คลังเก็บหมวดหมู่: สูตรพอกหน้า

วิธีขจัดสิวเสี้ยน ให้หน้าเรียบเนียนใส

วิธีกำจัดสิวเสี้ยน ให้ผิวเรียบเนียน น่าสัมผัส หน้าใสไม่มีจุดดำๆกวนใจ

หนึ่งในปัญหาผิวหน้าที่พบได้บ่อย​ และแก้ไขได้ยาก​ คือสิวเสี้ยนนั่นเอง​

สิวเสี้ยน​เกิดจาก​ ความผิดปกติของต่อมรูขน​ มีก้อนไขมันอุดตันอยู่​ หรืออาจมีเส้นขนเล็ก​ ๆ​ อุดตันแทรกอยู่ในหัวสิวอุดตันนั้นด้วย​ อันที่จริงสิวเสี้ยนก็ไม่ได้มีอันตรายแต่อย่างใด​ แต่อาจทำให้เกิดความรำคาญ​ หงุดหงิดใจ​ และให้สัมผัสที่ไม่เรียบเนียน​ เวลาทาแป้ง​ ครีม​ หรือ​ แต่งหน้า​ เมื่อเป็นแล้วจะแก้ไขอย่างไรดี  บทความนี้มีเคล็ดลับขจัดสิวเสี้ยนที่จมูก​ หน้าผาก​ บริเวณใบหน้า​ มาฝากค่ะ

1.​ การอบไอน้ำขจัดสิวเสี้ยน

การอบไอน้ำเป็นขั้นตอนแรกที่ร้านเสริมสวยมักใช้ปรนนิบัติผิวหน้า​ เพื่อช่วยเปิดรูขุมขนเพื่อทำความสะอาดผิวได้อย่างง่ายดาย​ เมื่อรูขุมขนเปิด​ จะช่วยให้สิ่งสกปรกในรูขุมขนหลุดออกไป​ สิวเสี้ยน​ หรือสิ่งอุดตันอื่นๆ​  ให้หลุดออกมา​ได้ดีขึ้น​ หากไม่สะดวกไปร้านเสริมสวย​ สามารถต้มน้ำร้อนในหม้อให้เดือด​ แล้วนำหน้าไปอังไอน้ำ​ โดยการใช้ผ้าขนหนูคลุมศีรษะไว้​ เพื่อป้องกันไอน้ำระเหย​ ใช้เวลาในขั้นตอนนี้ประมาณ​ 10​ นาที​ จากนั้นล้างหน้าปิดรูขุมขนด้วยน้ำเย็นจัดๆ​ สามารถใช้วิธีนี้บรรเทาอาการสิวเสี้ยนให้ดีขึ้น​ โดยการทำซ้ำอาทิตย์ละ​ 2-3 ครั้ง

2.​ ข้าวโอ๊ตสครับขัดสิวเสี้ยน

กินก็ได้​ สครับก็ดี​ ใช้ข้าวโอ๊ตผสมโยเกิร์ตในปริมาณที่เท่าๆกัน​ จากนั้นนำมาสครับผิวให้ทั่วบริเวณที่มีสิวเสี้ยนให้ทั่ว​ พอกทิ้งไว้​ 15​ นาที​ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น​ สามารถใช้วิธีนี้ได้  2​ ครั้ง

3.​ วิธีกำจัดสิวเสี้ยนด้วยน้ำผึ้ง

นำน้ำผึ้งอุ่นให้ร้อนแบบอุ่นๆ​ ไม่ต้องร้อนมาก​ แล้วนำมาใช้นวดบริเวณสิวเสี้ยน​ 15​ นาที​ แล้วล้างออกให้สะอาด​ น้ำผึ้งจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกส่วนเกินและทำความสะอาดรูขุมขนได้ค่อนข้างดี

4.​ ทำแผ่นลอกสิวเสี้ยนไว้ใช้เอง

ใช้ไข่ขาวผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาว​ ผสมให้เข้ากัน​ และนำมาทาบริเวณจมูกหรือสิวเสี้ยนให้ทั่ว​ ใช้สำลีแผ่นบางๆ​ แปะทับลงบนไข่ขาวที่ทาไว้​  จากนั้นทาไข่ขาวทับอีกครั้​ง​ ปล่อยทิ้งไว้รอให้สำลีแห้ง​ และลอกสำลีย้อนรูขุมขน​ และล้างหน้าด้วยน้ำเย็น​ ปิดรูขุมขนอีกครั้ง​ สูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละครั้ง

5.​ ดินสอพอง​ ขมิ้น​ น้ำมะนาว

นำดินสอพองละลายกับน้ำอุ่น​ ผสมผงขมิ้นและน้ำมะนาว​ คนให้เข้ากันเป็นเนื้อครีม​ แล้วนำมาพอกสิวเสี้ยน​ ทิ้งไว้ให้แห้ง​ แล้วล้างออกให้สะอาด​ ดินสอพองจะช่วยดูดซับสิ่งสกปรก​ และสิวเสี้ยน​ ความมันส่วนเกินให้ค่อยๆ​หลุดออกไป​ สูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละไม่เกิน​ 3​ ครั้ง

5​ เคล็ดลับที่นำมาฝากกัน​ ก็เป็นวิธีขจัดสิวเสี้ยนจากธรรมชาติ​ ที่อาจช่วยให้การกำจัดสิวเสี้ยนทำได้ง่ายขึ้น​ ทั้งนี้ใช้เวลาไม่นาน​ แต่อาจต้องใช้ความสม่ำเสมอในการทำ​ ก็จะช่วยให้ปัญหาสิวเสี้ยนบรรเทาและลดลงได้อย่างแน่นอนค่ะ

ดูคลิป “วิธีขจัดสิวเสี้ยน” https://www.youtube.com/watch?v=GhD1pF7A0zk

หน้าลอกเป็นขุย

วิธีแก้หน้าลอกแบบเร่งด่วน หน้าลอก แสบ ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง

อาการหน้าลอก ผิวลอกเป็นขุย เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งนี้ไม่ว่าสภาพผิวจะแห้งหรือมันก็สามารถมีอาการเหล่านี้ได้ และหากเจอปัญหาหน้าลอก คำแนะนำจากบทความนี้ อาจเป็นทางเลือกให้คุณนำไปปรับใช้ได้

1. หน้าลอก แสบ ต้องปรับอุณภูมิของน้ำ  ควรใช้น้ำเย็นในการอาบน้ำและล้างหน้า ลดเวลาในการอาบน้ำให้เร็วขึ้น สำหรับการล้างหน้าก็ไม่ควรล้างหน้านาน เพราะการล้างหน้านานจะยิ่งทำให้ผิวลอกและสูญเสียความชุ่มชื่นมากยิ่งขึ้น

2. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาด ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทเคมีและมีแอลกอฮอล์ หรือกรดอัลฟาไฮดรอกซีเป็นส่วนประกอบ หลีกเลี่ยงสี น้ำหอม เพราะส่วนผสมที่ไม่จำเป็นเหล่านี้ อาจส่งผลให้ผิวของคุณลอกเป็นขุย เกิดการระคายเคือง และอักเสบมากกว่าที่เป็นอยู่ หลีกเลี่ยงการล้างหน้าวันละหลายครั้ง แนะนำให้ล้างหน้าในเวลากลางคืน เพราะหลังจากเผชิญมลภาวะมาแล้วทั้งวัน ก็ทำความสะอาดเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว

3. ขาดไม่ได้กับครีมบำรุง ควรหาครีมบำรุงหรือมอยเจอไรเซอร์ที่เหมาะกับผิวของคุณ และใช้เป็นประจำหลังการอาบน้ำหรือล้างหน้า เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื่น ควรเลือกครีมบำรุงชนิดที่ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันอาการระคายเคือง นอกจากนี้ อย่าลืมที่จะใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์ ทั้งนี้จะเป็นการป้องกันแสงแดดพร้อมปกป้องน้ำไม่ให้ระเหยออกจากผิว

4. วิธีแก้หน้าลอกแบบธรรมชาติบำบัด ว่านหางจระเข้เป็นพืชจากธรรมชาติที่ช่วยในการรักษาผิวแห้งลอกได้ค่อนข้างดี สำหรับอาการเช่นนี้แนะนำให้ใช้ว่านหางจระเข้แบบสด เพราะมันช่วยรักษาระดับความชุ่มชื่นในผิวเพิ่มการผลิตคอลลาเจน และอีลาสตินในผิว ตัดว่านหางจระเข้และปอกเปลือกล้างยางออกให้สะอาด แล้วนำวุ้นว่านหางมานวดทาลงบนผิวหน้า จนเนื้อซึมซาบลงผิวจนหมด ปล่อยให้เจลทำงาน โดยทิ้งไว้ข้ามคืน และล้างออกในตอนเช้า

5. วิตามินอี หรือ น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสตัวช่วยหน้าลอกจากแดด การใช้น้ำมันวิตามินอีสามารถช่วยลดความกร้านของผิว และปรับปรุงความชุ่มชื่นของผิวได้อย่างมีนัยสำคัญ อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ต่อต้านริ้วรอย ลดการอักเสบ คุณสามารถใช้วิตามินอี หรือน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส 1-2 แคปซูล นำมาทาให้ทั่วใบหน้า หรือบริเวณที่ผิวลอกเป็นขุย ทาทิ้งไว้ข้ามคืนและล้างหน้าตามปกติในตอนเช้า

6. น้ำผลไม้เรียกคืนความสดชื่นให้ผิว แตงโมมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักและอุดมด้วยวิตามินที่เป็นมิตรกับผิว สารต้านอนุมูลอิสระที่พบในผลไม้ชนิดนี้ จะช่วยซ่อมแซมผิวที่เสียหายและป้องกันรังสียูวี ใช้น้ำแตงโมสด1-2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา นำมาทาบนใบหน้า ปล่อยทิ้งไว้ 10 นาที และล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทาครีมบำรุงตามปกติ

7. วิธีแก้หน้าลอกแบบเร่งด่วนมาร์คหน้าด้วยอะโวคาโด อะโวคาโดอุดมด้วยน้ำมันจากธรรมชาติ ที่ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว มีวิตามิน A E C และสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเบต้าแคโรทีนที่ช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง นำอะโวคาโดมาบดให้ละเอียดและผสมน้ำผึ้ง คนให้เข้ากันจนเนื้อเนียน นำมาพอกผิวหน้า 15 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด สามารถใช้วิธีนี้เพื่อเสริมความชุ่มชื่น บรรเทาอาการหน้าลอกได้ ทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

ผิวของเราหากเกิดปัญหาไม่ว่าจะสาเหตุใดก็ตาม ควรหาวิธีที่เหมาะสมเพื่อฟื้นฟู รักษา ป้องกันมิให้สภาพผิวย่ำแย่ไปกว่าเดิม การใช้วิธีธรรมชาติถือเป็นทางเลือกที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด อย่างน้อยการเลี่ยงหรือไม่ใช้เคมีก็เป็นการรบกวนผิวที่น้อยที่สุดและไม่กระตุ้นการอักเสบ หาวิธีที่ใช่และทดลองทำ แล้วคุณจะพบว่า วิธีที่ง่ายที่สุด คือการงดใช้สิ่งแปลกปลอมกับผิว เพื่อสุขภาพผิวที่ดีในระยะยาว

ดูคลิป “วิธีแก้หน้าลอกแบบเร่งด่วน” : https://www.youtube.com/watch?v=TmTmQH-3owI

ใช้กล้วยพอกหน้า-หน้าใสเด้ง

5 สูตรพอกหน้า บำรุงผิวหน้าด้วยกล้วย หน้าใสจนลืมอายุ

กล้วยมีประโยชน์ในด้านความงามสำหรับผิวมากมาย อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และสารพฤกษเคมี กล้วยจะช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิวแห้ง อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผิวมันเป็นสิวง่าย ใช้เพื่อช่วยในการควบคุมน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว ซึ่งประโยชน์ของกล้วยไม่เพียงแต่ดีต่อผิวของคุณเท่านั้น หากรับประทานยังดีต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย ทั้งนี้สารอาหารที่อยู่ในกล้วยมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ลองตามมาดูกันเลยค่ะ

5 สูตรพอกหน้าด้วยกล้วย มาส์กหน้าเด้ง ขาวใสเปล่งปลั่ง

สูตรพอกหน้าด้วยกล้วย-อาหารผิวชั้นเลิศ

1. กล้วยเป็นครีมบำรุงผิวชั้นเลิศ

สารโพแทสเซียมที่อยู่ในกล้วย ช่วยมอบความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ลดความกร้านและทำให้ผิวอ่อนนุ่ม หากผิวของคุณลอกและแห้ง เพียงแค่ใช้กล้วยสุกนำมายีหรือบดให้ละเอียด แล้วนำไปพอกให้ทั่วใบหน้า หลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตาและปาก ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเย็น คุณก็จะสามารถสัมผัสได้ถึงความชุ่มชื่น เบาสบายทันทีหลังการใช้

2. ควบคุมความมัน

หากคุณมีผิวหน้าที่มันมาก กล้วยจะเป็นผู้ช่วยที่ดีในการช่วยขจัดไขมันส่วนเกินบนผิว เนื่องจากมีโพแทสเซียม วิตามินอี วิตามินซี ซึ่งช่วยให้ผิวกระจ่างใสและลดความมัน ใช้กล้วยสุกบดให้ละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้งและน้ำมะนาว อย่างละ ½ ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกผิว ปล่อยทิ้งไว้ 10 นาที และล้างออกด้วยน้ำเย็นให้สะอาด ก็จะช่วยบรรเทาและลดความมันบนผิวได้อย่างดีเยี่ยม

3. ต่อต้าน ลดริ้วรอย มาส์กหน้าด้วยกล้วย

กล้วยเป็นที่รู้จักกันนามโบท๊อกซ์จากธรรมชาติ มีสารอาหารที่ช่วยต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ป้องกันรอยเหี่ยวย่นจากการแสดงอารมณ์ต่างๆ บนใบหน้า อีกทั้งยังช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน วิธีการดูแลไม่ยุ่งยาก ใช้กล้วยบด น้ำส้มสายชูแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ และโยเกิร์ต อย่างละ 1 ช้อนชา นำมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาพอกหน้า ปล่อยทิ้งไว้ 15 นาที และล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเย็น อยากลดริ้วรอย ต้องไม่พลาดสูตรนี้

4. รักษาสิว

กล้วยและเปลือกกล้วยเป็นยาที่ยอดเยี่ยมสำหรับการรักษาสิว คุณสามารถใช้ด้านในของเปลือกกล้วยดูแลปัญหาสิว เพื่อลดการอักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และในส่วนของเนื้อกล้วย สามารถนำมาบดผสมน้ำผึ้ง และใส่ขมิ้นลงไปเล็กน้อย แล้วนำมาพอกผิวหน้า เพื่อเพิ่มความกระจ่างใส ลดสิว และให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว หลังพอกหน้าควรทำความสะอาดให้หมดจดด้วยน้ำเย็น เพื่อลดการอุดตันและป้องกันการเกิดสิวใหม่

5. พอกหน้าด้วยกล้วยขจัดจุดด่างดำ

ไม่ว่าจะเป็นรอยจากสิว หรือจุดด่างดำบนใบหน้าที่มีส่วนทำให้ผิวของคุณหมองคล้ำ คุณสามารถใช้กล้วยดูแลปัญหานี้ได้ โดยการใช้กล้วยบดพอกหน้าผสมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ พอกหน้าอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เมื่อทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความมัน ขจัดจุดด่างดำ รอยสิว และช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

จะเห็นได้ว่ากล้วยนั้นมีคุณสมบัติมากกว่าการเป็นแค่ผลไม้ เพราะนอกจากคุณประโยชน์ที่สามารถให้พลังงานแก่ร่างกายแล้ว ยังนำมาประยุกต์ใช้เพื่อความสวยงามกับผิวได้เป็นอย่างดี หากครั้งหน้าผิวคุณมีปัญหา ลองหากล้วยมาดูแลผิวดูนะคะ

เราสามารถนำกล้วยมาผสมเข้ากับวัตถุดิบอื่นๆ เพื่อนำมาหมักผมด้วยกล้วยได้เช่นกันค่ะ

รับชมสูตรพอกหน้าด้วยกล้วยแบบคลิปวิดีโอ >>> https://www.youtube.com/watch?v=IW1zLWBYRUw

6 สูตรมาร์คหน้า

6 สูตรมาร์คหน้า วิธีทำให้หน้าขาวใส แบบโฮมเมด

การมาร์คหน้า เป็นการปรนนิบัติผิวที่นิยมปฏิบัติกันมา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่ายุคสมัยไหนผู้คนก็มักจะสรรหาสูตรต่างๆมาเพื่อใช้ในการพอกผิว เพราะการมาร์คหน้าเป็นการบำรุงผิวแบบพิเศษ ที่ให้ผลลัพธ์นอกเหนือจากการบำรุงด้วยครีม ช่วยทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก ให้หน้าใส ผิวสะอาด สดชื่นแบบเร่งด่วน บางคนก็ชอบเข้าร้านสปา เพราะสะดวกดี แต่บางคนไม่ค่อยมีเวลาก็มักจะหาสูตรมาทำเองที่บ้าน สำหรับบทความนี้ รู้ไว้ดอทคอม ขอเอาใจสาวๆผู้ที่ชื่นชอบการมาร์คหน้าอยู่ที่บ้าน โดยการแนะนำ 6 วิธีทำที่มาร์คหน้า วิธีทำให้หน้าใสแบบโฮมเมดมาฝากกันค่ะ

6 สูตรมาร์คหน้า พอกหน้า แก้ปัญหาผิว

1. มาร์คหน้าใสลดริ้วรอยด้วยกล้วย

มาร์คหน้าใสลดริ้วรอยด้วยกล้วย

ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่า กล้วยมีประโยชน์ต่อผิวในด้านใดบ้าง กล้วยเป็นมอยเจอร์ไรซ์เซอร์ธรรมชาติที่ดีสำหรับผิว ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว วิตามินที่อยู่ในกล้วย ช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวที่แห้งหมองคล้ำ มีวิตามินซีที่ช่วยในการบำรุงผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ และช่วยต่อต้านริ้วรอยเล็กๆ บนผิวหน้า คุณสามารถใช้กล้วยสุกลูกขนาดกลางนำมาบดให้ละเอียด ผสมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ¼ ถ้วยและน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน และนำมาพอกผิว จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น เพียงเท่านี้ก็จะสามารถช่วยลดริ้วรอย ทำให้ผิวชุ่มชื่น และอ่อนนุ่มขึ้นได้ทันที


2. ใช้น้ำส้มสายชูแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ มาร์คหน้าลดสิว

น้ำส้มสายชูแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์-มาร์คหน้าลดสิว

หลังจากล้างหน้าแนะนำให้ผสมน้ำส้มสายชูแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำเปล่า 2 ถ้วย เพื่อล้างและกระชับผิว หรือใช้น้ำส้มสายชูแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ ¼ ถ้วย ผสมน้ำ ¼ ถ้วย คนให้เข้ากัน นำส่วนผสมที่ได้ทาลงบนใบหน้าและทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า น้ำส้มสายชูแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกิน รวมถึงช่วยบรรเทาและลดอาการสิวโดยไม่ต้องพึ่งพายาเคมีเลยค่ะ


3. สูตรพอกหน้าเนียนนุ่มด้วยนม

มาร์คหน้าด้วยโยเกิร์ต สูตรมาร์คหน้าขาวในราคาประหยัด

นมสดมีคุณประโยชน์ในด้านของการให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว ช่วยบำรุงและช่วยในการฟื้นฟูผิว ทำให้ผิวกระชับ เหมาะสำหรับการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน หรือผู้ที่มีผิวแห้งไม่สดใส วิธีการบำรุงแบบง่ายๆ เพียงนำนมสดมาทาให้ทั่วใบหน้า ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งสนิท แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หลังจากดูแลผิวด้วยนมสด ใบหน้าของคุณจะรู้สึกสดชื่นและดูมีน้ำมีนวลทันที


4. มาร์คหน้าด้วยโยเกิร์ต สูตรมาร์คหน้าขาวในราคาประหยัด

มาร์คหน้าด้วยโยเกิร์ต-สูตรมาร์คหน้าขาวในราคาประหยัด

โดยทั่วไปกรดแลคติกของโยเกิร์ต ช่วยป้องกันการผลิตเอนไซม์ที่รู้จักกันในชื่อ ไทโรซิเนส เอนไซม์นี้มีหน้าที่ในการผลิตเมลานิน ซึ่งเมลานินเป็นสิ่งที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ และมีสีเข้มขึ้น สำหรับการดูแลผิวในสูตรนี้ คุณไม่จำเป็นต้องไปเข้าร้านสปาเลยค่ะ เพียงแค่ใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ช้อนชา ผสมกับเนื้อส้มหั่นสไลด์ 1/4 ชิ้น และว่านหางจระเข้ 1 ช้อนชา ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกบนผิวหน้า ปล่อยทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด สูตรนี้จะช่วยให้ผิวขาว เนียนนุ่ม กระจ่างใส เป็นการประหยัดทั้งเวลา และเงินในกระเป๋าได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้โยเกิร์ตยังนำไปใช้หมักผม เพื่อให้ผมนุ่ม เงางาม มีน้ำหนักได้ดีอีกด้วยค่ะ


5. สูตรมาร์คหน้ามะนาว ขจัดสิวเสี้ยน จมูกเนียนใส

สูตรมาร์คหน้ามะนาว-ขจัดสิวเสี้ยน-จมูกเนียนใส

การรักษาสิวเสี้ยน อาจฟังดูดีเกินไปที่จะเป็นจริง แต่เนื่องจากมะนาวเป็นสารต้านเชื้อแบคทีเรีย จึงมีส่วนช่วยบรรเทาอาการสิวและสิวเสี้ยนได้ เพียงแค่ใช้น้ำมะนาวทาให้ทั่วใบหน้า สิวหัวดำก็จะค่อยๆลดลง หรือใช้น้ำมะนาว 1 ลูก ผสมน้ำมันมะกอก ¼ ถ้วย หรือน้ำมันอัลมอนด์ แล้วนำมานวดให้ทั่วผิวหน้าและล้างออกให้สะอาด ก็จะสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวและพร้อมคืนความชุ่มชื่นให้แก่ผิว


 6. ทำยังไงให้หน้าใส ก็ต้องนี่เลย มาร์คหน้าด้วยไข่ขาว ลดหน้ามัน

ทำยังไงให้หน้าใส-ก็ต้องนี่เลย-มาร์คหน้าด้วยไข่ขาว-ลดหน้ามัน

ไข่ขาวเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวมัน ช่วยทำความสะอาดผิวและช่วยกระชับรูขุมขน ควบคุมการผลิตไขมัน ส่วนผสมมีดังนี้ ใช้ไข่ขาว 1 ฟอง น้ำมะนาว 1 ช้อนชา น้ำผึ้ง 1ช้อนชา ตีผสมทุกอย่างให้เข้ากัน นำมาทาบนผิวหน้าและปล่อยทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น สูตรนี้จะช่วยลดหน้ามัน เพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ต้านเชื้อแบคทีเรีย และปรับสมดุลให้แก่ผิว

สำหรับ 6 สูตรมาร์คหน้าวิธีทำให้หน้าใสแบบโฮมเมด ก็เป็นสูตรที่ง่ายมากๆ เหมาะสำหรับเพื่อนๆที่ไม่ค่อยมีเวลาออกไปร้านสปา หรือเพื่อนๆที่ชอบปรนนิบัติผิวด้วยตนเอง เรียกได้ว่าการดูแลผิวแบบนี้เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะประหยัดทั้งเวลาและเงิน อีกทั้งยังให้ผลลัพธ์

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=TPUxfuroN98

7 วิธีแก้ขอบตาดำ รอยคล้ำใต้ตา

ปัจจุบันหลายคนต้องการ วิธีแก้ขอบตาดำ รอยคล้ำใต้ตาตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพียงแค่เวลาที่เกิดปัญหาแล้ว อาจจะแก้ไขได้ยาก ความหมองคล้ำหรือรอยดำที่เกิดขึ้นใต้ดวงตานี้ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงผู้สูงอายุ ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องโครงสร้างทางพันธุกรรมาเกี่ยวข้อง

ปัญหาขอบตาดำ สาเหตุขอบตาดำ

รอยคล้ำใต้ตา ส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจาก

 

วิธีแก้ขอบตาดำ

  • การใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสม
  • ขอบตาดำรอยคล้ำใต้ตานี้ มีแนวโน้มว่าจะแย่ลงเรื่อยๆเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น
  • น้ำหนักที่ลดลง
  • การสูญเสียไขมันใต้ผิวหนังอาจมีผลต่อปัญหาดังกล่าว

นอกจากนี้ปัจจัยอื่นๆ อาทิเช่น

  • การสูบบุหรี่ที่มากเกินไป
  • การนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
  • การรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ
  • การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนและแอลกอฮอลล์
  • มลพิษต่างๆที่มากระทบอาจก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้
  • ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์ หรือในช่วงมีประจำเดือนและวัยหมดประจำเดือน

ปัจจัยเหล่านี้สามารถนำไปสู่ปัญหาขอบตาดำ รอยคล้ำใต้ตาได้ไม่ข้อใดก็ข้อหนึ่ง

มีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ครีมแก้ขอบตาดำในท้องตลาดมากมายที่ออกแบบมาเพื่อลดและแก้ไขปัญหาขอบตาดำ รอยคล้ำใต้ตา แต่ส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ มีราคาแพง และมีส่วนผสมของสารเคมี ที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวบอบบางบริเวณรอบดวงตา เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ทำไมคุณไม่ลองใช้วิธีแก้ปัญหาขอบตาดำ รอยคล้ำใต้ตาด้วยตัวเองจากธรรมชาติดูบ้าง รู้ไว้ดอทคอมมี 7 วิธีแก้ขอบตาดำ รอยคล้ำใต้ตามาฝาก ไปศึกษาพร้อมๆกันเลยค่ะ

1.  น้ำกุหลาบแก้ขอบตาดำ

น้ำกุหลาบสามารถช่วยรักษาขอบตาดำ-ขอบตาคล้ำ

น้ำกุหลาบเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติที่อ่อนโยนและมีประโยชน์มากมายต่อผิวอย่างไม่น่าเชื่อ สามารถช่วยคลายความหมองคล้ำลดปัญหาขอบตาดำ รอยคล้ำใต้ตาได้ดีไม่แพ้เคมีเลย เป็นแหล่งอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณรอบดวงตา เพียงแค่คุณใช้น้ำกุหลาบหยดลงบนสำลีให้ชุ่มและนำไปวางไว้บนดวงตาของคุณ ทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาดและทาครีมบำรุงตามปกติ สามารถใช้วิธีนี้ในตอนเช้าและตอนเย็นได้ทุกวัน ทำเป็นประจำอย่างน้อยสองสัปดาห์ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของดวงตาคู่ใหม่บนใบหน้าของคุณได้ค่ะ

2.  ขอบตาคล้ำน้ำมันอัลมอนด์ช่วยได้

น้ำมันอัลมอนด์มีประสิทธิภาพในการลดเมลานินของผิวบริเวณรอบดวงตา โดยไม่ทำลายน้ำหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุบำรุงผิว การใช้น้ำมันอัลมอนด์สามารถเติมเต็ม ฟื้นฟูผิวบอบบาง ริ้วรอยตื้นๆและให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวบริเวณดวงตาได้ โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง วิธีการใช้ หยดน้ำมันอัลมอนด์ลงบนฝ่ามือ 5-6 หยด วอร์มน้ำมันให้อุ่นแล้วใช้นิ้วนางนวดวนเบาๆบริเวณถุงใต้ตา เพื่อลดปัญหาขอบตาดำ รอบคล้ำใต้ตา ในช่วงก่อนเข้านอน ทิ้งไว้ข้ามคืนและล้างออกด้วยน้ำเย็นในเช้าวันรุ่งขึ้น สามารถใช้วิธีนี้ได้ทุกวันจนกว่าปัญหาขอบตาดำ รอยคล้ำใต้ตาจะหมดไป

น้ำมันอัลมอนด์สามารถช่วยแก้ผมหงอกได้

[related-post id=”647″]

3.  มันฝรั่ง

มันฝรั่งมีคุณสมบัติในการปรับผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถลดความหมองคล้ำและลดอาการบวมรอบดวงตา ในการแก้ไขปัญหาขอบตาดำ รอยคล้ำใต้ตา เราจะใช้มันฝรั่งจำนวน 2 ลูก นำมาล้างให้สะอาดปอกเปลือกทิ้งแล้วขูดมันฝรั่งให้ละเอียด นำไปแช่ตู้เย็น 1 ชั่วโมง จากนั้น นำมันฝรั่งออกมาพอกบริเวณขอบตาหรือถุงใต้ตาที่มีรอยคล้ำ อาจใช้วิธีนี้ในช่วงกลางคืนก่อนเข้านอน พอกทิ้งไว้ข้ามคืนและล้างออกในตอนเช้าด้วยน้ำอุ่น สามารถใช้วิธีนี้ได้ทุกวัน เมื่อทำเป็นประจำประมาณ 1 สัปดาห์ขึ้นไปก็จะสามารถแก้ไขปัญหาขอบตาดำ รอยคล้ำใต้ตาได้อย่างแน่นอน

4.  ถุงชาเขียว

ถุงชาแขียวแก้ขอบตาดำ

ในชาเขียวอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินที่ช่วยลดความหมองคล้ำของผิว มีสารแทนนินที่ช่วยลดอาการบวมและลดริ้วรอยบริเวณถุงใต้ตาได้ วิธีการไม่ยุ่งยากเลยค่ะ ต้มน้ำให้เดือดและนำถุงชาเขียวแช่ทิ้งไว้ 10 นาที ปล่อยให้เย็นจากนั้นนำถุงชาเขียวไปแช่ในตู้เย็นประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วนำออกมาประคบหรือวางลงบนดวงตาประมาณ 15 นาที ทำตามวิธีนี้ 2 ครั้งต่อวันเป็นเวลาอย่างน้อย 10 วัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

[related-post id=”20749″]

5.  สะระแหน่ วิธีแก้ขอบตาดําด้วยสมุนไพร

ด้วยความเย็นของใบสะระแหน่ สามารถลดและบรรเทาความเหนื่อยล้าของดวงตาได้ทันทีที่ใช้ คุณสามารถนำใบสดของสะระแหน่มาผสมกับน้ำมะนาวและปั่นให้ละเอียด กรองนำแต่น้ำมาใช้ นำสำลีมาจุ่มและวางลงบนดวงตา 10 -15 นาที จากนั้นนำสำลีออกและใช้นิ้วนางนวดวนเบาๆบริเวณดวงตาและถุงใต้ตาให้ทั่วประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ใช้ผ้าเนื้อนุ่มซับเบาๆให้แห้งและทาครีมบำรุงตามปกติ สามารถใช้วิธีนี้ได้ทุกวัน เพื่อดวงตาคู่สวยที่ไร้ปัญหาขอบตาดำ ปราศจากรอยคล้ำใต้ตา

6.  นมสด

นมสดมีกรดแลคติคที่ช่วยให้ผิวบริเวณถุงใต้ตานุ่มและชุ่มชื่น มีโปรตีนเอนไซม์กรดอะมิโนและสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างความแข็งแรงของผิว ช่วยรักษาบรรเทาผิวบอบบางใต้ดวงตา โดยการใช้นมสดเย็นแก้ปัญหาขอบตาดำรอยคล้ำใต้ตา นำนมสดรสจืดแช่ตู่เย็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง แล้วนำสำลีมาจุ่มนมสดและวางไว้บนดวงตาจนคลายความเย็น แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น เพื่อกระตุ้นความสดชื่นให้แก่ผิว สามารถใช้วิธีนี้ได้สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง เพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาโดยไม่ต้องพึ่งพาเคมี

7.  วิธีแก้ขอบตาดําด้วยแตงกวา

แตงกวาแก้ขอบตาดำคล้ำ

แตงกวามีคุณสมบัติในการให้ความเย็นและความชุ่มชื่นแก่ผิวใช้สมานผิวลดความบวมของผิว ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดบริเวณดวงตาและถุงใต้ตา โดยการหั่นแตงกวาให้เป็นชิ้นหนาสักนิดหนึ่ง แล้วนำไปแช่ตู้เย็น 30 นาที จากนั้นนำออกมาวางบริเวณดวงตา ใช้เวลา 10-15 นาที ในขั้นตอนนี้ และล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด สามารถทำวิธีนี้วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ก็จะเห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน นอกจากนี้คุณยังสามารถนำแตงกวามาล้างให้สะอาด แล้วนำไปปั่นให้ละเอียด กรองเอาแต่น้ำมาแช่ตู้เย็นไว้สักครู่ ใช้สำลีจุ่มน้ำแตงกวาที่นำออกมาจากตู้เย็นและนำไปวางพอกไว้บริเวณดวงตา ปล่อยให้ผิวดูดซึมวิตามินจากน้ำแตงกวาประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น สามารถทำได้วันละ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งหลังการล้างดวงตา อย่าลืมทาครีมบำรุงบริเวณขอบตาหรือถุงใต้ตาอีกครั้ง เพื่อเป็นการรักษาความชุ่มชื่นให้แก่ผิวรอบดวงตาการรักษาขอบตาดำด้วยวิธีธรรมชาติ

ช่วงท้ายนี้คิดว่าเพื่อนๆคงอยากจะรีบไปหาวัตถุดิบมาทำเพื่อแก้ไขปัญหาขอบตาดำ รอยคล้ำใต้ตากันแล้วใช่ไหมคะ เอาหล่ะเลือกสูตรที่ชอบ วิธีที่ใช่แล้วไปหาซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์มาทำกันเลยค่ะ ปัญหาขอบตาแพนด้าไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ อย่าปล่อยให้แพนด้าลอยนวลอยู่บนใบหน้า เพราะนานวันไปแพนด้าอาจกลายเป็นแรคคูนได้ค่ะ ทดลองทำแล้วได้ผลอย่างไรอย่าลืมแวะมาคอมเม้นแชร์ประสบการณ์ด้านล่างให้ทราบกันบ้างนะคะ หมดเวลาเคล็ดลับ 7 วิธีแก้ปัญหาขอบตาดำ รอยคล้ำใต้ตา จากรู้ไว้ดอทคอมแล้วค่ะ พบกันใหม่ในบทความหน้า รอติดตามนะคะ สวัสดีค่ะ

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=_toN7PEsRcw