คลังเก็บหมวดหมู่: สมุนไพร

ประโยชน์ผักแพว

8 ประโยชน์ผักแพว ผักสมุนไพรเพื่อคนแนวๆ รักสุขภาพ

กระแสการปลูกผักไว้กินเองในตอนนี้ค่อนข้างมาแรงแซงทางโค้ง เพราะผู้ปลูกส่วนใหญ่มักต้องการดูแลสุขภาพหลีกเลี่ยงสารเคมีที่ปนเปื้อน ซึ่งเพื่อให้ได้คุณค่าทางสารอาหารแบบเต็มๆ การปลูกผักกินเองก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีไม่ใช่น้อย หากใครยังนึกไม่ออกว่าจะปลูกผักอะไรดีที่จะตอบโจทย์ บทความนี้ขอแนะนำผักแพว ผักพื้นบ้านที่ปลูกง่ายรสชาติอร่อยและยังให้ประโยชน์ในหลายด้าน อย่ารอช้าไปชมประโยชน์ผักแพวต่อสุขภาพกันได้เลย

1. ผักพื้นบ้านแต่คุณค่าทางโภชนาการแม่บ้านนะ ผักแพวอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่หลากหลาย มีสรรพคุณทางยาที่ดีใช้ในการป้องกันและต่อต้านโรคต่างๆ อีกทั้งยังช่วยเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย ให้แข็งแรงช่วยยืดอายุเซลล์หรือชะลอวัยไม่ให้แก่ก่อนวัยได้อีกด้วย

2. บำรุงสายตา ผักที่ช่วยดูแลสุขภาพสายตา นอกจากจะมีผักบุ้งแล้วก็ยังมีผักแพวอีก 1 ชนิด ที่สามารถช่วยบำรุงและดูแลดวงตาได้ เนื่องจากอุดมด้วยวิตามินเอที่ช่วยในการมองเห็นให้ภาพชัดเจน ลดความพร่ามัวและลดความอ่อนล้าของดวงตาได้เป็นอย่างดี

3. วิตามินซีสูง วิตามินซีมีได้พบได้แต่ในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเท่านั้น ในผักแพวเองก็เป็นผักที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของผักที่มีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน เสริมสร้างภูมิต้านทานของเซลล์ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ต้านอนุมูลอิสระและป้องกันโรคหวัด

4. กระดูกและฟันแข็งแรง กินผักแพวก็สามารถช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงได้ ในผักแพวอุดมด้วยแคลเซียมสูงถึง 390 มิลลิกรัมต่อผัก 100 กรัม ใครไม่ชอบดื่มนมลองกินผักแพวแทนก็ให้ผลดีไม่แพ้กันเลย

5. ท้องอืดอาการลมในช่องท้อง ลมดันอึดอัดท้องอืดให้รองรับประทานผักแพวเสริมในมื้ออาหาร ด้วยรสเผ็ดร้อนจะช่วยขับลมในกระเพาะ ให้ระบายออกทำให้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น

6. ลดไขมันในเส้นเลือด การรับประทานผักแพรวอย่างน้อยวันละ 3 ขีด มีส่วนช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของไขมันในกระแสเลือด หากใครกังวลเรื่องไขมันที่อาจแฝงมากับอาหารอื่นที่รับประทาน แนะนำให้กินผักแพวเป็นผักเคียงในมื้ออาหาร นอกจากจะช่วยลดความเลี่ยนความมัน ผลพลอยได้ในเรื่องไขมันในเส้นเลือดที่ลดลงอีกด้วย

7. หมดปัญหานั่งห้องน้ำนาน ท้องผูกปัญหาใหญ่ของใครหลายๆคน การนั่งห้องน้ำนานเนื่องจากไม่สามารถขับถ่ายได้อย่างสะดวก อาจส่งผลต่อสุขภาพด้านอื่น เช่น โรคเหน็บชา อาการเป็นริดสีดวงทวาร โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผักแพวมีกากใยติดอันดับในกลุ่มของผักพื้นบ้าน ที่อุดมด้วยไฟเบอร์สูง เป็นตัวช่วยที่ดีในการแก้ปัญหาท้องผูก ช่วยให้ขับถ่ายคล่องไม่ปวดเบ่ง ลดเวลาในการเข้าห้องน้ำได้เป็นอย่างดี

8. ดับกลิ่นคาวเนื้อสัตว์ พืชสมุนไพรไทยหลายชนิดที่สามารถดับกลิ่นคาวเนื้อสัตว์ได้ ไม่ว่าจะเป็น ตะไคร้ ใบมะกรูด ขิง ข่า ผักแพวก็เช่นกัน สามารถนำมาใช้ทำอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวปลา อีกทั้งยังช่วยให้อาหารมีรสชาติเผ็ดร้อนมากขึ้น

ประโยชน์สะเดา

9 ประโยชน์สะเดา สมุนไพรอินเดีย หลากหลายสรรพคุณ

หวานเป็นลมขมเป็นสะเดา มีใครรู้สึกแบบนี้บ้างเอ่ย สะเดาพืชที่มีความขม แต่แฝงไปด้วยสรรพคุณทางความยาที่ดี เป็นผักพื้นบ้านที่หากินได้ง่าย อีกทั้งยังดีต่อสุขภาพ ในความขมจะมีสิ่งใดซ่อนอยู่บ้าง รู้ไว้ดอทคอมนำข้อมูลมาฝากในบทความนี้แล้ว

1. ล้างพิษในร่างกาย นำใบสะเดามาต้มกับน้ำเปล่าให้เดือด แล้วนำน้ำมาใช้ดื่มอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง จะสามารถช่วยล้างสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย ให้ขับออกไปทางเหงื่อและปัสสาวะ นอกจากนี้การดื่มน้ำใบสะเดา ยังส่งเสริมการทำงานของระบบเลือดให้ไหลเวียนได้ดีขึ้นอีกด้วย

 2. กระตุ้นการทำงานของน้ำดี ใบสะเดาเมื่อรับประทานคู่กับอาหาร สามารถกระตุ้นการทำงานของน้ำดี ส่งผลให้กระเพาะอาหารทำหน้าที่ย่อยได้เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อรับประทานอาหารประเภทที่มีไขมันสูง ใบสะเดาจะช่วยให้อาหารชนิดนั้นถูกย่อยได้ดีขึ้น

 3. ดูแลช่องปาก สารสกัดจากสะเดาเมื่อนำมาใช้เป็นส่วนผสมในการทำผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ประเภทยาสีฟัน หรือน้ำยาบ้วนปาก จะช่วยลดปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน เช่น โรคเลือดออกตามไรฟัน โรคเหงือก โรคปริทันต์ โรครำมะนาด ช่วยดับกลิ่นในช่องปาก ทำความสะอาดและลดการติดเชื้อในช่องปากจากแบคทีเรียที่ไม่พึงประสงค์

 4. ป้องกันโรคร้าย  สารโพลีแซคคาไรด์และสารลิโมนอยด์ที่พบใน ใบ ผลและเปลือกของสะเดา มีสรรพคุณช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกและโรคมะเร็ง

 5. โรคกระดูกและไขข้อ เปลือกและเมล็ดสะเดาเมื่อนำมาสกัดทำเป็นน้ำมันสะเดา สามารถนำมาใช้นวดทาเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ หรือปวดแผ่นหลังได้

 6. บรรเทาอาการไข้ หากมีไข้ตัวร้อนให้นำใบและก้าน 2-3 กำมือนำมาต้มกับน้ำเปล่าโดยใส่น้ำพอท่วมและต้มให้เดือดประมาณ 10 นาทีจากนั้นกรองดื่มแต่น้ำจะช่วยลดพิษไข้บรรเทาอาการอ่อนเพลียจากการป่วยได้เป็นอย่างดี

7. เบื่ออาหาร อาการไม่อยากข้าวกินได้น้อยลงเบื่ออาหาร ใช้ส่วนของช่อดอกสะเดานำมาลวกน้ำร้อน แล้วใช้กินคู่กับน้ำพริกหรือน้ำปลาหวาน จะช่วยให้รู้สึกเจริญอาหารและกินข้าวได้รู้สึกอร่อยมากขึ้น

 8. คลายเครียด เมื่อร่างกายมีความเครียดสูงมาก ส่งผลให้เกิดอาการนอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ ให้นำใบพร้อมก้านสะเดาจำนวน 1 กำมือต้มกับน้ำเปล่าแล้วนำน้ำมาดื่มครั้งละ 1 แก้ว สารชีวภาพที่อยู่ในน้ำต้มสะเดา จะช่วยทำให้สมองรู้สึกผ่อนคลายลดความเครียด และช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น

 9. รักษาโรคเรื้อน หากสุนัขมีปัญหาโรคผิวหนัง เช่น โรคเรื้อน ให้นำใบสะเดามาตำให้ละเอียดโดยไม่ต้องผสมน้ำ จากนั้นนำกากและน้ำที่ตำได้ มาใช้ทาชโลมให้ทั่วตัวสุนัข ตัวยาจากใบสะเดาจะช่วยรักษาโรคเรื้อน ลดอาการคันจากโรคผิวหนังของสุนัขให้ดีขึ้น

ประโยชน์ของข่า

ประโยชน์ข่า แฝดขมิ้นและขิง สรรพคุณของสมุนไพรรสจัดจ้าน

ข่าเป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่มีเหง้าฝังอยู่ในใต้ดิน มีลักษณะคล้ายกับขมิ้นและขิงเป็นสมุนไพรที่นิยมนำมาเพิ่มความหอมและรสเผ็ดร้อน ให้กับอาหาร อีกทั้งยังสามารถบรรเทาอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายซึ่งประโยชน์ของข่านั้นจะมีอะไรบ้างรับฟังข้อมูลได้ในช่วงถัดไป

1. แก้คันจากลมพิษ ใช้เหง้าข่าแก่สด 1 แง่ง นำมาตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าขาวให้พอท่วมข่าจากนั้นนำน้ำและเนื้อที่ได้ มาใช้ทาบริเวณที่มีอาการคันจากลมพิษ

2. ดับกลิ่นคาวอาหาร เป็นที่ทราบกันดีว่า หากทำเมนูเกี่ยวกับปลา สิ่งที่จะทำให้รสชาติไม่ประทับใจนั่นก็คือ กลิ่นคาวของปลา วิธีดับกลิ่นคาวของปลา คือ การใช้เหง้าขาอ่อนและแก่ผสมกัน นำมาใส่ผสมในขั้นตอนของการปรุง น้ำมันหอมระเหยในข่าจะช่วยทำให้อาหารมีกลิ่นหอมชวนรับประทานอีกทั้งยังดับกลิ่นคาวได้ดีอีกด้วย

3. แก้อาการจุกเสียด อาการปวดท้อง ท้องอืดมักทำให้อาหารย่อยช้า และมีลมในระบบช่องท้อง การรับประทานข่าสามารถช่วยขับน้ำดี ให้ทำหน้าที่ได้ตามปกติช่วยขับลม และลดแบคทีเรียในลำไส้ส่งผลให้อาการจุกเสียดบรรเทาลดลง

4. ฟกช้ำปวดบวม​ การทำลูกประคบ สามารถใช้ลดและบรรเทาอาการฟกช้ำปวดบวมได้ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของตัวยา ให้นำเหง้าข่าใส่ลงในส่วนผสมด้วย จะช่วยกระจายเลือดให้ไหลเวียน ลดอาการบวมและอักเสบได้

5. ตะคริว ปวดเมื่อยตามร่างกาย ใช้น้ำมันมะพร้าว นำมาเคี่ยวผสมกับข่าแก่แล้วนำมาใช้ทา หรือนวด ตามบริเวณที่มีอาการ ตัวยาในข่า จะช่วยบรรเทาอาการ ปวดตามกล้ามเนื้อหรือบริเวณข้อ ลดอาการเป็นตะคริว

6. โรคน้ำกัดเท้า​ หากเท้ามีอาการคันจากโรคน้ำกัดเท้าใช้เหง้าแก่สดขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือ จำนวน 2 หัวนำมาตำให้ละเอียด จากนั้นผสมกับเหล้าขาว 40 ดีกรี เทให้พอท่วมข่า ทิ้งไว้ 2 วัน เมื่อครบเวลาใช้สำลีชุบน้ำทาบริเวณที่มีอาการ

7. ไล่แมลง นำเหง้าข่ามาตำให้ละเอียด เพื่อให้ได้น้ำมันหอมระเหย จากนั้นนำข่าไปวางไว้ในบริเวณที่มีแมลงมารบกวน กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยจะช่วยขับไล่แมลง เป็นวิธีกำจัดแมลงโดยธรรมชาติไม่ต้องใช้สารเคมีเลย

8. ต้านมะเร็ง เหง้าข่าอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง การรับประทานข่าร่วมกับอาหารชนิดอื่นๆเป็นประจำ มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งในร่างกายได้

จะเห็นได้ว่าข่าสามารถดูแลร่างกายจากภายในสู่ภายนอกได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยเสริมสร้าง​ บำรุงสุขภาพหากต้องการดูแลร่างกาย หลีกเลี่ยงการใช้ยาเราควรหันมารับประทานพืชผักสมุนไพรในมื้ออาหารให้มากขึ้น​ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันโรคภัยที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด และเป็นการส่งเสริมสมรรถภาพร่างกายให้มีภูมิต้านทานที่แข็งแรงอยู่เสมอนั่นเอง

สรรพคุณเห็ดถั่งเช่า

5 ประโยชน์เห็ดถั่งเช่าสีทอง สมุนไพรโบราณ

ว่ากันว่าการบำรุงร่างกายด้วยสมุนไพรจากเห็ดถังเช่านั้น ให้สรรพคุณทางยาที่สามารถดูแลสุขภาพได้ในหลายด้าน  ซึ่งในอดีตมีการนำถังเช่ามาใช้เป็นยามาแล้วมากกว่าพันปี จวบจนปัจจุบันกระแสการบริโภคถั่งเช่าก็ยิ่งทวีความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ  ในบทความนี้จะช่วยคลายความสงสัยว่า ถังเช่านั้นมีประโยชน์ในด้านใดบ้าง จึงทำให้สามารถครองใจผู้คนมาจวบจนบัดนี้

1. ฟื้นฟูไต กรดอะมิโนวิตามินและแร่ธาตุในถั่งเช่า สามารถช่วยฟื้นฟูไต ดูแลให้ไตทำงานได้ดีมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเป็นโรคไต

2. ลดระดับน้ำตาล สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานมักได้รับผลกระทบ จากการรับประทานน้ำตาล การบริโภคถังเช่าสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้มากถึง 95 เปอร์เซ็นต์ แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่ารับประทานถังเช่าแล้ว จะช่วยรักษาโรคเบาหวานให้หายขาดได้ อย่างไรก็ตามผู้ป่วยโรคนี้ก็ยังต้องระมัดระวังการบริโภคน้ำตาลอยู่เสมอ

3. ดูแลระดับไขมันและคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด โรคหลอดเลือดหัวใจ และไขมันในเส้นเลือด อาจส่งผลต่อสุขภาพในด้านอื่นๆด้วย เช่น โรคอ้วน โรคหลอดเลือดอุดตัน การรับประทานถั่งเช่ามีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือด ลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ช่วยสลายลิ่มเลือดจึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้

4. ต้านมะเร็ง เมื่อต้องเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งด้วยเคมีบำบัด อาจได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น มีอาการอ่อนเพลีย และอักเสบของร่างกาย ในถังเช่ามีตัวยาที่ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง ไม่ให้แพร่กระจาย และบรรเทาอาการข้างเคียงจากการรักษาด้วยเคมีบำบัด ช่วยฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง และสามารถทนต่อการรักษาได้ดีขึ้น

 5. ชะลอวัย สารต้านอนุมูลอิสระวิตามินกรดอะมิโนต่างๆ ในถังเช่า สามารถช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ส่งผลให้สุขภาพดี ผิวพรรณแลดูอ่อนเยาว์

จากประโยชน์ 5 ข้อของถังเช่าที่กล่าวมาข้างต้นนั้น จะเห็นได้ว่าถังเช่าตอบคำถามด้านการดูแลสุขภาพได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามการรับประทานถั่งเช่า ก็มีข้อควรระวัง ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาด้านสุขภาพหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรับประทาน โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน เพราะอาจทำให้น้ำตาลต่ำมากเกินไป นอกจากนี้สตรีมีครรภ์หรือเด็กไม่ควรรับประทานถั่งเช่า

ประโยชน์สะระแหน่

ประโยชน์สะระแหน่ สะระแหน่สมุนไพรใบเขียวสด

ประโยชน์สะระแหน่ สะระแหน่สมุนไพรใบเขียวสด มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ใช้ทำอาหารก็ได้ ชงเป็นชาดื่มก็ดี แต่จะดีมากกว่านี้หากเราทราบถึงประโยชน์ของสะระแหน่ที่มีต่อสุขภาพ ไปรับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสะระแหน่กันได้เลย

1. ขับลม ลำไส้ทำงานไม่ปกติ ท้องอืดอาหารไม่ย่อย ชาสะระแหน่เป็นสมุนไพรที่ช่วยในการดูแลปัญหาระบบช่องท้อง กระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยที่ช่วยในการย่อยอาหาร หากมีอาการอาหารไม่ย่อยแล้วท้องอืด การดื่มชาสะระแหน่จะช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้น ช่วยขับลมลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง

 2. เป็นหวัดคัดจมูก โรคหวัดเมื่อเป็นแล้วมักจะมีอาการหลายอย่างเกิดขึ้นกับร่างกายไม่ว่าจะเป็นอาการคัดจมูกแน่นหน้าอกหายใจไม่สะดวกน้ำมูกไหลไอและจาม การนำสะระแหน่มาใช้ร่วมกับการอบไอน้ำแล้วสูดดมไอระเหยจะส่งผลดีต่อระบบทางเดินหายใจช่วยบรรเทาอาการหวัดคัดจมูกให้ดีขึ้น

 3. ลดปัญหากลิ่นปาก น้ำมันหอมระเหยจากสะระแหน่มีคุณสมบัติช่วยลดระดับกลิ่นปากต้านเชื้อแบคทีเรียฆ่าเชื้อโรค คุณสามารถดื่มชาสะระแหน่ในช่วงเช้าเพื่อป้องกันกลิ่นปากที่อาจเกิดขึ้นหรือดื่มหลังมื้ออาหารที่รับประทานอาหารรสจัดที่มีกลิ่นรุนแรงอย่างเช่นกระเทียมเพื่อดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้

4. เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระวิตามินบีโพแทสเซียมและแคลเซียมในสะระแหน่ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้นและต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะทำลายภูมิคุ้มกันโดยการสร้างภูมิให้แข็งแรงมากขึ้นลดและบรรเทาอาการเจ็บป่วยให้เกิดขึ้นน้อยลง

 5. ลดไข้บรรเทาอาการปวดเมื่อย เมื่อมีอาการไข้อ่อนเพลียปวดเมื่อยการดื่มชาสะระแหน่อุ่นๆมีส่วนช่วยเร่งอุณหภูมิในร่างกายทำให้มีเหงื่อออกส่งผลดีต่ออาการไข้เพราะเป็นวิธีการตามธรรมชาติที่ช่วยให้ร่างกายเย็นตัวลงอุณหภูมิของไข้จึงลดลงกระตุ้นการล้างพิษอีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามตัวเพราะพิษไข้ให้ดีขึ้น

 6. ป้องกันอาการคลื่นเหียนเวียนศีรษะ สะระแหน่มีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยป้องกันอาการคลื่นไส้ปั่นป่วนเวียนหัวก่อนการเดินทางได้ดังนั้นหากมีอาการเมารถเมาเรือเมาเครื่องบินลองหาสะระแหน่มารับประทานก่อนการเดินทางจะสามารถช่วยป้องกันบรรเทาอาการเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

 7. ลดอาการคันและแห้งบริเวณหนังศีรษะ นำสะระแหน่มาแช่ลงในน้ำเพื่อทำเป็นชาปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นตัวลงหลังจากสระผมให้นำน้ำชาสะระแหน่มาราดบริเวณหนังศีรษะปล่อยทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดวิธีนี้จะช่วยบรรเทาอาการคันจากหนังศีรษะแห้งให้ดีขึ้นอีกทั้งยังช่วยป้องกันการสะสมของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนได้อย่างน่าอัศจรรย์

ประโยชน์ของบวบ

7 ประโยชน์ของบวบ สรรพคุณเด็ดดวง ต้องยกนิ้วให้

บวบ ไม้เลื้อยที่สามารถหากินได้ทุกฤดูกาล ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก อีกทั้งยังมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านใดบ้าง ตามมาดู 7 ประโยชน์ของบวบกันได้เลย

1. แก้ร้อนใน เจ็บคอ ขับเสมหะ บวบเป็นพืชที่มีฤทธิ์เย็น สามารถช่วยบรรเทาอาการร้อนในให้ดีขึ้นได้ โดยอาจนำมาทำเป็นอาหารในเมนูต่าง ๆ หรือใช้ผลอ่อน นำมาต้มกับน้ำเปล่า รอจนน้ำเดือด ลดไฟลง ปิดไฟ ทิ้งไว้อุ่นๆ แล้วนำมาใช้ดื่มเป็นน้ำชาบวบ ดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น

2. แก้คัน พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย เมื่อโดนพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย สามารถใช้ใบบวบนำมาตำพอก เพื่อแก้อาการพิษได้

3. เพิ่มน้ำนมให้คุณแม่มือใหม่ ธาตุเหล็กเป็นธาตุที่มีส่วนสำคัญในการผลิตน้ำนม เนื่องจากธาตุเหล็กช่วยในการผลิตเม็ดเลือดแดง เมื่อนำบวบมาทำเป็นเมนูอาหาร เช่น แกงเลียงกุ้งสด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำนมให้ผลิตออกมาได้มากขึ้น

4. กระดูกและฟัน กระดูกและฟันนั้นเป็นส่วนที่ต้องใช้แคลเซียมในการดูแลและบำรุงสุขภาพให้มีความแข็งแรง ในบวบอุดมด้วยแคลเซียม จึงเหมาะสำหรับเด็กเล็กในวัยที่กำลังมีพัฒนาการทางด้านการเจริญเติบโต

5. ป้องกันโรคร้าย บวบเป็นผักที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการและมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง จึงสามารถช่วยต่อต้านและป้องกันโรคร้ายอย่างเช่นมะเร็งได้

6. ขับถ่ายง่าย แก้ท้องผูก ไฟเบอร์ในบวบช่วยเพิ่มกากใยในลำไส้ หากมีอาการท้องผูก ขับถ่ายลำบาก การรับประทานบวบจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ ส่งผลดีต่อลำไส้ ช่วยให้อุจจาระอ่อนนิ่ม ขับถ่ายได้ง่าย บรรเทาอาการริดสีดวง ลดเวลาการนั่งในห้องน้ำให้น้อยลง

7. ขัดผิวใส ใยบวบ สามารถนำมาใช้ขัดตามผิวกาย เพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป ก่อนใช้ควรนำมาแช่น้ำให้อ่อนนุ่ม แล้วจึงนำมาใช้ เพื่อเป็นการลดการระคายเคืองต่อผิว

ข้อควรระวัง ไม่ควรรับประทานเมล็ดบวบมากเกินไป เนื่องจากเมล็ดบวบที่ให้รสขม จะออกฤทธิ์เป็นยาระบาย หากรับประทานเกินพอดี อาจส่งผลให้ท้องเสียและอาเจียนอย่างรุนแรง

ประโยชน์แปะก๊วย

ประโยชน์แปะก๊วย 6 สรรพคุณพืชสมุนไพรจีน

หากเอ่ยถึงสมุนไพรเม็ดเล็กสีเหลืองรูปทรงคล้ายลูกรักบี้ หลายคนคงนึกถึงแปะก๊วยอย่างแน่นอน ใช่แล้วค่ะ บทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับสมุนไพรชนิดนี้ ที่มีสีและรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ นิยมนำมาทำเป็นยาและอาหาร อย่ารอช้าไปชมประโยชน์ของแปะก๊วยที่มีต่อสุขภาพกันเลย

1. อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ  สารประกอบทางเคมี เทอร์ปีนอยด์และฟลาโวนอยด์ที่ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในแปะก๊วยนั้น สามารถช่วยชะลอวัย ป้องกันโรคมะเร็ง เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ส่งผลให้การทำงานและการประมวลผลการตัดสินใจดีขึ้น กระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด ยับยั้งความเสื่อมของสมอง ป้องกันโรคอัลไซเมอร์

2. บรรเทาบ้านหมุน หากมีอาการบ้านหมุน วิงเวียนศีรษะ การรับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วย สามารถช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนและเสียสมดุล

3. ลดอาการเกร็งจากการเป็นตะคริว หรือการบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อต่าง ๆ

4. ป้องกันการหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณหลอดลม บรรเทาอาการหอบหืดให้ดีขึ้น

5. ดูแลดวงตา ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในใบแปะก๊วย สามารถช่วยบำรุงดวงตา ทำให้การมองเห็นชัดเจนมากขึ้น ลดความเสื่อมของจอประสาทตา

6. ลดความเครียด เมื่อมีความเครียดมักส่งผลให้การนอนหลับนั้นไม่ดีตามไปด้วย สารสกัดจากใบแปะก๊วย สามารถช่วยทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้สะดวก บรรเทาความเครียดให้ลดลง จึงส่งผลดีต่อการนอน ช่วยให้การพักผ่อนนอนหลับเรื่องที่ง่ายมากขึ้น

ไม่ควรรับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยร่วมกับยาแอสไพริน หรือยาละลายลิ่มเลือด นอกจากนี้หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานสมุนไพรชนิดนี้

ประโยชน์มะขามป้อม

ประโยชน์มะขามป้อม 6 สรรพคุณของผลไม้วิตามินซีสูง

เมื่อพูดถึงวิตามินซี ก็ทำให้เรานึกไปถึงผลไม้ตระกูลส้ม มะนาว กีวี ที่มีรสเปรี้ยวและให้วิตามินตัวนี้ แต่รู้หรือไม่ ยังมีผลไม้อื่นอีกที่สามารถให้วิตามินซีที่สูงกว่าผลไม้ที่กล่าวตอนต้น ซึ่งจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก มะขามป้อม ผลไม้ลูกเล็กที่รสชาติเปรี้ยวจี๊ดจนเข็ดฟัน และยังสามารถดูแลร่างกายได้ทั่วเกือบทุกส่วน อะไรจะมหัศจรรย์ขนาดนั้น อย่ารอช้า ไปฟังประโยชน์จากมะขามป้อมกันเลย

1. เพิ่มภูมิคุ้มกัน ด้วยคุณสมบัติวิตามินซี วิตามินเอ โพลิฟีน สารอัลคาลอยด์และฟลาโวนอยด์ในมะขามป้อม สามารถช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกายให้สามารถจัดการกับสารพิษ หรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ป้องกันโรคหัวใจ มะขามป้อมช่วยลดการสะสมของคอเลสเตอรอล และคราบจุลินทรีย์ในหลอดเลือด ทั้งสองสิ่งนี้จึงอาจช่วยลดโอกาส ในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจวายได้ นอกจากนี้ธาตุเหล็กยังส่งเสริม การสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของออกซิเจนในเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ

3. แก้คอแห้ง กระหายน้ำ เมื่อเกิดอาการคอแห้ง ให้นำมะขามป้อมสดมาเคี้ยว  จากนั้นอาจจิบน้ำเปล่าตาม เพื่อช่วยทำให้ลำคอมีความชุ่มชื่น ลดอาการคอแห้งและกระหายน้ำ

4. ลดไข้ บรรเทาหวัด แก้เจ็บคอ สารแทนนินและวิตามินซีในมะขามป้อม สามารถช่วยบรรเทาให้ไข้ลดลงได้ ช่วยส่งเสริมการต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ทำให้อาการหวัด น้ำมูก และการเจ็บคอนนั้นดีขึ้น

5. โรคผิวหนัง ผดผื่นคัน นอกจากจะนำผลมะขามป้อมมาใช้รับประทานแล้ว ใบของมะขามป้อมยังสามารถนำมาใช้ต้มอาบ เพื่อลดอาการคันตามผิวหนังได้อีกด้วย

6. บำรุงดวงตา วิตามินเอในมะขามป้อม สามารถช่วยบำรุงดวงตา ลดความเครียดของลูกนัยน์ตา ปรับปรุงประสิทธิภภาพการมองเห็น ลดความเสี่ยงของเซลล์จอประสาทตาเสื่อม

ประโยชน์เม็ดบัว

เม็ดบัว ประโยชน์และสรรพคุณ รังสรรค์จากธรรมชาติ

หากเอ่ยถึง เม็ดบัว เชื่อว่าหลายคนรู้จักกันดีและอาจเป็นของโปรดเจอที่ไหนเป็นต้องซื้อไว้ ถึงแม้กินแล้วถูกปากแต่อาจยังไม่ทราบถึงประโยชน์ที่มีมากกว่าความอร่อย บทความนี้จะขอแนะนำสิ่งดี ๆ ที่จะได้รับจากเม็ดบัว ไปชมกันเลย

1. อุดมด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ เม็ดบัวสดที่อยู่ในฝักบัวหลวงนั้น อุดมด้วยโปรตีน วิตามินซี ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส กินแล้วทำให้อิ่มไว อีกทั้งยังช่วยบำรุงสมอง นอกจากนี้สารต้านอนุมูลอิสระในเม็ดบัว สามารถชะลอความเสื่อมของเซลล์ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้

2. ประจำเดือนผิดปกติ สำหรับสาว ๆ ที่มีปัญหารอบเดือนมาไม่ปกติ ดีบัวหรือต้นอ่อนเล็ก ๆ ในเม็ดบัวนั้น อย่าหยิบทิ้ง เพราะส่วนนี้นี่เองจะเป็นตัวช่วยที่ดีในการบำรุงเลือด นอกจากนี้ดีบัว ยังสามารถช่วยบรรเทาอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อได้เป็นอย่างดี

3. แก้ร้อนใน กระหายน้ำ หากมีอาการเหล่านี้ให้นำเม็ดบัวแห้งมาต้มกับน้ำแล้วนำมาดื่ม จะช่วยบรรเทาร้อนใน ลดความกระหาย และส่งผลให้แผลพุพองในช่องปากหายไวขึ้น

4. บำรุงครรภ์ ในระหว่างการตั้งครรภ์ส่วนใหญ่แล้ว คุณแม่มักจะหาของบำรุงที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อให้เอื้อต่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อยและการคลอด  หากต้องการการคลอดที่ง่ายและเพิ่มแรงในการเบ่งระหว่างคลอด แนะนำให้กินเม็ดบัวสด จะช่วยให้คลอดลูกได้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งหลังคลอดเม็ดบัวสดยังดีต่อมดลูก เพราะช่วยให้มดลูกกระชับ เข้าอู่คืนความสาวได้เร็วขึ้น

5. นอนไม่หลับ เม็ดบัวช่วยได้ โรคนอนไม่หลับ ถือเป็นโรคฮิตติดอันดับของคนวัยทำงานเลยทีเดียว ความเครียดจะส่งผลให้คุณมีประสิทธิภาพการนอนหลับที่ลดลง การรับประทานเม็ดบัว มีส่วนช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนให้ดีขึ้นได้ เนื่องจากเม็ดบัวมีคุณสมบัติเป็นยากล่อมประสาทอ่อน ๆ เมื่อรับประทานในมื้อเย็นจะส่งผลดีต่อการนอนหลับในช่วงเวลากลางคืน

จะเห็นได้ว่า ประโยชน์ของเม็ดบัวนั้น มีหลากหลายมากกว่าความอร่อย คราวหน้าหากผ่านร้านขายเม็ดบัว อย่าลืมหาซื้อมาบำรุงร่างกายกันนะคะ

รับชมคลิป “ประโยชน์เม็ดบัว” https://www.youtube.com/watch?v=p9nPNajjw3U

ประโยชน์ชะพลู

6 ประโยชน์ชะพลู สรรพคุณสมุนไพรใบเขียว

ชะพลู สมุนไพรพืชใบเขียวที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ลักษณะคล้ายใบพลู แต่รูปทรงของชะพลูช่วงกลางใบจะกว้างมากกว่า ความอ่อนนิ่มของใบจะนิ่มและบางกว่า ซึ่งใบพลูจะใช้เคี้ยวคู่กับการกินหมาก ใบชะพลูจะใช้นำมาทำอาหาร เช่น เมี่ยงคำ แกงคั่ว นอกจากจะทำเมนูต่าง ๆ ได้อร่อยลงตัวแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นอีก ดังนี้

1. เบื่ออาหาร กินได้น้อย เมื่อมีอาการไม่อยากกินข้าว หรือกินไม่ค่อยลง ให้นำใบชะพลูมาทำเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร ด้วยรสเผ็ดร้อนของใบชะพลูจะกระตุ้นให้มีความอยากและช่วยให้เจริญอาหาร กินข้าวได้อร่อยในปริมาณที่มากขึ้น

2. ท้องอืด แก๊สหมักหมม อาหารไม่ย่อย ท้องอืด อึดอัด นำรากชะพลู 1 กำมือ ต้มกับน้ำเปล่า 2 แก้ว เคี่ยวจนเหลือน้ำ 3 ใน 4 ถ้วย นำมาดื่มในปริมาณครั้งละ 1 ส่วน จะช่วยขับลมในลำไส้ ลดอาการปวดท้องจากท้องอืดให้ดีขึ้น

3. สายตาพร่ามัว มองกลางคืนไม่ชัด สารต้านอนุมูลอิสระ เบต้าแคโรทีนในชะพลู มีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาดวงตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น โรคตาฟาง โรคตาบอดกลางคืน ช่วยลดอาการพร่ามัว และช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น

4. บำรุงกระดูกและฟัน ด้วยแคลเซียมที่อยู่ในชะพลู เมื่อนำมารับประทานเป็นประจำ สามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน บำรุงกระดูกและฟันให้มีความแข็งแรง

5. ชะพลูแก้ท้องผูก เข้าห้องน้ำนาน ขับถ่ายลำบาก ส่วนหนึ่งของการใช้เวลานั่งในห้องน้ำนาน คือระบบลำไส้ทำงานไม่ปกติ การกินใบชะพลูในเมนูต่าง ๆ สามารถช่วยเพิ่มกากใยในการขับถ่ายให้ง่ายและคล่องตัวมากขึ้น

6. ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันหวัด ลักปิดลักเปิด ถึงจะมิใช่ผลไม้รสเปรี้ยว แต่ชะพลูก็มีวิตามินซีที่สามารถช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคหวัด และลดปัญหาเลือดออกตามไรฟัน

จากประโยชน์ของชะพลูที่กล่าวมานั้น ก็เรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีความหลากหลายในการดูแลสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนนำมารับประทานควรล้างให้สะอาด ไม่ควรรับประทานในปริมาณครั้งละมากเกินไป เนื่องจากใบชะพลูมีสารออกซาเลตค่อนข้างสูง อาจส่งผลให้เกิดนิ่วในไตได้ และไม่ควรกินติดต่อกันเป็นเวลานาน นอกจากนี้ หลังการกินชะพลูทุกครั้งควรดื่มน้ำตามมาก ๆ

รูปภาพจาก

https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chaaphluu_in_Thailand.jpg

ดูคลิป ประโยชน์ชะพลู https://www.youtube.com/watch?v=FzOvDKKncG0