คลังเก็บหมวดหมู่: สุขภาพ

ประโยชน์เม็ดบัว

เม็ดบัว ประโยชน์และสรรพคุณ รังสรรค์จากธรรมชาติ

หากเอ่ยถึง เม็ดบัว เชื่อว่าหลายคนรู้จักกันดีและอาจเป็นของโปรดเจอที่ไหนเป็นต้องซื้อไว้ ถึงแม้กินแล้วถูกปากแต่อาจยังไม่ทราบถึงประโยชน์ที่มีมากกว่าความอร่อย บทความนี้จะขอแนะนำสิ่งดี ๆ ที่จะได้รับจากเม็ดบัว ไปชมกันเลย

1. อุดมด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ เม็ดบัวสดที่อยู่ในฝักบัวหลวงนั้น อุดมด้วยโปรตีน วิตามินซี ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส กินแล้วทำให้อิ่มไว อีกทั้งยังช่วยบำรุงสมอง นอกจากนี้สารต้านอนุมูลอิสระในเม็ดบัว สามารถชะลอความเสื่อมของเซลล์ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้

2. ประจำเดือนผิดปกติ สำหรับสาว ๆ ที่มีปัญหารอบเดือนมาไม่ปกติ ดีบัวหรือต้นอ่อนเล็ก ๆ ในเม็ดบัวนั้น อย่าหยิบทิ้ง เพราะส่วนนี้นี่เองจะเป็นตัวช่วยที่ดีในการบำรุงเลือด นอกจากนี้ดีบัว ยังสามารถช่วยบรรเทาอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อได้เป็นอย่างดี

3. แก้ร้อนใน กระหายน้ำ หากมีอาการเหล่านี้ให้นำเม็ดบัวแห้งมาต้มกับน้ำแล้วนำมาดื่ม จะช่วยบรรเทาร้อนใน ลดความกระหาย และส่งผลให้แผลพุพองในช่องปากหายไวขึ้น

4. บำรุงครรภ์ ในระหว่างการตั้งครรภ์ส่วนใหญ่แล้ว คุณแม่มักจะหาของบำรุงที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อให้เอื้อต่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อยและการคลอด  หากต้องการการคลอดที่ง่ายและเพิ่มแรงในการเบ่งระหว่างคลอด แนะนำให้กินเม็ดบัวสด จะช่วยให้คลอดลูกได้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งหลังคลอดเม็ดบัวสดยังดีต่อมดลูก เพราะช่วยให้มดลูกกระชับ เข้าอู่คืนความสาวได้เร็วขึ้น

5. นอนไม่หลับ เม็ดบัวช่วยได้ โรคนอนไม่หลับ ถือเป็นโรคฮิตติดอันดับของคนวัยทำงานเลยทีเดียว ความเครียดจะส่งผลให้คุณมีประสิทธิภาพการนอนหลับที่ลดลง การรับประทานเม็ดบัว มีส่วนช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนให้ดีขึ้นได้ เนื่องจากเม็ดบัวมีคุณสมบัติเป็นยากล่อมประสาทอ่อน ๆ เมื่อรับประทานในมื้อเย็นจะส่งผลดีต่อการนอนหลับในช่วงเวลากลางคืน

จะเห็นได้ว่า ประโยชน์ของเม็ดบัวนั้น มีหลากหลายมากกว่าความอร่อย คราวหน้าหากผ่านร้านขายเม็ดบัว อย่าลืมหาซื้อมาบำรุงร่างกายกันนะคะ

รับชมคลิป “ประโยชน์เม็ดบัว” https://www.youtube.com/watch?v=p9nPNajjw3U

ประโยชน์ชะพลู

6 ประโยชน์ชะพลู สรรพคุณสมุนไพรใบเขียว

ชะพลู สมุนไพรพืชใบเขียวที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ลักษณะคล้ายใบพลู แต่รูปทรงของชะพลูช่วงกลางใบจะกว้างมากกว่า ความอ่อนนิ่มของใบจะนิ่มและบางกว่า ซึ่งใบพลูจะใช้เคี้ยวคู่กับการกินหมาก ใบชะพลูจะใช้นำมาทำอาหาร เช่น เมี่ยงคำ แกงคั่ว นอกจากจะทำเมนูต่าง ๆ ได้อร่อยลงตัวแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นอีก ดังนี้

1. เบื่ออาหาร กินได้น้อย เมื่อมีอาการไม่อยากกินข้าว หรือกินไม่ค่อยลง ให้นำใบชะพลูมาทำเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร ด้วยรสเผ็ดร้อนของใบชะพลูจะกระตุ้นให้มีความอยากและช่วยให้เจริญอาหาร กินข้าวได้อร่อยในปริมาณที่มากขึ้น

2. ท้องอืด แก๊สหมักหมม อาหารไม่ย่อย ท้องอืด อึดอัด นำรากชะพลู 1 กำมือ ต้มกับน้ำเปล่า 2 แก้ว เคี่ยวจนเหลือน้ำ 3 ใน 4 ถ้วย นำมาดื่มในปริมาณครั้งละ 1 ส่วน จะช่วยขับลมในลำไส้ ลดอาการปวดท้องจากท้องอืดให้ดีขึ้น

3. สายตาพร่ามัว มองกลางคืนไม่ชัด สารต้านอนุมูลอิสระ เบต้าแคโรทีนในชะพลู มีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาดวงตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น โรคตาฟาง โรคตาบอดกลางคืน ช่วยลดอาการพร่ามัว และช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น

4. บำรุงกระดูกและฟัน ด้วยแคลเซียมที่อยู่ในชะพลู เมื่อนำมารับประทานเป็นประจำ สามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน บำรุงกระดูกและฟันให้มีความแข็งแรง

5. ชะพลูแก้ท้องผูก เข้าห้องน้ำนาน ขับถ่ายลำบาก ส่วนหนึ่งของการใช้เวลานั่งในห้องน้ำนาน คือระบบลำไส้ทำงานไม่ปกติ การกินใบชะพลูในเมนูต่าง ๆ สามารถช่วยเพิ่มกากใยในการขับถ่ายให้ง่ายและคล่องตัวมากขึ้น

6. ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันหวัด ลักปิดลักเปิด ถึงจะมิใช่ผลไม้รสเปรี้ยว แต่ชะพลูก็มีวิตามินซีที่สามารถช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคหวัด และลดปัญหาเลือดออกตามไรฟัน

จากประโยชน์ของชะพลูที่กล่าวมานั้น ก็เรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีความหลากหลายในการดูแลสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนนำมารับประทานควรล้างให้สะอาด ไม่ควรรับประทานในปริมาณครั้งละมากเกินไป เนื่องจากใบชะพลูมีสารออกซาเลตค่อนข้างสูง อาจส่งผลให้เกิดนิ่วในไตได้ และไม่ควรกินติดต่อกันเป็นเวลานาน นอกจากนี้ หลังการกินชะพลูทุกครั้งควรดื่มน้ำตามมาก ๆ

รูปภาพจาก

https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chaaphluu_in_Thailand.jpg

ดูคลิป ประโยชน์ชะพลู https://www.youtube.com/watch?v=FzOvDKKncG0

ลูกสำรอง

ประโยชน์ลูกสำรอง สมุนไพรลดพุง หุ่นดี สุขภาพดีจากข้างใน

ลูกสำรอง หลายท่านคงคุ้นเคยกันดีในแง่ของสมุนไพรลดน้ำหนัก ลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน แต่อันที่จริงแล้วลูกสำรองมิได้มีดีเพียงเท่านี้  ในบทความนี้จะขยายความประโยชน์ของลูกสำรองให้ได้รู้จักกันมากขึ้น ดังนี้

1. ลูกสำรอง ไอเรื้อรัง เสมหะเหนียว เมื่อมีเสมหะเหนียวข้น พร้อมกับไอเรื้อรัง ให้นำลูกสำรองประมาณ 5-7 ลูก แช่ลงในน้ำเปล่า รอจนวุ้นลูกสำรองพองตัวเต็มที่ แล้วนำมาใช้ดื่มทั้งน้ำและเนื้อ ก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง หากต้องการรสหวานสามารถผสมน้ำตาลกรวด หรือน้ำตาลทรายแดง เพื่อเพิ่มรสชาติได้

2. ลูกสำรอง ลดไข้ เจ็บคอ บรรเทาอาการด้วยการใช้ลูกสำรอง 15-20 ลูก นำมาต้มกับน้ำเปล่า และใส่ชะเอมจีนลงไปด้วย ชิมดูให้พอมีรสหวาน เข้มข้น รอจนเดือดปิดไฟ แล้วนำมาจิบดื่มได้ตลอดเวลาที่มีอาการ

3. พุงยุบ ถ่ายคล่อง เนื้อสำรองเมื่อดูดซับน้ำเต็มที่ จะกลายเป็นวุ้นนิ่มๆที่สามารถให้พลังงานที่ต่ำ หากนำมาดื่มจะส่งผลดีต่อระบบลำไส้ ช่วยให้ขับถ่ายสะดวก หน้าท้องยุบ

4. ตัวช่วยหุ่นสวย อันที่จริงแล้วหากดูถึงสารอาหารที่อยู่ในลูกสำรองแล้ว จะเห็นได้ว่าแทบจะไม่มีสารอาหารตัวใดที่จะสามารถเป็นผู้ช่วยในการลดความอ้วนได้เลย แต่ใยอาหารในลูกสำรองที่สามารถละลายน้ำและพองตัวได้ดีนั้น มีส่วนช่วยในการเคลือบกระเพาะอาหารและลำไส้ ส่งผลให้อาหารค่อย ๆ เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ  และอยู่ในทางเดินอาหารได้นานมากขึ้น จึงทำให้รู้สึกอิ่มไว อิ่มนาน ลดการกินจุกจิก นี่จึงเป็นที่มาของการนำลูกสำรองมาใช้ควบคุมน้ำหนักนั่นเอง

5. ใช้ย้อมสี นอกจากผลที่สามารถนำมากินได้ เปลือกจากลำต้นของลูกสำรอง ยังสามารถนำมาใช้ในการฟอกย้อมแห อวน ตาข่ายให้เป็นสีน้ำตาลแดง อีกทั้งยังช่วยทำให้ตาข่ายนั้น มีความเหนียวแน่น แข็งแรง ทนทานต่อการใช้งานมากขึ้น

6. แก้ร้อนใน บำรุงตับ ชาวจีนเชื่อกันว่าหากมีความร้อนสะสมอยู่ที่ตับมาก จะส่งผลให้มีอาการร้อนใน ตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น มีแผลในปาก ร้อนใน มีตุ่มพอง เจ็บลิ้น รู้สึกตัวร้อนแต่มิได้เป็นไข้ ตับร้อน กระหายน้ำมากกว่าปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้น ชาวจีนจึงมักนำเนื้อลูกสำรองมาผสมน้ำดื่ม เพื่อลดอุณภูมิความร้อน ดับพิษ ในร่างกาย และช่วยบำรุงตับให้มีความแข็งแรง พร้อมต่อต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ

จากประโยชน์ลูกสำรอง ทั้ง 6 ข้อที่กล่าวมาแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมลูกสำรองถึงเป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน ของดีมีคุณค่าต่อร่างกายแบบนี้ เห็นทีไม่กินก็คงจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่องแล้วหล่ะค่ะ

รูปภาพลูกสำรองจาก
https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Sterculia_lychnophora_seed.jpg

รับชมคลิป “ประโยชน์ลูกสำรอง” https://www.youtube.com/watch?v=_NN-x1U-HwI

ฟ้าทะลายโจร

ประโยชน์ฟ้าทะลายโจร สรรพคุณแก้ปวดหัว ตัวร้อน ไอ เจ็บคอ

อากาศประเทศไทยนั้น เรียกได้ว่า สามวันดีสี่วันไข้ บางวันร้อนชื้นสลับฝนตก ทำให้ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ เจ็บคอ ได้ง่าย ซึ่งสภาพลมฟ้าเช่นนี้นอกจากจะส่งผลให้ไม่สบายตัวแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ป่วยได้เช่นกัน นั่นคืออาหารการกินที่ต้องระมัดระวัง เนื่องจากอาหารจะเน่าเสียได้ง่าย เมื่อรับประทานอาจทำให้มีอาการลำไส้อักเสบ ท้องเสียได้ ดังนั้นหากต้องการแก้ไขปัญหาเมื่อมีอาการเหล่านี้ ควรมีสมุนไพรไทยอย่างฟ้าทะลายโจร หรือชื่ออื่นที่เรียกกันว่า หญ้าคันงู น้ำลายพังพอน ที่เราสามารถนำมาส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ลำต้น ใบ สดหรือแห้ง มาใช้ในการรักษา บรรเทาความเจ็บป่วยต่าง ๆ เบื้องต้น ซึ่งสรรพคุณของฟ้าทะลายโจรจะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย

1. อาการไข้หวัด ปวดหัว ตัวร้อน ใช้ใบสดหรือแห้ง ประมาณ 1 กำมือ ต้มกับน้ำสะอาด กรองเอาแต่น้ำมาดื่มก่อนอาหาร วันละ 2 ครั้ง หรือดื่มตอนที่มีอาการ

2. อาการไอ เจ็บคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ มีเสมหะ ใช้ใบสดฟ้าทะลายโจรหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ 1 ถ้วยตวง ใส่ลงในโหลแก้ว เทเหล้าขาว 28 หรือ 40 ดีกรีพอท่วม ปิดฝา ปล่อยทิ้งไว้ครบสัปดาห์ จึงนำน้ำที่หมักแล้วมาจิบ แก้อาการไอ เจ็บคอ

3. แก้ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ ใช้ใบและกิ่งของฟ้าทะลายโจรมาตากให้แห้ง นำไปตำให้ละเอียดใช้กระชอนกรองเอากากที่หยาบออกทิ้ง เหลือไว้เพียงผงละเอียด นำไปผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นให้เป็นก้อน ตากในที่ร่ม และเก็บไว้รับประทานก่อนอาหารครั้งละ 4-8 เม็ด

ข้อควรระวังในการใช้ฟ้าทะลายโจร

หากไม่เคยรับประทานฟ้าทะลายโจรมาก่อน ควรเริ่มรับประทานทีละน้อย หรือหากกินแล้วมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดเมื่อย ให้หยุดรับประทานทันที และหากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ฟ้าทะลายโจร

รุปภาพจาก :

https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Andrographis_paniculata_(Kalpa)_in_Narshapur_forest,_AP_W2_IMG_0867.jpg

รับชมคลิป “สรรพคุณฟ้าทะลายโจร” https://www.youtube.com/watch?v=8gkMR_dJyiY

ประโยชน์ลูกพรุน

ประโยชน์ลูกพรุน สรรพคุณระดับ 5 ดาว แก้ท้องผูก สารต้านอนุมูลอิสระเยอะมาก

ลูกพลัม ผลไม้ตระกูลเดียวกับ บ๊วย เชอรี่ ลูกท้อ เมื่อลูกพลัมแห้งแล้วจะกลายเป็นลูกพรุน ซึ่งไม่ว่าจะมีชื่อเรียกแบบใด ก็ใหประโยชน์แก่ร่างกายเช่นกัน บทความนี้ขอเสนอ 8 ประโยชน์จากลูกพรุนต่อสุขภาพ ดังนี้

1. ขับถ่ายคล่องไม่เสียเวลาเบ่ง

ไฟเบอร์ในลูกพรุนมีไฟเบอร์ทั้งชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ให้ไขมันต่ำ ลูกพรุน 1 ลูก มีไฟเบอร์ 1 กรัม เมื่อรับประทานเป็นประจำจะช่วยบรรเทาอาการท้องผูก เนื่องจากออกฤทธิ์เป็นยาระบายตามธรรมชาติ

2. ต้านอนุมูลอิสระห่างไกลโรคเรื้อรัง

โรคเรื้อรังที่มาพร้อมกับการอักเสบ และมีต้นเหตุจากอนุมูลอิสระ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับข้อ และโรคปอด โรคดังกล่าวควรเน้นรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยบรรเทาอาการ หรือป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ  สารโพลีฟีนอลในลูกพรุนสามารถช่วยลดการอักเสบ และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้หลายชนิด

3. บำรุงกระดูก

วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระในลูกพรุน ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก ช่วยเพิ่มฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกระดูก

4. บำรุงเลือด

หากสุขภาพของเลือดดี ก็จะส่งผลให้ระบบการทำงานของร่างกายดีตามไปด้วย ในลูกพรุนอุดมด้วยธาตุเหล็ก ที่ช่วยในการสร้างและบำรุงเลือด ลดอาการอ่อนเพลีย ป้องกันโรคโลหิตจาง เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือดให้ทำงานได้ดีมากขึ้น

5. บำรุงสมอง

เซลล์สมองมีการตายและผลิตใหม่อยู่เสมอ เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีประโชน์จะมีส่วนช่วยให้เซลล์สมองมีความแข็งแรง และยืดอายุเซลล์ได้นานขึ้น ในลูกพรุนมีสีม่วงแดง อุดมด้วยสารอาหารที่ช่วยในการดูแลและบำรุงสมอง

6. บำรุงสายตา

เพื่อเป็นการดูแลดวงตาของเราให้มีการมองเห็นที่ชัดเจน ไม่พร่ามัว เราจึงควรหมั่นรับประทานลูกพรุนอยู่เสมอ เพราะวิตามินในลูกพรุน มีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาเส้นประสาทบริเวณลูกตา ช่วยดูแลจอรับภาพส่งเสริมการทำงานของเซลล์ที่ลูกนัยน์ตา

7. ลดอาการตะคริว

สำหรับผู้ที่เคยเป็นตะคริว มักรู้ดีว่าเมื่อมีอาการจะเกิดความทรมานเป็นอย่างมาก จึงควรรับประทานผักหรือผลไม้ที่มีแคลเซียมสูง ในลูกพรุนมีแคลเซียมและแร่ธาตุที่ช่วยลดปัญหานี้ ผู้ที่ขาดแร่ธาตุนี้มักจะเป็นตะคริวได้ง่าย ควรหาลูกพรุนติดบ้านไว้ เพื่อยามฉุกเฉินจะได้บรรเทาอาการจากตะคริวได้

8. ปวดประจำเดือน

อีกหนึ่งความทรมานที่สาว ๆ มักพบเจอ นั่นคือ อาการปวดประจำเดือน แมกนีเซียมในลูกพรุนสามารถช่วยควบคุมฮอร์โมนในช่วงวันเบา ๆ และบรรเทาอาการปวดท้องให้ลดลงได้ เพียงรับประทานลูกพรุนในช่วงก่อนวันนั้นของเดือนประมาณ 1-2 วัน

รวม ๆ แล้วลูกพรุนค่อนข้างมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลากหลายด้าน แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า รับประทานทุกคนแล้วจะให้ผลดีต่อทุกคน ในผู้ที่ป่วยเป็นโรคไต ไม่ควรรับประทานลูกพรุน เนื่องจากในลูกพรุนมีปริมาณโพแทสเซียม อาจส่งผลให้ไตทำงานหนัก และขับโพแทสเซียมออกได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ หรือหัวใจหยุดเต้น นอกจากนี้ผู้มีอาการลำไส้ผิดปกติ ก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานลูกพรุน เพราะอาจทำให้ถ่ายเหลวและมีอาการท้องเสีย

ดูคลิป “ประโยชน์ลูกพรุน” https://www.youtube.com/watch?v=Iz8z1S7jH0w

โรคชิคุนกุนยา

โรคชิคุนกุนยา โรคจากยุงลาย ปวดข้อตามร่างกาย มีวิธีรักษา และการป้องกัน

โรคชิคุนกุนยา เป็นโรคที่ฟังดูแล้วไม่ค่อยคุ้นหูกันสักเท่าไหร่ ในบทความนี้จะขอขยายความโรคนี้ให้ได้รู้จักกันมากขึ้น

เกี่ยวกับโรคชิคุนกุนยา

โรคชิคุนกุนยาหรือโรคไข้ญี่ปุ่น หรือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย เป็นโรคที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งการรักษาโรคนี้ไม่มีการรักษาจำเพาะ ส่วนใหญ่จะรักษาตามอาการที่เป็น สำหรับคนที่โดนยุงกัดแล้วได้รับเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา จะมีอาการปวดข้อ เป็นไข้สูงเฉียบพลัน และอาจมีผื่นตามผิวหนังร่วมด้วย ปวดศีรษะมาก คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย แต่อาการไข้จะสามารถลดลงได้ในเวลา 2-3 วัน นอกจกานี้จะมีอาการปวดข้อตามข้อมือ  ข้อเท้า ข้อนิ้วมือ ข้อนิ้วเท้า การปวดตามข้อจะเปลี่ยนตำแหน่งที่ปวดไปเรื่อยๆ อาจมีผื่นขึ้นบริเวณกระพุ้งแก้ม หรือเพดานปาก และผื่นนี้จะหายได้เองในระยะเวลา 7 -10 วัน

การรักษาโรคชิคุนกุนยา

โรคนี้รักษาตามอาการ สามารถกินยาแก้ปวดเพื่อใช้ลดไข้ บรรเทาอาการปวดข้อ แต่ไม่ควรกินยาแอสไพรินลดไข้ เพราะจะทำให้เกิดเลือดออกได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ควรเช็ดตัวเป็นระยะในช่วงที่เป็นไข้ เพื่อให้ไข้ลดลง ควรดื่มน้ำมากๆและนอนหลับพักผ่อน เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นตัวเร็วขึ้น

การป้องกันโรคชิคุนกุนยา

วิธีป้องกันโรคชิคุนกุนยานี้ได้ดีที่สุด คือการป้องกันระวังมิให้โดนยุงกัด เช่น หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าสีดำหรือโทนสีมืดๆ ทายากันยุงหรือป้องกันโดยการจุดยากันยุงเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อฝูงยุง กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ไม่ให้มีพื้นที่สำหรับน้ำขัง เพื่อลดการแพร่พันธุ์ของยุงทุกชนิด รักษาความสะอาดของบ้านและที่อยู่อาศัย เพื่อจะได้ไม่เป็นที่ซ่อนตัวของยุงร้าย

ดูคลิป โรคชิคุนกุนยา https://www.youtube.com/watch?v=o-B5XwUKOU8

ประโยชน์อินทผลัม

อินทผลัม ผลไม้ที่เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี แถมยังมีประโยชน์

อินทผลัมผลไม้ตระกูลปาล์มจากดินแดนตะวันออกกลาง เมื่อก่อนต้องนำเข้าแต่ปัจจุบันสามารถปลูกได้ในประเทศไทย หาซื้อได้ไม่ยาก มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพในหลากหลายด้าน สามารถติดตามรายละเอียดของอินทผลัมได้ในช่วงถัดไป

1. อินทผลัม ไฟเบอร์สูง ไฟเบอร์หลักๆแล้วช่วยในการกระตุ้นให้ลำไส้เกิดการบีบตัว เพื่อขับถ่าย แต่อันที่จริงแล้วไฟเบอร์มิได้มีดีเพียงแค่เรื่องเดียว มันยังสามารถช่วยลดการดูดซึมของไขมันและคอเลสเตอรอล ลดการดูดซึมของน้ำตาลให้เข้าสู่กระแสเลือดช้าลง เมื่อคุณกินอินทผลัมจึงส่งผลดีในเรื่องนี้ อีกทั้งยังทำให้ไม่หิวบ่อยอีกด้วย

2. อินทผลัม ต้านอนุมูลอิสระคูณสาม โรคเรื้อรังบางชนิดเกิดจากการสะสมของอนุมูลอิสระ ส่งผลให้ภูมิต้านทานแย่ลง ต่อต้านเชื้อโรคได้ไม่ดีและป่วยในที่สุด สารฟลาโวนอยด์ แคโรทีนอยด์และกรดฟีนอลิกในอินทผลัมเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีศักยภาพสูง ช่วยลดการอักเสบ ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน หัวใจ อัลไซเมอร์และโรคมะเร็งบางชนิด

3. อินทผลัม โรคโลหิตจาง หน้าที่ของธาตุเหล็กมีหลายอย่าง เช่น สร้างเม็ดเลือดแดง เพิ่มภูมิต้านทาน กำจัดสารพิษ ป้องกันโรคโลหิตจาง การรับประทานอินทผลัมมีธาตุเหล็ก สามารถช่วยดูแล บรรเทาอาการโลหิตจาง อีกทั้งยังลดอาการเพลีย เหนื่อยล้า ช่วยกระตุ้นร่างกายให้มีความสดชื่น และมีพลังได้ดีอีกด้วย

4. อินทผลัม ตาบอดกลางคืน การขาดวิตามินเอ สามารถเป็นเหตุให้เกิดโรคตาบอดกลางคืนได้ นอกจากนี้ยังอาจทำให้ตาแห้ง และเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อบริเวณดวงตา อินทผลัมอุดมด้วยวิตามินเอ เมื่อบริโภคเป็นประจำสามารถช่วยป้องกันโรคตาบอดกลางคืนได้

5. อินทผลัม ดูแลสมองและประสาท วิตามินบี3 และวิตามินบี6 ในอินทผลัม ช่วยดูแลการทำงานของประสาท พัฒนาสมอง อีกทั้งยังช่วยบำรุงผิว เพิ่มการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย

6. อินทผลัม ต้านความชรา สัญญาณแห่งวัย ไม่ว่าจะเป็นผิวเหี่ยวย่น ไม่กระชับ ผิวกร้าน ขาดความชุ่มชื่น ริ้วรอยตามร่องแก้ม หน้าผาก และหางตา เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากเมื่อถึงวัย หรือต้องเผชิญมลภาวะที่รบกวนผิว สารไฟโตฮอร์โนในอินทผลัมที่มีคุณสมบัติ ต่อต้านริ้วรอย สามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้ เมื่อนำมาทำเป็นสารสกัดที่ใช้สำหรับบำรุงผิว

7. อินทผลัม เบาหวาน พูดถึงโรคนี้ก็ต้องระมัดระวังในเรื่องของน้ำตาลที่แฝงอยู่ในอาหารการกิน รวมไปถึงผลไม้บางชนิดที่มีน้ำตาลสูง เช่น มะม่วง  แต่สำหรับอินทผลัมมีน้ำตาลที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ เรียกว่าเป็นมิตรกับโรคเบาหวาน ซึ่งในผู้ป่วยเบาหวานเมื่อรับประทานอินทผลัม มิได้มีผลทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่รับประทานจนมากเกินความจำเป็น

ดูคลิป “ประโยชน์อินทผลัม” https://www.youtube.com/watch?v=GkFuvI4Z33Q

ประโยชน์ขึ้นฉ่ายฝรั่ง Celery

ประโยชน์เซเลอรี่ Celery ขึ้นฉ่ายฝรั่ง เอามาปั่น ดื่มได้สุขภาพ

เซเลอรี่เป็นผักสีเขียวชนิดหนึ่งที่มีขนาดลำต้นและก้านใบอวบใหญ่ หรือคนไทยเรียกกันว่า คื่นฉ่ายฝรั่ง มีลักษณะคล้ายคื่นฉ่ายจีนแต่มีกลิ่นฉุนน้อยกว่า ตัวก้านฉ่ำมีปริมาณน้ำสูง ให้พลังงานต่ำ อุดมด้วยเส้นใยอาหาร ซึ่งประโยชน์เซเลอรี่ที่มีต่อสุขภาพจะมีอะไรบ้าง บทความนี้นำมาฝาก 8 ข้อ พร้อมข้อควรระวังที่ควรทราบ

1. แหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ ความเสื่อมของเซลล์ การเจ็บป่วย การอักเสบ ล้วนมีสาเหตุมาจากอนุมูลอิสระทั้งสิ้น หากต้องการต้านหรือกำจัดอนุมูลอิสระ ควรรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยเพิ่มภูมิต้านทานและความแข็งแรงให้แก่เซลล์ ในเซเลอรี่มีวิตามินซี เบต้าแคโรทีน ฟลาโวนอยด์ และมีอะพีจีนีน สารที่ช่วยต้านการอักเสบ ช่วยให้ผ่อนคลายและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

2. ลดคอเลสเตอรอล สารเอพิจินีนที่อยู่ในเซเลอรี่ มีส่วนช่วยปกป้องและดูแลหัวใจ ช่วยลดคอเลสเตอรอลและความเข้มข้นของไตรกลีเซอไรด์

3. ความดันโลหิตสูง โพแทสเซียมและแคลเซียมที่อยู่ในเซเลอรี่ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยคลายกล้ามเนื้อหัวใจ และควบคุมความดันให้เป็นปกติ

4. โรคตับ ตับ หนึ่งในอวัยวะที่ช่วยขับพิษและของเสียต่าง ๆ เมื่อตับช่วยทำความสะอาดร่างกายแล้ว เราควรบำรุงและเสริมภูมิต้านทานให้แก่ตับ ในเซเลอรี่มีวิตามินซี วิตามินบี วิตามินเอและธาตุเหล็ก ที่สามารถช่วยฟื้นฟูตับ รักษาสมรรถภาพการทำงานของตับและช่วยให้ตับมีความแข็งแรงมากขึ้น

5. ทำความสะอาดลำไส้ วิธีการกำจัดของเสียออกจากร่างกายที่หลายคนนิยมทำคือ การดีท็อกซ์ หรือล้างลำไส้ให้สะอาด ในเซเลอรี่มีสารไฟตนิวเทรียนท์ หรืออินทรีย์สารจากพืชที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถช่วยดูแลการทำงานของระบบลำไส้ ล้างสารพิษที่ตกค้างในกระแสเลือดและของเสียที่หมักหมมคั่งค้างออกจากลำไส้ได้อย่างง่ายดาย

6. ลดน้ำหนัก เซเลอรี่ 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 13 กิโลแคลอรี่และด้วยเส้นใยที่ไม่ละลายน้ำ จะช่วยเพิ่มกากใยอาหารในลำไส้ มีผลทำให้เวลารับประทานเข้าไปแล้วรู้สึกอิ่มไวและอยู่ท้องนานมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดหรือควบคุมน้ำหนัก

7. ปรับสมดุล เพื่อเป็นการรักษาความสมดุลในร่างกาย การรับประทานเซเลอรี่ที่มีแร่ธาตุโซเดียมอยู่นั้น สามารถดูแลและปรับสมดุลความเป็นกรดด่างในเลือดได้เป็นอย่างดี

8. นอนไม่หลับ หากมีอาการนอนไม่หลับ ลองนำเซเลอรี่มาทำเป็นเครื่องดื่มแล้วดื่มก่อนนอน จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อยากนอนและนอนหลับได้ง่ายและไวมากขึ้น เพราะสารประกอบในเซเลอรี่จะออกฤทธิ์คล้ายกับยากล่อมประสาท เมื่อดื่มแล้วจะรู้สึกทำให้อยากพักผ่อน เป็นยานอนหลับจากธรรมชาติที่ไม่มีอันตรายกับระบบประสาทและสมองอย่างแน่นอน

ข้อควรระวัง

  • เซเลอรี่สามารถออกฤทธิ์ในการช่วยลดความดัน จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ
  • ในเซเลอรี่มีสารไนเตรทค่อนข้างสูง หากรับประทานมากเกินพอดี อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง และประสิทธิภาพในการทำงานของต่อมไทรอยด์อาจลดลง
  • หากต้องการรับประทาน ควรแน่ใจว่าตนเองไม่ได้มีปัญหาด้านสุขภาพร้ายแรง ควรตัดส่วนบริเวณที่ใกล้กับรากออกไปให้มากที่สุด และในเซเลอรี่ยาฆ่าแมลงค่อนข้างเยอะ ดังนั้นควรล้างทำความสะอาดให้ดีก่อนนำมารับประทาน

ดูคลิป “ประโยชน์เซเลอรี่ Celery ขึ้นฉ่ายฝรั่ง ” https://www.youtube.com/watch?v=zO0QDJ1RzVU

ประโยชน์มะกรูด

ประโยชน์ใบมะกรูด ผลมะกรูด ผิวมะกรูด โอ้โหสมุนไพรไทย สรรพคุณเยอะขนาดนี้เลยเหรอ

มะกรูดพืชที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้แทบทุกส่วนของต้น นิยมนำมาใช้ทำอาหารและทำยาสมุนไพร ซึ่งเมื่อนำส่วนต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์จะให้ผลลัพธ์ต่อสุขภาพดังนี้

ประโยชน์ใบมะกรูด

1. ความดันโลหิตสูง ผลที่เกิดจากการมีความดันโลหิตสูง อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคอัมพาต โรคไต หากเราดูแลความดันให้เป็นปกติ จะสามารถป้องกันอัตราการเสียชีวิตจากโรคเหล่านี้ได้ การใช้ใบมะกรูดสดแบบแก่จำนวน 10 ใบ ต้มกับน้ำเปล่าครึ่งลิตรจนเดือด ทิ้งไว้ให้อุ่น แล้วนำมาดื่มครั้งละ 1 แก้ว เช้าเย็น จะสามารถช่วยลดความดันให้อยู่ในระดับปกติได้

2. ต้านมะเร็ง สารเบต้าแคโรทีนในมะกรูด เมื่อนำมาปรุงเป็นอาหารรับประทาน สามารถช่วยต้านมะเร็งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็งได้

3. ดับกลิ่นคาว สำหรับการทำอาหารบางชนิดอาจเกิดกลิ่นคาวจากวัตถุดิบที่นำมาทำ เช่น ปลา สามารถใช้ใบมะกรูดมาเป็นตัวช่วยในการดับกลิ่นคาวปลาได้

4. กำจัดมอดข้าวสาร ปัญหาของการเก็บข้าวไว้กิน มักเจอมอดข้าวสารเข้ามาแฝงตัวกัดกินทำลายข้าว ทำให้ข้าวหัก มีกลิ่นและเสียหาย วิธีแก้ปัญหานี้ คือ นำใบมะกรูด 3 ใบ ต่อข้าวสาร 1 กิโลกรัม ใส่ลงไปในถังที่เราเก็บข้าว เมื่อมอดได้กลิ่นใบมะกรูดก็จะหนีไป เป็นการกำจัดมอดด้วยวิธีง่ายๆ และยังช่วยให้ข้าวสารมีกลิ่นหอม ไม่เหม็นอับอีกด้วย

ประโยชน์ลูกมะกรูด

1. กำจัดกลิ่นเท้า เมื่อใส่รองเท้าเป็นเวลานาน อาจทำให้เท้าอับและมีกลิ่นเหม็น สามารถใช้ลูกมะกรูด ฝานเป็นแว่นๆ แล้วนำไปผสมน้ำใช้แช่เท้า หรือนำมะกรูดที่หั่นแล้ว มาขัดถูบริเวณเท้า ซอกเล็บ ซอกนิ้วเท้า และฝ่าเท้าให้ทั่ว จะช่วยลดกลิ่นเหม็นและทำให้เท้าเนียนนุ่ม

2. กำจัดปลิง การเดินป่าหรือเข้าไปยังพื้นที่ที่มีปลิงอาศัยอยู่ ควรพกลูกมะกรูดติดไปด้วย เพราะหากฉุกเฉินโดนปลิงเกาะ สามารถใช้น้ำจากลูกมะกรูดบีบและราดใส่บนตัวปลิง วิธีนี้จะทำให้ปลิงหลุดออกอย่างง่ายดาย ไม่เจ็บและไม่ทรมานอีกด้วย

3. ยาสระผม สมัยโบราณนิยมทำยาสระผมจากธรรมชาติ โดยการนำลูกมะกรูดไปเผาไฟ แล้วนำมาคั้นใช้แต่น้ำ นำน้ำที่ได้มาใช้นวดเส้นผมและหนังศีรษะให้ทั่วและล้างออกด้วยน้ำเปล่า สูตรนี้จะช่วยทำให้เส้นผมดกดำ ขจัดรังแค ลดการหลุดร่วงของเส้นผม อีกทั้งยังทำให้ผมสลวยเงางาม มีน้ำหนักจัดทรงง่าย

4. ดับกลิ่นห้องน้ำ หากต้องการความสดชื่น หรือดับกลิ่นห้องน้ำสามารถใช้ลูกมะกรูดหั่นเป็นแว่น แล้วนำไปวางในห้องน้ำ จะสามารถช่วยสร้างบรรยากาศความสดชื่นให้กับห้องน้ำ และลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้เป็นอย่างดี

5. แก้ไอ คออักเสบ เจ็บคอ วิธีทำยาแก้ไอด้วยตนเอง ใช้มะกรูดสดล้างให้สะอาด และนำมาวางเรียงในโหลแก้วประมาณ 2 ใน 3 ส่วนของโหล จากนั้นใส่น้ำตาลทรายแดง 1  ส่วน ไม่ต้องเติมน้ำ ปิดฝาให้สนิท เก็บไว้  1 เดือนขึ้นไปถึงจะนำมาใช้งานได้ เมื่อมีอาการไอหรือเจ็บคอ ให้กรองน้ำในโหลมาใช้จิบแก้อาการ จะช่วยบรรเทาให้อาการดีขึ้น

ประโยชน์ ผิวมะกรูด

1. แก้เครียด ด้วยกลิ่นหอมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผิวมะกรูดที่มีน้ำมันหอมระเหยอยู่นั้น เมื่อนำมาสูดดมจะสามารถช่วยบรรเทาความเครียดได้ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นมากขึ้น

2. ขับพิษ การขับของเสียออกจากร่างกายสามารถทำได้หลายวิธี การขับพิษผ่านทางผิวหนังก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้คุณรู้สึกสบายตัว ตัวเบามากขึ้น การนำมะกรูดมาเป็นส่วนหนึ่งของการอบตัวหรืออบซาวน่า สามารถชาวยปรับสมดุลในร่างกาย พร้อมกับขับสารพิษ และของเสียที่คั่งค้างใต้ผิวหนังให้ออกมาได้

3. ไล่ยุง กลิ่นหอมของมะกรูดที่อยู่บริเวณผิวหรือเปลือกมะกรูด มีประโยชน์สามารถนำมาใช้ไล่ยุงได้ โดยการนำเปลือกมะกรูดมาตากแดดให้แห้งสนิท และนำไปใช้จุดไฟไล่ยุง สามารถใช้แทนยากันยุงแบบเคมี ปลอดภัยและใช้ได้ผลดีไม่แพ้กันเลย

จะเห็นได้ว่ามะกรูดสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานควรระมัดระวังในการบริโภค เพราะสารประกอบบางชนิดในมะกรูดอาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด โดยอาจทำให้ลดลงมากกว่าระดับปกติ นอกจากนี้การนำมาใช้งานกับเส้นผมหรือหนังศีรษะ ควรเลือกใช้มะกรูดแบบอินทรีย์หรือปลอดสาร และไม่ควรใช้ในขณะที่หนังศีรษะมีบาดแผลหรือรอยถลอก เพราะอาจก่อให้เกิดอาการแสบที่หนังศีรษะได้

ดูคลิปประโยชน์มะกรูด https://www.youtube.com/watch?v=tma-LBChDpk

ผงนัวใช้แทนผงชูรส

ผงนัว ใช้แทนผงชูรสทำเองไม่ยุ่งยาก แถมได้ประโยชน์จากสมุนไพร

กระแสการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพในปัจจุบันกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่เมนูอาหาร เนื้อสัตว์ หรือผัก ที่ต้องเลือกใช้ในการปรุงเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อร่างกายแต่รวมไปถึงเครื่องปรุงที่นำมาใช้ด้วย ในบทความนี้จะขอเสนอวิธีทำผงนัว หรือผงปรุงรสที่ใช้แทนผงชูรส ไปดูสูตรกันเลยค่ะ

วัตถุดิบ

ตะไคร้ ใบมะกรูด ใบเตย รากหม่อนหรือใบหม่อน อย่างละ 1 กิโลกรัม

ขิง 2 กิโลกรัม พริกไทย 0.5 กิโลกรัม ขมิ้นชันพอประมาณ

วิธีทำ นำส่วนผสมทั้งหมดมาล้างให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำมาหั่นซอยเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง หรือหากไม่มีแดดใช้เตาอบ อบให้แห้งสนิทและนำมาบดให้ละเอียด ผสมให้เข้ากันแล้วเก็บใส่โหลหรือกระปุกสุญญากาศ

วิธีใช้ ใช้นำมาปรุงรสแทนการใช้ผงชูรสในการประกอบอาหารได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ย่าง ทอด ผัด อบ นึ่ง หมัก ต้ม

สำหรับสูตรนี้นอกจากจะได้ความอร่อย รสชาติที่กลมกล่อม ก็ยังได้สรรพคุณต่าง ๆ จากพืชสมุนไพรที่นำมาใช้ เช่น ช่วยลดอาการท้องอืด ขับลม ทำให้ระบบการย่อยอาหารดีขึ้น ลดการบวมและการอักเสบของเซลล์ สร้างภูมิต้านทานให้แก่อวัยวะต่าง ๆ เป็นต้น หากต้องการดูแลสุขภาพควรเริ่มจากอาหารการกิน วัตถุดิบที่ใช้ และเครื่องปรุง เมื่อเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ปรุงแต่งให้น้อยที่สุด ก็ให้ผลข้างเคียงที่น้อยกว่าการใช้สารเคมีสังเคราะห์ ถ้าจะให้ดี ปลูกเอง ทำเอง ปลอดภัย ดีต่อใจและสุขภาพอย่างแน่นอน

ขอขอบคุณสูตรผงนัวจากคุณสมาน พันธ์วิไล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จังหวัดศรีสะเกษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้สมุนไพรพื้นบ้านที่แนะนำสูตรดี ๆ

ดูคลิป “วิธีทำผงนัว” https://www.youtube.com/watch?v=uYc5leF-rYg