ประโยชน์ของบร๊อคโคลี่

11 ประโยชน์ของบร๊อคโคลี่

บร๊อคโคลี่หรือกะหล่ำดอกอิตาลี เป็นผักที่มีสีเขียวหรือสีม่วง เป็นญาติสนิทของกะหล่ำปลีและกะหล่ำดอก ส่วนที่นิยมนำมารับประทานมากที่สุด คือส่วนของดอกอ่อน ลักษณะของดอกจะมีรูปร่างเหมือนต้นไม้ บร๊อคโคลี่มีอยู่หลายพันธุ์ แต่มี 3 สายพันธุ์หลักที่เป็นที่นิยมรับประทานทั่วโลก คือพันธุ์เดซิกโก ซากาต้า และกรีนโคเมท สามารถรับประทานได้ทั้งสุกและดิบ มีคุณค่าทางอาหารสูง อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เส้นใยอาหาร เบต้าแคโรทีน วิตามินซี และสารประกอบอินทรีย์แร่ธาตุวิตามินอื่นๆ อีกทั้งยังช่วยดูแลสุขภาพในด้านอื่นๆอีกมากมาย ประโยชน์ดีๆรออยู่ทั้ง 11 ข้อแล้ว ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

ประโยชน์ของบร๊อคโคลี่
บร๊อคโคลี่มีสรรพคุณอะไรบ้าง

1.  รักษามะเร็ง

บร๊อคโคลี่มีสารซัลโฟราเฟน ช่วยให้ตับขับสารพิษ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก และสามารถต่อต้านมะเร็ง ป้องกันอนุมูลอิสระทำลายเซลล์และดีเอ็นเอ

ผักอื่นๆที่มีความสามารถในการป้องกันมะเร็ง

[related-post id=”276″]

2.  ดีท๊อกซ์ร่างกาย

วิตามินซี ซัลเฟอร์และกรดอะมิโนที่อยู่ในบร๊อคโคลี่ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยขับสารพิษต่างๆ เช่น กรดยูลิคออกจากร่างกาย ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น บรรเทาอาการทางผิวหนัง เช่น โรคกลาก และรักษาปัญหาที่เกี่ยวกับโรคเกาต์ โรคไขข้ออักเสบ

การชงผงชาเขียวมัทฉะดื่มก็เป็นการดีท๊อกซ์ร่างกายอีกวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพและทำได้ง่ายค่ะ

[related-post id=”500″]

3.  ดูแลผิว

ด้วยเบตาแคโรทีนและวิตามินซี รวมไปถึงผู้ช่วยอื่นๆ เช่น วิตามินบีคอมเพล็กซ์ วิตามินอี วิตามินเอและเค กรดไขมันโอเมก้า3 กรดอะมิโนและโฟเลต ช่วยในการดูแลผิวให้ผิวเปล่งประกาย อ่อนเยาว์ สดใสและมีสุขภาพดี

การรับประทานวิตามินอย่างถูกวิธี ก็สามารถทำให้เรามีผิวที่สวยได้

[related-post id=”85″]

4.  ปกป้องผิวจากรังสียูวี

สารกลูโคโรฟานิน เป็นส่วนหนึ่งในสารอาหารที่พบปริมาณมากในบร๊อคโคลี่ ช่วยปกป้องผิวของคุณให้ห่างไกลจากรังสียูวี

5.  รักษาความผิดปกติของกระเพาะอาหาร

เส้นใยที่อยู่ในบร๊อคโคลี่จะเพิ่มความหนาแน่นของมวลอาหาร ช่วยเก็บกักน้ำ และก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวของลำไส้ที่แข็งแรง นอกจากนี้แมกนีเซียมและวิตามินที่มีอยู่ในบร๊อคโคลี่ยังรักษาความเป็นกรด ช่วยให้การย่อยและการดูดซึมสารอาหารสมดุล

Loading...

[related-post id=”956″]

6.  ป้องกันโรคหัวใจ

นอกเหนือจากสารต้านอนุมูลอิสระที่กล่าวข้างต้นแล้ว ปริมาณเส้นใยที่สูงมากพร้อมด้วยเบต้าแคโรทีน กรดไขมันโอเมก้า3 และวิตามินอื่นๆ ยังสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี ทำให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น โดยการควบคุมความดันโลหิต แร่ธาตุโพแทสเซียมก็คือผู้ช่วยขยายหลอดเลือด เพิ่มออกซิเจนและการไหลเวียนโลหิต โดยการผ่อนคลายความตึงเครียดของเส้นเลือดและหลอดเลือด

[related-post id=”861″]

7.  ดูแลดวงตา

ซีแซนทิน สารอาหารที่ช่วยปกป้องดวงตา เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ ฟอสฟอรัสและวิตามินอื่นๆที่พบในบร๊อคโคลี่นั้นดีต่อสุขภาพดวงตามาก เนื่องจากสารเหล่านี้ช่วยปกป้องดวงตาจากการเสื่อมสภาพและป้องกันต้อกระจก อีกทั้งยังช่วยซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดจากรังสียูวีได้อีกด้วย

[related-post id=”866″]

8.  ดูแลกระดูก

บร๊อคโคลี่อุดมด้วยแคลเซียม ในปริมาณ100กรัม มีแคลเซียมประมาณ 47 มิลลิกรัม รวมไปถึงมีสารอาหารอื่นๆ เช่น แมกนีเซียม สังกะสีและฟอสฟอรัส สารอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้ ช่วยดูแลสุขภาพกระดูก ในผู้คนหลากหลายวัยไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยสูงอายุ หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร บุคคลเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน ดังนั้นควรบริโภคแคลเซียมให้เพียงพอ เพื่อป้องกันการขาดแคลเซียม

นอกจากบร๊อคโคลี่แล้ว มะรุมก็ยังมีสารที่ดูแลกระดูกและฟันของเราให้แข็งแรงอีกด้วย

[related-post id=”793″]

9.  ช่วยในการตั้งครรภ์

สารอาหารที่จำเป็นสำหรับหญิงตั้งครรภ์มีมากมาย เช่น โปรตีน แคลเซียม วิตามิน เหล็ก ฟอสฟอรัส และสารอาหารอื่นๆ ในบร๊อคโคลี่อุดมไปด้วยเส้นใยที่ช่วยขจัดอาการท้องผูกและมีโฟเลตที่ช่วยป้องกันการบกพร่องของเส้นประสาท ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญสำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ที่อาจขาดกรดโฟลิคในอาหาร

10.  ควบคุมความดันโลหิต

แร่ธาตุโครเมี่ยมที่อยู่ในบร๊อคโคลี่ มีหน้าที่ช่วยในการทำงานของอินซูลินที่เหมาะสม ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งจะช่วยควบคุมความดันโลหิตด้วย เมื่อรวมตัวกับวิตามิน เส้นใยอาหารและกรดไขมันโอเมก้า3 ก็จะช่วยควบคุมความดันโลหิตได้มากยิ่งขึ้น

11.  รักษาโรคโลหิตจาง

ภาวะโลหิตจางเกี่ยวข้องโดยตรงกับการขาดธาตุเหล็กและโปรตีนบางชนิด บร๊อคโคลี่อุดมไปด้วยทั้งสองสิ่งนี้ จึงเป็นผักที่ยอดเยี่ยมในการดูแลโรคโลหิตจาง นอกจากนี้ ธาตุเหล็กและทองแดงที่อยู่ในบร๊อคโคลี่ยังเป็นอีกแร่ธาตุที่สำคัญในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงอีกด้วย

คำแนะนำ

ถึงแม้ว่าบร๊อคโคลี่จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย แต่ก็มีข้อควรระวัง เพราะสารประกอบบางชนิดที่อยู่ในผัก อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง คุณควรรับประทานด้วยความระมัดระวัง ไม่ควรรับประทานมากเกินไป หรือหากมีอาการของโรคบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรับประทาน เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของตัวคุณเอง

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=Rr2PoJ1aHXA

Loading...