คลังเก็บหมวดหมู่: ชาสมุนไพร

ประโยชน์ชามะลิ

ชามะลิ ประโยชน์จากใบชาที่ลองแล้วจะติดใจ

การดื่มชาในปัจจุบันได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย ชาสมุนไพรที่เป็นที่รู้จักกันดีก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาดำ ชาแดง ชาขาว บางคนก็ดื่มเพื่อสุขภาพ บางคนก็ดื่มเพื่อควบคุมน้ำหนัก บางคนก็ดื่มเพื่อการสังสรรค์ แต่ไม่ว่าจะดื่มชาด้วยเหตุผลใดก็ตาม หากไม่ใส่ครีม นม น้ำตาล ก็ถือว่าได้ประโยชน์ไปเต็มๆ เพราะไม่มีสารให้ความหวานที่แฝงไว้ด้วยโรคภัย สำหรับบทความนี้จะขอแนะนำชาอีกหนึ่งชนิดที่ให้คุณประโยชน์ต่อสุขภาพไม่แพ้ชาอื่น ๆ เลย นั่นก็คือชามะลิ จะดีอย่างไร ไปชมกันเลย

1. กระตุ้นพลังงาน แม้ว่าชามะลิจะมีคาเฟอีนเหมือนกับกาแฟ แต่อย่างน้อยในความเข้มข้นของคาเฟอีน ชามะลิให้คาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟมาก ซึ่งบางคนหากได้รับปริมาณคาเฟอีนที่สูงหรือมากเกินไป ก็อาจส่งผลให้ปวดหัว นอนไม่หลับ  หัวใจเต้นแรง ใจสั่น คาเฟอีนที่อยู่ในชามะลิมีปริมาณไม่สูงมากนัก เมื่อดื่มแล้วจะช่วยให้คุณตื่นตัว มีสมาธิที่ดีขึ้น กระตุ้นการทำงานของเซลล์ระบบประสาทให้พร้อมกับกิจกรรมที่ต้องทำในวันนั้น ๆ

2. ชามะลิลดน้ำหนัก อุปสรรคของการลดน้ำหนัก คือการติดรสหวานในเครื่องดื่มและอาหาร การดื่มชามะลิไม่ปรุงรสในช่วงท้องว่าง จะสามารถช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันให้ทำหน้าที่ได้ดีขึ้น

3. ป้องกันมะเร็งด้วยชามะลิ อนุมูลอิสระเกิดได้จากหลายปัจจัย ซึ่งเราสามารถห่างไกลโรคร้ายได้ด้วยการป้องกันอนุมูลอิสระต่าง ๆ ไม่ให้เกิดขึ้นได้ด้วยการดื่มชามะลิ ในชาชนิดนี้อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ เพิ่มจำนวนเซลล์และชะลอการกลายพันธุ์ของเซลล์ เมื่อดื่มเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน และลดอัตราการเสี่ยงของโรคมะเร็งให้ลดน้อยลงได้

4. หัวใจแข็งแรง อันที่จริงแล้วการดื่มกาแฟสดวันละ 1 แก้ว สามารถช่วยบำรุงปรับปรุงสุขภาพหัวใจได้ แต่หากคุณไม่ชอบดื่มกาแฟสดแต่ต้องการผลลัพธ์นี้ คุณสามารถดื่มชามะลิทดแทนได้ เพราะสารคาเทชินที่อยู่ในชามะลิ สามารถดูแลหัวใจ บำรุงและลดการอักเสบของหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ อีกทั้งยังช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

5. ชามะลิช่วยลดความเครียด การจิบน้ำชามะลิอุ่น ๆ สามารถช่วยยกระดับอารมณ์และเพิ่มความผ่อนคลายได้ เพราะสารประกอบในชามะลิ จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายปล่อยสารเคมีที่ช่วยลดความกังวล เป็นการคลายความเครียดให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี

6. ชามะลิแก้ปวดเมื่อย สารต้านการอักเสบในชามะลิ ส่งผลดีต่อผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับโรคข้ออักเสบหรือปวดข้อ การดื่มชามะลิอย่างน้อยวันละ 1 แก้ว จะสามารถบรรเทาอาการปวดเมื่อยของข้อ ลดการอักเสบ ความเจ็บปวดของข้อต่อต่าง ๆ ได้

7. สุขภาพผิวดี น้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในใบชามะลิ อุดมด้วยสารโพลีฟีนอล ช่วยในการชะลอริ้วรอยก่อนวัยอันควร ลดความหมองคล้ำ ลดริ้วรอย และต้านเชื้อแบคทีเรีย การดื่มชามะลิจะส่งผลให้ผิวชุ่มชื่น ดูมีน้ำ มีนวล และผิวดูสุขภาพดี

รับชมคลิป ประโยชน์ชามะลิ https://www.youtube.com/watch?v=MLAibD6ARA4

ประโยชน์ชาเจียวกู่หลาน

ประโยชน์ของชาเจียวกู่หลาน ชาจีน ของดีแต่โบราณ

ชาเจียวกู่หลาน เป็นชาจีนที่นิยมดื่มกันมากอีกชนิดหนึ่ง นิยมดื่มเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง มีความเชื่อว่าเมื่อดื่มแล้วจะทำให้ระบบภายในร่างกายสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

– ชาเจียวกู่หลานมีคุณสมบัติในการส่งเสริมธาตุหยินหยางของร่างกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง สามารถทำงานหนักกลางแจ้งได้นาน มีอายุยืนยาว ดูอ่อนกว่าวัย มีอัตราการป่วยเป็นโรคมะเร็งต่ำ ด้วยคุณสมบัติเช่นนี้ จึงเป็นที่นิยมรับประทานของชาวจีนเป็นอย่างมาก โดยพวกเขานำชาเจียวกู่หลานมาทานเป็นอาหารหรือต้มดื่มแทนน้ำชา

–  ชาเจียวกู่หลานสามารถช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกายได้ ทำให้การทำงานของระบบน้ำเหลืองดีขึ้น โดยการสร้างเม็ดเลือดขาวเพื่อกำจัดเชื้อโรคภายในร่างกาย คนที่รับประทานชาเจียวกู่หลานเป็นประจำร่างกายจึงแข็งแรงไม่อ่อนเพลีย มีภูมิต้านทานมากขึ้น

– ประโยชน์ดี ๆ ของชาเจียวกู่หลานคือมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอนุมูลอิสระนี่เองที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นไว ดีเอ็นเอทำงานผิดปกติ อวัยวะภายในเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ทำให้เส้นเลือดตีบตัน ทำให้เกิดอาการอักเสบที่เอ็นและกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมากเกินไปจนทำให้เป็นข้ออักเสบหรือโรคเม็ดเลือดขาวมากเกิดไป นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งและโรคสมองเสื่อมอีกด้วย

– สำหรับคนที่เป็นความดันโลหิต ชาเจียวกู่หลานยังมีสรรพคุณที่ช่วยควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติได้ ถ้าใครที่มีความดันโลหิตต่ำก็จะปรับให้เป็นปกติ ส่วนใครที่มีความดันโลหิตสูงก็จะปรับให้ลดลง

– ชาเจียวกู่หลานยังมีคุณสมบัติในการลดไขมันในเลือดได้ สามารถลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ไขมันเลว และเพิ่มไขมันดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากนี้ชาเจียวกู่หลานยังช่วยในเรื่องของโรคเบาหวานและโรคตับ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยมีสารซาโปนินที่ช่วยลดอาการป่วยจากโรคตับอักเสบและโรคเบาหวาน โดยจะเข้าไปช่วยกระตุ้นการสร้างอินซูลินจากตับอ่อน ซึ่งจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

– ในเรื่องของผิวพรรณ ชาเจียวกู่หลานจะช่วยรักษาความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นทำให้ผิวพรรณเต่งตึง

จะเห็นว่าประโยชน์ของชาเจียวกู่หลานล้วนแต่ช่วยในเรื่องของสุขภาพร่างกาย การดื่มชาเจียวกู่หลานก่อนนอนเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะช่วยทำลายสารอาหารตกค้างในร่างกาย อาหารที่ไม่สะอาดหรือย่อยสลายไม่หมด และยังขับสารพิษต่าง ๆ
ในกระเพาะอาหารและลำไส้ได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ชาเจียวกู่หลานจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่การรับประทานในปริมาณที่เหมาะและกินอาหารที่หลากหลาย การออกกำลังกายและพักผ่อนนอนหลับ การดูแลตนเองในทุก ๆ ด้านย่อมทำให้มีสุขภาพดีแบบยั่งยืน

รับชม “ประโยชน์ของชาเจียวกู่หลาน” ผ่าน youtube : https://www.youtube.com/watch?v=NxwyDHlNKUM

เครื่องดื่มลดน้ำหนัก-ลดพุงได้ผล

8 เครื่องดื่มลดน้ำหนักที่ดีที่สุด ลดพุง ลดหน้าท้อง เบิร์นไขมันกระจุยย

หุ่นดี รูปร่างสมส่วน มีส่วนเว้าส่วนโค้ง เป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนา บางคนก็หาตัวช่วย แต่บางคนก็มีวินัยในการกิน และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สำหรับบทความนี้ จะขอเสนอทางเลือกในการดื่ม เพื่อช่วยในการควบคุมหรือส่งเสริมการลดน้ำหนัก ช่วยในการเพิ่มการเผาผลาญอาหาร และทำให้การดูแลเรื่องการลดน้ำหนักนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น และต่อไปนี้คือ

8 เครื่องดื่มลดน้ำหนัก หน้าท้องสวยๆ อวดได้ไม่อายใคร

1. ชาเขียว

ไม่เพียงแต่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ชาเขียวยังเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับการลดน้ำหนัก โดยการกระตุ้นการเผาผลาญอาหารและกระตุ้นการสลายไขมัน ซึ่งชาเขียวมัทฉะจะมีปริมาณสารคาเทชินสูงกว่าชาเขียวทั่วไป  ช่วยในการเพิ่มระดับพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในขณะออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มในการช่วยลดความดันโลหิต และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคมะเร็งบางชนิด

[related-post id=”500″]

2. กาแฟ

คาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟเป็นสารที่ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นประสาท ช่วยให้ร่างกายตื่นตัว เพิ่มระดับการเผาผลาญพลังงาน ซึ่งกาแฟที่เหมาะกับการดูแลน้ำหนัก คือกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล แนะนำให้ดื่มก่อนการออกกำลังกาย 30 นาที และควรออกกำลังกายควบคู่ต่อเนื่องนาน 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงขึ้นไป

[related-post id=”518″]

3. ชาดำ

สารประกอบโพลีฟีนอลที่เรียกว่าฟลาโวนอยด์ที่อยู่ในชาดำนั้น เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ กระตุ้นให้เกิดการสลายตัวของไขมัน และยังสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ดีในกระเพาะอาหาร จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่ดื่มชาดำติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน มีการลดลงของสัดส่วนบริเวณเอว หน้าท้องและไขมันในร่างกายอย่างเห็นได้ชัดเจนเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ดื่ม

[related-post id=”320″]

4. น้ำเปล่า

การดื่มน้ำก่อนการรับประทานอาหารมีส่วนช่วยให้การลดน้ำหนักนั้นประสบความสำเร็จมากขึ้น ซึ่งในงานวิจัยชี้แจงว่า ในการทดลองช่วงระยะเวลา 12 สัปดาห์ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก เมื่อดื่มน้ำ 500 มิลลิลิตร ก่อนการรับประทาน มีส่วนช่วยให้น้ำหนักตัวลดลงกว่าผู้ที่ไม่ดื่มน้ำก่อนอาหาร 44%

5. น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์

การดื่มเครื่องดื่มผสมน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะต่อวัน มีผลทำให้น้ำหนักตัว เอวและไขมันหน้าท้องลดลงอย่างมีนัยสำคัญ กรดอะซิตริกที่อยู่ในน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ สามารถป้องกันการเพิ่มน้ำหนัก และลดการสะสมของไขมันในท้องและตับ แต่อย่างไรก็ตามการดื่มเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ อาจทำให้ฟันผุกร่อนได้ ดังนั้นจึงควรบริโภคในปริมาณเล็กน้อย บ้วนปาก และดื่มน้ำตามให้มากๆ

6. ชาขิง

ขิงสามารถลดความอยากอาหารและเพิ่มการเผาผลาญอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพในการย่อย เพียงดื่มน้ำชาขิงร้อนก่อนอาหารเช้า ก็จะช่วยลดความหิวและส่งเสริมการลดน้ำหนักให้ได้ผลรวดเร็วยิ่งขึ้น

[related-post id=”478″]

7. เครื่องดื่มที่มีโปรตีนสูง

การดื่มเครื่องดื่มที่มีโปรตีนสูง สามารถลดความหิวกระหาย และช่วยลดน้ำหนักได้ คุณอาจรับประทานเวย์โปรตีน หรือ ทำน้ำถั่วปั่นดื่มเป็นประจำ วิธีการทำน้ำถั่วปั่น เพียงนำถั่ว 5 ชนิด ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วขาว มาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน เช้ามานำมาต้มหรือนึ่งให้สุก จากนั้นนำมาปั่นผสมน้ำให้ละเอียด แล้วนำมากรองดื่มแต่น้ำ หรือหากปั่นจนละเอียดมาก ก็สามารถนำมาดื่มได้เลย สำหรับสูตรน้ำถั่วปั่นนี้เมื่อดื่มอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้อิ่มเร็ว อีกทั้งยังช่วยให้ลดน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย

8. น้ำผัก

การบริโภคผักไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม ก็จะส่งผลดีและมีประโยชน์ต่อร่างกาย การดื่มน้ำผักก็เช่นกัน สามารถดูดซึมได้ทันที ช่วยในการฟื้นฟูตับ ขับของเสียในร่างกาย อุดมด้วยคลอโรฟิลล์ วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญช่วยให้ร่างกายสามารถสร้างพลังงานในเซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดไขมันส่วนเกิน ช่วยให้ไขมันถูกย่อยสลายได้เร็ว

รับชมรับฟังเครื่องดื่มลดน้ำหนักในรูปแบบคลิปวิดีโอ >>> https://www.youtube.com/watch?v=pGVA-usVh2w

8 ประโยชน์ของชาใบหม่อน ลดความอ้วน ต้านมะเร็ง เส้นเลือดอุดตัน

ในบันทึกการเพาะปลูกใบหม่อนของชาวจีนพบว่า มีการปลูกต้นหม่อนมามากกว่า 3000 ปีมาแล้ว และส่วนต่างๆ ของหม่อนก็ถูกนำมาใช้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน เช่น ใบหม่อนนำมาใช้เลี้ยงไหม เปลือกหม่อนนำมาทำกระดาษ ผลหม่อนนำมารับประทานเป็นผลไม้ เป็นต้น นอกจากนี้ในญี่ปุ่นใบหม่อนยังถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน โดยสถาบันกลางพัฒนาหม่อนไหมในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากมีวิตามิน เกลือแร่ และอุดมไปด้วยโปรตีน อีกทั้งยังช่วยในการเพิ่มการเผาผลาญอาหาร ขจัดความเมื่อยล้า นี่เป็นเพียงคุณประโยชน์ของชาใบหม่อนเพียงเล็กน้อย

สุดยอด 8 ประโยชน์จากชาใบหม่อนแบบเต็มๆ ดังนี้ค่ะ

1. ต้านโรคมะเร็ง

ธาตุเหล็ก แคลเซียม สังกะสี เบต้าแคโรทีน และกรดแอสคอร์บิคเป็นสิ่งที่พบได้ในใบหม่อน แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ ช่วยในการขจัดอนุมูลอิสระและช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็ง

[related-post id=”276″]

[related-post id=”20749″]

[related-post id=”861″]

2. ลดระดับกลูโคสในเลือด

กรดแกลลิคที่อยู่ในใบหม่อน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยการปล่อยอินซูลินออกจากเซลล์ตับอ่อน คุณสมบัตินี้ทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่ย่อยสลายน้ำตาลจากลำไส้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงในช่วงสองชั่วโมงแรกหลังจากได้ดื่มน้ำชาใบหม่อน

3. ชาใบหม่อนลดคอเลสเตอรอล

การดื่มชาใบหม่อนเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลา 3 เดือน สามารถช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์และลดคอเลสเตอรอลลงได้ ป้องกันการจับตัวของลิ่มเลือด ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน

4. ชาใบหม่อนแก้หวัด

หากคุณมีอาการเป็นหวัด ปวดศีรษะ ปวดตา ไอ มีไข้และเจ็บคอ การดื่มชาใบหม่อนอุ่นๆ จะช่วยลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย บรรเทาอาการน้ำมูกไหลและคออักเสบ

5. ดูแลสุขภาพดวงตา     

ชาใบหม่อนมีปริมาณวิตามินเอสูง ช่วยดูแลและบรรเทาอาการเครียดของสายตา ป้องกันความเสื่อมของจอตา ช่วยให้วิสัยทัศน์ในการมองชัดเจนมากขึ้น

[related-post id=”866″]

6. ดูแลระบบเลือด

ชาใบหม่อนช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำความสะอาดเลือด นอกจากนี้ยังช่วยทำความสะอาดตับและไต ป้องกันการอุดตันของเลือดและช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน เสริมสร้างสมดุลของระบบเลือด

7. ต้านการอักเสบ

มีการศึกษาพบว่าการอักเสบที่เกิดจากโรคเรื้องรังนั้น สามารถดีขึ้นได้โดยการรับประทานชาใบหม่อนเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

8. ดูแลระบบประสาท

แมกนีเซียมที่อยู่ในชาใบหม่อนนั้น มีประโยชน์ช่วยในการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อและหัวใจ อีกทั้งยังปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด และควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติ

[related-post id=”729″]

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการดื่มชาใบหม่อน

1. น้ำตาลในเลือดต่ำ การดื่มชาใบหม่อน อาจทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ และอาจเกิดอาการหิว ปวดศีรษะ วิงเวียน ตามัวและเหงื่อออกมาก

2. การรับประทานยา ผู้ที่รับประทานยาเพื่อรักษาโรคเบาหวาน ควรหลีกเลี่ยงชาใบหม่อน หรือหากต้องการรับประทานชาควรปรึกษาแพทย์ก่อน

3. ภูมิแพ้ การสัมผัสกับลำต้นหรือใบของต้นหม่อน อาจทำให้เกิดการะคายเคืองต่อผิวหนัง และหากสัมผัสแล้วเกิดอาการแพ้ อาจทำให้ชีพจรเต้นเร็ว หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก รวมถึงอาจมีอาการบวมของผิวหนัง ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษา

4. ไต ผู้ป่วยไตควรหลีกเลี่ยงชาใบหม่อน เนื่องจากมีโพแทสเซียมสูง อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวได้

5. ข้อห้าม ผู้ที่กำลังให้นมบุตร หรือตั้งครรภ์ไม่ควรดื่มชาใบหม่อน นอกจากนี้ผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มชาใบหม่อนก่อนเข้ารับการผ่าตัดเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=20tGNKlbhZ0

8 ประโยชน์ชากุหลาบ ตัวช่วยแก้ท้องผูกง่ายๆ อาการท้องผูกหายไป ถ่ายคล่อง

ดอกกุหลาบส่วนใหญ่เป็นที่รู้จักกันดีว่าดอกแห้งนั้น มีความสวยงามและให้กลิ่นที่หอม สามารถนำมาใช้ตกแต่งชิ้นงานต่างๆได้ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติทางสมุนไพรที่สามารถนำมาทำเป็นชาดื่มเพื่อสุขภาพได้อีกด้วย ซึ่งชากุหลาบทำจากดอกกุหลาบทั้งดอก หรือกลีบกุหลาบอบแห้ง เป็นชาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตะวันออกกลาง แต่ปัจจุบันด้วยคุณประโยชน์ที่เป็นผลมาจากความเข้มข้นของวิตามินซี สารโพลีฟีนอล วิตามินเอ แร่ธาตุต่างๆ และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆอีกมากมาย ทำให้ชากุหลาบนี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ซึ่งการดื่มชากุหลาบนั้นจะมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านใดบ้าง บทความนี้ขอยกตัวอย่างมา 8 ข้อค่ะ

1. ชากุหลาบช่วยให้ผิวสวย อ่อนกว่าวัย สุขภาพดี

กลีบกุหลาบอุดมด้วยสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ช่วยต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินเอและวิตามินอีที่ช่วยมอบความชุ่มชื่น ทำให้ผิวกระชับ ลดริ้วรอยและลดความหมองคล้ำ ป้องกันผิวแก่ก่อนวัย เพียงใช้ชากุหลาบแช่เย็น แล้วนำน้ำมาใช้ล้างหน้า ก็จะช่วยทำความสะอาดผิว บรรเทาอาการผื่น ภูมิแพ้ให้ลดลง นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวนุ่ม กระจ่างใส และเก็บกักความชุ่มชื่นได้อย่างยาวนาน

2. บรรเทาอาการปวดประจำเดือน

ชากุหลาบช่วยในการควบคุมฮอร์โมนและบรรเทาการบีบตัวของมดลูก ลดการปวดท้องในช่วงที่มีประจำเดือน ลดอาการเป็นตะคริว ช่วยในการไหลเวียนของเลือด ปรับสมดุลของอารมณ์ไม่ให้แปรปรวน

[related-post id=”542″]

3. ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ต้านเชื้อโรค

เช่นเดียวกับพืชและดอกไม้หลายชนิดที่นำมาใช้ทำชาเพื่อดูแลระบบภูมิคุ้มกันให้ดีและแข็งแรงขึ้น ชากุหลาบก็เช่นกันที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดขาว  ต้านอนุมูลอิสระ   ลดความเครียด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อด้วยวิตามินซีที่อยู่ในชากุหลาบนั่นเอง

4. นอนหลับสบายตลอดคืน

คุณสมบัติพิเศษของชากุหลาบนอกจากช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับผิว ยังช่วยลดการอักเสบ บรรเทาความเครียด ป้องกันอาการซึมเศร้า ควบคุมฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการนอน ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย หากคุณรู้สึกนอนไม่หลับ ลองดื่มชากุหลาบอุ่นๆก่อนเข้านอนสัก 1 ถ้วย ก็จะช่วยให้ระบบประสาทของคุณนั้นสงบลง เป็นการกระตุ้นการนอนหลับและช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น

[related-post id=”781″]

5. ชากุหลาบแก้ท้องอืด

กรดอินทรีย์ที่มีอยู่ในชากุหลาบ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการย่อย ช่วยต้านการติดเชื้อแบคทีเรียในลำไส้หรือระบบทางเดินอาหาร ปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ บรรเทาอาการท้องอืด ดูแลการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ ช่วยในการขับไล่ของเสียในระบบทางเดินอาหาร

6. ล้างพิษในร่างกาย

ชากุหลาบสามารถช่วยปรับปรุงการทำงานของตับ บรรเทาอาการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ อีกนัยหนึ่งชากุหลาบก็เป็นยาขับปัสสาวะตามธรรมชาติ ช่วยล้างและขับสารพิษทางออกทางปัสสาวะ

7. โรคไข้หวัดใหญ่ บรรเทาอาการหนักให้เบา

หากคุณกำลังเผชิญกับโรคไข้หวัดใหญ่ โรคหลอดลมอักเสบ หรือมีอาการอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ปอดและลำคอ การดื่มชากุหลาบถือเป็นตัวช่วยที่ดี ที่จะช่วยบรรเทาอากรและโรคเหล่านี้ เพราะมีวิตามินซีเป็นผู้ช่วยในการต่อสู้กับเชื้อโรค แบคทีเรีย บรรเทาอาการเจ็บคอและแก้อาการหนาวได้อย่างรวดเร็ว

[related-post id=”869″]

8. ชากุหลาบลดท้องผูก ล้างลำไส้

ชากุหลาบเป็นยาระบายจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพมากชนิดหนึ่ง ช่วยลดอาการท้องผูก ขับของเสียออกโดยไม่ต้องพึ่งยาเคมี ปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้เป็นยาระบายอ่อนๆ ฉะนั้นควรดื่มชากุหลาบในปริมาณที่พอเหมาะ และหมั่นสังเกตุร่างกายตนเองว่ามีปฏิกิริยาตอบสนองต่อชาชนิดนี้อย่างไรบ้าง

[related-post id=”471″]

สูตรชากุหลาบชงเอง

ส่วนผสมชากุหลาบ

  •  ใช้กลีบกุหลาบสดหรือแบบอบแห้งแล้ว 1 ถ้วย
  •  น้ำร้อนแต่ไม่เดือด 3 ถ้วย
  •  น้ำผึ้งเล็กน้อย
  •  ชาเขียวหรือใบชาดำ (ตัวเลือกเสริมใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) อย่างละ ¼ ถ้วย

วิธีทำ   

1.หากใช้กลีบกุหลาบสดให้นำมาล้างให้สะอาด

2.วางกลีบดอกกุหลาบลงในน้ำร้อน และถ้าคุณต้องการใส่ชาเขียวหรือใบชาดำก็ให้ใส่ลงในขั้นตอนนี้ โดยใส่ลงไว้ข้างๆกลีบดอกกุหลาบ ไม่ควรใส่ลงบนกลีบกุหลาบโดยตรง เพราะจะทำให้กุหลาบเสียรสชาด

3.ปิดฝาอบไว้ 5 นาที

4.กรองส่วนผสมทิ้ง เหลือไว้แต่น้ำชาไว้ดื่ม

5.หากต้องการรสหวาน สามารถเติมน้ำผึ้งได้ตามความชอบ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อดื่มชากุหลาบ

  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย
  • อาเจียน

การดื่มชากุหลาบควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรดื่มเกินวันละ 2 แก้ว สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในระยะให้นมบุตรไม่ควรดื่มชากุหลาบ บุคคลทั่วไปหากต้องการดื่มชากุหลาบควรศึกษาข้อมูลและอ่านฉลากให้ครบถ้วนก่อนการดื่ม

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=6KQwoSkFS_s

ชาเก๊กฮวย

9 ประโยชน์ของชาเก๊กฮวย ชาดับร้อน แก้ร้อนใน พร้อมสรรพคุณเด่นอื่นๆ

เก๊กฮวยเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น ซึ่งในสมัยโบราณเป็นชาที่นิยมดื่มกันมาก ชาสีเหลืองทองนี้ มีแร่ธาตุแคลเซียมที่ช่วยในการดูแลฟันและกระดูก มีธาตุเหล็กช่วยในการขนส่งออกซิเจนผ่านเลือด มีธาตุโพแทสเซียมที่เหมาะสมสำหรับการทำงานของหัวใจ หลอดเลือด และดูแลความสมดุลของความดันโลหิต เป็นแหล่งของวิตามินบี เช่น โคลีน โฟลาซิน ไนอาซิน และไรโบฟลาวิน นอกจากนี้ยังมีวิตามินซี ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเลือดออกตามไรฟัน และยังสามารถช่วยปกป้องดวงตาได้อีกด้วย วิตามินและสารอาหารมากขนาดนี้ ลองไปดูประโยชน์ของการดื่มชาเก๊กฮวยกันบ้างค่ะ

 

ชาเก๊กฮวย ประโยชน์และสรรพคุณ

1. ชาเก๊กฮวยดูแลอาการไข้หวัด


ชาเก๊กฮวยมีวิตามินซี ช่วยบรรเทาอาการหนักศีรษะ ลดความมึนงง เนื่องจากไข้หวัด บรรเทาอาการไซนัสอักเสบ และช่วยต้านไวรัสที่อาจเกิดจากการติดเชื้อ

[related-post id=”869″]

2. คาเฟอีนจากธรรมชาติ


คาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นระบบประสาท ช่วยให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ซึ่งสารคาเฟอีนที่พบในชาเก๊กฮวยนั้น จะช่วยลดความกังวล ความตึงเครียดและความสับสน เมื่อดื่มแล้วจะช่วยให้ผ่อนคลาย เพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. ลดอุณหภูมิได้ด้วยชาเก๊กฮวย


ด้วยฤทธิ์เย็นของเก๊กฮวย จะช่วยแก้อาการร้อนใน ลดอุณหภูมิของร่างกายหรือความร้อน เมื่อมีไข้ช่วยขับพิษทำให้ร่างกายเย็นตัวลง บรรเทาอาการปวดศีรษะ วิงเวียน รวมถึงอาการปวดฟัน ที่เกิดจากเส้นประสาทภายในเหงือกหดตัวลง ทำให้เกิดการอักเสบบริเวณเหงือกและฟัน

4. กำจัดของเสีย


หากต้องการดีท๊อกซ์หรือล้างพิษ คุณสามารถดื่มน้ำเก๊กฮวย เพื่อแก้ปัญหานี้ได้ เนื่องจากชาเก๊กฮวย ช่วยกำจัดของเสียหรือสารพิษออกจากตับและร่างกาย บำรุงตับ ไต อีกทั้งยังลดระดับคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย

5. ดูแลระบบเลือด


การดื่มชาเก๊กฮวยเป็นประจำยังสามารถช่วยในการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ช่วยให้เลือดลำเลียงไปเลี้ยงหัวใจตามปกติ นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการเส้นเลือดขอดได้เป็นอย่างดี

6. ดูแลระบบประสาท


ชาเก๊กฮวยช่วยกระตุ้น ฟื้นฟูระบบประสาท ทำให้มีการตอบสนองต่อสิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้จิตใจสงบ มีสมาธิ ทำให้สมองและระบบต่างๆทำงานสัมพันธ์กันได้ดีมากขึ้น

7. ดูแลดวงตา


หากมีอาการเจ็บคอ ตาแดง ดวงตาแห้งและการมองเห็นในที่มืดไม่ดีเท่าที่ควร การดื่มน้ำชาเก๊กฮวย สามารถช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ ชาจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น และลดความแห้งของดวงตา ช่วยให้สุขภาพของดวงตาโดยรวมดีขึ้น

[related-post id=”866″]

8. ดูแลปอด


ชาเก๊กฮวยมีคุณสมบัติพิเศษอีกหนึ่งอย่างที่เกี่ยวกับระบบภายใน คือ ช่วยให้ปอดแข็งแรง บรรเทาอาการระบบทางเดินหายใจมีปัญหา เช่น การหายใจถี่ ช่วยให้ทางเดินหายใจมีความสะดวก โล่ง และเบาสบายมากขึ้น

9. การย่อยอาหาร


ในการรับประทานอาหารที่มีความมันสูง อาจทำให้เกิดการย่อยยากหรือย่อยช้า หลังรับประทานอาหารแล้ว หากดื่มชาเก๊กฮวยอุ่นๆตาม จะช่วยทำให้ระบบการย่อยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยทำความสะอาด ล้างความมันและเมือกไขมันตามทางเดินอาหาร ทำให้ลำไส้สะอาดมากขึ้น

การดื่มชาเก๊กฮวยมีวิธีการไม่ยุ่งยาก เพียงต้มน้ำให้เดือด และนำดอกเก๊กฮวยใส่ลงไปประมาณ 5-10 ดอก อาจใส่ใบเตย เพื่อเพิ่มความหอม ทิ้งไว้สักครู่ รอให้น้ำเดือด เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอ่อนๆ แล้วนำมาดื่มในขณะที่ยังอุ่นๆ ดื่มเป็นประจำทุกวัน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้มีสุขภาพดีแบบง่ายๆได้แล้วค่ะ

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=byOO-dlMuCg

9 ประโยชน์ชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพอบเชย

ชาอบเชยเป็นชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพที่อร่อยและทำได้ง่ายไม่ยุ่งยาก มีสารออกฤทธิ์ซินนามาลดีไฮด์ที่เป็นสารให้กลิ่นและรสชาดในอบเชย มีคุณสมบัติเป็นสารต้านจุลินทรีย์ แบคทีเรีย ราและปรสิต

ผู้คนส่วนใหญ่มักรู้จักคุ้นเคยกับอบเชยในมุมของเครื่องปรุงที่มีรสหวาน ใช้สำหรับทำเมนูพะโล้ มัสมั่นเนื้อ ไก่ตุ๋นยาจีน ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น เป็นต้น ซึ่งอบเชยนี้เป็นเครื่องเทศที่มีประสิทธิภาพสูงและเต็มเปี่ยมไปด้วยประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย นอกจากนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของอาหารแล้ว ยังสามารถนำมาทำเป็นชาเพื่อสุขภาพได้อีกด้วย

อบเชยสรรพคุณ

วิธีการทำชาสมุนไพรอบเชยมีดังนี้ เพียงแค่นำไม้อบเชย ต้มในน้ำประมาณ 15-20 นาที หลังจากนั้นรอจนน้ำเดือดและปล่อยให้น้ำงวดลงอีก 10 นาที หรือนานกว่านั้น จะทำให้สารสำคัญในอบเชยออกฤทธิ์ได้ดีมากขึ้น จากนั้นจึงนำมาดื่มซึ่งไม่จำเป็นต้องเพิ่มน้ำตาลลงไป เพื่อสุขภาพที่ดีเป็นการลดการบริโภคน้ำตาลไปในตัว หลังจากรู้วิธีการชงชาอบเชยกันไปแล้ว ลองมาดูประโยชน์จากการดื่มชาอบเชยกันบ้าง

1.  ควบคุมน้ำตาลในเลือด

ชาอบเชยช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง กระตุ้นการทำงานของตับอ่อน ป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อนให้ร่างกายใช้อินซูลินเพื่อสันดาปกลูโคสได้ดีขึ้น และยังสามารถช่วยป้องกันภาวะที่เกี่ยวข้องได้อีกด้วย เช่น โรคอ้วน หรือปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด

[related-post id=”861″]

2.  ลดน้ำหนักด้วยชาสมุนไพรอบเชย

ชาอบเชยถือได้ว่าเป็นชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพความงามเพราะช่วยให้ร่างกายเก็บไขมันน้อยลง โดยใช้หลักการลดปริมาณอินซูลินที่ถูกผลิตขึ้น จะช่วยลดน้ำตาลในเลือด จึงทำให้ร่างกายเก็บไขมันน้อยลง และค่อยๆลดน้ำหนักลงไปด้วย สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ การบริโภคชาอบเชย 1-2 ถ้วยต่อวัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่คุณต้องการ

[related-post id=”20749″]

3.  ชาสมุนไพรลดระดับคอเลสเตอรอล

อบเชยมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดและระดับไขมันในร่างกาย โดยการลดระดับคอเลสเตอรอล ลดโอกาสในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออาการหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมองได้ การรักษาระดับคอเลสเตอรอลให้ต่ำจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการควบคุมน้ำหนักและป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ นอกจากนี้ยังมีชาสมุนไพรแก้ความดันสูงตัวอื่น ที่มีประโยชน์ในการลดระดับคอเลสเตอรอล

[related-post id=”320″]

4.  เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน

สารอินทรีย์หลายชนิดที่พบในอบเชยมีฤทธิ์ต้านไวรัส เชื้อราและฆ่าเชื้อโรค จากคุณสมบัตินี้จะทำให้ชาอบเชย เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ดีที่สุดสำหรับการดูแลการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในอบเชยจะฆ่าเชื้อโรคที่เกิดจากการติดเชื้อหรือเจ็บป่วยในร่างกาย

5.  ป้องกันโรคเรื้อรัง

อบเชยมีความเข้มข้นของสารต้านอนุมูลอิสระสูงรวมไปถึงสารออกฤทธิ์ซินนามาลดีไฮด์ คาเทชิน ไซยาไนด์และสารประกอบที่สำคัญอื่นๆ สารต่อต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำลายอนุมูลอิสระ ที่เป็นผลพลอยได้จากการเผาผลาญของเซลล์ และป้องกันความเครียดจากออกซิเจนในร่างกาย สามารถป้องกันโรคเรื้องรังบางชนิด เช่น โรคมะเร็งที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเรามีอายุมากขึ้น

6.  ช่วยในการย่อยอาหาร

อบเชยเป็นสารช่วยในการย่อยอาหารมีฤทธิ์กระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้การย่อยอาหารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การอักเสบของลำไส้ที่เกิดจากลำไส้แปรปรวน หรือลำไส้ทำงานผิดปกติและอาการเบื่ออาหาร ก็สามารถใช้ชาอบเชย ดูแลบรรเทาอาการเหล่านี้ได้โดยไม่มีผลข้างเคียง

[related-post id=”956″]

7.  ลดการอักเสบ

การอักเสบทั่วร่างกายสามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอาการคัน ระคายเคืองต่อผิวหนังในลำคอ ปวดเมื่อยตามข้อต่อและกล้ามเนื้อ ชาอบเชยช่วยลดการอักเสบและอาการปวดตามร่างกาย ช่วยให้ร่างกายและกล้ามเนื้อผ่อนคลาย บรรเทาอาการปวดตามข้อ กล้ามเนื้อไม่มีกำลัง

8.  รักษาอาการปวดประจำเดือน

อบเชยมีฤทธิ์ลดอาการระคายเคืองและต้านการแข็งตัวของเลือด ซึ่งหมายความว่าสามารถลดอาการปวดและการเป็นตะคริวในช่วงมีประจำเดือนได้

[related-post id=”478″]

9.  เพิ่มประสิทธิภาพให้กับสมอง

การวิจัยพบว่าอบเชยไม่เพียงแต่มีความสำคัญต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงมีผลต่อจิตใจด้วย อบเชยจะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นประสาทใหม่ๆ รักษาภาวะอัลไซเมอร์ ช่วยให้เลือดหมุนเวียนในสมองได้ดี เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองให้ดียิ่งขึ้น

[related-post id=”729″]

คำแนะนำ

ชาอบเชยแม้ว่าจะเป็นชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพมีประโยชน์ที่น่าประทับใจมากมาย แต่ก็มีผลข้างเคียงด้วย หากบริโภคในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้เป็นอันตรายต่อตับ และอาจทำให้เกิดความล้มเหลวของตับที่เกิดจากสารออกฤทธิ์ที่เรียกว่า คูมาริน สารป้องกันเลือดแข็งตัวในเส้นเลือด นอกจากนี้ถึงแม้จะมีหลักฐานระบุว่าอบเชยสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่ก็ไม่ควรใช้แทนอินซูลิน หากมีปัญหาสุขภาพก่อนการใช้ชาอบเชยควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง

หมายเหตุ

หากคุณต้องการรับประทานชาควรเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้ เช่น ชาสมุนไพรโครงการหลวง นอกจากชาอบเชยแล้วยังมีสูตรชาสมุนไพรอีกหลายสูตรให้คุณได้เลือกซื้อเพื่อให้เหมาะกับสุขภาพของคุณค่ะ

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=Z-XFFs5zcY8

ประโยชน์ผงชาเขียวมัทฉะ

8 ประโยชน์ผงชาเขียวมัทฉะ Matcha

ผงชาเขียวมัทฉะ คืออะไร มัทฉะเป็นผงชาเขียวที่บดละเอียด ส่วนใหญ่จะเป็นชาเขียวอินทรีย์ ปราศจากสารเคมี ชามัทฉะนี้เป็นชาเขียวที่เป็นหัวใจสำคัญของพิธีชงชาญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงมานานกว่า 900 ปี พระสงฆ์ให้เกียรติชามัทฉะว่าเป็นยาสุขภาพสำหรับบรรเทาโรคเบาหวาน เพราะมีความเข้มข้นของสารต้านอนุมูลอิสระและยังสามารถช่วยเพิ่มการเผาผลาญอาหารได้อีกด้วย

มัทฉะเป็นชาที่อุดมด้วยวิตามินเอ ซี เค และ วิตามินบี มีแร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า โพลีฟีนอล และคาเทชิน ยับยั้งสารก่อมะเร็ง อีกทั้งยังมีคลอโรฟิลล์ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง มีกรดอะมิโน เช่น ธีอะนีน เป็นสารที่ทำให้ชาเขียวมีรสกลมกล่อม ควบคุมการทำงานของสมอง ลดความดันโลหิต

สรรพคุณผงชาเขียวมัทฉะ

กรรมวิธีในการเก็บใบชา เพื่อนำมาทำเป็นผงชาเขียวมัทฉะ

ในกระบวนการปลูกเพื่อให้ได้รสชาดที่เป็นเอกลักษณ์และมีคุณสมบัติเฉพาะตัว ก่อนการเก็บใบชา ผู้ปลูกจะมีการบังใบชา เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง เป็นการลดการสังเคราะห์แสงชะลอการเจริญเติบโตของใบชา เพื่อกระตุ้นการผลิตคลอโรฟิลและกรดอะมิโน ทำให้ได้ใบชาที่มีสีเขียวเข้ม เมื่อนำมาชงจะได้น้ำชาสีเขียวสดใส ซึ่งประโยชน์ของการดื่มชามัทฉะที่มีคุณภาพเช่นนี้ จะให้ประโยชน์ต่อสุขภาพด้านใดบ้าง รู้ไว้ดอทคอมขอยกตัวอย่างมา 8 ข้อ ไปชมกันเลยค่ะ

#1.  เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

ชาเขียวมัทฉะช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน

ในมัทฉะมีสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ คือโพลีฟีนอล คาเทชิน และแอลธีอะนีน ที่มีส่วนร่วมในการเพิ่มการป้องกันภูมิคุ้มกันของร่างกาย และช่วยในการป้องกันสารแปลกปลอมหรือสารที่เป็นพิษต่อร่างกาย เช่น แบคทีเรีย

#2.  ควบคุมโรคเบาหวานชนิดที่ 2

ชาเขียวมัทฉะช่วยลดเบาหวาน

ผงชาเขียวมัทฉะอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการลดระดับไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอลและน้ำตาลกลูโคสในตับในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ยับยั้งความเสียหายของไตและตับ โดยการลดการสะสมของน้ำตาลในเลือดที่ทำปฏิกิริยาต่อโปรตีนมีผลทำให้โปรตีนผิดรูป

#3.  ดูแลหัวใจและหลอดเลือด

ชาเขียวมัทฉะดูแลหัวใจและหลอดเลือด

สารสกัดจากชาเขียวมัทฉะจะช่วยบำรุงรักษาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งส่วนประกอบที่สำคัญนี้มีศักยภาพเพื่อช่วยให้ระดับคอเลสเตอรอลต่ำ ลดการสะสมของไขมัน กระตุ้นออโตฟาจี้ (กลไกธรรมชาติในการกำจัดเซลล์ที่เสียหายในร่างกายของเรา) กำจัดเซลล์ที่เสียหายบริเวณเยื่อบุผนังหลอดเลือด

#4.  ช่วยเพิ่มพลังงาน

ชาเขียวมัทฉะช่วยเพิ่มพลังงาน

ในชามัทฉะมีรูปแบบของคาเฟอีนที่เป็นเอกลักษณ์ เรียกว่า ธีโอฟีลลิน ทำหน้าที่กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า สามารถรักษาระดับพลังงานโดยไม่มีผลข้างเคียง ช่วยกระตุ้นสมอง เพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย สนับสนุนการทำงานของต่อมหมวกไตและรักษาระดับฮอร์โมนที่เหมาะสม

#5.  ดีทอกซ์ร่างกายด้วยผงชาเขียวมัทฉะ

ดีทอกซ์ร่างกายด้วยผงชาเขียวมัทฉะ

คลอโรฟิลล์ที่มีอยู่ในชามัทฉะ เน้นประสิทธิภาพในกระบวนการทำความสะอาดของร่างกาย คลอโรฟิลล์เป็นสารกำจัดพิษที่ดีเยี่ยม ซึ่งช่วยในการทำความสะอาดเลือด ช่วยในการรักษาความเป็นด่างของเลือดและเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ ยังช่วยในการป้องกันความสัมพันธ์ของสารพิษ ที่เป็นอันตรายกับผนังลำไส้ใหญ่ และขับของเสียออกจากร่างกาย

#6.  ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย

ชาเขียวมัทฉะทำให้ร่างกายผ่อนคลาย

ชามัทฉะมีแอลธีอะนีนที่เป็นกรดอะมิโนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในชาเขียว มีคุณสมบัติออกฤทธิ์ต้านความวิตกกังวล ช่วยในการเพิ่มคลื่นอัลฟาในสมอง คลื่นอัลฟาเหล่านี้กระตุ้นให้เกิดการผ่อนคลาย ช่วยให้เกิดอาการสงบของสมอง

#7.  ป้องกันการติดเชื้อ

ชาเขียวมัทฉะต้านเชื้อโรค

ชามัทฉะมีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราต่างๆ เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสเริม ป้องกันการติดเชื้อ HIV. จากคุณสมบัติของสารประกอบหลัก EGCG. (สารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในชาเขียว) แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการซึมผ่านของสารออกฤทธิ์สำคัญ ที่ยาต้านไวรัสที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ไม่สามารถทำได้

#8.  ใช้ในการปรุงอาหาร

ชาเขียวมัทฉะทำขนมก็อร่อย

สามารถใช้ผงมัทฉะเพื่อเพิ่มรสชาดให้กับไอศครีม เค้ก ขนมคุ๊กกี้ได้ ซึ่งการรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของชาเขียวมัทฉะจะช่วยยับยั้ง ต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมากได้

คำแนะนำ

ผงชาเขียวมัทฉะเป็นชาเขียวที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเหนือกว่าชาเขียวประเภทอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตามคาเฟอีนที่อยู่ในมัทฉะอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ในบางรายที่มีอาการแพ้ บางรายอาจมีอาการท้องร่วง ภาวะหัวใจหยุดเต้น และการระคายเคืองของลำไส้ หากคุณไม่แน่ใจว่ามีอาการแพ้หรือไม่ ควรเลือกใช้ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ ในขณะที่ลองรับประทานเป็นครั้งแรก หรือก่อนการรับประทานเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาพิเศษ เช่น การตั้งครรภ์และให้นมบุตร

นอกจากผงชาเขียวจะมีประโยชน์กับร่างกายแล้ว ยังมีสรรพคุณลดพุง ลดเอว หน้าท้องแบนสมส่วน อ่านต่อ >>> 8 เครื่องดื่มลดน้ำหนัก

ยังมีชาดำที่มีสรรพคุณ ช่วยลดน้ำหนักได้  5 ประโยชน์ชาดำ ดื่มบ่อยๆ สุขภาพแข็งแรง

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=TB6sh8vIV_0

5 ประโยชน์ชาดำ ดื่มบ่อยๆ สุขภาพแข็งแรง

ประโยชน์ชาดำ มีสุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า polyphenols โพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพ และมีโซเดียม โปรตีน คาร์โบไฮเดรตน้อยที่สุด ในระหว่างขั้นตอนการผลิตชาดำจะใช้การหมักและออกซิไดซ์ ทำให้สีที่ได้เป็นเอกลักษณ์ มีรสชาดที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ในทางกลับกัน ชาเขียวและชาขาวจะไม่ใช้กระบวนการหมักในการทำชา

ประโยชน์ต่อสุขภาพของชาดำ

ประโยชน์ชาดำ

นั้นมีมากมาย รู้ไว้ดอทคอม ขอยกตัวอย่างที่โดดเด่นมา 5 ข้อ สาระดีๆรออยู่แล้ว ไปดูพร้อมกันเลย

1. รักษาอาการท้องร่วง

ประโยชน์ชาดำรักษาอาการท้องร่วง

หากคุณมีอาการท้องร่วงหรือปัญหาโรคทางเดินลำไส้ คุณสามารถดื่มชาดำเพื่อดูแลอาการท้องร่วงได้ เนื่องจากมีสารแทนนินที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ เพียงต้มใบชาดำให้นานกว่าปกติ แล้วนำมาดื่มในขณะอุ่นๆก็จะช่วยบรรเทาอาการท้องร่วง ลดการเข้าห้องน้ำให้น้อยลงได้

เปลือกของมังคุดก็สามารถบรรเทาอาการท้องร่วงได้ดี

[related-post id=”599″]

2. บรรเทาอาการหอบหืด

ประโยชน์ชาดำรักษาหอบหืด

สามารถนำชาดำมาชงดื่มเมื่อมีอาการหอบหืด หายใจติดขัด ด้วยคุณสมบัติการฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปากและลำคอ ผสมผสานความร้อนจากชาดำจะช่วยส่งผลให้ปอดทำงานได้ดีขึ้นหายใจคล่องมากขึ้น หากมีอาการหอบหืด แนะนำให้ชงชาดำดื่มต่อเนื่องในขณะที่ยังมีความร้อนอยู่ วันละ 1-3 แก้ว ก็จะสามารถบรรเทาอาการหายใจไม่ออก หรือหายใจติดขัด ทดแทนการใช้ยาพ่นได้

สารสกัดจากมะรุมช่วยให้ระบบทางเดินหายใจดีขึ้น

[related-post id=”793″]

3. ช่วยย่อยอาหาร

เมื่อรับประทานอาหารมากเกินไปหรือกินอาหารในเวลาที่เร่งรีบด้วยการรีบรับประทานแข่งกับเวลา อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ลองดื่มชาดำร้อนๆตามสักถ้วยดูสิคะ สารแทนนินและสารเคมีอื่นๆที่อยู่ในชาดำ จะส่งผลให้ระบบทางเดินอาหารของร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้านการอักเสบ ช่วยในการย่อยอาหาร ลดความเครียดของกล้ามเนื้อบริเวณลำไส้ บรรเทาอาการรับประทานมากแล้วอาหารไม่ย่อย หรือย่อยช้า เป็นการลดปริมาณการใช้ยาโดยใช้วิธีธรรมชาติแทน

[related-post id=”956″]

4. ประโยชน์ชาดำลดคอเลสเตอรอล

ประโยชน์ชาดำลดคอเลสเตอรอล

ชาดำสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของโรคหัวใจอันดับต้นๆลงได้ จากผลการศึกษาของสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาในรัฐนิวออร์ลีนส์พบว่า ผู้ที่ดื่มชาดำในปริมาณ 3-4 ถ้วยต่อวันมีความเสี่ยงต่อปัญหาโรคหัวใจน้อยกว่าคนที่ดื่มชาเล็กน้อยหรือไม่ดื่มเลย

น้ำมันรำข้าวก็สามารถลดคอเลสเตอรอลได้นะคะ อ่านเพิ่มเติมได้ตามลิ้งค์เลยค่ะ 6 ประโยชน์ของน้ำมันรำข้าว สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระ

5. ป้องกันมะเร็งเต้านม

การดื่มชาดำสามารถช่วยในการป้องกันการเจริญเติบโตของโรคมะเร็งในทรวงอกหรือมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะสตรีที่อยู่ในช่วงก่อนวัยหมดระดู ชาดำจะช่วยในการยกระดับฮอร์โมน globulin โกลบูลิน ช่วยให้เลือดแข็งตัว และนำสารอาหารไปเลี้ยงร่างกาย ในระหว่างรอบประจำเดือน นอกจากนี้ยังมีหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันป้องกันโรคต่างๆ และช่วยทำลายเซลล์ที่ผิดปกติในร่างกาย ก่อนที่จะสร้างความเสียหายต่อสุขภาพ หรือพัฒนาเปลี่ยนไปเป็นเซลล์มะเร็ง

ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งด้วยการรับประทานผักเป็นประจำทุกวันนะคะ

[related-post id=”276″]

จะเห็นได้ว่าการดื่มชาดำนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพเช่นเดียวกับการดื่มชาเขียว ประมาณ 80% ของผู้ที่บริโภคชาดำ สามารถเลือกรสชาดและส่วนผสมอื่นๆได้หลากหลายเมนู ตามร้านที่คุณไปใช้บริการ ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปที่ใดในโลก ก็แน่ใจว่า ชาดำนี้จะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นตัวเลือกเครื่องดื่มอันดับต้นๆเลยทีเดียว ดังนั้นหากครั้งหน้าได้มีโอกาสเข้าร้านชา ก็อย่าลืมสั่งเมนูจากชาดำมาลองดื่มเพื่อเพิ่มความสดชื่นที่แฝงไปด้วยประโยชน์อันมากมายต่อสุขภาพกันนะ ขอตัวไปหาร้านชาใกล้บ้านก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=pyFWP7SX2Is