คลังเก็บป้ายกำกับ: ตะคริว

ประโยชน์แปะก๊วย

ประโยชน์แปะก๊วย 6 สรรพคุณพืชสมุนไพรจีน

หากเอ่ยถึงสมุนไพรเม็ดเล็กสีเหลืองรูปทรงคล้ายลูกรักบี้ หลายคนคงนึกถึงแปะก๊วยอย่างแน่นอน ใช่แล้วค่ะ บทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับสมุนไพรชนิดนี้ ที่มีสีและรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ นิยมนำมาทำเป็นยาและอาหาร อย่ารอช้าไปชมประโยชน์ของแปะก๊วยที่มีต่อสุขภาพกันเลย

1. อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ  สารประกอบทางเคมี เทอร์ปีนอยด์และฟลาโวนอยด์ที่ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในแปะก๊วยนั้น สามารถช่วยชะลอวัย ป้องกันโรคมะเร็ง เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ส่งผลให้การทำงานและการประมวลผลการตัดสินใจดีขึ้น กระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด ยับยั้งความเสื่อมของสมอง ป้องกันโรคอัลไซเมอร์

2. บรรเทาบ้านหมุน หากมีอาการบ้านหมุน วิงเวียนศีรษะ การรับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วย สามารถช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนและเสียสมดุล

3. ลดอาการเกร็งจากการเป็นตะคริว หรือการบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อต่าง ๆ

4. ป้องกันการหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณหลอดลม บรรเทาอาการหอบหืดให้ดีขึ้น

5. ดูแลดวงตา ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในใบแปะก๊วย สามารถช่วยบำรุงดวงตา ทำให้การมองเห็นชัดเจนมากขึ้น ลดความเสื่อมของจอประสาทตา

6. ลดความเครียด เมื่อมีความเครียดมักส่งผลให้การนอนหลับนั้นไม่ดีตามไปด้วย สารสกัดจากใบแปะก๊วย สามารถช่วยทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้สะดวก บรรเทาความเครียดให้ลดลง จึงส่งผลดีต่อการนอน ช่วยให้การพักผ่อนนอนหลับเรื่องที่ง่ายมากขึ้น

ไม่ควรรับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยร่วมกับยาแอสไพริน หรือยาละลายลิ่มเลือด นอกจากนี้หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานสมุนไพรชนิดนี้

ประโยชน์ลูกพรุน

ประโยชน์ลูกพรุน สรรพคุณระดับ 5 ดาว แก้ท้องผูก สารต้านอนุมูลอิสระเยอะมาก

ลูกพลัม ผลไม้ตระกูลเดียวกับ บ๊วย เชอรี่ ลูกท้อ เมื่อลูกพลัมแห้งแล้วจะกลายเป็นลูกพรุน ซึ่งไม่ว่าจะมีชื่อเรียกแบบใด ก็ใหประโยชน์แก่ร่างกายเช่นกัน บทความนี้ขอเสนอ 8 ประโยชน์จากลูกพรุนต่อสุขภาพ ดังนี้

1. ขับถ่ายคล่องไม่เสียเวลาเบ่ง

ไฟเบอร์ในลูกพรุนมีไฟเบอร์ทั้งชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ให้ไขมันต่ำ ลูกพรุน 1 ลูก มีไฟเบอร์ 1 กรัม เมื่อรับประทานเป็นประจำจะช่วยบรรเทาอาการท้องผูก เนื่องจากออกฤทธิ์เป็นยาระบายตามธรรมชาติ

2. ต้านอนุมูลอิสระห่างไกลโรคเรื้อรัง

โรคเรื้อรังที่มาพร้อมกับการอักเสบ และมีต้นเหตุจากอนุมูลอิสระ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับข้อ และโรคปอด โรคดังกล่าวควรเน้นรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยบรรเทาอาการ หรือป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ  สารโพลีฟีนอลในลูกพรุนสามารถช่วยลดการอักเสบ และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้หลายชนิด

3. บำรุงกระดูก

วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระในลูกพรุน ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก ช่วยเพิ่มฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกระดูก

4. บำรุงเลือด

หากสุขภาพของเลือดดี ก็จะส่งผลให้ระบบการทำงานของร่างกายดีตามไปด้วย ในลูกพรุนอุดมด้วยธาตุเหล็ก ที่ช่วยในการสร้างและบำรุงเลือด ลดอาการอ่อนเพลีย ป้องกันโรคโลหิตจาง เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือดให้ทำงานได้ดีมากขึ้น

5. บำรุงสมอง

เซลล์สมองมีการตายและผลิตใหม่อยู่เสมอ เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีประโชน์จะมีส่วนช่วยให้เซลล์สมองมีความแข็งแรง และยืดอายุเซลล์ได้นานขึ้น ในลูกพรุนมีสีม่วงแดง อุดมด้วยสารอาหารที่ช่วยในการดูแลและบำรุงสมอง

6. บำรุงสายตา

เพื่อเป็นการดูแลดวงตาของเราให้มีการมองเห็นที่ชัดเจน ไม่พร่ามัว เราจึงควรหมั่นรับประทานลูกพรุนอยู่เสมอ เพราะวิตามินในลูกพรุน มีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาเส้นประสาทบริเวณลูกตา ช่วยดูแลจอรับภาพส่งเสริมการทำงานของเซลล์ที่ลูกนัยน์ตา

7. ลดอาการตะคริว

สำหรับผู้ที่เคยเป็นตะคริว มักรู้ดีว่าเมื่อมีอาการจะเกิดความทรมานเป็นอย่างมาก จึงควรรับประทานผักหรือผลไม้ที่มีแคลเซียมสูง ในลูกพรุนมีแคลเซียมและแร่ธาตุที่ช่วยลดปัญหานี้ ผู้ที่ขาดแร่ธาตุนี้มักจะเป็นตะคริวได้ง่าย ควรหาลูกพรุนติดบ้านไว้ เพื่อยามฉุกเฉินจะได้บรรเทาอาการจากตะคริวได้

8. ปวดประจำเดือน

อีกหนึ่งความทรมานที่สาว ๆ มักพบเจอ นั่นคือ อาการปวดประจำเดือน แมกนีเซียมในลูกพรุนสามารถช่วยควบคุมฮอร์โมนในช่วงวันเบา ๆ และบรรเทาอาการปวดท้องให้ลดลงได้ เพียงรับประทานลูกพรุนในช่วงก่อนวันนั้นของเดือนประมาณ 1-2 วัน

รวม ๆ แล้วลูกพรุนค่อนข้างมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลากหลายด้าน แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า รับประทานทุกคนแล้วจะให้ผลดีต่อทุกคน ในผู้ที่ป่วยเป็นโรคไต ไม่ควรรับประทานลูกพรุน เนื่องจากในลูกพรุนมีปริมาณโพแทสเซียม อาจส่งผลให้ไตทำงานหนัก และขับโพแทสเซียมออกได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ หรือหัวใจหยุดเต้น นอกจากนี้ผู้มีอาการลำไส้ผิดปกติ ก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานลูกพรุน เพราะอาจทำให้ถ่ายเหลวและมีอาการท้องเสีย

ดูคลิป “ประโยชน์ลูกพรุน” https://www.youtube.com/watch?v=Iz8z1S7jH0w

ประโยชน์น้ำแร่

น้ำแร่ ดื่มทุกวันดีหรือไม่ มีประโยชน์ต่อร่างกายหรือเปล่า

น้ำแร่เป็นน้ำที่มาจากแหล่งน้ำใต้ดินตามธรรมชาติ ซึ่งจะมีสารอาหารแร่ธาตุที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับแหล่งต้นน้ำ หลายคนคิดว่าการดื่มน้ำแร่นั้นดีกว่าการดื่มน้ำเปล่าทั่วไป แท้จริงแล้วน้ำแร่มีประโยชน์หรือไม่ มีคำตอบอยู่ในช่วงถัดไปค่ะ

  1. ปรับสมดุลร่างกาย แร่ธาตุโพแทสเซียมและโซเดียมในน้ำแร่ ช่วยรักษาความเป็นกรดด่างในร่างกาย มีผลทำให้ระบบหลอดเลือดและหัวใจทำงานได้เป็นปกติ
  2. ปรับปรุงระบบย่อยอาหาร แร่ธาตุซัลเฟตช่วยกระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งเอนไซม์ที่ช่วยให้การย่อยนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากแร่ธาตุซัลเฟตต่ำ จะมีผลทำให้ระบบเดินอาหารและการย่อยมีปัญหา อาจทำให้ท้องอืด ท้องผูกหรือท้องเสีย
  3. ส่งผลต่อกล้ามเนื้อ แร่ธาตุแมกนีเซียม ช่วยในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดเมื่อย หรืออ่อนล้าของกล้ามเนื้อได้
  4. บำรุงผิว แร่ธาตุซิลิกาในน้ำแร่ มีส่วนช่วยในการชะลอริ้วรอย และเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหนัง สามารถใช้ดื่มเพื่อบำรุงจากภายใน หรือใช้ฉีดพ่นผิวหน้า เพื่อสร้างความสดชื่นและกระตุ้นให้เซลล์ผิวตื่นตัวได้ มีแร่แมงกานีสช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนพร้อมกับมีสังกะสีและทองแดง ช่วยผลัดเซลล์ผิวพร้อมเพิ่มเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินให้กับผิว
  5. ลดการเกิดตะคริว สำหรับหญิงตั้งครรภ์ อาจมีภาวะตะคริวเกิดขึ้นได้ การดื่มน้ำแร่ช่วยรักษาสมดุลของแร่ธาตุในร่างกาย ช่วยลดและป้องกันการเกิดตะคริวได้

ดื่มน้ำแร่ทุกวันเป็นประจำดีไหม

การดื่มน้ำแร่บางคนก็บอกว่า ดื่มแล้วรู้สึกดีกว่าดื่มน้ำเปล่าธรรมดา บางคนก็บอกว่ารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับร่างกายบางอย่าง เช่น ผิวดีขึ้น ระบบขับถ่ายดีขึ้น แต่หากดื่มทุกวันแล้วจะมีผลกระทบอะไรกับร่างกายหรือไม่ ต้องขอแนะนำแบบนี้ค่ะว่า ในน้ำแร่แต่ละชนิดที่มีแหล่งกำเนิดที่แตกต่างกันนั้น ก็ให้ประโยชน์และคุณค่าที่แตกต่างกัน และใช่ว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จากการดื่มน้ำแร่เหมือนกันหมดทุกคน เพราะหากมีโรคประจำตัวหรือดื่มมากเกินไปโดยมิได้ระวัง ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน

ใครไม่ควรดื่มน้ำแร่

  1. ผู้ที่ป่วยเป็นโรคไต หรือระบบการทำงานของหัวใจผิดปกติ
  2. ผู้ที่มีการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารในปริมาณที่มากผิดปกติ หรือเป็นแผลในกระเพาะอาหาร หรือมีความดันโลหิตสูง
  3. ผู้ที่มีภาวะหลอดลมหดเกร็ง หรือเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
  4. ผู้ที่ป่วยในโรคทางเดินอาหารและมีแผลในทางเดินอาหาร

จะเห็นได้ว่าน้ำแร่มีประโยชน์ก็จริงแต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ฉะนั้นก่อนดื่มน้ำแร่ เราควรรู้จักสุขภาพของตนเองก่อน เพราะหากมีร่างกายที่แข็งแรงก็อาจส่งเสริมช่วยให้กระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล แต่หากมีโรคประจำตัวหรือโรคที่ไม่ควรดื่มน้ำแร่ ดื่มไปแล้วก็อาจก่อให้เกิดโทษและอันตรายต่อร่างกาย ดังนั้นควรอ่านฉลากและรู้ข้อจำกัดของสุขภาพตนเองก่อน เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการดื่ม

ดูคลิป “ประโยชน์น้ำแร่” https://www.youtube.com/watch?v=HzGGb3Wq1Ig