โทษของการกินเผ็ด

กินเผ็ดมากไปไม่ดี มีโทษ ทำให้เสี่ยงปัญหาสุขภาพ

สรรพสิ่งบนโลกนี้ทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ การกินเผ็ดก็เช่นกัน เมื่อมีประโยชน์ต่อร่างกาย หากเรารับประทานมากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียและก่อให้เกิดโทษได้ บทความนี้จะขอแนะนำโทษของการกินเผ็ดที่มีต่อสุขภาพ มีรายละเอียดดังนี้

1. กินเผ็ด ปวดท้อง ท้องอืด สำหรับบางคนการกินพริกเม็ดเดียวก็ถือว่าเผ็ดมากสำหรับเค้าแล้วหล่ะค่ะ แต่ก็ยังมีหลายคนที่ชอบกินรสจัดหรือเผ็ดมาก ๆ ซึ่งเมื่อกินในปริมาณมาก อาจมีผลทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด ปวดแสบปวดร้อนในลำไส้ หรือบางรายอาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย

2. กินเผ็ด ปากร้อนใน หลังจากกินอาหารเผ็ดเรียบร้อย หลายคนมีอาการแสบร้อนในช่องปาก เพดานปาก กระพุ้งแก้ม ริมฝีปาก นอกจากนี้อาจมีอาการปากแห้งคอแห้ง และมีตุ่มใสเหมือนแผลร้อนในขึ้นตามจุดต่าง ๆ ในช่องปากเช่น บริเวณเหงือก กระพุ้งแก้ม ริมฝีปากด้านใน

3. กินเผ็ด กระตุ้นภูมิแพ้ การรับประทานอาหารรสเผ็ดจัด อาจมีส่วนทำให้ภูมิแพ้กำเริบ เมื่อกินรสเผ็ดจะมีอาการน้ำมูกไหล มีเสมหะ หรือมีอาการไอ บางคนถึงกับสะอึก หรือจามไม่หยุดเมื่อกินอาหารรสเผ็ดที่มีส่วนกระตุ้นอาการเหล่านี้

4. กินเผ็ด แสบร้อนกลางอก อาการแสบร้อนกลางอก หลังจากกินอาหารเผ็ดอาจเกิดขึ้นได้ หากคุณมีหรือเคยเป็นโรคกรดไหลย้อน ด้วยอาการของโรคนี้อาจส่งผลต่อกระเพาะอาหารทำให้ระคายเคือง มีการแสบร้อนในท้องช่อง บริเวณกลางอก และกรดอาจไหลย้อนขึ้นมาบริเวณลำคอ

5. กินเผ็ด เสี่ยงเป็นไต การเป็นโรคไตมิได้มีสาเหตุมาจากการกินเค็มเท่านั้น การกินอาหารเผ็ดจัด ก็ย่อมส่งผลถึงการทำงานหนักของไตได้เช่นกัน ทำให้ไตเสื่อมสภาพ ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ไม่สามารถกรองหรือขับของเสียออกจากร่างกายได้หมด จึงก่อให้เกิดโรคไตเสื่อม

6. กินเผ็ด ปวดหู เมื่อร่างกายได้รับสารCapsaicin ในพริก จะทำให้อวัยวะช่องปากเกิดการระคายเคือง ร่างกายจะตอบสนองโดยการปรับสภาพ โดยการขับเหงื่อ หลอดเลือดบริเวณศีรษะ โครงหน้าขยาย ส่งผลกระทบถึงโครงสร้างภายในหู อาจทำให้หูชั้นกลาง แก้วหูมีอาการปวดจี๊ดๆ เหมือนมีตัวอะไรอยู่ในหู นอกจากนี้ อาจทำให้คันศีรษะ รูขุมขนขยายกว้างมากขึ้น หายใจไม่สะดวก และมีใบหน้าสีแดง

 ไม่น่าเชื่อเลยว่าการกินเผ็ดมากเกินไปจะส่งผลต่ออวัยวะและร่างกายของเราได้ขนาดนี้ เมื่อรู้ถึงโทษของมันแล้วละก็ ครั้งหน้าสั่งเมนูรสเผ็ดต้องห้ามใจไว้ อย่ากินเผ็ดมากเกินไป เพราะรสเผ็ดจัดจ้านอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่างกายได้รับผลกระทบและมีอาการเหล่านี้

ดูคลิปโทษของการกินเผ็ด https://www.youtube.com/watch?v=maS0z2F8Jo8

ประโยชน์แกงเลียงกุ้งสด

ประโยชน์แกงเลียงกุ้งสด อาหารสมุนไพร สรรพคุณจากเครื่องเทศ

แกงเลียงกุ้งสด หนึ่งในเมนูอาหารที่เต็มไปด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศ กระตุ้นความอยากรับประทาน ตั้งแต่ได้กลิ่นหอมลอยมาตามสายลม สามารถใช้เป็นเมนูเพื่อสุขภาพอุดมด้วยคุณค่าทางสารอาหาร นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อคุณแม่มือใหม่ เพราะช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมได้เป็นอย่างดี และต่อไปนี้จะขอเสนอประโยชน์จากแกงเลียงกุ้งสดที่มีในด้านอื่น ๆ ดังนี้

1. แกงเลียงช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง
แคลเซียมที่อยู่ในพริกไทย สามารถช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน อีกทั้งยังช่วยในการชะลอความเสื่อมของเซลล์

2. แกงเลียงบำรุงสมอง
หอมแดงอุดมด้วยธาตุฟอสฟอรัสที่มีส่วนบำรุงสมอง กระตุ้นการทำงานสมอง เมื่อรับประทานเป็นประจำ ช่วยให้ความจำดีขึ้น จดจำเรื่องราวและประมวลผลต่าง ๆ ได้ไวขึ้น

3. แกงเลียงบำรุงสายตา ลดน้ำตาลในเลือด
ด้วยสีเหลืองของฟักทอง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อกระจก ช่วยบำรุงและรักษาสายตา อีกทั้งยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน

4. แกงเลียงเพิ่มน้ำนม
บวบอุดมด้วยธาตุเหล็ก ส่งเสริมการสร้างเม็ดเลือดแดง บำรุงและกระตุ้นน้ำนมมารดา เหมาะสำหรับผู้ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ส่งเสริมการเจริญเติบโตของลูกน้อย บำรุงประสาทและสมอง ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย

5. แกงเลียงแก้ท้องอืด
การรับประทานอาหารมากเกินไปหรืออาหารไม่ย่อย ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ สามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยการรับประทานใบแมงลัก จะช่วยบรรเทาอาการท้องอืดให้ดีขึ้น ช่วยขับลมในลำไส้ ลดอาการท้องเฟ้อ พร้อมบำรุงลำไส้ไปในตัว

6. แกงเลียงบำรุงเส้นผม
สำหรับผู้ที่ปัญหาเส้นผมขาดหลุดร่วงได้ง่าย หรือผมแห้งเสีย การรับประทานกระชายสามารถช่วยบำรุงเส้นผมให้กลับมาแข็งแรง ลดการหลุดร่วง บำรุงเส้นผมให้มีน้ำหนัก กระตุ้นการทำงานของรากผมได้เป็นอย่างดี

7. แกงเลียงลดคอเลสเตอรอล ปรับสมดุลของร่างกาย
การรับประทานข้าวโพดอ่อน สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ป้องกันเส้นเลือดแข็งตัว อีกทั้งยังช่วยปรับสมดุลความเป็นกรดด่างในร่างกายให้อยู่ในภาวะปกติ

8. แกงเลียงลดน้ำหนัก
เครื่องปรุงและส่วนประกอบในเมนูแกงเลียงรวมไปถึงกุ้งสด มีส่วนช่วยให้คุณสามารถควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้น ด้วยแคลอรี่ที่ต่ำและวิตามินแร่ธาตุต่าง ๆ มีส่วนช่วยในการเพิ่มฮอร์โมนที่ช่วยในการกักไขมันให้มากขึ้น อีกทั้งการรับประทานกุ้งยังมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งยาลดน้ำหนัก

แกงเลียงกุ้งสดอร่อยและมีประโยชน์ขนาดนี้ เห็นทีต้องซื้อวัตถุดิบติดบ้านไว้เป็นเมนูประจำบ้านซะแล้ว แต่หากไม่มีเวลาหรือไม่สะดวก ไปร้านอาหารสั่งเค้าทำก็ง่ายและสะดวกดี กินอาหารทั้งทีก็ต้องเลือกอาหารที่กินแล้วถูกปาก และมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย ถึงจะคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

ดูคลิปประโยชน์แกงเลียงกุ้งสดได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=FFVBstPy3kQ

ประโยชน์ตำลึง

7 ประโยชน์ตำลึง โตเร็ว มีให้กินได้ไม่จำกัด

ตำลึงผักริมรั้ว ไม่อยากปลูกก็ยังเลื้อยมาให้กิน หากินได้ง่าย แถมยังมีให้กินได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องรอตามฤดูกาล นำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งนี้ก็เป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่นิยมรับประทาน เพื่อบำรุงร่างกาย ซึ่งจำให้คุณค่าทางสารอาหาร และประโยชน์ในด้านใดบ้าง ติดตามรับชมกันได้เลย

1. ตำลึงบำรุงสายตา
การใช้งานดวงตาเป็นเวลานานติดต่อกันโดยไม่พักสายตาเลย อาจก่อให้เกิดการล้าหรือตาพร่ามัวได้ การรับประทานพืชอย่างเช่น ตำลึง สามารถช่วยบำรุงและปรับปรุงสุขภาพดวงตาได้ ซึ่งคุณจะได้รับเบต้าแคโรทีน และวิตามินเอ จากผักชนิดนี้ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ พร้อมทั้งดูแลปกป้องดวงตาให้ห่างไกลจากอาการตาล้า ลดความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อม ส่งผลให้ดวงตาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2. ตำลึง โรคเบาหวาน
โรคเบาหวาน เมื่อเป็นแล้วหากไม่ดูแลรักษาให้ดี อาจส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นตามมาได้ การนำตำลึงมาคั้นน้ำ และนำน้ำมาดื่มจะช่วยทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงได้ โดยการดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น

3. ตำลึง โรคมะเร็ง
สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในตำลึง สามารถยับยั้งการทำงานของเซลล์มะเร็ง กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์และดักจับสารพิษในระบบทางเดินอาหาร เมื่อรับประทานเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้

4. ตำลึงแก้พิษได้
หากโดนใบไม้บางชนิดแล้วมีอาการคันที่ผิวหนัง หรือโดนหนอนใบไม้ สามารถใช้ใบตำลึงสด 5 ใบ ขยี้ให้ละเอียด แล้วนำมาทาบริเวณที่มีอาการคัน จะช่วยให้อาการเหล่านั้นดีขึ้น

5. ตำลึงแก้ท้องผูก
การทำงานของลำไส้ที่ดี ควรมีการขับถ่ายของเสียได้ตามปกติ หากลำไส้ไม่สามารถขับของเสียและถูกหมักหมมไว้ในลำไส้ อาจส่งผลให้เกิดการท้องผูกและเป็นริดสีดวงได้ ในตำลึงมีเอนไซม์อะไมเลสที่ช่วยย่อยอาหารประเภทแป้ง อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูง ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้ขับถ่ายได้ตามปกติ

6. ตำลึงบำรุงกระดูก
ใบตำลึงมีแคลเซียมสูง และร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว หากคุณต้องการแคลเซียมเพื่อใช้ในการดูแลกระดูก แต่แพ้แลคโตสนมวัว คุณสามารถหันมารับประทานตำลึงแทนได้

7. ตำลึงพอกหน้า
การทำครีมพอกหน้าโดยไม่ต้องใช้สารเคมีนั้น ทำได้ง่ายมาก เพียงแค่ใช้ยอดตำลึงและน้ำผึ้งแท้ อย่างละ ½ ถ้วย นำมาปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าให้ทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด ก็จะสามารถฟื้นฟูผิวให้กระชับ คืนความสดชื่นพร้อมผิวที่นุ่มเรียบเนียนได้ทันทีหลังการใช้

ตำลึง พืชที่ปลูกง่าย ชอบแสงแดด และไม่ต้องการการดูแลมาก แถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย ปลูก ๆ ทิ้งไว้แป๊บ ๆ ก็เลื้อยแตกใบให้เราได้นำมาทำอาหารกินได้หลากหลายเมนู หากชอบกินผัก และไม่ค่อยมีเวลาดูแล ปลูกตำลึงไว้ รับรองตอบสนองความต้องการในข้อนี้ได้อย่างแน่นอน

ดูคลิป ประโยชน์ตำลึง https://www.youtube.com/watch?v=tBHjOsWJ-uk

ประโยชน์เม็ดมะขาม

ประโยชน์เม็ดมะขาม เอามาคั่ว เอามาบด ทำได้หลายอย่าง สรรพคุณดีไม่น่าเชื่อ

มะขามผลไม้เนื้อสีน้ำตาล ที่ให้รสชาดทั้งหวานเปรี้ยว สามารถนำมากินเป็นของว่าง หรือนำมาประกอบอาหารในเมนูของคาวและหวานได้อย่างหลากหลาย ซึ่งนอกจากจะมีเนื้อที่ให้ความอร่อยแล้ว เม็ดมะขามก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถนำมาประยุกต์ใช้และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพดังนี้

1. เม็ดมะขามแก้ปวดเข่า
ด้วยคุณสมบัติจากเม็ดมะขาม ที่สามารถใช้ในการลดการอักเสบ และปวดเมื่อย เราสามารถใช้เมล็ดมาทำเป็นยาแก้ปวดได้โดยการนำเมล็ดมะขามมาแช่น้ำทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง ครบเวลานำมาตำหรือบดให้ละเอียด และนำมาผสมกับขมิ้นชัน 2 ช้อนโต๊ะและเกลือนิดหน่อย นำมาคั่วบนกระทะให้ร้อน รอให้ส่วนผสมเย็นตัวลง และนำมาพอกบริเวณหัวเข่า ก็จะสามารถบรรเทาอาการปวดเข่าให้ดีขึ้นได้

2. เม็ดมะขามย่อยอาหารแก้ท้องผูก
ท้องผูก หรือการที่ร่างกายไม่สามารถขับของเสียออกมาได้ตามปกติ มักเป็นอาการที่ส่งผลกระทบถึงอวัยวะภายในช่องท้องหลายส่วน ทำให้กระเพาะอาหารย่อยช้าลง ลำไส้ไม่ทำงาน ขับของเสียได้ช้าและยาก ลำดับต่อไปอาจมีปัญหาริดสีดวงร่วมด้วย การนำเม็ดมะขามมาทำเป็นเครื่องดื่ม สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของน้ำดีในตับ ช่วยยับยั้งคอเลสเตอรอล ลดการอักเสบของลำไส้ บรรเทาอาการท้องผูก ช่วยให้การขับถ่ายทำได้ง่ายและคล่องตัวมากขึ้น

3. เม็ดมะขามดีต่อหัวใจ
การป้องกันโรคหัวใจที่ดี คือการรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ตัวการของสาเหตุการเกิดโรค สารฟลาโวนอยด์ในเม็ดมะขาม สามารถช่วยเพิ่มปริมาณของไขมันชนิดดีและลดไขมันชนิดไม่ดี เมื่อไตรกลีเซอไรด์ลดลงก็ส่งผลดีต่อหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันผิดปกติ และความดันโลหิตสูง

4. เม็ดมะขามลดริ้วรอย
ผิวหน้าเต่งตึง ไม่มีริ้วรอยเป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ปรารถนา กรดไฮยาลูโรนิกในเม็ดมะขามสามารถช่วยให้ผิวคุณมีผลลัพธ์นี้ได้ นำเม็ดมะขามมาบดเป็นผงให้ละเอียดเหมือนแป้ง แล้วนำมาผสมโยเกิร์ตหรือน้ำผึ้ง และนำมาใช้ขัดพอกผิว วิธีนี้จะช่วยให้ผิวมีความกระชับ ชุ่มชื่น ลดริ้วรอยเล็ก ๆ ให้จางลง อีกทั้งยังปรับสีผิวสว่าง ลดผดผื่นได้อีกด้วย

5. เม็ดมะขามต้านโรคมะเร็งลำไส้
กรดทาร์ทาริก ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในเม็ดมะขาม สามารถช่วยปกป้องร่างกายให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งลำไส้ได้ ช่วยลดความเครียดของเซลล์ ปกป้องมิให้เซลล์ถูกทำลาย เสริมสร้างภูมิต้านทานได้ดีไม่แพ้วิตามินแพงๆเลย

6. เม็ดมะขามลดน้ำตาลในเลือด
โรคเบาหวาน มักเกิดจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูง หากปล่อยไว้ไม่ควบคุมอาจส่งผลก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาอีกหลายรายการ การรับประทานเม็ดมะขามสามารถช่วยดูแล และลดระดับน้ำตาลในเลือดให้ลดลงได้ด้วยสารโพลีแซ็กคาไรด์ที่ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย คุณสามารถนำเม็ดมะขามมาคั่วและนำมาชงดื่ม ก็จะช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้

7. เม็ดมะขามแก้ไอเจ็บคอ
โรคหวัด ไอ และอาการเจ็บคอ มักมาพร้อม ๆ กัน เมื่อร่างกายคุณเริ่มติดเชื้อ อาการเหล่านี้อาจส่งผลให้ต่อมทอลซิลมีการอักเสบ กลืนน้ำลายลำบากและเจ็บในลำคอ คุณสามารถนำเม็ดมะขามมาคั่ว แล้วนำมาผสมกับอบเชย และขิง ใส่น้ำต้มสุกแล้วนำมาไว้ใช้บ้วนปาก หลังแปรงฟัน หรือขณะที่มีอาการ ด้วยส่วนผสมนี้จะช่วยบรรเทาอาการให้ลดลง แก้เจ็บคอ และฆ่าเชื้อโรคในช่องปาก

8. เม็ดมะขามขัดฟันขาว
หากคุณสูบบุหรี่หรือดื่มชากาแฟเป็นประจำ แน่นอนว่าคราบนิโคติน หรือคราบเหลืองบนผิวฟันย่อมเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ การนำเม็ดมะขามไปคั่ว และนำมาบดผงแล้วนำมาใช้แปรงฟันจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ นอกจากจะทำให้ฟันขาวขึ้น ยังช่วยให้เหงือกแข็งแรงและป้องกันปัญหาฟันผุได้อีกด้วย

8 ประโยชน์จากเม็ดมะขาม จะเห็นได้ว่า หลังกินเนื้อมะขามแล้ว ไม่ควรทิ้งเม็ดมะขามเลยจริง ๆ เพราะเม็ดมะขามแทบจะสามารถดูแลร่างกายครอบคลุมและให้คุณประโยชน์ที่ดี ครั้งหน้าหากได้กินอย่าลืมล้างทำความสะอาดและเก็บไว้ให้ดีถึงเวลาเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถนำมาใช้รักษาอาการเบื้องต้นได้ทันที ไม่ต้องไปหาซื้อให้ยุ่งยาก กินเอง เก็บเอง มีประโยชน์อย่างแน่นอน

ดูคลิปประโยชน์เม็ดมะขาม https://www.youtube.com/watch?v=ia1DSivFNWE

วิธีกำจัดขน แว๊กขน

วิธีกำจัดขนด้วยตัวเอง แบบธรรมชาติ ไม่ง้อร้าน

ผิวที่สวยงาม เรียบเนียน ไม่มีขนปกคลุมให้กวนใจ ถือเป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนาและหาวิธีกำจัดมัน อันที่จริงแล้วขนก็มีประโยชน์อยู่บ้าง แต่สำหรับบางคนต้องการเผยผิวที่นวลเนียน อยากได้ผิวที่ไม่มีเส้นขนคอยรบกวนใจ จึงพยายามหาสูตรและวิธีทำ เพื่อกำจัดขนอันไม่พึงประสงค์เหล่านั้น คุณมาถูกทางแล้วค่ะในบทความนี้ ขอเสนอวิธีกำจัดขนด้วยตนเองแบบง่ายๆ ประหยัดและใช้ได้จริง เตรียมกระดาษและปากกามาจดได้เลย

1. สูตรกำจัดขนด้วยน้ำตาล น้ำมะนาว เกลือ
– น้ำตาลทรายขาว 2 ถ้วย
– น้ำมะนาว ¼ ถ้วย
– น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
– เกลือ 1 ช้อนชา
วิธีทำ ผสมส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อ ตั้งลงบนเตาใช้ความร้อนหรือไฟปานกลาง โดยไม่ต้องกวนส่วนผสม เมื่อส่วนผสมเริ่มเดือดให้หมุนหม้อไปมา เพื่อให้ส่วนผสมเริ่มจับตัวกัน รอจนสีของน้ำตาลเปลี่ยนเป็นสีเข้มข้น อาจใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณภูมิประมาณ 260 องศา หรือจับเวลาประมาณ 5 นาที ปิดเตาและเทแวกซ์ลงในขวดแก้ว รอให้แวกซ์เย็นสนิท แล้วจึงนำมาใช้กำจัดขน

2. สูตรน้ำตาลและน้ำผึ้ง
– น้ำตาลทรายแดงหรือขาว 1 ช้อนโต๊ะ
– น้ำผึ้งและน้ำเปล่า อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ เทส่วนผสมทั้งหมดลงในชามและนำใส่ไมโครเวฟ กดปุ่มเดินเครื่องโดยใช้เวลา 30 -35 วินาที รอจนส่วนผสมเดือดและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ครบเวลานำชามออกและรอให้แวกซ์เย็นตัวลง จึงจะสามารถนำมาใช้กำจัดขน

3. สูตรไข่ น้ำตาล แป้งข้าวโพด

วิธีทำ ใช้ไข่ขาว1 ใบผสมกับแป้งข้าวโพด ½ ช้อนโต๊ะ และน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ คนผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาทาพอกบนผิวบริเวณที่ต้องการกำจัดขน ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นลอกออกโดยดึงย้อนรูขุมขน

ข้อดีของการกำจัดขนด้วยสูตรจากธรรมชาติเหล่านี้ คือช่วยลดความเจ็บปวดและการระคายเคืองของผิวได้ดีกว่าการใช้ขี้ผึ้งกำจัดขนชนิดอื่น นอกจากนี้ยังช่วยให้เส้นขนขึ้นช้าลง และส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติเหล่านี้ ไม่มีสารก่อภูมิแพ้ อีกทั้งน้ำผึ้ง และน้ำตาล ก็ยังช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบของผิวได้ หากคุณทำและใช้มันอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยกำจัดขนบริเวณที่ไม่พึงประสงค์ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังเป็นการประหยัดเวลาและเงินในกระเป๋าได้อีกมากมายเลยทีเดียว

ดูคลิปสูตรแว๊กขน https://www.youtube.com/watch?v=ahy6uRk40r8

ประโยชน์กะเพรา

6 ประโยชน์กะเพรา สรรพคุณดีๆที่ต้องร้องว้าว

เมื่อนึกถึงกะเพราเราก็มักจะคิดถึงเมนูยอดฮิตตลอดกาล ผัดพริกใบกะเพราหมูสับ หอมกลิ่นใบกะเพราอ่อนๆ ให้รสชาติเผ็ดหน่อยๆเข้ากันกับข้าวสวยร้อนๆ นอกจากความอร่อย รู้หรือไม่ใบกะเพรามีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ในบทความนี้มีเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับผักชนิดนี้มาฝาก

1. กะเพราดีต่อสายตาและการมองเห็น
สารสกัดด้วยน้ำจากกะเพราแดง ช่วยให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นดีขึ้น อุดมด้วยวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน ลูทีน ซีแซนทีน สารเหล่านี้ล้วนสำคัญต่อสุขภาพของดวงตา ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต้อกระจก

2. กะเพราลดระดับน้ำตาล
ชาวอินเดียและชาวปากีสถาน นิยมใช้กะเพราต้มน้ำดื่ม เพื่อใช้ในการรักษาโรคเบาหวานและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

3. กะเพราแก้หวัด
กลิ่นหอมฉุนรสเผ็ดร้อนของกะเพรา สามารถช่วยบรรเทาอาการโรคหวัด ขับเสมหะ ขับเหงื่อลดไข้และส่งเสริมการทำงานของปอด ช่วยให้หายใจสะดวกมากขึ้น บรรเทาโรคหอบหืด เสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรงไวขึ้น

4. กะเพราแก้เครียด
การรับประทานใบกะเพราเป็นประจำพบว่า สามารถช่วยลดความเครียด คลายความวิตกกังวลและลดอาการซึมเศร้า ช่วยปรับสมดุลธาตุในร่างกายให้อยู่ในภาวะปกติ

5. กะเพราขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
ในการรักษาแบบแทพย์แผนไทยนิยมใช้ยอดอ่อนและใบกะเพราเป็นยาบำรุงธาตุ แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ขับลม ลดการจุกเสียด หากมีอาหารเหล่านี้ลองรับประทานเมนูที่มีใบกะเพราเป็นส่วนประกอบจะช่วยให้อาการดีขึ้น โดยไม่ต้องรับประทานยาเลย

6. กะเพราไล่ยุงและแมลง
น้ำมันหอมระเหยใบกะเพรามีส่วนช่วยในการไล่ยุงและแมลง คุณสามารถนำใบกะเพรามาหมักรวมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ และใช้เอทิลแอลกอฮอล์ เทให้ท่วมใบกะเพรา หมักทิ้งไว้ 15 วัน จากนั้นกรองนำแต่น้ำมาใช้ฉีดพ่นในการไล่ยุง

กะเพราปลูกง่าย โตไว แถมยังสารพัดประโยชน์ สรรพคุณครอบคลุมขนาดนี้ ปลูกติดบ้านไว้ ถึงเวลาก็หยิบใช้ได้ทันที หากเพื่อนๆมีไอเดียในการนำกะเพรามาประยุกต์ใช้ในด้านอื่น ๆ อย่าลืมแนะนำให้ทราบกันบ้างนะ

ดูคลิปประโยชน์กะเพรา https://www.youtube.com/watch?v=N53MoyDygxg

ประโยชน์ข้าวโพด

ประโยชน์ข้าวโพด รับประทานทุกวัน ต้านได้หลายโรค เซเว่นก็มีขาย

ข้าวโพด ผลไม้ที่หลายคนชอบรับประทาน เพราะรสชาติที่หวาน มีกลิ่นหอม ทำให้รับประทานได้ง่าย มีหลายสีหลายสายพันธุ์ ซึ่งน้อยคนนักที่จะรู้ว่าประโยชน์ของข้าวโพดมีดีอย่างไรต่อสุขภาพ คุณสามารถหาคำตอบได้ในบทความนี้

1. ข้าวโพดกินแล้วดวงตาสดใส
แคโรทีนอยด์ ลูทีน ซีแซนทีน สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในข้าวโพด สารเหล่านี้ช่วยป้องกันเซลล์ของดวงตาให้เสื่อมช้าลง

2. ข้าวโพดป้องกันโรคโลหิตจาง
โรคโลหิตจาง คือโรคที่ขาดวิตามินและแร่ธาตุ ข้าวโพดมีแร่ธาตุเหล็กและโฟเลตสูง ช่วยบำรุงเลือดได้ค่ะ

3. ข้าวโพดต้มป้องกันโรคมะเร็ง
มีการวิจัยพบว่า ข้าวโพดหวานเมื่อเรานำไปต้มจนสุก จะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าข้าวโพดดิบ สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ ก่อนรับประทานข้าวโพดควรนำไปทำให้สุกด้วยการ ต้ม นึ่ง ปิ้งย่าง เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการรับประทานข้าวโพด

4. ข้าวโพดมีประโยชน์ป้องกันท้องผูก
สาเหตุที่คุณท้องผูก นั่นอาจเป็นเพราะคุณรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อยเกินไป การรับประทานข้าวโพดจะช่วยให้คุณขับถ่ายง่ายขึ้น เพราะมันมีปริมาณไฟเบอร์สูงและยังทำให้ระบบย่อยอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5. ลดน้ำหนักด้วยข้าวโพด
สาเหตุหนึ่งของโรคอ้วน คือการรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์และกินจุกจิก คุณสามารถรับประทานข้าวโพดเป็นของว่างทดแทนเวลาที่หิวได้ ข้าวโพดจะช่วยให้คุณอิ่มเร็วและอิ่มนานขึ้น ช่วยแก้ปัญหาการกินไม่เป็นเวลาได้เป็นอย่างดี

6. ข้าวโพดอาหารสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน
คนที่เป็นโรคเบาหวาน ต้องระวังเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ การรับประทานข้าวโพดจะไม่ไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดให้สูงมากเกินไป นอกจากนี้กินข้าวโพดแบบพอดี แค่พอหายอยากหวานๆ ก็ช่วยให้อยู่กับโรคเบาหวานได้อย่างมีความสุข

7. ข้าวโพดป้องกันสมองเสื่อม
การรับประทานข้าวโพดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณได้รับสารต้านอนุมูลอิสระไทมีน ซี่งมีส่วนช่วยให้สมองของคุณมีความจำที่ดีขึ้น

ข้าวโพดเป็นอาหารที่หารับประทานได้ง่าย แปรรูปเป็นอาหารได้หลายรูปแบบ หากต้องการบำรุงสุขภาพด้วยการกินผลไม้ก็อย่าลืมนึกถึงข้าวโพดด้วยนะ

ดูคลิปประโยชน์ข้าวโพด https://www.youtube.com/watch?v=IHIAaqJ_8dw

ประโยชน์ใบมะขาม

7 ประโยชน์ใบมะขาม ปลูกเอาไว้มีแต่ได้กับได้

มะขาม ไม่ว่าส่วนใดของมันก็ถูกนำมาใช้ได้เกือบทุกส่วน นอกจากจะมีเนื้อที่นำมากินได้แล้วใบมะขามก็สามารถนำมากินได้เช่นกัน ซึ่งประโยชน์จากใบมะขาม จะมีอะไรบ้าง ติดตามได้ในบทความนี้

1. ใบมะขามแก้คันจากผดผื่น
อาการคัน มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง สามารถบรรเทาได้โดยการใช้ใบมะขามต้มกับน้ำให้เดือด ปิดฝารอให้น้ำงวด ใช้เวลา 30 นาที ปิดไฟทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำน้ำที่ได้มากรองใช้แต่น้ำผสมน้ำใช้อาบ วิธีนี้จะช่วยบรรเทาอากรคัน และช่วยให้ผดผื่นหายเร็วขึ้น ลดการติดเชื้อที่ผิว

2. ใบมะขามควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
การรับประทานใบมะขามสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยการนำมาต้มกับน้ำแล้วดื่ม จะสามารถช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ลดลงได้

3. ใบมะขามแก้ไข้ ไอมีเสมหะ
สารต้านอนุมูลอิสระในใบมะขามสามารถช่วยแก้อาการไข้ ไอ เจ็บคอ และขับเสมหะได้ เพียงนำใบมะขามมาต้มให้เดือด ทิ้งไว้ให้อุ่นแล้วผสมน้ำผึ้ง มะนาวลงไปแล้วนำมาใช้ดื่ม

4. ใบมะขามลดกลิ่นปาก
ความเจ็บป่วยหรือโรคบางโรค อาจมีสาเหตุมาจากสุขอนามัยภายในช่องปาก หากมีกลิ่นปาก ปวดฟัน ปวดเหงือก นำใบมะขามมาต้มกับน้ำและผสมเกลือลงไปเล็กน้อย เมื่อเดือดแล้วปิดไฟ ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำมาใช้บ้วนปาก กลั้วคอ จะช่วยบรรเทาอาการปวดอักเสบในช่องปากให้ดีขึ้น ลดกลิ่นปาก บำรุงเหงือก เป็นยาฆ่าเชื้อจากธรรมชาติ

5. ใบมะขามเพิ่มภูมิต้านทาน
การรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของใบมะขาม สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยกรดทาร์ทาริกและวิตามินซีที่จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ

6. ใบมะขามลดการอักเสบ
การอักเสบของร่างกายมักจะแสดงออกในรูปของการเจ็บปวด เช่น การปวดเมื่อยตามร่างกาย หรือปวดเข่า สามารถบรรเทาอาการปวดโดยการใช้ใบมะขามผสมกับสมุนไพรอื่น ๆ เพื่อใช้ทำเป็นลูกประคบ บรรเทาปวด เช่น ไพล ขมิ้น ตะไคร้ ผิวมะกรูด เกลือ เป็นต้น ใบมะขามจะช่วยให้เส้นเอ็นหย่อนตัวลง แก้เคล็ดขัดยอก ลดการอักเสบปวดบวม

7. ใบมะขามแก้หวัด
หากมีอาการหวัดคัดจมูก สามารถนำใบมะขามมาต้มผสมกับหอมแดง 2-3 หัว แล้วนำมาใช้อาบน้ำสระผม จะช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก ลดน้ำมูก ทำให้หายใจคล่องขึ้น

ดูคลิปประโยชน์ใบมะขาม https://www.youtube.com/watch?v=CcUWGr4E_ys

ประโยชน์โกโก้

ประโยชน์โกโก้ ชงดื่มก็อร่อย สรรพคุณดีดูแลร่างกาย

โกโก้ ผงสีน้ำตาลจากธรรมชาติที่มีแหล่งกำเนิดจากอเมริกาใต้ ปัจจุบันในประเทศไทยนิยมปลูกกันทางภาคใต้ ซึ่งกว่าจะได้มาเป็นผงโกโก้ให้เราชงดื่มกัน ต้องผ่านขั้นตอนการหมัก ตากแห้ง คั่ว แล้วนำไปบด จึงสามารถนำมารับประทานได้ นอกจากให้ความอร่อยแล้ว โกโก้มีประโยชน์อะไรอีกบ้าง ติดตามได้ในบทความนี้

1.โกโก้ ลดคอเลสเตอรอล สารโพลีฟีนอลและฟลาโวนอยด์ที่อยู่ในโกโก้ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบ พวกมันสามารถช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด

2.โกโก้ ดูแลหัวใจ ส่วนหนึ่งของการเป็นโรคหัวใจ คือการที่ระดับคอเลสเตอรอลตัวไม่ดีนั้นสูงมากเกินไป การดื่มโกโก้ส่งผลดีต่อหัวใจ โดยการช่วยลดคอเลสเตอรอลตัวเลวให้ลดลง การดื่มโกโก้เพียงวันละ 1 แก้ว ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจวาย หัวใจล้มเหลว และโรคหลอดเลือดสมองได้

3.โกโก้ อัลไซเมอร์  โรคอัลไซเมอร์เป็นผลกระทบที่มาจากการเสื่อมสภาพของเซลล์สมอง ระบบความทรงจำเริ่มถดถอย และอาจมีพฤติกรรมทำอะไรซ้ำ ๆ เนื่องจากจำไม่ได้ว่าทำไปแล้วหรือยัง สารต้านอนุมูลอิสระในโกโก้ สามารถช่วยดูแลสมองและระบบประสาท ป้องกันการเสื่อมของเซลล์และโรคอัลไซเมอร์ได้

4.โกโก้ ลดความเครียด ด้วยสถานะการณ์งานที่เคร่งเครียด อาจส่งผลกระทบทำให้หงุดหงิดได้ง่าย อารมณ์ไม่ดีและมีความเครียด การดื่มโกโก้จะช่วยให้สมองผ่อนคลายตัวลง หลั่งสารโดพามีนและสารเซโรโทนิน สารที่ช่วยให้รู้สึกดี มีความสุขและรู้สึกสดชื่นมีพลังในการทำงานมากขึ้น

5.โกโก้ หอบหืด ในผู้ที่เป็นโรคหอบหืด อาจทำให้มีอาการหายใจไม่สะดวก หรือไอเรื้อรัง สารธีโอโบรมีนและสารธีโอฟิลลีน สามารถช่วยขยายปอดให้ทำงานได้สะดวก หายใจคล่องมากขึ้น หากมีอาการหายใจติดขัดหรือไอต่อเนื่อง ลองดื่มโกโก้ร้อนสักแก้ว ก็จะช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

6.โกโก้ ผิวสวยสุขภาพดี นอกจากจะใช้โกโก้มาชงดื่มเพื่อบำรุงจากภายในแล้ว การนำโกโก้มาใช้ขัดผิวโดยการผสมโกโก้กับน้ำผึ้งและโยเกิร์ต แล้วนำมาใช้พอกผิว ทิ้งไว้ 15 นาที สารต้านอนุมูลอิสระในโกโก้จะช่วยบำรุงผิวให้สุขภาพดี ลดความแห้งกร้าน และทำให้ผิวเนียนนุ่ม ได้ผลดีไม่แพ้การใช้ครีมบำรุงเลย

ประโยชน์ของโกโก้มิได้มีเพียงแค่การนำมาชงดื่มเท่านั้น สามารถนำมาใช้กับผิวภายนอกได้อีกด้วย เรียกว่าซื้อครั้งเดียวก็ได้รับความคุ้มค่าต่อสุขภาพทั้งภายในและภายนอก รู้อย่างนี้แล้ว รีบออกไปซื้อโกโก้กันเถอะค่ะ

ดูคลิปประโยชน์โกโก้ได้ที่https://www.youtube.com/watch?v=33qK0tIvbLc

ประโยชน์ผักชี

ประโยชน์ผักชี สรรพคุณผักกลิ่นแรง ไม่อยากเสี่ยงโรคต้องรับประทาน

ผักชี ผักยอดฮิตในประเทศญี่ปุ่น แต่ในประเทศไทยก็เชื่อว่ามีหลายคนที่ไม่ชอบกลิ่นและไม่ชอบกินผักชนิดนี้ หลังจากจบบทความอาจทำให้คุณเปลี่ยนใจหันมาชอบผักชีมากขึ้น เพราะอะไรน่ะหรือ อยากรู้ตามไปดูประโยชน์ของผักชีกันเถอะ

1. บำรุงดวงตา ใช้งานดวงตาหนัก เล่นมือถือ ใช้งานคอมพิวเตอร์มาก อาจส่งผลให้ตาล้า หรือจอประสาทตาเสื่อมได้ ในผักชีมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและต้านการอักเสบของเซลล์ อุดมด้วยเบต้าแคโรทีนที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของดวงตา

2. กินปิ้งย่าง ผู้ที่ชอบกินอาหารปิ้งย่าง เมื่อรับประทานบ่อยอาจมีความเสี่ยงต่อสารก่อมะเร็งในเนื้อที่ไหม้ได้ ในผักชีมีสารที่สามารถช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็งที่เกิดจากการกินอาหารปิ้งย่าง หากไม่อยากเสี่ยงกับโรคร้าย คราวหน้ากินปิ้งย่าง อย่าลืมกินคู่กับผักชี จะได้ไม่เสี่ยงแถมยังมีเส้นใยช่วยให้ขับถ่ายคล่องมากขึ้นอีกด้วย

3. ดูแลน้ำตาลในเลือด ผักชีสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยการกินลูกผักชีหรือนำมาต้มน้ำดื่ม

4. ดับกลิ่นปาก หากต้องการดับกลิ่นปากโดยไม่ใช้เคมี สามารถนำเมล็ดผักชีมาต้มแล้วนำน้ำมาใช้อมกลั้วปาก วิธีนี้จะช่วยลดการอักเสบในช่องปากอีกทั้งยังช่วยดับกลิ่นปากได้เป็นอย่างดี

5. อาหารไม่ย่อย สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องระบบการย่อยการรับประทานผักชี ช่วยให้น้ำย่อยและน้ำดีถูกขับออกมา ส่งผลให้การย่อยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการหมักหมมของอาหาร ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค

6. แก้หวัด อาการไอ ไข้หวัด มักเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของอุณภูมิต่อร่างกาย หรือร่างกายอ่อนแอและได้รับเชื้อไวรัส การนำใบผักชีมาต้มน้ำหรือทำเมนูแกงจืดผักชีหมูสับ แล้วรับประทานขณะอุ่นๆ จะช่วยฟื้นฟูร่างกาย บำรุงธาตุ ลดการไอ ลดน้ำมูก ละลายเสมหะ

7. ริดสีดวง เมื่อมีอาการถ่ายเป็นมูกเลือด หรือเป็นริดสีดวงทวารหนัก สามารถนำเมล็ดผักชีมาใช้ประกอบอาหารในเมนูต่าง ๆ เพื่อรักษาอาการให้ดีขึ้นได้ อาจนำมาทำเป็นเครื่องเทศที่ช่วยให้กลิ่นและรสชาติอร่อยมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ มิให้ถ่ายเป็นมูกเลือด รักษาริดสีดวง ลดขนาดของริดสีดวง  ลดเวลาในการขับถ่ายให้เร็วขึ้น

7 ประโยชน์ของผักชีที่แนะนำข้างต้น หวังว่าอาจช่วยทำให้ผู้ที่ไม่ชอบผักชีเปลี่ยนใจหันมาลองรับประทานผักชีดูสักครั้ง อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยโรคไตรับประทานมากเกินไป เนื่องจากเป็นผักที่มีธาตุโพแทสเซียมสูง อาจส่งผลต่อการทำงานของไตได้

สรรพคุณผักชี https://www.youtube.com/watch?v=jrJgJeg-HxU