อะโวคาโดประโยชน์ที่อยากให้คุณลอง

อะโวคาโด ประโยชน์ 12 ประการดูแลสุขภาพ

อะโวคาโดมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ แต่ที่นิยมมากที่สุดคือพันธุ์แฮส (Hass) มีผลลักษณะเป็นรูปไข่สีเขียวเข้ม ผิวขรุขระ เจริญเติบโตดีในพื้นที่เขตร้อน อุดมด้วยสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ เป็นแหล่งไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว มีปริมาณน้ำตาลต่ำ เป็นแหล่งพลังงานที่ดีและเต็มไปด้วยเส้นใยอาหาร มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง การรับประทานอะโวคาโดให้เกิดประโยชน์มากที่สุด คือการรับประทานแบบสดจึงจะได้สารอาหารอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งประโยชน์จะมีอะไรบ้างไปชมกันเลย

อะโวคาโด ประโยชน์ 12 ข้อที่ต้องรู้ไว้

อะโวคาโดประโยชน์-12-อย่างที่ไม่ควรพลาด

1. ช่วยในการย่อยอาหาร

อะโวคาโดเป็นผู้ช่วยในการย่อยที่ดีสำหรับลำไส้ เพราะมีเส้นใยทั้งแบบละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างราบรื่น กระตุ้นระบบทางเดินอาหารเพื่อให้สารอาหารถูกดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาท้องผูกและท้องร่วงได้เป็นอย่างดี

2. ดูแลช่องปาก

การรับประทานอะโวคาโดช่วยป้องกันกลิ่นปาก อันเป็นสาเหตุหลักเนื่องจากอาหารไม่ย่อยหรือท้องเสีย สารฟลาโวนอยด์ สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในอะโวคาโด จะช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและกำจัดแบคทีเรียในช่องปากที่อาจทำให้เกิดกลิ่นปาก ทั้งนี้เมื่อรับประทานเป็นประจำยังสามารถป้องกันมะเร็งในช่องปากได้อีกด้วย

3. ดูแลผิวและเส้นผม

อะโวคาโดช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิวและเส้นผม โดยการนำเนื้อของอะโวคาโดมาใช้เพื่อมาส์กผิวและหมักผิวได้ นอกจากนี้น้ำมันอะโวคาโดยังสามารถบรรเทาอาการจากโรคสะเก็ดเงิน และดูแลปรับสภาพผิวให้มีสุขภาพดี อีกทั้งยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ริ้วรอยก่อนวัยได้ค่อนข้างดี

4. ดูแลตับ

อะโวคาโด อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสียหายของตับ เนื่องจากโรคตับอักเสบซี

5. ดูแลดวงตา

อะโวคาโด ช่วยให้ดวงตาของคุณมีสุขภาพดี อุดมด้วยแคโรทีนอยด์ สารพฤกษเคมีที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังมีลูทีนและซีแทนทิน ที่ช่วยป้องกันดวงตาให้ห่างไกลจากโรคต้อกระจก

6. ดูแลหัวใจ

สารเบต้า-ซิโตสเตอรอล ที่พบในอะโวคาโด ช่วยรักษาระดับคอเลสเตอรอลที่ดีต่อสุขภาพ ปกป้องหัวใจจากโรคหลอดเลือดแดงตีบ เพิ่มคุณสมบัติของไขมันชนิดดี ลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว(LDL) ยับยั้งการดูดซึมของคอเลสเตอรอล ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของหลอดเลือด และหลอดเลือดแดง ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการเกิดลิ่มเลือดหัวใจและลดอาการหัวใจวาย

7. ดูแลไต

Loading...

อะโวคาโดเป็นแหล่งของสารโพแทสเซียมที่ดีที่ช่วยในการจัดการของเหลวและสารพิษต่างๆทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณไต สารโพแทสเซียมจะช่วยรักษาความสมดุลของแร่ธาตุและของเหลวในร่างกาย ในผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังให้อยู่ในภาวะที่เหมาะสม

8. ป้องกันการขาดวิตามินเค

การขาดวิตามินเค มักพบไม่บ่อยนัก แต่มักพบในเด็กทารกแรกเกิด ส่วนใหญ่เกิดจากปริมาณวิตามินเคที่ไม่เพียงพอของมารดาในระหว่างตั้งครรภ์ การรับประทานอะโวคาโดในระหว่างตั้งครรภ์ จะช่วยลดความเสี่ยงการขาดวิตามินเคและลดปัญหาภาวะเลือดไม่แข็งตัว

9. โรคข้ออักเสบ

อะโวคาโดเป็นหนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดในการลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ เพราะอุดมด้วยสารพฤกษเคมีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสารฟลาโวนอยด์ คาโรทีนอยด์ ไฟโตสเตอรอล และกรดไขมันโอเมก้า3 ซึ่งเป็นสารสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลและบรรเทาอาการโรคข้ออักเสบ

10. ต้านมะเร็ง

การรับประทานอะโวคาโดเป็นประจำ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง เช่น มะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก เนื่องจากมีสารกลูตาไธโอน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์จากโรคมะเร็งและอันตรายจากอนุมูลอิสระ

11. ต้านอนุมูลอิสระ

วิตามินซีและวิตามินอีที่อยู่ในอะโวคาโดนั้น ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และลดการทำปฏิกิริยาของคอเลสเตอรอลต่อเซลล์ ป้องกันโรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด ปกป้องดวงตา ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และยังช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี สดใส เปล่งปลั่ง

12. ปกป้องผิวจากแสงแดด

สารแคโรทีนอยด์ที่พบในอะโวคาโด ช่วยลดการอักเสบของผิวหนังที่เกิดจากรังสียูวี น้ำมันอะโวคาโดช่วยในการบรรเทาอาการผิวไหม้ หากโดนแดดเผาสามารถใช้น้ำมันอะโวคาโดมาทาผิว เพื่อช่วยปรับสภาพผิวที่ไหม้แดดให้มีความยืดหยุ่น และชุ่มชื่นมากขึ้น

ไม่ว่าเราจะต้องการคุณประโยชน์จากผักผลไม้ชนิดใดก็ตาม ควรศึกษาข้อมูลก่อนการรับประทานทุกครั้ง เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อตัวเราเอง เพราะในพืชผักผลไม้ทุกชนิด ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายก็จริง แต่หากรับประทานผิดวิธีหรือรับประทานมากเกินไป จากประโยชน์ที่จะได้รับอาจกลายเป็นโทษแก่ตนเอง นอกจากเลือกรับประทานแล้วก็อย่าลืมออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้สุขภาพนั้นแข็งแรงและห่างไกลจากโรคภัภยไข้เจ็บ พยายามดูแลรักษาตนเองจะได้ไม่ต้องพึ่งพายาเคมี เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการนำเคมีเข้าสู่ร่างกายให้น้อยลงที่สุดนั่นเอง

รับชมรับฟังบทความ อะโวคาโด ประโยชน์ 12 ประการดูแลสุขภาพ ในรูปแบบคลิปวิดีโอได้ที่ >>>

https://www.youtube.com/watch?v=TEklW8FkXLI

Loading...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *