้อย หากใครยังนึกไม่ออกว่าจะปลูกผักอะไรดีที่จะตอบโจทย์ บทความนี้ขอแนะนำผักแพว ผักพื้นบ้านที่ปลูกง่ายรสชาติอร่อยและยังให้ประโยชน์ในหลายด้าน อย่ารอช้าไปชมประโยชน์ผักแพวต่อสุขภาพกันได้เลย

1. ผักพื้นบ้านแต่คุณค่าทางโภชนาการแม่บ้านนะ ผักแพวอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่หลากหลาย มีสรรพคุณทางยาที่ดีใช้ในการป้องกันและต่อต้านโรคต่างๆ อีกทั้งยังช่วยเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย ให้แข็งแรงช่วยยืดอายุเซลล์หรือชะลอวัยไม่ให้แก่ก่อนวัยได้อีกด้วย

2. บำรุงสายตา ผักที่ช่วยดูแลสุขภาพสายตา นอกจากจะมีผักบุ้งแล้วก็ยังมีผักแพวอีก 1 ชนิด ที่สามารถช่วยบำรุงและดูแลดวงตาได้ เนื่องจากอุดมด้วยวิตามินเอที่ช่วยในการมองเห็นให้ภาพชัดเจน ลดความพร่ามัวและลดความอ่อนล้าของดวงตาได้เป็นอย่างดี

3. วิตามินซีสูง วิตามินซีมีได้พบได้แต่ในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเท่านั้น ในผักแพวเองก็เป็นผักที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของผักที่มีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน เสริมสร้างภูมิต้านทานของเซลล์ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ต้านอนุมูลอิสระและป้องกันโรคหวัด

4. กระดูกและฟันแข็งแรง กินผักแพวก็สามารถช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงได้ ในผักแพวอุดมด้วยแคลเซียมสูงถึง 390 มิลลิกรัมต่อผัก 100 กรัม ใครไม่ชอบดื่มนมลองกินผักแพวแทนก็ให้ผลดีไม่แพ้กันเลย

5. ท้องอืดอาการลมในช่องท้อง ลมดันอึดอัดท้องอืดให้รองรับประทานผักแพวเสริมในมื้ออาหาร ด้วยรสเผ็ดร้อนจะช่วยขับลมในกระเพาะ ให้ระบายออกทำให้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น

6. ลดไขมันในเส้นเลือด การรับประทานผักแพรวอย่างน้อยวันละ 3 ขีด มีส่วนช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของไขมันในกระแสเลือด หากใครกังวลเรื่องไขมันที่อาจแฝงมากับอาหารอื่นที่รับประทาน แนะนำให้กินผักแพวเป็นผักเคียงในมื้ออาหาร นอกจากจะช่วยลดความเลี่ยนความมัน ผลพลอยได้ในเรื่องไขมันในเส้นเลือดที่ลดลงอีกด้วย

7. หมดปัญหานั่งห้องน้ำนาน ท้องผูกปัญหาใหญ่ของใครหลายๆคน การนั่งห้องน้ำนานเนื่องจากไม่สามารถขับถ่ายได้อย่างสะดวก อาจส่งผลต่อสุขภาพด้านอื่น เช่น โรคเหน็บชา อาการเป็นริดสีดวงทวาร โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผักแพวมีกากใยติดอันดับในกลุ่มของผักพื้นบ้าน ที่อุดมด้วยไฟเบอร์สูง เป็นตัวช่วยที่ดีในการแก้ปัญหาท้องผูก ช่วยให้ขับถ่ายคล่องไม่ปวดเบ่ง ลดเวลาในการเข้าห้องน้ำได้เป็นอย่างดี

8. ดับกลิ่นคาวเนื้อสัตว์ พืชสมุนไพรไทยหลายชนิดที่สามารถดับกลิ่นคาวเนื้อสัตว์ได้ ไม่ว่าจะเป็น ตะไคร้ ใบมะกรูด ขิง ข่า ผักแพวก็เช่นกัน สามารถนำมาใช้ทำอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวปลา อีกทั้งยังช่วยให้อาหารมีรสชาติเผ็ดร้อนมากขึ้น

ประโยชน์วาซาบิ

6 ประโยชน์วาซาบิ อาหารญี่ปุ่นยอดฮิต สรรพคุณชั้นเลิศ

เมื่อนึกถึงอาหารญี่ปุ่นก็ต้องนึกถึงความสดใหม่ รสชาติที่หวานละมุนของวัตถุดิบ นํ้าซุป นํ้าจิ้มที่คุ้นเคยและขาดไม่ได้กับ เครื่องเคียงที่ช่วยดับกลิ่นคาว และเพิ่มความอร่อยของอาหาร นั่นก็คือวาซาบิ แค่เอ่ยชื่อก็รู้สึกได้ถึงความเผ็ดฉุนร้อนแรง ขึ้นมาเลยทีเดียว ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบนี้นี่เอง จึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพแต่จะดีต่อร่างกายเราอย่างไรไปดูข้อมูล เพิ่มเติมกันได้เลย 

1. เต็มเปี่ยมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ อนุมูลอิสระเมื่อมีการสะสมมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นสาเหตุให้เซลล์ถูกทําลาย และ กลายเป็นโรคร้ายได้ การรับประทานวาซาบิที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายเช่น มะเร็งได้ นอกจากนี้เมื่อรับประทานเป็นประจํา ยังช่วยลดการอักเสบภายในร่างกายได้อีกด้วย 

2. ลดความเสี่ยงอาหารเป็นพิษ สารอัลลิลไอโซไทโอไซยาเนท สารที่ให้ความเผ็ดชนิดหนึ่งที่อยู่ในวาซาบิมีคุณสมบัติ พิเศษในการช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในอาหาร เมื่อนําวาซาบิมารับประทานคู่กับอาหาร จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการ ปวดมวนท้อง หรือท้องเสียเนื่องจากอาหารเป็นพิษได้ 

3. คัดจมูกหายใจไม่สะดวก การกินอาหารทดแทนยาคํากล่าวนี้ไม่เกินจริงเลย หากมีอาการหวัดคัดจมูกหายใจไม่ สะดวก การรับประทานวาซาบิที่มีกลิ่นฉุน สามารถช่วยบรรเทาให้ระบบทางเดินหายใจทํางานได้ดีมากขึ้น ทําให้จมูก โล่ง ส่งผลให้อาการหวัดหายไวขึ้น 

4. เรื่องสวยๆงามๆ นอกจากจะให้ประโยชน์กับสุขภาพในด้านอาหารการกิน วาซาบิยังได้รับความนิยมในการนํามาผลิต เป็นสารสกัด เพื่อใส่ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระสามารถชะลอวัย และช่วยให้ระบบไหล เวียนของเลือดทํางานได้ดีขึ้น ส่งผลดีต่อผิว ทําให้ผิวแลดูกระจ่างใส และดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง 

5. ดูแลกระดูก กรดฟีโนลิกที่ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในวาซาบิ มีสรรพคุณช่วยป้องกันโรคต่างๆอีกทั้งยังสามารถช่วย ดูแลส่งเสริมความแข็งแรงของกระดูก และลดการอักเสบจากโรคข้ออักเสบ ป้องกันการจับตัวของเกล็ดเลือดที่จะนําพา ไปสู่การอักเสบของกระดูก 

6. ระบบย่อยและการขับถ่าย เส้นใยในวาซาบิ ช่วยส่งเสริมการทํางานของระบบย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องผูก กระตุ้นการทํางานของตับและถุงนํ้าดี ช่วยล้างพิษขับของเสียจากเนื้อเยื่อบริเวณตับ ทําให้ตับสามารถทํางานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

วาซาบิถึงจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย แต่ทั้งนี้หากคุณเป็นโรคกระเพาะ มีแผลในกระเพาะอาหาร หรือเป็นโรคกรด ไหลย้อน หรือเป็นโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของหลอดเลือดตับมีปัญหา ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานวาซาบิอาจส่งผลต่อ อาการและโรคเหล่านี้ได้

ประโยชน์ของบวบ

7 ประโยชน์ของบวบ สรรพคุณเด็ดดวง ต้องยกนิ้วให้

บวบ ไม้เลื้อยที่สามารถหากินได้ทุกฤดูกาล ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก อีกทั้งยังมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านใดบ้าง ตามมาดู 7 ประโยชน์ของบวบกันได้เลย

1. แก้ร้อนใน เจ็บคอ ขับเสมหะ บวบเป็นพืชที่มีฤทธิ์เย็น สามารถช่วยบรรเทาอาการร้อนในให้ดีขึ้นได้ โดยอาจนำมาทำเป็นอาหารในเมนูต่าง ๆ หรือใช้ผลอ่อน นำมาต้มกับน้ำเปล่า รอจนน้ำเดือด ลดไฟลง ปิดไฟ ทิ้งไว้อุ่นๆ แล้วนำมาใช้ดื่มเป็นน้ำชาบวบ ดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น

2. แก้คัน พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย เมื่อโดนพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย สามารถใช้ใบบวบนำมาตำพอก เพื่อแก้อาการพิษได้

3. เพิ่มน้ำนมให้คุณแม่มือใหม่ ธาตุเหล็กเป็นธาตุที่มีส่วนสำคัญในการผลิตน้ำนม เนื่องจากธาตุเหล็กช่วยในการผลิตเม็ดเลือดแดง เมื่อนำบวบมาทำเป็นเมนูอาหาร เช่น แกงเลียงกุ้งสด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำนมให้ผลิตออกมาได้มากขึ้น

4. กระดูกและฟัน กระดูกและฟันนั้นเป็นส่วนที่ต้องใช้แคลเซียมในการดูแลและบำรุงสุขภาพให้มีความแข็งแรง ในบวบอุดมด้วยแคลเซียม จึงเหมาะสำหรับเด็กเล็กในวัยที่กำลังมีพัฒนาการทางด้านการเจริญเติบโต

5. ป้องกันโรคร้าย บวบเป็นผักที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการและมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง จึงสามารถช่วยต่อต้านและป้องกันโรคร้ายอย่างเช่นมะเร็งได้

6. ขับถ่ายง่าย แก้ท้องผูก ไฟเบอร์ในบวบช่วยเพิ่มกากใยในลำไส้ หากมีอาการท้องผูก ขับถ่ายลำบาก การรับประทานบวบจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ ส่งผลดีต่อลำไส้ ช่วยให้อุจจาระอ่อนนิ่ม ขับถ่ายได้ง่าย บรรเทาอาการริดสีดวง ลดเวลาการนั่งในห้องน้ำให้น้อยลง

7. ขัดผิวใส ใยบวบ สามารถนำมาใช้ขัดตามผิวกาย เพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป ก่อนใช้ควรนำมาแช่น้ำให้อ่อนนุ่ม แล้วจึงนำมาใช้ เพื่อเป็นการลดการระคายเคืองต่อผิว

ข้อควรระวัง ไม่ควรรับประทานเมล็ดบวบมากเกินไป เนื่องจากเมล็ดบวบที่ให้รสขม จะออกฤทธิ์เป็นยาระบาย หากรับประทานเกินพอดี อาจส่งผลให้ท้องเสียและอาเจียนอย่างรุนแรง

ประโยชน์ชะพลู

6 ประโยชน์ชะพลู สรรพคุณสมุนไพรใบเขียว

ชะพลู สมุนไพรพืชใบเขียวที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ลักษณะคล้ายใบพลู แต่รูปทรงของชะพลูช่วงกลางใบจะกว้างมากกว่า ความอ่อนนิ่มของใบจะนิ่มและบางกว่า ซึ่งใบพลูจะใช้เคี้ยวคู่กับการกินหมาก ใบชะพลูจะใช้นำมาทำอาหาร เช่น เมี่ยงคำ แกงคั่ว นอกจากจะทำเมนูต่าง ๆ ได้อร่อยลงตัวแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นอีก ดังนี้

1. เบื่ออาหาร กินได้น้อย เมื่อมีอาการไม่อยากกินข้าว หรือกินไม่ค่อยลง ให้นำใบชะพลูมาทำเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร ด้วยรสเผ็ดร้อนของใบชะพลูจะกระตุ้นให้มีความอยากและช่วยให้เจริญอาหาร กินข้าวได้อร่อยในปริมาณที่มากขึ้น

2. ท้องอืด แก๊สหมักหมม อาหารไม่ย่อย ท้องอืด อึดอัด นำรากชะพลู 1 กำมือ ต้มกับน้ำเปล่า 2 แก้ว เคี่ยวจนเหลือน้ำ 3 ใน 4 ถ้วย นำมาดื่มในปริมาณครั้งละ 1 ส่วน จะช่วยขับลมในลำไส้ ลดอาการปวดท้องจากท้องอืดให้ดีขึ้น

3. สายตาพร่ามัว มองกลางคืนไม่ชัด สารต้านอนุมูลอิสระ เบต้าแคโรทีนในชะพลู มีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาดวงตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น โรคตาฟาง โรคตาบอดกลางคืน ช่วยลดอาการพร่ามัว และช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น

4. บำรุงกระดูกและฟัน ด้วยแคลเซียมที่อยู่ในชะพลู เมื่อนำมารับประทานเป็นประจำ สามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน บำรุงกระดูกและฟันให้มีความแข็งแรง

5. ชะพลูแก้ท้องผูก เข้าห้องน้ำนาน ขับถ่ายลำบาก ส่วนหนึ่งของการใช้เวลานั่งในห้องน้ำนาน คือระบบลำไส้ทำงานไม่ปกติ การกินใบชะพลูในเมนูต่าง ๆ สามารถช่วยเพิ่มกากใยในการขับถ่ายให้ง่ายและคล่องตัวมากขึ้น

6. ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันหวัด ลักปิดลักเปิด ถึงจะมิใช่ผลไม้รสเปรี้ยว แต่ชะพลูก็มีวิตามินซีที่สามารถช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคหวัด และลดปัญหาเลือดออกตามไรฟัน

จากประโยชน์ของชะพลูที่กล่าวมานั้น ก็เรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีความหลากหลายในการดูแลสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนนำมารับประทานควรล้างให้สะอาด ไม่ควรรับประทานในปริมาณครั้งละมากเกินไป เนื่องจากใบชะพลูมีสารออกซาเลตค่อนข้างสูง อาจส่งผลให้เกิดนิ่วในไตได้ และไม่ควรกินติดต่อกันเป็นเวลานาน นอกจากนี้ หลังการกินชะพลูทุกครั้งควรดื่มน้ำตามมาก ๆ

รูปภาพจาก

https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chaaphluu_in_Thailand.jpg

ดูคลิป ประโยชน์ชะพลู https://www.youtube.com/watch?v=FzOvDKKncG0

ประโยชน์ลูกพรุน

ประโยชน์ลูกพรุน สรรพคุณระดับ 5 ดาว แก้ท้องผูก สารต้านอนุมูลอิสระเยอะมาก

ลูกพลัม ผลไม้ตระกูลเดียวกับ บ๊วย เชอรี่ ลูกท้อ เมื่อลูกพลัมแห้งแล้วจะกลายเป็นลูกพรุน ซึ่งไม่ว่าจะมีชื่อเรียกแบบใด ก็ใหประโยชน์แก่ร่างกายเช่นกัน บทความนี้ขอเสนอ 8 ประโยชน์จากลูกพรุนต่อสุขภาพ ดังนี้

1. ขับถ่ายคล่องไม่เสียเวลาเบ่ง

ไฟเบอร์ในลูกพรุนมีไฟเบอร์ทั้งชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ให้ไขมันต่ำ ลูกพรุน 1 ลูก มีไฟเบอร์ 1 กรัม เมื่อรับประทานเป็นประจำจะช่วยบรรเทาอาการท้องผูก เนื่องจากออกฤทธิ์เป็นยาระบายตามธรรมชาติ

2. ต้านอนุมูลอิสระห่างไกลโรคเรื้อรัง

โรคเรื้อรังที่มาพร้อมกับการอักเสบ และมีต้นเหตุจากอนุมูลอิสระ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับข้อ และโรคปอด โรคดังกล่าวควรเน้นรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยบรรเทาอาการ หรือป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ  สารโพลีฟีนอลในลูกพรุนสามารถช่วยลดการอักเสบ และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้หลายชนิด

3. บำรุงกระดูก

วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระในลูกพรุน ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก ช่วยเพิ่มฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกระดูก

4. บำรุงเลือด

หากสุขภาพของเลือดดี ก็จะส่งผลให้ระบบการทำงานของร่างกายดีตามไปด้วย ในลูกพรุนอุดมด้วยธาตุเหล็ก ที่ช่วยในการสร้างและบำรุงเลือด ลดอาการอ่อนเพลีย ป้องกันโรคโลหิตจาง เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือดให้ทำงานได้ดีมากขึ้น

5. บำรุงสมอง

เซลล์สมองมีการตายและผลิตใหม่อยู่เสมอ เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีประโชน์จะมีส่วนช่วยให้เซลล์สมองมีความแข็งแรง และยืดอายุเซลล์ได้นานขึ้น ในลูกพรุนมีสีม่วงแดง อุดมด้วยสารอาหารที่ช่วยในการดูแลและบำรุงสมอง

6. บำรุงสายตา

เพื่อเป็นการดูแลดวงตาของเราให้มีการมองเห็นที่ชัดเจน ไม่พร่ามัว เราจึงควรหมั่นรับประทานลูกพรุนอยู่เสมอ เพราะวิตามินในลูกพรุน มีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาเส้นประสาทบริเวณลูกตา ช่วยดูแลจอรับภาพส่งเสริมการทำงานของเซลล์ที่ลูกนัยน์ตา

7. ลดอาการตะคริว

สำหรับผู้ที่เคยเป็นตะคริว มักรู้ดีว่าเมื่อมีอาการจะเกิดความทรมานเป็นอย่างมาก จึงควรรับประทานผักหรือผลไม้ที่มีแคลเซียมสูง ในลูกพรุนมีแคลเซียมและแร่ธาตุที่ช่วยลดปัญหานี้ ผู้ที่ขาดแร่ธาตุนี้มักจะเป็นตะคริวได้ง่าย ควรหาลูกพรุนติดบ้านไว้ เพื่อยามฉุกเฉินจะได้บรรเทาอาการจากตะคริวได้

8. ปวดประจำเดือน

อีกหนึ่งความทรมานที่สาว ๆ มักพบเจอ นั่นคือ อาการปวดประจำเดือน แมกนีเซียมในลูกพรุนสามารถช่วยควบคุมฮอร์โมนในช่วงวันเบา ๆ และบรรเทาอาการปวดท้องให้ลดลงได้ เพียงรับประทานลูกพรุนในช่วงก่อนวันนั้นของเดือนประมาณ 1-2 วัน

รวม ๆ แล้วลูกพรุนค่อนข้างมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลากหลายด้าน แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า รับประทานทุกคนแล้วจะให้ผลดีต่อทุกคน ในผู้ที่ป่วยเป็นโรคไต ไม่ควรรับประทานลูกพรุน เนื่องจากในลูกพรุนมีปริมาณโพแทสเซียม อาจส่งผลให้ไตทำงานหนัก และขับโพแทสเซียมออกได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ หรือหัวใจหยุดเต้น นอกจากนี้ผู้มีอาการลำไส้ผิดปกติ ก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานลูกพรุน เพราะอาจทำให้ถ่ายเหลวและมีอาการท้องเสีย

ดูคลิป “ประโยชน์ลูกพรุน” https://www.youtube.com/watch?v=Iz8z1S7jH0w