10 สูตรรักษาส้นเท้าแตก แก้ได้ด้วยวิธีธรรมชาติ

ส้นเท้าแตกเป็นปัญหาโลกแตกที่เกิดขึ้นกับคนทั่วโลก ซึ่งปัญหานี้สร้างความหงุดหงิด รำคาญใจให้กับคนที่มีอาการส้นเท้าแตกเป็นอย่างมาก หากคุณกำลังเจอปัญหานี้ไม่ควรปล่อยปละละเลย เพราะนั่นอาจทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมาได้ ส้นเท้าแตกอาจทำให้คุณรู้สึกขาดความมั่นใจและรู้สึกอายเมื่อต้องไปตามสถานที่ต่างๆที่ต้องถอดรองเท้า เพื่อโชว์เท้าอันเปลือยเปล่า หรืออาจทำให้รู้สึกกังวลเวลาไปเลือกซื้อรองเท้าและต้องถอดรองเท้า เพื่อทดลองสวมใส่รองเท้าคู่ใหม่ที่จะซื้อต่อหน้าผู้คน ในบทความนี้ รู้ไว้ดอทคอม มีเคล็ดลับดีๆ มาฝาก เพื่อช่วยเรียกคืนความมั่นใจให้กับเท้าของคุณอีกครั้ง

10 วิธีรักษาส้นเท้าแตกด้วยตัวเอง จากธรรมชาติ


1.  น้ำมันพืช

น้ำมันพืชชนิดต่างๆ สามารถใช้รักษาและป้องกันอาการส้นเท้าแตกได้ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันงา น้ำมันมะพร้าว ซึ่งวิธีการใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรใช้วิธีการรักษาด้วยน้ำมันเหล่านี้ก่อนเข้านอน เพื่อให้ผิวบริเวณส้นเท้ามีเวลาเพียงพอในการซึมซาบน้ำมันเข้าสู่ผิวได้อย่างเต็มที่ ขัดเท้าด้วยหินขัดและแช่เท้าในน้ำสบู่ ล้างเท้าให้สะอาด หลังจากนั้นใช้น้ำมันที่คุณชื่นชอบ ทาลงบนส้นเท้าและฝ่าเท้าของคุณ ใส่ถุงเท้าที่สะอาดและทิ้งไว้ข้ามคืน เมื่อตื่นมาในตอนเช้าคุณจะพบว่าส้นเท้าของคุณนุ่มขึ้นได้อย่างชัดเจน


2.  ใบสะเดาสมุนไพรรักษาส้นเท้าแตก

ใบสะเดาช่วยบรรเทาผิวแห้งระคายเคืองและกำจัดเชื้อรา ที่เป็นสาเหตุให้เท้าคันและติดเชื้อ นำใบสะเดามาผสมกับผงขมิ้น 3 ช้อนชา ผสมให้เข้ากันและนำมาพอกบริเวณส้นเท้าแตก ทิ้งไว้ 30 นาที และล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด ใช้ผ้าซับให้แห้ง


3.  ผงข้าว

ผงข้าวช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างบนผิวของคุณ สามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการขัดผิวบริเวณส้นเท้าได้ เพียงนำเมล็ดข้าวมาบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้ง ½ ช้อนชา และผสมน้ำแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ 2-3 ช้อนชา คลุกเคล้าให้เข้ากัน หรือหากผิวหนังบริเวณส้นเท้าแตกมาก สามารถเพิ่มน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันอัลมอนด์ลงไปได้ ก่อนขัดส้นเท้าแนะนำให้แช่เท้าในน้ำอุ่นเป็นเวลา 10 นาที จากนั้นค่อยๆใช้ผงข้าวที่เตรียมไว้ขัดเบาๆให้ทั่วและล้างออกให้สะอาด

ส้นเท้าแตก หายได้ด้วยน้ำมะนาว
รักษาส้นเท้าแตกด้วยมะนาว เป็นหนึ่งในหลายวิธีแก้ส้นเท้าแตกที่ได้ผลดี และง่าย

4.  รักษาส้นเท้าแตกด้วยมะนาว

กรดในมะนาวมีประสิทธิภาพในการดูแลผิวที่หยาบกร้านให้นุ่มเนียนขึ้นได้ แค่แช่เท้าของคุณไว้ในน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาวประมาณ 10-15 นาที จากนั้นล้างเท้าให้สะอาดและซับเท้าให้แห้ง


5.  กลีเซอรีนและน้ำกุหลาบ

ส่วนผสมของกลีเซอรีนและน้ำกุหลาบจะช่วยให้ผิวบริเวณส้นเท้าแตกนุ่มขึ้น อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านการอักเสบของผิวและช่วยฆ่าเชื้อโรค เพียงผสมกลีเซอรีนและน้ำกุหลาบในอัตราส่วน 1:1 แล้วนำไปทาบริเวณส้นเท้าแตกทุกวันก่อนเข้านอน ทิ้งไว้ข้ามคืน จึงล้างออกให้สะอาดในเช้าวันรุ่งขึ้น

ดูประโยชน์น้ำกุหลาบเพิ่มเติมว่าทำอะไรได้บ้างค่ะ  9 วิธีแก้รักแร้ดำ ให้กลับมาเนียนใสด้วยวิธีธรรมชาติ


6.  พาราฟินแว๊กซ์

หากคุณมีปัญหารอยแตกบนส้นเท้าอย่างรุนแรง การใช้พาราฟินแว๊กซ์สามารถช่วยรักษาอาการนี้ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยให้ผิวนุ่มขึ้นอีกด้วย ละลายขี้ผึ้งพาราฟินผสมกับน้ำมันมัสตาร์ดหรือน้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะในหม้อตุ๋น เมื่อละลายได้ที่แล้ว ปล่อยทิ้งไว้จนอุณหภูมิลดลง สังเกตุดูว่ามีชั้นบางๆของขี้ผึ้งลอยอยู่ด้านบน ขั้นตอนนี้นำเท้าลงไปแช่ประมาณ 5-10 วินาทีแล้วยกเท้าขึ้น และทำซ้ำอีกจนกว่าชั้นของขี้ผึ้งที่เท้าจะหนาจนคุณพอใจ หลังจากนั้นพันพลาสติกหรือแร๊พไว้ให้ทั่วเท้า ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วจึงลอกพลาสติกและขี้ผึ้งออกจากเท้า สามารถใช้วิธีนี้ 1 -2 ครั้งต่อสัปดาห์

Loading...
>

คำแนะนำ ไม่ควรแช่เท้าลงไปในขณะที่ขี้ผึ้งมีความร้อนสูง และไม่ควรใช้วิธีนี้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานหรือมีภาวะการไหลเวียนของเลือดที่ไม่ปกติ


7.  ดีเกลือ

การใช้ดีเกลือดูแลผิวบริเวณส้นเท้าที่แตก จะช่วยให้ส้นเท้าชุ่มชื่นและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณเท้าให้ดีขึ้น ผสมดีเกลือ ½ ถ้วยในอ่างที่ผสมน้ำอุ่นและแช่เท้าลงไปประมาณ 10 นาที นำเท้าขึ้นมาขัดด้วยหินขัดเพื่อขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วให้หลุดออกไป และแช่เท้าทิ้งไว้อีก 10 นาที ล้างเท้าให้สะอาดซับให้แห้ง


8.  กล้วย

ด้วยคุณสมบัติจากกล้วยที่สุกจะช่วยให้ส้นเท้าที่แตกกลับมานุ่มชุ่มชื่นอีกครั้ง บดกล้วยสุกให้ละเอียด หลังจากนั้นล้างเท้าให้สะอาด แล้วนำกล้วยที่บดมาพอกทิ้งไว้ให้ทั่วประมาณ 10 -15 นาที ล้างเท้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นและแช่เท้าในน้ำเย็น 5-10 นาที สามารถใช้สูตรนี้ได้ทุกวัน เพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จะสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงของส้นเท้าอย่างแน่นอน


9.  น้ำผึ้ง

น้ำผึ้งมีคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื่นและต้านเชื้อแบคทีเรีย เพียงเทน้ำผึ้ง 1 ถ้วยผสมลงในอ่างที่มีน้ำอุ่น และนำไปแช่เท้า 15-20 นาที จากนั้นขัดเท้าให้สะอาด แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น


10.  ปิโตรเลียมเจลลี่

คุณสามารถใช้ปิโตรเลียมเจลลี่เป็นเหมือนครีมทาส้นเท้าแตกได้  เพื่อช่วยให้ผิวที่หยาบกร้านมีความชุ่มชื่นกับผิวบริเวณส้นเท้าด้านได้ ขัดเซลล์ผิวเก่าบริเวณส้นเท้าให้ทั่ว แช่เท้าในน้ำอุ่นที่ผสมน้ำมะนาว 1 ช้อนชา แช่ทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกและซับเท้าให้แห้ง นำปิโตรเลียมเจลลี่ทาให้ทั่วบริเวณส้นเท้า ใส่ถุงเท้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและเพื่อป้องกันการเลอะเทอะของเท้ากับพื้น สามารถทำได้ทุกวันในช่วงก่อนนอน เพื่อรักษาอาการส้นเท้าแตกให้ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ


วิธีรักษาส้นเท้าแตกมากในช่วงแรก ควรใช้วิธีการบำบัดรักษาด้วยธรรมชาติ เพื่อคืนความอ่อนนุ่มและเรียบเนียนให้กับส้นเท้า นอกจากนี้แนะนำให้ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อรักษาความชุ่มชื่นและรักษาสมดุลของน้ำหล่อเลี้ยงภายในผิวและร่างกาย กินอาหารที่มีประโยชน์อย่างถูกสุขลักษณะและอย่าลืมกินอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 เพื่อดูแลป้องกันผิวไม่ให้ทรุดโทรม ช่วยรักษาความชุ่มชื่นของผิวหนัง กระตุ้นการผลิตคอลเจนและเส้นใยอีลาสติน ช่วยให้ผิวแข็งแรงยืดหยุ่นและสมดุล

นอกจากนี้ หากคุณมีปัญหาส้นเท้าแตกอย่างรุนแรง เป็นโรคเบาหวานหรือมีการไหลเวียนของเลือดที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ควรทำการรักษาอาการส้นเท้าแตกด้วยตนเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเท้าโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้จากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเรา เพื่อนๆท่านไหนมีวิธีการแก้ไขปัญหาส้นเท้าแตกวิธีอื่นๆ ก็สามารถแชร์ประสบการณ์หรือแนะนำได้ในคอมเม้นด้านล่างได้ค่ะ

Loading...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *