คลังเก็บป้ายกำกับ: ท้องผูก

ประโยชน์มะเดื่อ

8 ประโยชน์มะเดื่อ หรือลูกฟิกส์ FIG สรรพคุณเข้มข้น เต็มเปี่ยมด้วยคุณค่า

มะเดื่อเป็นผลไม้ที่อยู่ในตระกูลหม่อน มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียและตุรกี มีหลากหลายสายพันธุ์ อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และนี่คือประโยชน์ของลูกฟิกส์หรือมะเดื่อที่มีต่อสุขภาพ

1. ดูแลระบบทางเดินอาหาร 

สามารถนำมะเดื่อจำนวน 3-5 ชิ้น แช่ลงในน้ำในขวดแก้ว ปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืน และนำมาดื่มในตอนเช้าพร้อมกับรับประทานเนื้อรวมไปด้วย ไฟเบอร์ในมะเดื่อจะช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ทำให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหวขับของเสียออกได้อย่างง่ายดาย

2. ดูแลหัวใจ 

ไตรกลีเซอไรด์เป็นอนุภาคไขมันในเลือด ที่อาจเป็นต้นเหตุนำไปสู่โรคหัวใจ การรับประทานมะเดื่อที่มีสารฟีนอลและกรดไขมันโอเมก้า 3 โอเมก้า 6 จะช่วยในการกำจัดอนุมูลอิสระที่ปิดกั้นหลอดเลือดหัวใจ และทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

3. ลดคลอเรสเตอรอล 

เส้นใยเพคตินในมะเดื่อเป็นเส้นใยที่ละลายน้ำได้ สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลส่วนเกินในระบบย่อยอาหาร และกำจัดไขมันส่วนเกินในลำไส้ได้

4. ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

การรับประทานมะเดื่อเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เยื่อเมือกและเส้นใยมะเดื่อช่วยกำจัดของเสียในร่างกาย และช่วยขจัดเมือกไขมันที่อยู่ในลำไส้ จึงสามารถช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

5. โลหิตจาง 

จากการขาดธาตุเหล็ก อาจส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจาง ในมะเดื่อมีธาตุเหล็กซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเฮโมโกลบิน การรับประทานมะเดื่อแห้ง มีส่วนช่วยเพิ่มระดับคีโมโกลบินในเลือดได้

6. ลดระดับน้ำตาล

ใบมะเดื่อเมื่อนำมาชงเป็นชา และใช้ดื่ม สามารถช่วยควบคุมการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหาร

7. เพิ่มมวลกระดูก

ความหนาแน่นของกระดูกและการเสื่อมสลายตัวลงมักเกี่ยวข้องกับอายุที่เพิ่มมากขึ้น ในมะเดื่อมีแคลเซียมโพแทสเซียม และแมกนีเซียม แร่ธาตุเหล่านี้สามารถช่วยปรับปรุงความหนาแน่นของกระดูก ป้องกันมิให้กระดูกเสื่อมหรือเปราะบางง่าย

8. ฟื้นฟูผิว 

ไม่ว่าจะกินมะเดื่อ หรือนำมะเดื่อมาทำเป็นมาพอกหน้าก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีเช่นกัน ใช้ผลมะเดื่อ 1-2 ลูก นำเนื้อมาผสมกับน้ำผึ้งหรือโยเกิร์ต 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาใช้พอกหน้า และล้างออกให้สะอาด วิธีนี้จะช่วยฟื้นฟูผิวลดริ้วรอย คืนความกระชับและลดความกระด้างของผิวได้เป็นอย่างดี

8 ประโยชน์ของมะเดื่อฟังแล้วสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสุขภาพได้เป็นอย่างดีแต่การรับประทานมะเดื่อควรรับประทานแต่พอดีเนื่องจากมีน้ำตาลฟรุกโตสและให้แคลอรี่สูงหากมีโรคประจำตัวและเป็นกังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรับประทาน

ประโยชน์ผักแพว

8 ประโยชน์ผักแพว ผักสมุนไพรเพื่อคนแนวๆ รักสุขภาพ

กระแสการปลูกผักไว้กินเองในตอนนี้ค่อนข้างมาแรงแซงทางโค้ง เพราะผู้ปลูกส่วนใหญ่มักต้องการดูแลสุขภาพหลีกเลี่ยงสารเคมีที่ปนเปื้อน ซึ่งเพื่อให้ได้คุณค่าทางสารอาหารแบบเต็มๆ การปลูกผักกินเองก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีไม่ใช่น้อย หากใครยังนึกไม่ออกว่าจะปลูกผักอะไรดีที่จะตอบโจทย์ บทความนี้ขอแนะนำผักแพว ผักพื้นบ้านที่ปลูกง่ายรสชาติอร่อยและยังให้ประโยชน์ในหลายด้าน อย่ารอช้าไปชมประโยชน์ผักแพวต่อสุขภาพกันได้เลย

1. ผักพื้นบ้านแต่คุณค่าทางโภชนาการแม่บ้านนะ ผักแพวอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่หลากหลาย มีสรรพคุณทางยาที่ดีใช้ในการป้องกันและต่อต้านโรคต่างๆ อีกทั้งยังช่วยเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย ให้แข็งแรงช่วยยืดอายุเซลล์หรือชะลอวัยไม่ให้แก่ก่อนวัยได้อีกด้วย

2. บำรุงสายตา ผักที่ช่วยดูแลสุขภาพสายตา นอกจากจะมีผักบุ้งแล้วก็ยังมีผักแพวอีก 1 ชนิด ที่สามารถช่วยบำรุงและดูแลดวงตาได้ เนื่องจากอุดมด้วยวิตามินเอที่ช่วยในการมองเห็นให้ภาพชัดเจน ลดความพร่ามัวและลดความอ่อนล้าของดวงตาได้เป็นอย่างดี

3. วิตามินซีสูง วิตามินซีมีได้พบได้แต่ในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเท่านั้น ในผักแพวเองก็เป็นผักที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของผักที่มีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน เสริมสร้างภูมิต้านทานของเซลล์ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ต้านอนุมูลอิสระและป้องกันโรคหวัด

4. กระดูกและฟันแข็งแรง กินผักแพวก็สามารถช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงได้ ในผักแพวอุดมด้วยแคลเซียมสูงถึง 390 มิลลิกรัมต่อผัก 100 กรัม ใครไม่ชอบดื่มนมลองกินผักแพวแทนก็ให้ผลดีไม่แพ้กันเลย

5. ท้องอืดอาการลมในช่องท้อง ลมดันอึดอัดท้องอืดให้รองรับประทานผักแพวเสริมในมื้ออาหาร ด้วยรสเผ็ดร้อนจะช่วยขับลมในกระเพาะ ให้ระบายออกทำให้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น

6. ลดไขมันในเส้นเลือด การรับประทานผักแพรวอย่างน้อยวันละ 3 ขีด มีส่วนช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของไขมันในกระแสเลือด หากใครกังวลเรื่องไขมันที่อาจแฝงมากับอาหารอื่นที่รับประทาน แนะนำให้กินผักแพวเป็นผักเคียงในมื้ออาหาร นอกจากจะช่วยลดความเลี่ยนความมัน ผลพลอยได้ในเรื่องไขมันในเส้นเลือดที่ลดลงอีกด้วย

7. หมดปัญหานั่งห้องน้ำนาน ท้องผูกปัญหาใหญ่ของใครหลายๆคน การนั่งห้องน้ำนานเนื่องจากไม่สามารถขับถ่ายได้อย่างสะดวก อาจส่งผลต่อสุขภาพด้านอื่น เช่น โรคเหน็บชา อาการเป็นริดสีดวงทวาร โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผักแพวมีกากใยติดอันดับในกลุ่มของผักพื้นบ้าน ที่อุดมด้วยไฟเบอร์สูง เป็นตัวช่วยที่ดีในการแก้ปัญหาท้องผูก ช่วยให้ขับถ่ายคล่องไม่ปวดเบ่ง ลดเวลาในการเข้าห้องน้ำได้เป็นอย่างดี

8. ดับกลิ่นคาวเนื้อสัตว์ พืชสมุนไพรไทยหลายชนิดที่สามารถดับกลิ่นคาวเนื้อสัตว์ได้ ไม่ว่าจะเป็น ตะไคร้ ใบมะกรูด ขิง ข่า ผักแพวก็เช่นกัน สามารถนำมาใช้ทำอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวปลา อีกทั้งยังช่วยให้อาหารมีรสชาติเผ็ดร้อนมากขึ้น

ประโยชน์วาซาบิ

6 ประโยชน์วาซาบิ อาหารญี่ปุ่นยอดฮิต สรรพคุณชั้นเลิศ

เมื่อนึกถึงอาหารญี่ปุ่นก็ต้องนึกถึงความสดใหม่ รสชาติที่หวานละมุนของวัตถุดิบ นํ้าซุป นํ้าจิ้มที่คุ้นเคยและขาดไม่ได้กับ เครื่องเคียงที่ช่วยดับกลิ่นคาว และเพิ่มความอร่อยของอาหาร นั่นก็คือวาซาบิ แค่เอ่ยชื่อก็รู้สึกได้ถึงความเผ็ดฉุนร้อนแรง ขึ้นมาเลยทีเดียว ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบนี้นี่เอง จึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพแต่จะดีต่อร่างกายเราอย่างไรไปดูข้อมูล เพิ่มเติมกันได้เลย 

1. เต็มเปี่ยมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ อนุมูลอิสระเมื่อมีการสะสมมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นสาเหตุให้เซลล์ถูกทําลาย และ กลายเป็นโรคร้ายได้ การรับประทานวาซาบิที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายเช่น มะเร็งได้ นอกจากนี้เมื่อรับประทานเป็นประจํา ยังช่วยลดการอักเสบภายในร่างกายได้อีกด้วย 

2. ลดความเสี่ยงอาหารเป็นพิษ สารอัลลิลไอโซไทโอไซยาเนท สารที่ให้ความเผ็ดชนิดหนึ่งที่อยู่ในวาซาบิมีคุณสมบัติ พิเศษในการช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในอาหาร เมื่อนําวาซาบิมารับประทานคู่กับอาหาร จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการ ปวดมวนท้อง หรือท้องเสียเนื่องจากอาหารเป็นพิษได้ 

3. คัดจมูกหายใจไม่สะดวก การกินอาหารทดแทนยาคํากล่าวนี้ไม่เกินจริงเลย หากมีอาการหวัดคัดจมูกหายใจไม่ สะดวก การรับประทานวาซาบิที่มีกลิ่นฉุน สามารถช่วยบรรเทาให้ระบบทางเดินหายใจทํางานได้ดีมากขึ้น ทําให้จมูก โล่ง ส่งผลให้อาการหวัดหายไวขึ้น 

4. เรื่องสวยๆงามๆ นอกจากจะให้ประโยชน์กับสุขภาพในด้านอาหารการกิน วาซาบิยังได้รับความนิยมในการนํามาผลิต เป็นสารสกัด เพื่อใส่ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระสามารถชะลอวัย และช่วยให้ระบบไหล เวียนของเลือดทํางานได้ดีขึ้น ส่งผลดีต่อผิว ทําให้ผิวแลดูกระจ่างใส และดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง 

5. ดูแลกระดูก กรดฟีโนลิกที่ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในวาซาบิ มีสรรพคุณช่วยป้องกันโรคต่างๆอีกทั้งยังสามารถช่วย ดูแลส่งเสริมความแข็งแรงของกระดูก และลดการอักเสบจากโรคข้ออักเสบ ป้องกันการจับตัวของเกล็ดเลือดที่จะนําพา ไปสู่การอักเสบของกระดูก 

6. ระบบย่อยและการขับถ่าย เส้นใยในวาซาบิ ช่วยส่งเสริมการทํางานของระบบย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องผูก กระตุ้นการทํางานของตับและถุงนํ้าดี ช่วยล้างพิษขับของเสียจากเนื้อเยื่อบริเวณตับ ทําให้ตับสามารถทํางานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

วาซาบิถึงจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย แต่ทั้งนี้หากคุณเป็นโรคกระเพาะ มีแผลในกระเพาะอาหาร หรือเป็นโรคกรด ไหลย้อน หรือเป็นโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของหลอดเลือดตับมีปัญหา ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานวาซาบิอาจส่งผลต่อ อาการและโรคเหล่านี้ได้

ประโยชน์ของบวบ

7 ประโยชน์ของบวบ สรรพคุณเด็ดดวง ต้องยกนิ้วให้

บวบ ไม้เลื้อยที่สามารถหากินได้ทุกฤดูกาล ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก อีกทั้งยังมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านใดบ้าง ตามมาดู 7 ประโยชน์ของบวบกันได้เลย

1. แก้ร้อนใน เจ็บคอ ขับเสมหะ บวบเป็นพืชที่มีฤทธิ์เย็น สามารถช่วยบรรเทาอาการร้อนในให้ดีขึ้นได้ โดยอาจนำมาทำเป็นอาหารในเมนูต่าง ๆ หรือใช้ผลอ่อน นำมาต้มกับน้ำเปล่า รอจนน้ำเดือด ลดไฟลง ปิดไฟ ทิ้งไว้อุ่นๆ แล้วนำมาใช้ดื่มเป็นน้ำชาบวบ ดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น

2. แก้คัน พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย เมื่อโดนพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย สามารถใช้ใบบวบนำมาตำพอก เพื่อแก้อาการพิษได้

3. เพิ่มน้ำนมให้คุณแม่มือใหม่ ธาตุเหล็กเป็นธาตุที่มีส่วนสำคัญในการผลิตน้ำนม เนื่องจากธาตุเหล็กช่วยในการผลิตเม็ดเลือดแดง เมื่อนำบวบมาทำเป็นเมนูอาหาร เช่น แกงเลียงกุ้งสด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำนมให้ผลิตออกมาได้มากขึ้น

4. กระดูกและฟัน กระดูกและฟันนั้นเป็นส่วนที่ต้องใช้แคลเซียมในการดูแลและบำรุงสุขภาพให้มีความแข็งแรง ในบวบอุดมด้วยแคลเซียม จึงเหมาะสำหรับเด็กเล็กในวัยที่กำลังมีพัฒนาการทางด้านการเจริญเติบโต

5. ป้องกันโรคร้าย บวบเป็นผักที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการและมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง จึงสามารถช่วยต่อต้านและป้องกันโรคร้ายอย่างเช่นมะเร็งได้

6. ขับถ่ายง่าย แก้ท้องผูก ไฟเบอร์ในบวบช่วยเพิ่มกากใยในลำไส้ หากมีอาการท้องผูก ขับถ่ายลำบาก การรับประทานบวบจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ ส่งผลดีต่อลำไส้ ช่วยให้อุจจาระอ่อนนิ่ม ขับถ่ายได้ง่าย บรรเทาอาการริดสีดวง ลดเวลาการนั่งในห้องน้ำให้น้อยลง

7. ขัดผิวใส ใยบวบ สามารถนำมาใช้ขัดตามผิวกาย เพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป ก่อนใช้ควรนำมาแช่น้ำให้อ่อนนุ่ม แล้วจึงนำมาใช้ เพื่อเป็นการลดการระคายเคืองต่อผิว

ข้อควรระวัง ไม่ควรรับประทานเมล็ดบวบมากเกินไป เนื่องจากเมล็ดบวบที่ให้รสขม จะออกฤทธิ์เป็นยาระบาย หากรับประทานเกินพอดี อาจส่งผลให้ท้องเสียและอาเจียนอย่างรุนแรง

ประโยชน์ชะพลู

6 ประโยชน์ชะพลู สรรพคุณสมุนไพรใบเขียว

ชะพลู สมุนไพรพืชใบเขียวที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ลักษณะคล้ายใบพลู แต่รูปทรงของชะพลูช่วงกลางใบจะกว้างมากกว่า ความอ่อนนิ่มของใบจะนิ่มและบางกว่า ซึ่งใบพลูจะใช้เคี้ยวคู่กับการกินหมาก ใบชะพลูจะใช้นำมาทำอาหาร เช่น เมี่ยงคำ แกงคั่ว นอกจากจะทำเมนูต่าง ๆ ได้อร่อยลงตัวแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นอีก ดังนี้

1. เบื่ออาหาร กินได้น้อย เมื่อมีอาการไม่อยากกินข้าว หรือกินไม่ค่อยลง ให้นำใบชะพลูมาทำเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร ด้วยรสเผ็ดร้อนของใบชะพลูจะกระตุ้นให้มีความอยากและช่วยให้เจริญอาหาร กินข้าวได้อร่อยในปริมาณที่มากขึ้น

2. ท้องอืด แก๊สหมักหมม อาหารไม่ย่อย ท้องอืด อึดอัด นำรากชะพลู 1 กำมือ ต้มกับน้ำเปล่า 2 แก้ว เคี่ยวจนเหลือน้ำ 3 ใน 4 ถ้วย นำมาดื่มในปริมาณครั้งละ 1 ส่วน จะช่วยขับลมในลำไส้ ลดอาการปวดท้องจากท้องอืดให้ดีขึ้น

3. สายตาพร่ามัว มองกลางคืนไม่ชัด สารต้านอนุมูลอิสระ เบต้าแคโรทีนในชะพลู มีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาดวงตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น โรคตาฟาง โรคตาบอดกลางคืน ช่วยลดอาการพร่ามัว และช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น

4. บำรุงกระดูกและฟัน ด้วยแคลเซียมที่อยู่ในชะพลู เมื่อนำมารับประทานเป็นประจำ สามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน บำรุงกระดูกและฟันให้มีความแข็งแรง

5. ชะพลูแก้ท้องผูก เข้าห้องน้ำนาน ขับถ่ายลำบาก ส่วนหนึ่งของการใช้เวลานั่งในห้องน้ำนาน คือระบบลำไส้ทำงานไม่ปกติ การกินใบชะพลูในเมนูต่าง ๆ สามารถช่วยเพิ่มกากใยในการขับถ่ายให้ง่ายและคล่องตัวมากขึ้น

6. ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันหวัด ลักปิดลักเปิด ถึงจะมิใช่ผลไม้รสเปรี้ยว แต่ชะพลูก็มีวิตามินซีที่สามารถช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคหวัด และลดปัญหาเลือดออกตามไรฟัน

จากประโยชน์ของชะพลูที่กล่าวมานั้น ก็เรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีความหลากหลายในการดูแลสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนนำมารับประทานควรล้างให้สะอาด ไม่ควรรับประทานในปริมาณครั้งละมากเกินไป เนื่องจากใบชะพลูมีสารออกซาเลตค่อนข้างสูง อาจส่งผลให้เกิดนิ่วในไตได้ และไม่ควรกินติดต่อกันเป็นเวลานาน นอกจากนี้ หลังการกินชะพลูทุกครั้งควรดื่มน้ำตามมาก ๆ

รูปภาพจาก

https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chaaphluu_in_Thailand.jpg

ดูคลิป ประโยชน์ชะพลู https://www.youtube.com/watch?v=FzOvDKKncG0

ประโยชน์ลูกพรุน

ประโยชน์ลูกพรุน สรรพคุณระดับ 5 ดาว แก้ท้องผูก สารต้านอนุมูลอิสระเยอะมาก

ลูกพลัม ผลไม้ตระกูลเดียวกับ บ๊วย เชอรี่ ลูกท้อ เมื่อลูกพลัมแห้งแล้วจะกลายเป็นลูกพรุน ซึ่งไม่ว่าจะมีชื่อเรียกแบบใด ก็ใหประโยชน์แก่ร่างกายเช่นกัน บทความนี้ขอเสนอ 8 ประโยชน์จากลูกพรุนต่อสุขภาพ ดังนี้

1. ขับถ่ายคล่องไม่เสียเวลาเบ่ง

ไฟเบอร์ในลูกพรุนมีไฟเบอร์ทั้งชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ให้ไขมันต่ำ ลูกพรุน 1 ลูก มีไฟเบอร์ 1 กรัม เมื่อรับประทานเป็นประจำจะช่วยบรรเทาอาการท้องผูก เนื่องจากออกฤทธิ์เป็นยาระบายตามธรรมชาติ

2. ต้านอนุมูลอิสระห่างไกลโรคเรื้อรัง

โรคเรื้อรังที่มาพร้อมกับการอักเสบ และมีต้นเหตุจากอนุมูลอิสระ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับข้อ และโรคปอด โรคดังกล่าวควรเน้นรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยบรรเทาอาการ หรือป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ  สารโพลีฟีนอลในลูกพรุนสามารถช่วยลดการอักเสบ และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้หลายชนิด

3. บำรุงกระดูก

วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระในลูกพรุน ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก ช่วยเพิ่มฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกระดูก

4. บำรุงเลือด

หากสุขภาพของเลือดดี ก็จะส่งผลให้ระบบการทำงานของร่างกายดีตามไปด้วย ในลูกพรุนอุดมด้วยธาตุเหล็ก ที่ช่วยในการสร้างและบำรุงเลือด ลดอาการอ่อนเพลีย ป้องกันโรคโลหิตจาง เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือดให้ทำงานได้ดีมากขึ้น

5. บำรุงสมอง

เซลล์สมองมีการตายและผลิตใหม่อยู่เสมอ เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีประโชน์จะมีส่วนช่วยให้เซลล์สมองมีความแข็งแรง และยืดอายุเซลล์ได้นานขึ้น ในลูกพรุนมีสีม่วงแดง อุดมด้วยสารอาหารที่ช่วยในการดูแลและบำรุงสมอง

6. บำรุงสายตา

เพื่อเป็นการดูแลดวงตาของเราให้มีการมองเห็นที่ชัดเจน ไม่พร่ามัว เราจึงควรหมั่นรับประทานลูกพรุนอยู่เสมอ เพราะวิตามินในลูกพรุน มีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาเส้นประสาทบริเวณลูกตา ช่วยดูแลจอรับภาพส่งเสริมการทำงานของเซลล์ที่ลูกนัยน์ตา

7. ลดอาการตะคริว

สำหรับผู้ที่เคยเป็นตะคริว มักรู้ดีว่าเมื่อมีอาการจะเกิดความทรมานเป็นอย่างมาก จึงควรรับประทานผักหรือผลไม้ที่มีแคลเซียมสูง ในลูกพรุนมีแคลเซียมและแร่ธาตุที่ช่วยลดปัญหานี้ ผู้ที่ขาดแร่ธาตุนี้มักจะเป็นตะคริวได้ง่าย ควรหาลูกพรุนติดบ้านไว้ เพื่อยามฉุกเฉินจะได้บรรเทาอาการจากตะคริวได้

8. ปวดประจำเดือน

อีกหนึ่งความทรมานที่สาว ๆ มักพบเจอ นั่นคือ อาการปวดประจำเดือน แมกนีเซียมในลูกพรุนสามารถช่วยควบคุมฮอร์โมนในช่วงวันเบา ๆ และบรรเทาอาการปวดท้องให้ลดลงได้ เพียงรับประทานลูกพรุนในช่วงก่อนวันนั้นของเดือนประมาณ 1-2 วัน

รวม ๆ แล้วลูกพรุนค่อนข้างมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลากหลายด้าน แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า รับประทานทุกคนแล้วจะให้ผลดีต่อทุกคน ในผู้ที่ป่วยเป็นโรคไต ไม่ควรรับประทานลูกพรุน เนื่องจากในลูกพรุนมีปริมาณโพแทสเซียม อาจส่งผลให้ไตทำงานหนัก และขับโพแทสเซียมออกได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ หรือหัวใจหยุดเต้น นอกจากนี้ผู้มีอาการลำไส้ผิดปกติ ก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานลูกพรุน เพราะอาจทำให้ถ่ายเหลวและมีอาการท้องเสีย

ดูคลิป “ประโยชน์ลูกพรุน” https://www.youtube.com/watch?v=Iz8z1S7jH0w

ประโยชน์ควินัว

5 ประโยชน์ควินัว ธัญพืชคุณค่าสูง รักสุขภาพขาดไม่ได้

ควินัว ซุปเปอร์ฟูด เป็นธัญพืชเทียมไม่ขัดสี ทางเลือกใหม่สำหรับคนรักสุขภาพ มีเนื้อที่นิ่มแต่กรุบกรอบ ปราศจากกลูเตน มีลักษณะเม็ดเล็กและมีหลากหลายสี ให้รสชาติที่แตกต่างกันตั้งแต่รสขมไปจนถึงรสหวาน สามารถใช้ทำเป็นซุปข้นหรือโจ๊กหรือใส่ในสลัดก็ได้ ในบทความนี้จะขอเสนอรายละเอียดและประโยชน์ของควินัวให้คุณได้รู้จักมากขึ้น

1. โปรตีนสูง สำหรับผู้ที่ควบคุมอาหารแต่ต้องการโปรตีนที่ช่วยเสริมสร้าง ซ่อมแซมร่างกาย แต่มิได้ต้องการกินเนื้อสัตว์สามารถกินควินัวทดแทนได้ ควินัวมีกรดอะมิโนที่จำเป็นและให้โปรตีนสูง เหมาะแก่การกินทดแทนหรือสลับกับการกินเนื้อประเภทอื่นได้เป็นอย่างดี

2. ลดความเสี่ยงโรคร้าย สารต้านอนุมูลอิสระในควินัว ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายต่าง ๆ เช่น มะเร็ง หัวใจ กำจัดอนุมูลอิสระสาเหตุของการป่วยและการอักเสบต่าง ๆ ในร่างกาย

3. แพ้นม การบำรุงกระดูกและฟัน มิได้จำกัดแค่การดื่มนมเท่านั้น บางคนก็มีอาการแพ้นม คุณสามารถรับประทานควินัว เพื่อให้ได้รับแคลเซียมที่ใช้ในการบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงได้

4. ท้องผูก การขับถ่ายของเสีย ถือเป็นการลดพิษและของเสียที่คั่งค้างอยู่ให้ถูกกำจัดออกไป หากคุณท้องผูกเป็นเวลาหลายวัน จะทำให้เกิดการสะสมของพิษ และอาหารเก่าตกค้างในลำไส้ ส่งผลให้เลือดไม่สะอาด ลำไส้ทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร การดูดซึมสารอาหารจะไม่มีประสิทธิภาพ การรับประทานควินัวมีส่วนช่วยให้ระบบย่อยและการขับถ่ายเป็นไปตามปกติ ช่วยให้ลำไส้บีบรัดตัว และขับเคลื่อนของเสียได้ง่ายขึ้น

5. โรคประจำตัว ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด คอเลสเตอรอลสูง โรคเหล่านี้ควรเลือกรับประทานอาหารเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันมิให้อาการของโรคมีความรุนแรงมากขึ้น ควินัวมีสารอาหารที่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ เมื่อรับประทานเป็นประจำจะส่งผลดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด เป็นการลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้

วิธีรับประทานควินัวให้อร่อย

เพื่อให้ได้รสที่อร่อย ควรล้างควินัวก่อนนำมาปรุงอาหารทุกครั้ง เพื่อลดกลิ่นและสารซาโปนินส์ หรือสารที่ให้รสขม และเวลานำมากินอาจนำไปผสมใส่ในสลัด หรือหุงผสมกับข้าวกล้องหรือข้าวอื่น ๆ และไม่ควรใช้เวลาในการหุงนาน เนื่องจากควินัวค่อนข้างสุกเร็ว ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็เพียงพอแล้ว นอกจากนี้หากหุงควินัวสุกแล้วและรับประทานไม่หมดในวันนั้น  เมื่อควินัวเย็นตัวลงแล้วสามารถเก็บไว้ในตู้เย็น และนำออกมาอุ่นใหม่อีกครั้งได้หากต้องการรับประทานในครั้งต่อไป แต่ทั้งนี้ควรรับประทานให้หมดภายใน 3-5 วัน อัตราส่วนในการหุงเพื่อความอร่อย ควินัว 1 ส่วนและน้ำ 2 ส่วน ซึ่งก่อนหุงอย่าลืมนำไปแช่น้ำก่อนทุกครั้ง เพียงเท่านี้ก็จะได้ควินัวอร่อยๆ กรุบๆกรอบๆ พร้อมสารอาหารแบบจัดเต็มในการบำรุงร่างกายแล้วหล่ะค่ะ

ประโยชน์ควินัวฟังดูแล้วดีต่อสุขภาพมากมาย ใครอยากสุขภาพดี แข็งแรงและบรรเทาอาการของโรคประจำตัว ลองเปลี่ยนจากกินข้าวขาว มากินควินัวแทนดู กินต่อเนื่องเป็นประจำ คุณจะสามารถเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้อย่างแน่นอน

ดูคลิปประโยชน์ควินัว https://www.youtube.com/watch?v=o0SJEnL4Q-E

ประโยชน์ผักหวานป่า

ประโยชน์ผักหวานป่า ผักพื้นบ้านธรรมดาๆ สรรพคุณขึ้นหิ้ง

ผักพื้นบ้าน รสชาติดีและอร่อย มีให้กินในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน เมื่อก่อนอาจต้องหาเก็บตามป่า แต่ปัจจุบันสามารถปลูกได้เองหากมีเมล็ดพันธุ์ ซึ่งผักหวานป่ากับผักหวานบ้านนั้นมิใช่ผักชนิดเดียวกัน และมิใช่พืชในตระกูลเดียวกัน เพียงแต่มีชื่อเรียกที่คล้ายกัน สำหรับบทความนี้ขอเสนอเรื่องราวของผักหวานป่าในแง่มุมด้านประโยชน์ต่อสุขภาพ จะมีอะไรบ้าง ไปดูทั้ง 6 ข้อพร้อมกันเลย

1. ผักหวานป่าคุณค่าทางอาหารสูง ผักหวานป่าอุดมด้วยโปรตีน เส้นใย วิตามินและแร่ธาตุ อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมของเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินซี และสารฟีนอลิก ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ

2. บำรุงสายตา การใช้สายตาในที่มืดเป็นประจำมีส่วนทำให้สายตามีความล้าและอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น สารเบต้าแคโรทีนในผักหวานป่า สามารถช่วยดูแล ฟื้นฟูดวงตาและบำรุงสายตาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

3. ยาระบายอ่อนๆ หลายคนมีความเชื่อว่าท้องผูกต้องกินยาระบายเท่านั้น อันที่จริงแล้ว เพียงรับประทานผักหวานป่าในเมนูใดก็ได้เป็นประจำก็สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ด้วยไฟเบอร์ที่อยู่ในผักชนิดนี้ มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยในการขับถ่ายและบีบตัวของลำไส้ กระตุ้นให้ลำไส้ทำงานโดยมิต้องพึ่งพายาถ่าย

4. กระดูกและฟันแข็งแรง แหล่งของแคลเซียมนอกเหนือจากนมแล้ว ยังสามารถพบได้ในผักหวานป่า แคลเซียมและฟอสฟอรัสในผักหวานป่า สามารถดูแลกระดูกและฟันให้แข็งแรง ลดการเปราะหรือแตกหักของกระดูก ส่งเสริมการยืดและหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณกระดูกและฟัน

5. เหน็บชา อาการเหน็บชา ส่วนหนึ่งคือร่างกายขาดวิตามินบี บางคนก็อาศัยกินวิตามินเสริม แต่หากต้องการเลี่ยงการกินยา สามารถรับประทานผักหวานป่าที่อุดมด้วยวิตามินบีที่ช่วยลดและป้องกันอาการเหน็บชาได้

6. ลดความอ้วน หลักการลดน้ำหนักให้ได้ผล คือกินแล้วต้องรู้จักนำออกมาใช้เป็นพลังงาน หากกินแล้วไม่สามารถนำพลังงานออกมาใช้ ก็อาจส่งผลให้เกิดการสะสมของไขมันส่วนเกินตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ผักหวานป่า 1 ขีดให้พลังงานต่ำเพียง 39 กิโลแคลอรี่ อุดมด้วยคุณค่าทางสารอาหาร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักพร้อมกับต้องการประโยชน์ทางโภชนาการไปพร้อม ๆ กัน

และทั้ง 6 ข้อนี้คือประโยชน์ของผักหวานป่าที่มีต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามควรล้างผักให้สะอาดและนำมาปรุงให้สุก เพราะหากรับประทานแบบสดในปริมาณมาก อาจก่อให้เกิดอาการเมาละอาเจียนได้ นอกจากนี้ต้นผักหวานป่ายังมีลักษณะที่คล้ายกับต้นขี้หนอนและต้นเสน หากหยิบผิดนำมารับประทานอาจก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน มึนงง หมดสติ และรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ก่อนเด็ดมาทำอาหารควรสังเกตและดูให้แน่ใจว่าที่หยิบมานั้นเป็นผักหวานป่าจริง ๆ

ดูคลิปประโยชน์ผักหวานป่า https://www.youtube.com/watch?v=iMjf-48lL1E

รูปภาพผักหวานป่าจาก https://th.wikipedia.org/wiki/

ประโยชน์ลำไย

ประโยชน์ลำไย สรรพคุณดีตั้งแต่เมล็ด ใบ ผล ใช้ได้หมดเลย

ลำไยผลไม้รสหวานของโปรดของใครหลายคน สามารถนำมารับประทานเพื่อความอร่อย อีกทั้งยังถูกนำมาใช้ในการทำยาแพทย์แผนจีนและแผนไทย อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและประโยชน์ในด้านต่าง ๆ มากมาย ซึ่งจะให้ผลในด้านใดบ้าง ติดตามได้ในบทความนี้

1. ระบบสมอง ดอกลำไย ช่วยป้องกันโรคพาร์กินสันด้วยการปกป้องเซลล์โดปามีนในสมองจากความเสียหาย อีกทั้งยังเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบในเซลล์สมอง

2. ลดภูมิแพ้ การเป็นโรคภูมิแพ้ ถือเป็นการรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน สำหรับผู้ที่ต้องเจอมลพิษ หรือเหตุกระตุ้นให้ตนเองมีอาการ การรับประทานลำไยมีส่วนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เสริมสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวให้แข็งแรง ลดอาการภูมิแพ้ เพิ่มภูมิต้านทานให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรคและอาการป่วยต่าง ๆ

3. ประโยชน์เมล็ดลำไยลดการอักเสบ สารต้านอนุมูลอิสระในลำไยมีส่วนช่วยในการลดอาการอักเสบให้แก่เซลล์ นอกจากนี้ในเมล็ดลำไยมีสารโพลีฟีนอลที่สามารถช่วยป้องกันการเสื่อมสลาย และยืดอายุกระดูกอ่อนให้ยาวนานขึ้นได้ โดยการนำเมล็ดลำไยมาทำสารสกัดและใช้ในการบรรเทาอาการข้ออักเสบ

4. ประโยชน์น้ำลำไยลดความเครียด วิตามินบี 12 ในลำไย มีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง ลดความเครียดและบรรเทาอาการล้า อ่อนเพลีย วิธีการบรรเทาความเครียดง่ายๆ คือการต้มน้ำลำไยดื่มช่วงเวลาก่อนนอน การดื่มน้ำลำไยอุ่นๆจะช่วยให้ผ่อนคลายและหลับสบายมากขึ้น

5. บำรุงผิว เมื่อเซลล์เกิดความเสื่อม ริ้วรอย ความกระชับ และความหมองคล้ำก็เริ่มมาเยือน วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระในลำไย สามารถช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ บำรุงผิวให้เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลและสดใสมากขึ้น

6. เจริญอาหาร ความเครียดและกำลังใจที่ลดลง ปัญหาที่ต้องพบเจอ อาจส่งผลให้เกิดอาการเบื่ออาหาร รับประทานได้น้อย หรือมีความอยากอาหารน้อยลง วิตามินบีที่หลากหลายชนิดในลำไย มีส่วนช่วยกระตุ้นให้มีความอยากอาหารมากขึ้น เมื่อกินแล้วช่วยให้เจริญอาหารและกินอาหารได้หลากหลายมากขึ้น

7. ประโยชน์ใบลำไยแก้ริดสีดวง ท้องผูก ปวดเบ่งเวลาถ่าย นั่งนาน มีปัญหาระบบขับถ่าย สามารถนำใบลำไยมาชงกับน้ำร้อนแล้วดื่มจะช่วยบรรเทาอาการริดสีดวงให้ดีขึ้นได้

ลำไย อีกหนึ่งผลไม้ที่กินแล้วดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตามควรรับประทานแต่พอดี เพราะหากกินมากเกินไป อาการร้อนในอาจถามหา และปริมาณน้ำตาลในเลือดอาจเพิ่มสูงขึ้นได้ นอกจากนี้ถ้าบริโภคมากอาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น เจ็บคอ ตาแฉะ ดังนั้นเวลากินควรกินพร้อมกับผลไม้ชนิดอื่นด้วย เช่น มังคุด และหลังจากกินเสร็จแล้วควรดื่มน้ำผสมเกลือ หรือดื่มน้ำเปล่าตามมาก ๆ

ดูวิดีโอประโยชน์ลำไย https://www.youtube.com/watch?v=ywAgLbK3fTA

ประโยชน์กระบองเพชร

กระบองเพชรกินได้มั๊ย กินแล้วจะมีประโยชน์ หรือสรรพคุณดี ต่อเราอย่างไร

กระบองเพชรพืชแห่งทะเลทรายที่เต็มไปด้วยหนาม มีถิ่นกำเนิดจากประเทศเม็กซิโก นอกจากจะปลูกไว้เพื่อความสวยงาม สำหรับบางสายพันธุ์ยังสามารถนำมารับประทานได้อีกด้วย ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง ในบทความนี้นำมาฝาก 7 ข้อดังนี้

1. กระบองเพชรลดน้ำหนัก กระบองเพชรเป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่มีไฟเบอร์สูงมาก แคลอรี่ต่ำ อุดมด้วยกรดอะมิโน วิตามิน แร่ธาตุ สามารถช่วยควบคุมการอยากอาหารและดักจับไขมัน ลดการดูดซึมไขมันในร่างกาย ลดคอเลสเตอรอลและระดับไตรกลีเซอไรด์

2. ต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอและวิตามินซีในกระบองเพชร ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคไขมันในเส้นเลือด นอกจากนี้สารฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ในกระบองเพชร ยังช่วยชะลอการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ปกป้องเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระ

3. โรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มมากขึ้น อาจนำไปสู่การเจ็บป่วยในหลายโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ การรับประทานกระบองเพชร มีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยบรรเทาอาการของเบาหวานให้ดีขึ้น

4. ระบบช่องท้อง การรับประทานกระบองเพชรช่วยดูแลระบบการย่อย กำจัดของเสีย ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ดูแลระบบทางเดินอาหาร ลดปัญหาท้องผูกและโรคริดสีดวง

5. ปกป้องสมอง สารเควอซิทินและฟลาโวนอยด์ในกระบองเพชร ช่วยปกป้องสมองและเซลล์ประสาทจากอนุมูลอิสระ ช่วยให้ห่างไกลโรคอัลไซเมอร์ ต้านอนุมูลอิสระมิให้มารบกวนการทำงานของเซลล์สมอง

6. ลดการอักเสบ ด้วยประสิทธิภาพของฟลาโวนอยด์ วิตามิน และแร่ธาตุที่อยู่ในกระบองเพชร มีคุณสมบัติในการต่อต้าน ลดการอักเสบ ลดการบวมน้ำ ช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับระบบหัวใจ หลอดเลือดและระบบทางเดินอาหาร อีกทั้งยังช่วยต้านการอักเสบจากโรคไขข้อ บรรเทาอาการปวดข้อ และลดความรุนแรงของโรคให้ลดลง

7. กระบองเพชรแก้อาการเมาค้าง หากคืนนี้คุณมั่นใจว่าหลังจบปาร์ตี้มีเมาแน่ ๆ แนะนำให้ดื่มน้ำกระบองเพชรก่อนการดื่มแอลกอฮอล์ จะช่วยลดอาการเมาค้างได้มากถึง 50% อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการที่อาจเกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้และอาเจียน

กระบองเพชร ต้นไม้ที่ปลูกและเลี้ยงง่าย ไม่ต้องรดน้ำบ่อย อีกทั้งยังสามารถนำมารับประทานโดยการนำมาอบ ผัด นึ่ง หรือปั่นคั้นดื่มเป็นน้ำเพื่อสุขภาพก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าสะดวกวิธีไหน สำหรับใครที่อยากรู้ อยากลองว่ารสชาติจะเป็นอย่างไร ก็ลองหามาปลูกและทำรับประทาน ซึ่งเมนูไหนจากกระบองเพชรที่คิดว่าเด็ด สามารถแนะนำเพื่อนๆท่านอื่นได้ที่คอมเม้นต์ด้านล่าง

ดูคลิปประโยชน์กระบองเพชร https://www.youtube.com/watch?v=XsEZ1RA18ms