วิธีบำรุงสมองของคุณ ให้ห่างไกลโรคอัลไซเมอร์

10 วิธีบำรุงสมองของคุณ ให้ห่างไกลโรคอัลไซเมอร์

วิธีบำรุงสมองที่นำมาฝากนี้นอกจากจะทำให้กระบวนการการทำงานของสมองทำงานได้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ เช่น ภาวะสมองเสื่อม และโรคอัลไซเมอร์ เพราะสมองเป็นอวัยวะที่คอยสั่งการเพื่อประสานงานระบบภายในร่างกายของเรา ด้วยสาเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพ และสมรรถนะของสมองเราให้มีความสามารถในการคิด และแก้ไขปัญหาต่างๆให้ดีขึ้น ด้วยการบริหารสมอง หรือกระตุ้นการทำงานของสมองให้มีประสิทธิภาพ ด้วยเคล็ดลับที่นำมาฝากกัน ลองมาดูกันนะคะว่ามีอะไรบ้าง

10 วิธีบำรุงสมอง ทำอย่างไรให้ความจำดี

วิธีบำรุงสมอง ด้วยการบริหารสมองให้มีความจำที่ดี


1. เรียนรู้ภาษาใหม่

เคล็ดลับนี้เป็นเคล็ดลับที่นักวิทยาศาสตร์เห็นด้วยมากที่สุด เพราะไม่เพียงแค่ช่วยพัฒนาทักษะทางด้านสังคมของคุณ แต่การเรียนรู้ภาษาใหม่ จะทำให้สมองเรียนรู้วิธีการทำงานที่พัฒนามากขึ้น สมองจะมีระบบเส้นประสาทใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อทักษะทางปัญญา และยังพบว่าสามารถลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมได้ สำหรับผู้ที่สนใจเรียนภาษาเพิ่มเติม แต่ไม่สะดวกที่จะไปเรียนก็สามารถหาเรียนภาษาได้ตามยูทูป หรือเว็บไซต์หรือแอปต่างๆ ที่ให้บริการสอนฟรีได้


2. เรียนรู้เครื่องดนตรี

การฟังเพลงก็เป็นการผ่อนคลายสมอง แต่การเรียนรู้การใช้เครื่องดนตรีจะทำให้คุณพัฒนาทักษะด้านร่างกายและกระบวนการคิดต่างๆได้ดีขึ้น สำหรับคนที่เล่นเครื่องดนตรี จะพบว่าการเล่นดนตรีนั้นช่วยให้ทักษะทางด้านคณิตศาสตร์ดีขึ้น ดังนั้นหากอยากเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองก็ลองคว้ากีต้าร์มาดีด หรือลองกดเปียโน หรือลองเล่นเครื่องดนตรีที่คุณชื่นชอบ แล้วลองเริ่มเล่นดนตรีสักเพลงสองเพลง คุณอาจจะพบว่าสมองของคุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น และทำให้สมองสามารถทำงานที่ค้างอยู่นั้นทำงานได้ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ


3. นิสัยการกิน กินอะไรแล้วความจำดี

เรากินอะไรร่างกายเราก็จะเป็นแบบนั้น การกินอาหารที่สมดุลเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับสุขภาพกายและสมองของเรา คุณต้องหลีกเลี่ยงอาหารขยะ อาหารที่ไม่มีประโยชน์และให้ความสำคัญกับการบริโภคโปรตีน เส้นใยอาหารและแร่ธาตุต่างๆ นิสัยการกินที่มีวินัยจะมีส่วนสำคัญในการทำงานของสมอง เนื่องจากอาหารที่กินเข้าไปจะถูกแปรรูปเป็นสารอาหาร เพื่อนำไปดูแล ปรับปรุง ซ่อมแซมสมอง ฉะนั้นควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ กินผักผลไม้ และดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน

อาหารที่ถือได้ว่าเป็นเลิศในการเสริมสร้างความจำ คือ ปลาแซลมอน 15 ประโยชน์จากปลาแซลมอนที่คุณควรรู้


4. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายนี้ไม่เพียงจะดีต่อกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่ยังดีต่อสมองของคุณอีกด้วย เพราะการออกกำลังกายนั้นส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปยังสมองมากขึ้น ทำให้เซลล์ประสาทปล่อยสารเคมีหลายชนิดที่ช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง การออกกำลังกายยังช่วยในการสร้างเซลล์สมองใหม่ ช่วยในการเชื่อมต่อการทำงานของสมองและร่างกายให้ทำงานควบคู่กันได้อย่างดีมากขึ้น


5. เล่นเกมใช้สมอง

เช่นเดียวกับการออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ และพัฒนาความสมบูรณ์ของร่างกาย สมองของเราก็ต้องได้รับการพัฒนาด้วยเช่นกัน สมองของเรานั้นชอบความท้าทายต่างๆ เพราะช่วยให้สมองสามารถพัฒนาตนเองได้ กิจกรรมที่สามารถท้าทายความสามารถของสมองได้แก่ เกมทดสอบสมอง crosswords sudoku และหมากรุก ซึ่งเป็นเกมฝึกสมองใช้ความคิด เป็นต้น

หมากรุก เป็นเกมฝึกสมองใช้ความคิด ทำให้สมองเกิดการพัฒนา

การเล่นเกมเหล่านี้จะเป็นกิจกรรมที่ช่วยยกระดับความคิดทางปัญญาของคุณ กระตุ้นให้สมองเกิดการพัฒนาตัวเอง เมื่อคุณเล่นเกมเหล่านี้เป็นประจำจะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับสมอง เช่น โรคความจำเสื่อม อีกทั้งยังช่วยป้องกันการหลงลืม เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นได้อีกด้วย


6. การนอนหลับ

การนอนหลับเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตประจำวัน หากเราไม่สามารถให้ความสำคัญกับการนอนหลับ ก็อาจทำให้มีผลต่อการพัฒนาของสมอง ร่างกายจะสร้างเซลล์ใหม่ๆและขจัดสารพิษออกจากร่างกายในขณะนอนหลับ นอกจากนี้สมองยังทำหน้าที่รวบรวมความทรงจำของคุณ เพื่อรีเซ็ทตัวเองในขณะที่คุณหลับอีกด้วย ดังนั้นคุณจึงควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้สมองได้รับการพักผ่อน และผ่อนคลายสมอง หากคุณนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็อาจส่งผลให้เกิดความง่วง เหนื่อยล้า และสมองอาจทำหน้าที่ในการควบคุมหรือสั่งการได้ไม่ดีเพียงพอ เป็นผลทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพลดลงได้

หากคุณนอนไม่หลับลองรับประทาน 12 อาหารแก้อาการนอนไม่หลับ นอนหลับยาก หลับไม่สนิท


7. การทำสมาธิ

สมองเกลียดความเครียด หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการแก้อาการสมองตื้อ ทำให้สมองของคุณปลอดโปร่งและปราศจากความคิดที่กังวล คือการทำสมาธิ สมาธิมีหลายแบบให้เลือกทำ แต่วิธีการทำสมาธิแบบง่ายๆก็คือ การหลับตาลงและให้ความสนใจจดจ่ออยู่ที่ลมหายใจเพียงอย่างเดียว การทำสมาธินี้อาจใช้เวลาประมาณ 10 นาทีไปจนถึง 30 นาทีต่อวัน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดความเครียดของสมอง ลดการผลิตฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความวิตกกังวล ทำให้สมองผ่อนคลายมากขึ้นและยังสามารถทำให้สมองมีความต้านทานโรคอัลไซเมอร์ได้ดีขึ้น


8. ใช้เสียงเพลงเป็นวิธีแก้ความจำสั้น

คุณเคยได้ยินผลของการฟังเพลงของโมซาสหรือไม่ โดยพื้นฐานแล้วดนตรีคลาสสิคสามารถเพิ่มพลังให้แก่สมองได้ นักวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า เพลงบางเพลงสามารถช่วยเชื่อมโยงความทรงจำได้ และยังสามารถทำให้สมองได้รับการพัฒนามากขึ้น ซึ่งผู้ที่ฟังเพลงคลาสสิคเป็นประจำ จะมีไอคิวที่เพิ่มมากขึ้นเป็นผลให้สมองทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม มีการพัฒนาทักษะด้านต่างๆได้ดีขึ้น ส่งผลให้หน้าที่การงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย


9. การพบปะผู้คนในสังคม

มนุษย์เป็นสัตว์สังคมและต้องการมีความสัมพันธ์ที่ดีในการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับผู้อื่น การมีเพื่อนมากมายหลายคนมีแนวโน้มที่จะลดภาวะสมองเสื่อม หรือภาวะซึมเศร้าลงได้ บางคนก็อาศัยการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นผ่านโลกออนไลน์ บางคนก็นิยมพบเจอเพื่อนตามสถานที่ต่างๆ แต่ไม่ว่าเราจะเลือกมีเพื่อนจากสังคมแบบไหน เราก็ควรดูแลตนเองด้วย อย่าปล่อยให้คนอื่นครอบงำหรือชักจูงเราไปในทางที่ไม่ดี เลือกคบคนที่นำพาชีวิตเราไปในทางที่ถูกที่ควร และที่สำคัญนอกจากให้เวลากับผู้อื่นหรือเพื่อนแล้ว ก็อย่าลืมแบ่งปันเวลาให้กับครอบครัวด้วยนะคะ


10. ทำในสิ่งที่ไม่ถนัด

ลองทำสิงที่ไม่ถนัดหรือไม่คุ้นเคยดูบ้าง เพื่อเป็นการพัฒนาสมอง เช่น การสลับข้างมือแปรงฟัน เปลี่ยนมือเขียนหนังสือ สลับมือที่ถือช้อนตักข้าว แน่นอนว่า คุณจะรู้สึกลำบากและไม่ถนัดเอาเสียเลยในช่วงแรก แต่ถ้าหากคุณฝึกฝนการทำสิงที่ต่างเหล่านี้เป็นประจำ คุณจะสามารถฝึกและสอนสมองของคุณให้ทำสิ่งที่ต่างออกไปได้จนเป็นเรื่องปกติ สิ่งเหล่านี้จะเป็นการช่วยกระตุ้นสมอง และผลักดันให้สมองเกิดการเรียนรู้เพื่อทำสิ่งใหม่ๆที่ไม่คุ้นเคย เป็นการท้าทายและปรังปรุงประสิทธิภาพของสมองได้อย่างดีเยี่ยมเลยหล่ะ

ทำงานใช้ร่างกายก็จริงแต่ก็อย่าลืมใส่ใจดูแลสมองด้วยนะ เพราะสมองก็สำคัญไม่น้อยไปกว่าอวัยวะอื่นๆเลย ดูแลสมองกันตั้งแต่วันนี้เพื่อสุขภาพที่ดีในวันหน้า ขอตัวไปใช้วิธีบำรุงสมองก่อนน้าา สวัสดีค่ะ

รับชมวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=MbAsjIKPPzQ

Loading...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *