คลังเก็บหมวดหมู่: สมุนไพร

ประโยชน์แปะก๊วย

ประโยชน์แปะก๊วย 6 สรรพคุณพืชสมุนไพรจีน

หากเอ่ยถึงสมุนไพรเม็ดเล็กสีเหลืองรูปทรงคล้ายลูกรักบี้ หลายคนคงนึกถึงแปะก๊วยอย่างแน่นอน ใช่แล้วค่ะ บทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับสมุนไพรชนิดนี้ ที่มีสีและรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ นิยมนำมาทำเป็นยาและอาหาร อย่ารอช้าไปชมประโยชน์ของแปะก๊วยที่มีต่อสุขภาพกันเลย

1. อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ  สารประกอบทางเคมี เทอร์ปีนอยด์และฟลาโวนอยด์ที่ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในแปะก๊วยนั้น สามารถช่วยชะลอวัย ป้องกันโรคมะเร็ง เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ส่งผลให้การทำงานและการประมวลผลการตัดสินใจดีขึ้น กระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด ยับยั้งความเสื่อมของสมอง ป้องกันโรคอัลไซเมอร์

2. บรรเทาบ้านหมุน หากมีอาการบ้านหมุน วิงเวียนศีรษะ การรับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วย สามารถช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนและเสียสมดุล

3. ลดอาการเกร็งจากการเป็นตะคริว หรือการบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อต่าง ๆ

4. ป้องกันการหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณหลอดลม บรรเทาอาการหอบหืดให้ดีขึ้น

5. ดูแลดวงตา ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในใบแปะก๊วย สามารถช่วยบำรุงดวงตา ทำให้การมองเห็นชัดเจนมากขึ้น ลดความเสื่อมของจอประสาทตา

6. ลดความเครียด เมื่อมีความเครียดมักส่งผลให้การนอนหลับนั้นไม่ดีตามไปด้วย สารสกัดจากใบแปะก๊วย สามารถช่วยทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้สะดวก บรรเทาความเครียดให้ลดลง จึงส่งผลดีต่อการนอน ช่วยให้การพักผ่อนนอนหลับเรื่องที่ง่ายมากขึ้น

ไม่ควรรับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยร่วมกับยาแอสไพริน หรือยาละลายลิ่มเลือด นอกจากนี้หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานสมุนไพรชนิดนี้

ประโยชน์มะขามป้อม

ประโยชน์มะขามป้อม 6 สรรพคุณของผลไม้วิตามินซีสูง

เมื่อพูดถึงวิตามินซี ก็ทำให้เรานึกไปถึงผลไม้ตระกูลส้ม มะนาว กีวี ที่มีรสเปรี้ยวและให้วิตามินตัวนี้ แต่รู้หรือไม่ ยังมีผลไม้อื่นอีกที่สามารถให้วิตามินซีที่สูงกว่าผลไม้ที่กล่าวตอนต้น ซึ่งจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก มะขามป้อม ผลไม้ลูกเล็กที่รสชาติเปรี้ยวจี๊ดจนเข็ดฟัน และยังสามารถดูแลร่างกายได้ทั่วเกือบทุกส่วน อะไรจะมหัศจรรย์ขนาดนั้น อย่ารอช้า ไปฟังประโยชน์จากมะขามป้อมกันเลย

1. เพิ่มภูมิคุ้มกัน ด้วยคุณสมบัติวิตามินซี วิตามินเอ โพลิฟีน สารอัลคาลอยด์และฟลาโวนอยด์ในมะขามป้อม สามารถช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกายให้สามารถจัดการกับสารพิษ หรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ป้องกันโรคหัวใจ มะขามป้อมช่วยลดการสะสมของคอเลสเตอรอล และคราบจุลินทรีย์ในหลอดเลือด ทั้งสองสิ่งนี้จึงอาจช่วยลดโอกาส ในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจวายได้ นอกจากนี้ธาตุเหล็กยังส่งเสริม การสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของออกซิเจนในเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ

3. แก้คอแห้ง กระหายน้ำ เมื่อเกิดอาการคอแห้ง ให้นำมะขามป้อมสดมาเคี้ยว  จากนั้นอาจจิบน้ำเปล่าตาม เพื่อช่วยทำให้ลำคอมีความชุ่มชื่น ลดอาการคอแห้งและกระหายน้ำ

4. ลดไข้ บรรเทาหวัด แก้เจ็บคอ สารแทนนินและวิตามินซีในมะขามป้อม สามารถช่วยบรรเทาให้ไข้ลดลงได้ ช่วยส่งเสริมการต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ทำให้อาการหวัด น้ำมูก และการเจ็บคอนนั้นดีขึ้น

5. โรคผิวหนัง ผดผื่นคัน นอกจากจะนำผลมะขามป้อมมาใช้รับประทานแล้ว ใบของมะขามป้อมยังสามารถนำมาใช้ต้มอาบ เพื่อลดอาการคันตามผิวหนังได้อีกด้วย

6. บำรุงดวงตา วิตามินเอในมะขามป้อม สามารถช่วยบำรุงดวงตา ลดความเครียดของลูกนัยน์ตา ปรับปรุงประสิทธิภภาพการมองเห็น ลดความเสี่ยงของเซลล์จอประสาทตาเสื่อม

ประโยชน์เม็ดบัว

เม็ดบัว ประโยชน์และสรรพคุณ รังสรรค์จากธรรมชาติ

หากเอ่ยถึง เม็ดบัว เชื่อว่าหลายคนรู้จักกันดีและอาจเป็นของโปรดเจอที่ไหนเป็นต้องซื้อไว้ ถึงแม้กินแล้วถูกปากแต่อาจยังไม่ทราบถึงประโยชน์ที่มีมากกว่าความอร่อย บทความนี้จะขอแนะนำสิ่งดี ๆ ที่จะได้รับจากเม็ดบัว ไปชมกันเลย

1. อุดมด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ เม็ดบัวสดที่อยู่ในฝักบัวหลวงนั้น อุดมด้วยโปรตีน วิตามินซี ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส กินแล้วทำให้อิ่มไว อีกทั้งยังช่วยบำรุงสมอง นอกจากนี้สารต้านอนุมูลอิสระในเม็ดบัว สามารถชะลอความเสื่อมของเซลล์ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้

2. ประจำเดือนผิดปกติ สำหรับสาว ๆ ที่มีปัญหารอบเดือนมาไม่ปกติ ดีบัวหรือต้นอ่อนเล็ก ๆ ในเม็ดบัวนั้น อย่าหยิบทิ้ง เพราะส่วนนี้นี่เองจะเป็นตัวช่วยที่ดีในการบำรุงเลือด นอกจากนี้ดีบัว ยังสามารถช่วยบรรเทาอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อได้เป็นอย่างดี

3. แก้ร้อนใน กระหายน้ำ หากมีอาการเหล่านี้ให้นำเม็ดบัวแห้งมาต้มกับน้ำแล้วนำมาดื่ม จะช่วยบรรเทาร้อนใน ลดความกระหาย และส่งผลให้แผลพุพองในช่องปากหายไวขึ้น

4. บำรุงครรภ์ ในระหว่างการตั้งครรภ์ส่วนใหญ่แล้ว คุณแม่มักจะหาของบำรุงที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อให้เอื้อต่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อยและการคลอด  หากต้องการการคลอดที่ง่ายและเพิ่มแรงในการเบ่งระหว่างคลอด แนะนำให้กินเม็ดบัวสด จะช่วยให้คลอดลูกได้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งหลังคลอดเม็ดบัวสดยังดีต่อมดลูก เพราะช่วยให้มดลูกกระชับ เข้าอู่คืนความสาวได้เร็วขึ้น

5. นอนไม่หลับ เม็ดบัวช่วยได้ โรคนอนไม่หลับ ถือเป็นโรคฮิตติดอันดับของคนวัยทำงานเลยทีเดียว ความเครียดจะส่งผลให้คุณมีประสิทธิภาพการนอนหลับที่ลดลง การรับประทานเม็ดบัว มีส่วนช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนให้ดีขึ้นได้ เนื่องจากเม็ดบัวมีคุณสมบัติเป็นยากล่อมประสาทอ่อน ๆ เมื่อรับประทานในมื้อเย็นจะส่งผลดีต่อการนอนหลับในช่วงเวลากลางคืน

จะเห็นได้ว่า ประโยชน์ของเม็ดบัวนั้น มีหลากหลายมากกว่าความอร่อย คราวหน้าหากผ่านร้านขายเม็ดบัว อย่าลืมหาซื้อมาบำรุงร่างกายกันนะคะ

รับชมคลิป “ประโยชน์เม็ดบัว” https://www.youtube.com/watch?v=p9nPNajjw3U

ประโยชน์ชะพลู

6 ประโยชน์ชะพลู สรรพคุณสมุนไพรใบเขียว

ชะพลู สมุนไพรพืชใบเขียวที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ลักษณะคล้ายใบพลู แต่รูปทรงของชะพลูช่วงกลางใบจะกว้างมากกว่า ความอ่อนนิ่มของใบจะนิ่มและบางกว่า ซึ่งใบพลูจะใช้เคี้ยวคู่กับการกินหมาก ใบชะพลูจะใช้นำมาทำอาหาร เช่น เมี่ยงคำ แกงคั่ว นอกจากจะทำเมนูต่าง ๆ ได้อร่อยลงตัวแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นอีก ดังนี้

1. เบื่ออาหาร กินได้น้อย เมื่อมีอาการไม่อยากกินข้าว หรือกินไม่ค่อยลง ให้นำใบชะพลูมาทำเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร ด้วยรสเผ็ดร้อนของใบชะพลูจะกระตุ้นให้มีความอยากและช่วยให้เจริญอาหาร กินข้าวได้อร่อยในปริมาณที่มากขึ้น

2. ท้องอืด แก๊สหมักหมม อาหารไม่ย่อย ท้องอืด อึดอัด นำรากชะพลู 1 กำมือ ต้มกับน้ำเปล่า 2 แก้ว เคี่ยวจนเหลือน้ำ 3 ใน 4 ถ้วย นำมาดื่มในปริมาณครั้งละ 1 ส่วน จะช่วยขับลมในลำไส้ ลดอาการปวดท้องจากท้องอืดให้ดีขึ้น

3. สายตาพร่ามัว มองกลางคืนไม่ชัด สารต้านอนุมูลอิสระ เบต้าแคโรทีนในชะพลู มีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาดวงตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น โรคตาฟาง โรคตาบอดกลางคืน ช่วยลดอาการพร่ามัว และช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น

4. บำรุงกระดูกและฟัน ด้วยแคลเซียมที่อยู่ในชะพลู เมื่อนำมารับประทานเป็นประจำ สามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน บำรุงกระดูกและฟันให้มีความแข็งแรง

5. ชะพลูแก้ท้องผูก เข้าห้องน้ำนาน ขับถ่ายลำบาก ส่วนหนึ่งของการใช้เวลานั่งในห้องน้ำนาน คือระบบลำไส้ทำงานไม่ปกติ การกินใบชะพลูในเมนูต่าง ๆ สามารถช่วยเพิ่มกากใยในการขับถ่ายให้ง่ายและคล่องตัวมากขึ้น

6. ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันหวัด ลักปิดลักเปิด ถึงจะมิใช่ผลไม้รสเปรี้ยว แต่ชะพลูก็มีวิตามินซีที่สามารถช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคหวัด และลดปัญหาเลือดออกตามไรฟัน

จากประโยชน์ของชะพลูที่กล่าวมานั้น ก็เรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีความหลากหลายในการดูแลสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนนำมารับประทานควรล้างให้สะอาด ไม่ควรรับประทานในปริมาณครั้งละมากเกินไป เนื่องจากใบชะพลูมีสารออกซาเลตค่อนข้างสูง อาจส่งผลให้เกิดนิ่วในไตได้ และไม่ควรกินติดต่อกันเป็นเวลานาน นอกจากนี้ หลังการกินชะพลูทุกครั้งควรดื่มน้ำตามมาก ๆ

รูปภาพจาก

https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chaaphluu_in_Thailand.jpg

ดูคลิป ประโยชน์ชะพลู https://www.youtube.com/watch?v=FzOvDKKncG0

ลูกสำรอง

ประโยชน์ลูกสำรอง สมุนไพรลดพุง หุ่นดี สุขภาพดีจากข้างใน

ลูกสำรอง หลายท่านคงคุ้นเคยกันดีในแง่ของสมุนไพรลดน้ำหนัก ลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน แต่อันที่จริงแล้วลูกสำรองมิได้มีดีเพียงเท่านี้  ในบทความนี้จะขยายความประโยชน์ของลูกสำรองให้ได้รู้จักกันมากขึ้น ดังนี้

1. ลูกสำรอง ไอเรื้อรัง เสมหะเหนียว เมื่อมีเสมหะเหนียวข้น พร้อมกับไอเรื้อรัง ให้นำลูกสำรองประมาณ 5-7 ลูก แช่ลงในน้ำเปล่า รอจนวุ้นลูกสำรองพองตัวเต็มที่ แล้วนำมาใช้ดื่มทั้งน้ำและเนื้อ ก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง หากต้องการรสหวานสามารถผสมน้ำตาลกรวด หรือน้ำตาลทรายแดง เพื่อเพิ่มรสชาติได้

2. ลูกสำรอง ลดไข้ เจ็บคอ บรรเทาอาการด้วยการใช้ลูกสำรอง 15-20 ลูก นำมาต้มกับน้ำเปล่า และใส่ชะเอมจีนลงไปด้วย ชิมดูให้พอมีรสหวาน เข้มข้น รอจนเดือดปิดไฟ แล้วนำมาจิบดื่มได้ตลอดเวลาที่มีอาการ

3. พุงยุบ ถ่ายคล่อง เนื้อสำรองเมื่อดูดซับน้ำเต็มที่ จะกลายเป็นวุ้นนิ่มๆที่สามารถให้พลังงานที่ต่ำ หากนำมาดื่มจะส่งผลดีต่อระบบลำไส้ ช่วยให้ขับถ่ายสะดวก หน้าท้องยุบ

4. ตัวช่วยหุ่นสวย อันที่จริงแล้วหากดูถึงสารอาหารที่อยู่ในลูกสำรองแล้ว จะเห็นได้ว่าแทบจะไม่มีสารอาหารตัวใดที่จะสามารถเป็นผู้ช่วยในการลดความอ้วนได้เลย แต่ใยอาหารในลูกสำรองที่สามารถละลายน้ำและพองตัวได้ดีนั้น มีส่วนช่วยในการเคลือบกระเพาะอาหารและลำไส้ ส่งผลให้อาหารค่อย ๆ เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ  และอยู่ในทางเดินอาหารได้นานมากขึ้น จึงทำให้รู้สึกอิ่มไว อิ่มนาน ลดการกินจุกจิก นี่จึงเป็นที่มาของการนำลูกสำรองมาใช้ควบคุมน้ำหนักนั่นเอง

5. ใช้ย้อมสี นอกจากผลที่สามารถนำมากินได้ เปลือกจากลำต้นของลูกสำรอง ยังสามารถนำมาใช้ในการฟอกย้อมแห อวน ตาข่ายให้เป็นสีน้ำตาลแดง อีกทั้งยังช่วยทำให้ตาข่ายนั้น มีความเหนียวแน่น แข็งแรง ทนทานต่อการใช้งานมากขึ้น

6. แก้ร้อนใน บำรุงตับ ชาวจีนเชื่อกันว่าหากมีความร้อนสะสมอยู่ที่ตับมาก จะส่งผลให้มีอาการร้อนใน ตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น มีแผลในปาก ร้อนใน มีตุ่มพอง เจ็บลิ้น รู้สึกตัวร้อนแต่มิได้เป็นไข้ ตับร้อน กระหายน้ำมากกว่าปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้น ชาวจีนจึงมักนำเนื้อลูกสำรองมาผสมน้ำดื่ม เพื่อลดอุณภูมิความร้อน ดับพิษ ในร่างกาย และช่วยบำรุงตับให้มีความแข็งแรง พร้อมต่อต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ

จากประโยชน์ลูกสำรอง ทั้ง 6 ข้อที่กล่าวมาแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมลูกสำรองถึงเป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน ของดีมีคุณค่าต่อร่างกายแบบนี้ เห็นทีไม่กินก็คงจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่องแล้วหล่ะค่ะ

รูปภาพลูกสำรองจาก
https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Sterculia_lychnophora_seed.jpg

รับชมคลิป “ประโยชน์ลูกสำรอง” https://www.youtube.com/watch?v=_NN-x1U-HwI

ฟ้าทะลายโจร

ประโยชน์ฟ้าทะลายโจร สรรพคุณแก้ปวดหัว ตัวร้อน ไอ เจ็บคอ

อากาศประเทศไทยนั้น เรียกได้ว่า สามวันดีสี่วันไข้ บางวันร้อนชื้นสลับฝนตก ทำให้ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ เจ็บคอ ได้ง่าย ซึ่งสภาพลมฟ้าเช่นนี้นอกจากจะส่งผลให้ไม่สบายตัวแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ป่วยได้เช่นกัน นั่นคืออาหารการกินที่ต้องระมัดระวัง เนื่องจากอาหารจะเน่าเสียได้ง่าย เมื่อรับประทานอาจทำให้มีอาการลำไส้อักเสบ ท้องเสียได้ ดังนั้นหากต้องการแก้ไขปัญหาเมื่อมีอาการเหล่านี้ ควรมีสมุนไพรไทยอย่างฟ้าทะลายโจร หรือชื่ออื่นที่เรียกกันว่า หญ้าคันงู น้ำลายพังพอน ที่เราสามารถนำมาส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ลำต้น ใบ สดหรือแห้ง มาใช้ในการรักษา บรรเทาความเจ็บป่วยต่าง ๆ เบื้องต้น ซึ่งสรรพคุณของฟ้าทะลายโจรจะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย

1. อาการไข้หวัด ปวดหัว ตัวร้อน ใช้ใบสดหรือแห้ง ประมาณ 1 กำมือ ต้มกับน้ำสะอาด กรองเอาแต่น้ำมาดื่มก่อนอาหาร วันละ 2 ครั้ง หรือดื่มตอนที่มีอาการ

2. อาการไอ เจ็บคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ มีเสมหะ ใช้ใบสดฟ้าทะลายโจรหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ 1 ถ้วยตวง ใส่ลงในโหลแก้ว เทเหล้าขาว 28 หรือ 40 ดีกรีพอท่วม ปิดฝา ปล่อยทิ้งไว้ครบสัปดาห์ จึงนำน้ำที่หมักแล้วมาจิบ แก้อาการไอ เจ็บคอ

3. แก้ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ ใช้ใบและกิ่งของฟ้าทะลายโจรมาตากให้แห้ง นำไปตำให้ละเอียดใช้กระชอนกรองเอากากที่หยาบออกทิ้ง เหลือไว้เพียงผงละเอียด นำไปผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นให้เป็นก้อน ตากในที่ร่ม และเก็บไว้รับประทานก่อนอาหารครั้งละ 4-8 เม็ด

ข้อควรระวังในการใช้ฟ้าทะลายโจร

หากไม่เคยรับประทานฟ้าทะลายโจรมาก่อน ควรเริ่มรับประทานทีละน้อย หรือหากกินแล้วมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดเมื่อย ให้หยุดรับประทานทันที และหากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ฟ้าทะลายโจร

รุปภาพจาก :

https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Andrographis_paniculata_(Kalpa)_in_Narshapur_forest,_AP_W2_IMG_0867.jpg

รับชมคลิป “สรรพคุณฟ้าทะลายโจร” https://www.youtube.com/watch?v=8gkMR_dJyiY

ประโยชน์มะกรูด

ประโยชน์ใบมะกรูด ผลมะกรูด ผิวมะกรูด โอ้โหสมุนไพรไทย สรรพคุณเยอะขนาดนี้เลยเหรอ

มะกรูดพืชที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้แทบทุกส่วนของต้น นิยมนำมาใช้ทำอาหารและทำยาสมุนไพร ซึ่งเมื่อนำส่วนต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์จะให้ผลลัพธ์ต่อสุขภาพดังนี้

ประโยชน์ใบมะกรูด

1. ความดันโลหิตสูง ผลที่เกิดจากการมีความดันโลหิตสูง อาจทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคอัมพาต โรคไต หากเราดูแลความดันให้เป็นปกติ จะสามารถป้องกันอัตราการเสียชีวิตจากโรคเหล่านี้ได้ การใช้ใบมะกรูดสดแบบแก่จำนวน 10 ใบ ต้มกับน้ำเปล่าครึ่งลิตรจนเดือด ทิ้งไว้ให้อุ่น แล้วนำมาดื่มครั้งละ 1 แก้ว เช้าเย็น จะสามารถช่วยลดความดันให้อยู่ในระดับปกติได้

2. ต้านมะเร็ง สารเบต้าแคโรทีนในมะกรูด เมื่อนำมาปรุงเป็นอาหารรับประทาน สามารถช่วยต้านมะเร็งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็งได้

3. ดับกลิ่นคาว สำหรับการทำอาหารบางชนิดอาจเกิดกลิ่นคาวจากวัตถุดิบที่นำมาทำ เช่น ปลา สามารถใช้ใบมะกรูดมาเป็นตัวช่วยในการดับกลิ่นคาวปลาได้

4. กำจัดมอดข้าวสาร ปัญหาของการเก็บข้าวไว้กิน มักเจอมอดข้าวสารเข้ามาแฝงตัวกัดกินทำลายข้าว ทำให้ข้าวหัก มีกลิ่นและเสียหาย วิธีแก้ปัญหานี้ คือ นำใบมะกรูด 3 ใบ ต่อข้าวสาร 1 กิโลกรัม ใส่ลงไปในถังที่เราเก็บข้าว เมื่อมอดได้กลิ่นใบมะกรูดก็จะหนีไป เป็นการกำจัดมอดด้วยวิธีง่ายๆ และยังช่วยให้ข้าวสารมีกลิ่นหอม ไม่เหม็นอับอีกด้วย

ประโยชน์ลูกมะกรูด

1. กำจัดกลิ่นเท้า เมื่อใส่รองเท้าเป็นเวลานาน อาจทำให้เท้าอับและมีกลิ่นเหม็น สามารถใช้ลูกมะกรูด ฝานเป็นแว่นๆ แล้วนำไปผสมน้ำใช้แช่เท้า หรือนำมะกรูดที่หั่นแล้ว มาขัดถูบริเวณเท้า ซอกเล็บ ซอกนิ้วเท้า และฝ่าเท้าให้ทั่ว จะช่วยลดกลิ่นเหม็นและทำให้เท้าเนียนนุ่ม

2. กำจัดปลิง การเดินป่าหรือเข้าไปยังพื้นที่ที่มีปลิงอาศัยอยู่ ควรพกลูกมะกรูดติดไปด้วย เพราะหากฉุกเฉินโดนปลิงเกาะ สามารถใช้น้ำจากลูกมะกรูดบีบและราดใส่บนตัวปลิง วิธีนี้จะทำให้ปลิงหลุดออกอย่างง่ายดาย ไม่เจ็บและไม่ทรมานอีกด้วย

3. ยาสระผม สมัยโบราณนิยมทำยาสระผมจากธรรมชาติ โดยการนำลูกมะกรูดไปเผาไฟ แล้วนำมาคั้นใช้แต่น้ำ นำน้ำที่ได้มาใช้นวดเส้นผมและหนังศีรษะให้ทั่วและล้างออกด้วยน้ำเปล่า สูตรนี้จะช่วยทำให้เส้นผมดกดำ ขจัดรังแค ลดการหลุดร่วงของเส้นผม อีกทั้งยังทำให้ผมสลวยเงางาม มีน้ำหนักจัดทรงง่าย

4. ดับกลิ่นห้องน้ำ หากต้องการความสดชื่น หรือดับกลิ่นห้องน้ำสามารถใช้ลูกมะกรูดหั่นเป็นแว่น แล้วนำไปวางในห้องน้ำ จะสามารถช่วยสร้างบรรยากาศความสดชื่นให้กับห้องน้ำ และลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้เป็นอย่างดี

5. แก้ไอ คออักเสบ เจ็บคอ วิธีทำยาแก้ไอด้วยตนเอง ใช้มะกรูดสดล้างให้สะอาด และนำมาวางเรียงในโหลแก้วประมาณ 2 ใน 3 ส่วนของโหล จากนั้นใส่น้ำตาลทรายแดง 1  ส่วน ไม่ต้องเติมน้ำ ปิดฝาให้สนิท เก็บไว้  1 เดือนขึ้นไปถึงจะนำมาใช้งานได้ เมื่อมีอาการไอหรือเจ็บคอ ให้กรองน้ำในโหลมาใช้จิบแก้อาการ จะช่วยบรรเทาให้อาการดีขึ้น

ประโยชน์ ผิวมะกรูด

1. แก้เครียด ด้วยกลิ่นหอมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผิวมะกรูดที่มีน้ำมันหอมระเหยอยู่นั้น เมื่อนำมาสูดดมจะสามารถช่วยบรรเทาความเครียดได้ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นมากขึ้น

2. ขับพิษ การขับของเสียออกจากร่างกายสามารถทำได้หลายวิธี การขับพิษผ่านทางผิวหนังก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้คุณรู้สึกสบายตัว ตัวเบามากขึ้น การนำมะกรูดมาเป็นส่วนหนึ่งของการอบตัวหรืออบซาวน่า สามารถชาวยปรับสมดุลในร่างกาย พร้อมกับขับสารพิษ และของเสียที่คั่งค้างใต้ผิวหนังให้ออกมาได้

3. ไล่ยุง กลิ่นหอมของมะกรูดที่อยู่บริเวณผิวหรือเปลือกมะกรูด มีประโยชน์สามารถนำมาใช้ไล่ยุงได้ โดยการนำเปลือกมะกรูดมาตากแดดให้แห้งสนิท และนำไปใช้จุดไฟไล่ยุง สามารถใช้แทนยากันยุงแบบเคมี ปลอดภัยและใช้ได้ผลดีไม่แพ้กันเลย

จะเห็นได้ว่ามะกรูดสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานควรระมัดระวังในการบริโภค เพราะสารประกอบบางชนิดในมะกรูดอาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด โดยอาจทำให้ลดลงมากกว่าระดับปกติ นอกจากนี้การนำมาใช้งานกับเส้นผมหรือหนังศีรษะ ควรเลือกใช้มะกรูดแบบอินทรีย์หรือปลอดสาร และไม่ควรใช้ในขณะที่หนังศีรษะมีบาดแผลหรือรอยถลอก เพราะอาจก่อให้เกิดอาการแสบที่หนังศีรษะได้

ดูคลิปประโยชน์มะกรูด https://www.youtube.com/watch?v=tma-LBChDpk

ผงนัวใช้แทนผงชูรส

ผงนัว ใช้แทนผงชูรสทำเองไม่ยุ่งยาก แถมได้ประโยชน์จากสมุนไพร

กระแสการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพในปัจจุบันกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่เมนูอาหาร เนื้อสัตว์ หรือผัก ที่ต้องเลือกใช้ในการปรุงเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อร่างกายแต่รวมไปถึงเครื่องปรุงที่นำมาใช้ด้วย ในบทความนี้จะขอเสนอวิธีทำผงนัว หรือผงปรุงรสที่ใช้แทนผงชูรส ไปดูสูตรกันเลยค่ะ

วัตถุดิบ

ตะไคร้ ใบมะกรูด ใบเตย รากหม่อนหรือใบหม่อน อย่างละ 1 กิโลกรัม

ขิง 2 กิโลกรัม พริกไทย 0.5 กิโลกรัม ขมิ้นชันพอประมาณ

วิธีทำ นำส่วนผสมทั้งหมดมาล้างให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำมาหั่นซอยเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง หรือหากไม่มีแดดใช้เตาอบ อบให้แห้งสนิทและนำมาบดให้ละเอียด ผสมให้เข้ากันแล้วเก็บใส่โหลหรือกระปุกสุญญากาศ

วิธีใช้ ใช้นำมาปรุงรสแทนการใช้ผงชูรสในการประกอบอาหารได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ย่าง ทอด ผัด อบ นึ่ง หมัก ต้ม

สำหรับสูตรนี้นอกจากจะได้ความอร่อย รสชาติที่กลมกล่อม ก็ยังได้สรรพคุณต่าง ๆ จากพืชสมุนไพรที่นำมาใช้ เช่น ช่วยลดอาการท้องอืด ขับลม ทำให้ระบบการย่อยอาหารดีขึ้น ลดการบวมและการอักเสบของเซลล์ สร้างภูมิต้านทานให้แก่อวัยวะต่าง ๆ เป็นต้น หากต้องการดูแลสุขภาพควรเริ่มจากอาหารการกิน วัตถุดิบที่ใช้ และเครื่องปรุง เมื่อเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ปรุงแต่งให้น้อยที่สุด ก็ให้ผลข้างเคียงที่น้อยกว่าการใช้สารเคมีสังเคราะห์ ถ้าจะให้ดี ปลูกเอง ทำเอง ปลอดภัย ดีต่อใจและสุขภาพอย่างแน่นอน

ขอขอบคุณสูตรผงนัวจากคุณสมาน พันธ์วิไล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จังหวัดศรีสะเกษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้สมุนไพรพื้นบ้านที่แนะนำสูตรดี ๆ

ดูคลิป “วิธีทำผงนัว” https://www.youtube.com/watch?v=uYc5leF-rYg

ประโยชน์อัญชัน

ประโยชน์อัญชัน ไม่ได้มีดี เป็นแค่น้ำสมุนไพร

ดอกไม้สีน้ำเงินที่ปลูกง่าย ไม่ต้องการการดูแลมาก อีกทั้งยังให้ร่มเงาและประโยชน์ใช้สอยจากดอกของมัน หลายคนปลูกไว้แต่มิได้นำมาใช้ แต่หากฟังบทความนี้จบคุณจะรู้จักอัญชันมากขึ้นจนอยากจะนำอัญชันมาใช้ประโยชน์ทุกวัน พร้อมแล้วไปชมรายละเอียดกันเลย

1. บำรุงสมอง เมื่อายุมากขึ้นสมองอาจสูญเสียความทรงจำและมีปัญหาในด้านอื่นๆตามมา ดอกอัญชันมีสารอะซิทิลคอลีน ที่ช่วยกระบวนการการทำงานของสมอง ช่วยพัฒนาความสามารถในการคิด ระบบความทรงจำ การสื่อสาร กระตุ้นการเรียนรู้และระบบการทำงานของสมอง

2. ต่อสู้โรคมะเร็ง สารไซโคลไทด์ในดอกอัญชันมีเปปไทด์ที่มีประโยชน์ในการต่อต้านเนื้องอก ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

3. บรรเทาอาการปวดหัว หากมีอาการปวดศีรษะและต้องการหลีกเลี่ยงการกินยา ลองชงน้ำดอกอัญชันอุ่นๆดื่มดูสักแก้ว สารแอนโทไซยานินในดอกอัญชัน จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้ระบบเลือดทำงานได้คล่องตัวขึ้น เมื่อเลือดหล่อเลี้ยงเซลล์ได้ดีขึ้น อาการปวดหัวก็จะบรรเทาและลดลงตามลำดับ

4. แก้เมื่อย ลดอาการปวด กล้ามเนื้อของเรานั้นหากมีการใช้งานอย่างหนัก อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อย สารเทอร์นาทินส์ในดอกอัญชัน มีส่วนช่วยในการรวมตัวของเกล็ดเลือด คลายกล้ามเนื้อและลดอาการปวดกล้ามเนื้อได้ดี

5. ไขมันอุดตัน ภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด ส่งผลกระทบต่อโรคร้ายหลายชนิด เช่น โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับเส้นเลือด สารต้านอนุมูลอิสระในดอกอัญชัน ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ป้องกันการทำปฏิกิริยาของไขมันต่อเส้นเลือด

6. บำรุงดวงตา สารแอนโธไซยานินนอกจากจะบรรเทาอาการปวดหัวได้ดีแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการมองเห็น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของหลอดเลือดเล็ก ๆ ในดวงตา ช่วยให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงดวงตาได้ดีมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถป้องกันอาการตาเสื่อมจากโรคเบาหวาน โรคต้อกระจก และโรคต้อหิน

7. ดูแลเส้นผม การนำดอกอัญชันมาคั้นน้ำ แล้วนำมาใช้ทาบริเวณที่ผมร่วง จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการงอกใหม่ของเส้นผม อีกทั้งยังกระตุ้นการทำงานของเลือดบริเวณหนังศีรษะ ส่งผลให้ผมที่ขึ้นใหม่ดกดำ เงางาม

 7 ประโยชน์จากอัญชันที่ได้กล่าวมานั้น ดูแลสุขภาพตั้งแต่เส้นผม สมอง ดวงตา เส้นเลือด หัวใจ เรียกได้ว่าปลูกอัญชันไว้ต้นเดียว ก็สามารถดูแลร่างกายได้แทบทุกส่วนเลยทีเดียว ใครยังไม่มีปลูกไว้ ต้องหามาปลูกกันแล้วหล่ะค่ะ

ดูคลิปประโยชน์อัญชัน https://www.youtube.com/watch?v=xwd1_a4MAU8

ประโยชน์ผักหวานป่า

ประโยชน์ผักหวานป่า ผักพื้นบ้านธรรมดาๆ สรรพคุณขึ้นหิ้ง

ผักพื้นบ้าน รสชาติดีและอร่อย มีให้กินในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน เมื่อก่อนอาจต้องหาเก็บตามป่า แต่ปัจจุบันสามารถปลูกได้เองหากมีเมล็ดพันธุ์ ซึ่งผักหวานป่ากับผักหวานบ้านนั้นมิใช่ผักชนิดเดียวกัน และมิใช่พืชในตระกูลเดียวกัน เพียงแต่มีชื่อเรียกที่คล้ายกัน สำหรับบทความนี้ขอเสนอเรื่องราวของผักหวานป่าในแง่มุมด้านประโยชน์ต่อสุขภาพ จะมีอะไรบ้าง ไปดูทั้ง 6 ข้อพร้อมกันเลย

1. ผักหวานป่าคุณค่าทางอาหารสูง ผักหวานป่าอุดมด้วยโปรตีน เส้นใย วิตามินและแร่ธาตุ อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมของเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินซี และสารฟีนอลิก ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ

2. บำรุงสายตา การใช้สายตาในที่มืดเป็นประจำมีส่วนทำให้สายตามีความล้าและอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น สารเบต้าแคโรทีนในผักหวานป่า สามารถช่วยดูแล ฟื้นฟูดวงตาและบำรุงสายตาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

3. ยาระบายอ่อนๆ หลายคนมีความเชื่อว่าท้องผูกต้องกินยาระบายเท่านั้น อันที่จริงแล้ว เพียงรับประทานผักหวานป่าในเมนูใดก็ได้เป็นประจำก็สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ด้วยไฟเบอร์ที่อยู่ในผักชนิดนี้ มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยในการขับถ่ายและบีบตัวของลำไส้ กระตุ้นให้ลำไส้ทำงานโดยมิต้องพึ่งพายาถ่าย

4. กระดูกและฟันแข็งแรง แหล่งของแคลเซียมนอกเหนือจากนมแล้ว ยังสามารถพบได้ในผักหวานป่า แคลเซียมและฟอสฟอรัสในผักหวานป่า สามารถดูแลกระดูกและฟันให้แข็งแรง ลดการเปราะหรือแตกหักของกระดูก ส่งเสริมการยืดและหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณกระดูกและฟัน

5. เหน็บชา อาการเหน็บชา ส่วนหนึ่งคือร่างกายขาดวิตามินบี บางคนก็อาศัยกินวิตามินเสริม แต่หากต้องการเลี่ยงการกินยา สามารถรับประทานผักหวานป่าที่อุดมด้วยวิตามินบีที่ช่วยลดและป้องกันอาการเหน็บชาได้

6. ลดความอ้วน หลักการลดน้ำหนักให้ได้ผล คือกินแล้วต้องรู้จักนำออกมาใช้เป็นพลังงาน หากกินแล้วไม่สามารถนำพลังงานออกมาใช้ ก็อาจส่งผลให้เกิดการสะสมของไขมันส่วนเกินตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ผักหวานป่า 1 ขีดให้พลังงานต่ำเพียง 39 กิโลแคลอรี่ อุดมด้วยคุณค่าทางสารอาหาร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักพร้อมกับต้องการประโยชน์ทางโภชนาการไปพร้อม ๆ กัน

และทั้ง 6 ข้อนี้คือประโยชน์ของผักหวานป่าที่มีต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามควรล้างผักให้สะอาดและนำมาปรุงให้สุก เพราะหากรับประทานแบบสดในปริมาณมาก อาจก่อให้เกิดอาการเมาละอาเจียนได้ นอกจากนี้ต้นผักหวานป่ายังมีลักษณะที่คล้ายกับต้นขี้หนอนและต้นเสน หากหยิบผิดนำมารับประทานอาจก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน มึนงง หมดสติ และรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ก่อนเด็ดมาทำอาหารควรสังเกตและดูให้แน่ใจว่าที่หยิบมานั้นเป็นผักหวานป่าจริง ๆ

ดูคลิปประโยชน์ผักหวานป่า https://www.youtube.com/watch?v=iMjf-48lL1E

รูปภาพผักหวานป่าจาก https://th.wikipedia.org/wiki/